ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 377 ขบวนการค้ากำลังมา
บทที่ 377 ขบวนการค้ากำลังมา
ฟางหมิงอี้กลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ!?
เหยียนซีผุดลุกขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ หลิวเหิงกลัวว่านางจะล้มจึงรีบประคองและมองรอบ ๆ อีกครั้ง จี๋เสียงก้มหน้าลงและทำเป็นไม่เห็นปฏิกิริยาของฮูหยิน
“พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน” หลิวเหิงถามชิ่งเอ๋อร์
“ตอนนี้กำลังรอตรวจตราเพื่อเข้าเมืองอยู่ที่ด่านช่องเขาฮูเหล่าขอรับ” ชิ่งเอ๋อร์ตอบอย่างรวดเร็ว
ฟางหมิงอี้กลับมาแล้ว แต่ก็ยังต้องมีการตรวจตราอย่างละเอียดงั้นหรือ?
เมื่อหลิวเหิงได้ยินก็สับสนเล็กน้อยจึงลุกออกไปดู เหยียนซีเองก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามไป
ชุมชนการค้าอยู่ใกล้กับช่องเขาฮูเหล่ามาก นั่งรถม้าไม่นานก็ไปถึงที่นั่นได้อย่างรวดเร็วแล้ว
ทันทีที่พวกเขาไปถึงก็พบว่าป้อมประตูคลาคล่ำไปด้วยผู้คน และมีสำเนียงภาษาต่างถิ่นมากมายดังไปทั่ว เธอตะลึงที่ไม่เข้าใจคำพูดเหล่านั้นเลย
“ฮูหยิน ฮูหยินเจ้าคะ มีคนหน้าตาแปลก ๆ มากมายเลยเจ้าค่ะ!” จี๋เสียงและหรูอี้เข้ามารายงานที่รถม้าด้วยความหวาดกลัว
เหยียนซีลงจากรถม้า เมื่อเห็นว่าหลิวเหิงอยู่กับเกิ่งฉางกุ้ยและตู้กู้ เธอก็ไม่ต้องการที่จะรบกวนการทำงานของพวกเขา ดังนั้นจึงยืนมองสถานการณ์อยู่ริมทางด้วยความตื่นเต้น
หลังเห็นผู้คนที่รออยู่ที่ป้อมประตู ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าเหตุใดจี๋เสียงและหรูอี้จึงดูหวาดกลัวนัก พวกเขาเป็นคนตาสีฟ้า ตาสีน้ำตาล ผมสีน้ำตาล บ้างก็ผมบลอนด์ …ชาวยุโรปเดินทางมาในยุคนี้ด้วยงั้นหรือ?
ระหว่างที่เธอกำลังงุนงงก็ได้ยินเสียงเรียกอย่างดีใจของเหยียนหลิ่วดังมาจากแผงกั้น นางแทบรอไม่ไหวที่จะรีบเข้ามาหาเหยียนซี “ซีเอ๋อร์ ข้ากลับมาแล้ว!”
“พี่สาว! ข้าดีใจที่พี่กลับมาแล้ว สบายดีหรือไม่เจ้าคะ!” เหยียนซีจับมือเหยียนหลิ่วและมองสำรวจขึ้นลงไปมาเพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้บาดเจ็บส่วนไหน จากนั้นจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ข้าไม่เป็นไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี พวกเราเดินทางอย่างราบรื่น ซีเอ๋อร์ ข้าได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มากมาย ซีเอ๋อร์ เจ้าเห็นพวกนั้นหรือไม่ พวกเขาคือชาวเซ่อมู่ และอีกกลุ่มคือชาวโปซือ พวกเขาบอกเราว่ามีเครื่องเทศมากมายจากที่ที่พวกเขาออกมา ดังนั้นข้าจึงชักชวนพวกเขามาที่นี่เพื่อตกลงการค้ากัน”
เหยียนหลิ่วอดไม่ได้ที่จะเล่าถึงสิ่งต่าง ๆ ซึ่งนางได้พบและได้ยินตามเส้นทางการค้า เหยียนซีฟังอย่างเข้าใจ ทว่าจี๋เสียงและหรูอี้อุทานออกมา เมื่อได้ฟังเรื่องราวการผจญภัยของเหยียนหลิ่วตลอดทางกลับจวน
ปรากฏว่าหลังจากที่ฟางหมิงอี้และเหยียนหลิ่วเดินทางออกไปนอกชายแดน พวกเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากซูเอ๋อร์จาให้สามารถเดินทางผ่านดินแดนชาวหูได้สำเร็จ ดังนั้นพวกเขาจึงมุ่งหน้าไปทางตะวันตก ต่อไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ และพบกับสถานที่ที่มีแต่ทราย ไร้ซึ่งหิมะปกคลุม อากาศที่นั่นร้อนจัด ที่นั่นพวกเขาได้พบกับชาวเซ่อมู่ ชาวโปซือ และกลุ่มการค้าอื่น ๆ ทุกคนไม่เข้าใจภาษาของกันและกันจนขัดแย้งกันเองเล็กน้อย
ทว่าจากการคาดการณ์ของเหยียนซี พ่อค้าต่างถิ่นเหล่านี้ก็ต้องการมาแสวงโชคเช่นกัน แต่พวกเขาไม่เคยพบคนอย่างกลุ่มของฟางหมิงอี้มาก่อน และในที่สุดทุกคนก็สื่อสารกันด้วยท่าทาง ก่อนจะเข้าใจว่าขบวนของฟางหมิงอี้เดินทางมาจากแคว้นเว่ยเพื่อมาค้าขายกับชาวต่างถิ่น
ขบวนการค้าเหล่านี้ไม่สนใจผักดองเค็ม แต่พวกเขาชอบใบชามาก และเมื่อได้เห็นตัวอย่างผ้าไหมที่ฟางหมิงอี้เตรียมไป พวกเขาก็ต่างประหลาดใจที่ได้เห็นและต้องการจะสั่งซื้อ
ฟางหมิงอี้ทำตามที่เหยียนซีแนะนำด้วยการบอกพวกเขาว่า หากต้องการซื้อก็สามารถเดินทางมาค้าขายที่แคว้นเว่ยได้
อีกทั้งพ่อค้าต่างถิ่นเหล่านี้ยังเอาเครื่องเทศ เครื่องประดับ และงานฝีมือต่าง ๆ ออกมาให้พวกเขาดูเช่นกัน
เมื่อฟางหมิงอี้เดินทางไป นอกจากสมาชิกขบวนการค้าของเขาแล้วก็ยังมีกองกำลังคุ้มกันชั้นยอดติดตามไปอีกด้วย ส่วนตอนกลับก็มีกลุ่มพ่อค้าต่างถิ่นหลายร้อยคนเดินทางมาด้วยกันเป็นขบวนใหญ่ และได้พบกับสายลับเป่ยหมานเข้าระหว่างทาง เมื่อชาวเป่ยหมานรู้เรื่องนี้เข้าก็ไม่ยอมปล่อยเนื้อชิ้นใหญ่ให้ผ่านไปง่าย ๆ ดังนั้นจึงยกกองกำลังบนหลังม้าหลายร้อยนายมาบุกปล้น
ทว่าโชคดีที่ซูเอ๋อร์จาทราบข่าวทันเวลา จึงนำกองกำลังพร้อมม้าของชาวเป่ยหูเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ แต่ฟางหมิงอี้เองก็ไม่ได้ขี้ขลาด เข้าร่วมกับคนของซูเอ๋อร์จาต่อสู้กับศัตรูอย่างดุเดือด จนฝ่ายตรงข้ามต้องล่าถอยไปอย่างเร่งรีบพร้อมกับกำลังพลที่เสียไปนับร้อย
“ใต้เท้าขอรับ ซูเอ๋อร์จาเป็นผู้นำคนต่อไปของเผ่าเอ๋อร์ฮั่นที่อยู่ในเป่ยหู เขาชื่นชมในวัฒนธรรมของเรามาก และต้องการที่จะดำเนินความสัมพันธ์อันดีต่อแคว้นเว่ย” ระหว่างที่เหยียนหลิ่วกับเหยียนซีกำลังพูดคุยกัน ฟางหมิงอี้ก็เอ่ยกับหลิวเหิง “นายน้อยซูเอ๋อร์จารับปากว่าจะช่วยแนะนำขบวนการค้าต่าง ๆ ให้ หลังจากเขาเดินทางเข้ามาที่นี่ในเดือนสี่”
“เอาไว้ไปคุยกันต่อที่จวนเถิด” มีคนจำนวนมากมุงอยู่ที่ป้อมประตู เมื่อหลิวเหิงเห็นว่าฟางหมิงอี้มีเรื่องจะรายงานอีกมากจึงได้ห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน
เนื่องจากกลุ่มการค้าที่เดินทางมาพร้อมฟางหมิงอี้มาจากสถานที่ที่หลากหลาย ทำให้การตรวจตราที่ป้อมปราการต้องใช้เวลากว่าหนึ่งวัน จากนั้นทุกคนจึงได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปในชุมชนการค้าได้
หลังจากที่ผ่านด่านตรวจเข้ามาแล้ว หลิวเหิงก็ให้พวกพ่อค้าต่างถิ่นพักอยู่ที่ชุมชนการค้าได้โดยตรง
ฟางหมิงอี้เดินทางกับพวกเขามานาน และเรียนรู้ภาษาชาวต่างถิ่นมาไม่น้อย ทำให้ได้รับหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษา และอธิบายกฎเกณฑ์ในการทำการค้าที่ชุมชนการค้าชายแดนแห่งนี้ให้เหล่าพ่อค้าต่างถิ่นรับทราบ
พ่อค้าเหล่านี้มีความต้องการสินค้ามากกว่าชาวต่างถิ่นทางเหนือมาก พวกเขาไม่ได้สนใจผักดองและของแห้งแม้แต่น้อย แต่ชมชอบผ้าไหมและเครื่องเคลือบลายครามชั้นดี
เหยียนซีเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่าคนที่สนใจของเหล่านี้ล้วนต้องมีเงินถึงและรสนิยมสูง ชาวเซ่อมู่และโปซือนั้นร่ำรวยกว่าชาวเผ่าทางเหนือมาก
แน่นอนว่าพวกเขาเองก็สนใจในอาหารเลิศรสของแคว้นเว่ยเช่นกัน หลังจากได้ชิมเนื้อสัตว์เสียบไม้ย่างที่หมักด้วยพริกไทยและพริกเสฉวนของเหยียนซีแล้ว พวกเขาก็ยังแบ่งปันสูตรเฉพาะของตนอย่างการใส่พริกไทยดำและพริกแดงให้อีกด้วย
เด็กสาวอยู่ที่ส่วนต้อนรับในร้านอาหาร เมื่อพบว่าชาวต่างถิ่นมีพริกแดงมาด้วยเธอก็ยิ้มกว้างและอยากจะหัวเราะให้ดังถึงฟ้า …ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง!
เธอแสร้งทำเป็นไม่รู้จักและขอให้คนในร้านซื้อพริกนั้นมาบางส่วน ทว่าชาวโปซือขายให้ในราคาแพงมาก พริกหนึ่งจินราคาสูงถึงหนึ่งตำลึงทอง
เหยียนซีเห็นว่าพริกนั้นมีเมล็ดอยู่ภายใน ดังนั้นจึงกัดฟันซื้อมาถึงสองจิน และคิดว่าหลังจากที่เธอเพาะพริกเหล่านี้ขึ้นมาเองได้ ตนจะต้องได้กำไรคืนมากกว่าสองเท่า
หลิวเหิงพาฟางหมิงอี้กลับไปยังที่ว่าการชุมชนการค้า หลังจากรับรายงานการเดินทางของอีกฝ่ายเกี่ยวกับแผนของซูเอ๋อร์จาแล้ว เขาก็เข้าใจความต้องการของอีกฝ่าย
ชาวหูไม่พอใจที่ถูกชาวเป่ยหมานกดขี่ และต้องการร่วมมือกับแคว้นเว่ยเพื่อรวบรวมแผ่นดินทางเหนือเข้าด้วยกัน นี่นับว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อแคว้นเว่ยด้วย ทว่าเรื่องเช่นนี้ใหญ่เกินกว่าที่เจ้าเมืองเช่นเขาจะตัดสินใจ ดังนั้นจึงได้ขอให้ซูเอ๋อร์จาแต่งตั้งราชทูตติดตามฟางหมิงอี้ไปที่เมืองหลวง เพื่อรายงานเรื่องนี้แก่จักรพรรดิด้วยตนเอง
หากทำสำเร็จ ฟางหมิงอี้จะต้องได้รับเกียรติยศครั้งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย
เหยียนหลิ่วเองก็ถือโอกาสนี้กลับเมืองหลวงไปพร้อมกันกับเขา
การเดินทางค้าขายคราวนี้ของฟางหมิงอี้ แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่ก็ทำรายได้มหาศาลเช่นกัน
ระหว่างรอส่งพวกเขากลับเมืองหลวง เหยียนซีก็เตรียมของขวัญให้ทั้งสองโดยเฉพาะ เพื่อให้พวกเขานำกลับไปที่เมืองหลวงด้วย และมีของที่เธอต้องการจะถวายให้จักรพรรดิเป็นพิเศษเพื่อถวายความภักดี โดยมันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในโลกทัศน์ของคนโบราณ มันมีทั้งสูตรชานมแบบยุคใหม่ งานฝีมือแปลก ๆ ของชาวต่างถิ่นและชาวเผ่าต่าง ๆ ที่พวกพ่อค้านำมาด้วย สิ่งของทั้งหมดถูกส่งไปในนามเจ้าเมืองหลิวที่ต้องการจะถวายพระพรจักรพรรดิ ส่วนพริกแดงนั้นเธอตั้งใจจะเพาะมันให้โตเสียก่อน เพราะพริกที่ซื้อมาราคาแพงมากจนไม่ต้องการจะยกให้คนอื่น
ขณะที่ฟางหมิงอี้ประสบความสำเร็จในการทำการค้านอกชายแดน ขบวนพ่อค้าจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาในชุมชนการค้าชายแดนอย่างไม่ขาดสาย กลุ่มการค้าขนาดใหญ่ในเหลียวโจวต่างมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อแสวงหาความมั่งคั่ง แม้แต่พ่อค้าจากเมืองใกล้เคียงก็ยังต้องการเดินทางมาซื้อหาของแปลกใหม่ที่นี่ และขายของจากบ้านเกิดให้พ่อค้าต่างถิ่นเช่นกัน
สินค้าต่าง ๆ ยิ่งส่งไปขายได้ไกลเท่าไรยิ่งเพิ่มมูลค่า นี่เป็นเรื่องที่เป็นจริงเสมอในการทำการค้ากับชาวต่างถิ่น
ตอนนี้เรื่องที่เหยียนซีเคยกล่าวเกี่ยวกับการตั้งกำแพงภาษีก่อนหน้านี้เป็นที่ประจักษ์ต่อกลุ่มการค้าต่าง ๆ ในเหลียวโจวแล้ว พ่อค้าทุกกลุ่มที่ต้องการค้าขายในชุมชนการค้าชายแดนต้องจ่ายภาษี และทำบัญชีอย่างตรงไปตรงมาส่งให้ทางการเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
หลังจากนั้นเพียงสองเดือน ชุมชนการค้าชายแดนแห่งเดียวนี้ก็เริ่มแออัดเกินไป และไม่สามารถรองรับกลุ่มพ่อค้าจำนวนมากเช่นนี้ได้เพียงพอแล้ว