บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 378 ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 378 ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 378 ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว

หลังจากหารือกันแล้ว หลิวเหิงและรองเจ้าเมืองหวังก็ตัดสินใจเลือกสถานที่ใหม่ ๆ มาเป็นชุมชนการค้าชายแดนแห่งที่สอง และเริ่มเปลี่ยนเส้นทางการค้าบางส่วน เพื่อลดความแออัดบริเวณป้อมปราการที่ด่านช่องเขาฮูเหล่า

นอกจากกิจการร้านอาหาร โรงเตี๊ยม ร้านขายสินค้าหนานเป่ยฮั่วฉิงแล้ว เหยียนซีก็ยังเริ่มเปิดร้านขายเครื่องปรุงรสและเครื่องเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะขึ้นมา เช่น ผงเครื่องเทศห้าชนิด หรือแบบสิบสามชนิดซึ่งใช้ทำอาหารได้หลากหลาย หรืออาจจะเป็นผงอบเชย เป็นต้น พื้นที่ทางเหนือที่นิยมกินเนื้อกันมาก ดังนั้นเครื่องเทศที่ใช้ลดกลิ่นคาวเนื้อสัตว์จึงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม ชาวต่างถิ่นที่กินเนื้อไม่ว่าจะเอาไปต้ม ย่าง หรือตุ๋น ก็ต้องมีขั้นตอนในการลดกลิ่นคาวเนื้อทั้งสิ้น เด็กสาวให้คนทำภาชนะเป็นกระบอกไม้ไผ่เล็ก ๆ ที่มีฝาเจาะรู เมื่อจะใช้งานก็เปิดฝาและเทออกมาได้ในปริมาณที่เหมาะสม อีกทั้งยังพกพาสะดวก และเป็นเครื่องเทศที่ลดกลิ่นคาวได้ดี หลังวางขายจึงได้รับความนิยมมาก

ทางด้านฟางหมิงอี้ หลังจากเขาพาคณะทูตของซูเอ๋อร์จาเดินทางไปยังเมืองหลวงแล้ว เว่ยเฉิงก็เรียกประชุมคณะราชเลขาและขุนนางกรมกลาโหม เพื่อหารือและต้อนรับเหล่าคณะทูต

หลังจากที่หัวหน้าคณะทูตเป่ยหูกราบทูลถึงความตั้งใจที่จะจัดการพวกเป่ยหมานโดยร่วมมือกับแคว้นเว่ยแล้ว เว่ยเฉิงเองก็มีท่าทีที่ค่อนข้างจะคล้อยตาม

แคว้นเว่ยและเป่ยหมานเคยสู้รบกันมานาน พวกเขาพยายามต่อสู้และป้องการรุกรานจากทางเหนือมาโดยตลอด

ทหารม้าของเป่ยหมานขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและว่องไวราวสายลม แคว้นเว่ยไม่มีทางไล่ตามได้ทัน เนื่องจากไม่มีความรู้เกี่ยวกับทิศทางในทุ่งหญ้าอันเป็นที่ราบกว้างใหญ่นอกชายแดน ทำให้ถูกชาวเป่ยหมานโจมตีได้ง่าย

หลังจากที่เว่ยเฉิงขอให้ทูตจากเป่ยหูไปพักยังจวนรับรอง เขาก็สอบถามเรื่องต่าง ๆ จากฟางหมิงอี้ “เจ้าค้นพบสิ่งใดบ้างระหว่างการเดินทางทำการค้าครั้งนี้”

ฟางหมิงอี้ลอบมองพระพักตร์ของฝ่าบาท เขาเคยพบพระองค์เมื่อยังเป็นท่านอ๋อง ทว่าตอนนี้พระองค์เป็นจักรพรรดิแล้ว และยิ่งทรงสง่างามมากขึ้นไปอีก เขาค้อมศีรษะลงแล้วกราบทูลว่า “กราบทูลฝ่าบาท เป่ยหูและเป่ยหมานมีความบาดหมางกัน เมื่อกระหม่อมเดินทางออกไปนอกชายแดนก็ได้ค้นพบว่าระหว่างเผ่าต่าง ๆ ทางเหนือเกิดการสู้รบกัน ชาวเป่ยหูแบ่งเป็นชนเผ่าเล็ก ๆ และกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ซึ่งต่างจากเป่ยหมานที่ทั้งหมดมีกษัตริย์เป็นผู้นำ อีกทั้งตอนนี้ชาวเป่ยหมานก็ไม่ได้มีทหารมากมายดังเช่นช่วงที่ทำสงครามก่อนหน้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ก่อนจะเดินทางมายังเมืองหลวง หลิวเหิงและเหยียนซีขอให้เขาเล่าเรื่องที่พบทางเหนือมาอย่างละเอียด และช่วยให้ฟางหมิงอี้เรียบเรียงสิ่งที่จะต้องกราบทูลต่อฝ่าบาทอย่างเป็นระเบียบเอาไว้แล้ว

ใต้เท้าเกาซึ่งเป็นหัวหน้าราชเลขามีความลังเล “เช่นนี้คณะทูตที่เดินทางมาก็คงเป็นตัวแทนของเผ่าเอ๋อร์ฮั่นเท่านั้น หากเกิดการโจมตีโอบล้อมจากเผ่าอื่น ๆ กองกำลังที่เราส่งไปรวมกับชาวเอ๋อร์ฮั่นจะรับมือไหวหรือ” หากเผ่าอื่น ๆ ในเป่ยหูไม่ส่งกำลังมาร่วมด้วย มันไม่ได้หมายความว่าแคว้นเว่ยจะต้องกลายเป็นทัพหลักในศึกครั้งนี้หรอกหรือ

“ระหว่างที่เดินทางกลับมา ข้าน้อยได้ทราบข่าวว่าซูเอ๋อร์จากำลังดำเนินการติดต่อกับเผ่าอื่น ๆ ให้ร่วมต่อสู้ครั้งนี้ขอรับ”

“มอบหมายเรื่องนี้ให้หลิวเหิงรอตรวจสอบด้วย และแจ้งกับคณะทูตของเผ่าเอ๋อร์ฮั่นด้วยว่า หากพวกเขาสามารถรวบรวมกำลังของชาวเป่ยหูทั้งหมดมาได้ เราจะส่งกำลังไปช่วยโจมตีเป่ยหมานเช่นกัน”

“ฝ่าบาท กระหม่อมมองว่าคนป่าเถื่อนทางเหนือคาดเดาใจได้ยากนัก และเกรงว่าความพ่ายแพ้ของเป่ยหมานจะให้เผ่าต่าง ๆ ของชาวเป่ยหูถือโอกาสนี้เรืองอำนาจมากยิ่งขึ้น…” เกาชื่อซงรู้สึกไม่ไว้ใจชาวเหนือ เมื่อเป่ยหมานพ่ายแพ้ เป่ยหูก็อาจจะแข็งข้อขึ้น สิ่งนี้ไม่เป็นเรื่องดีสำหรับแคว้นเว่ยเลย

“โจวหง เจ้ามีความเห็นเช่นไร” เว่ยเฉิงหันไปทางโจวหง

เนื่องจากหากได้ข้อสรุปว่าจะส่งทัพไปร่วมรบ แม่ทัพโจวก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการยกทัพขึ้นเหนือไปร่วมมือกับเป่ยหู

โจวหงเห็นโอกาสจากการทำศึกครั้งนี้ “กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าหากร่วมมือกับเป่ยหูเอาชนะเป่ยหมานได้ มันก็จะเป็นประโยชน์ต่อแคว้นเว่ย เป่ยหมานรวมกันเป็นหนึ่ง ส่วนเป่ยหูแยกเป็นหลายชนเผ่า เช่นเดียวกับเผ่าเอ๋อร์ฮั่น อีกทั้งยังมีเผ่าเค่อซินและเผ่าเอ๋อร์หมี่ ซึ่งต่างเป็นชนเผ่าขนาดใหญ่ใกล้เคียงกัน พวกเขาไม่มีทางร่วมมือกันได้ง่าย ๆ ต่างจากเป่ยหมานที่รวมกำลังโจมตีแคว้นเว่ยได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้พวกเขายังมีเส้นทางการค้าที่ติดต่อกับชายแดนทางเหนือของเรา หากมีความคิดจะโจมตีเรา มันก็เท่ากับปิดเส้นทางการค้าของพวกเขาพ่ะย่ะค่ะ”

เว่ยเฉิงพยักหน้าเล็กน้อย นี่ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่เขาใช้ตัดสินใจร่วมทัพกับเป่ยหู ชุมชนการค้าชายแดนที่หลิวเหิงสร้างขึ้นมาเมื่อปีก่อนทำรายได้มหาศาล ที่นั่นมีเงินไหลเวียนหลายหมื่นตำลึงภายในไม่กี่เดือน หากมีการเปิดชุมชนการค้าเช่นนั้นมากขึ้นอีก นั่นก็ไม่เท่ากับว่าเป็นการเพิ่มความมั่งคั่งให้ท้องพระคลังอีกอย่างนั้นหรือ

ฟางหมิงอี้ออกไปทำการค้านอกเขนแดนและกลับมาพร้อมกำไรมหาศาล เงินห้าร้อยตำลึงที่เขาลงทุนไปกลายเป็นห้าพันตำลึงกลับมา กำไรสูงสิบเท่าเช่นนี้หากยิ่งทำมากขึ้น ความมั่งคั่งก็จะยิ่งมากขึ้นแน่นอน

“ฝ่าบาท หากพระองค์ทรงต้องการจะทำศึก ยังไงก็จะต้องเตรียมเสบียงและม้าศึกให้พร้อมก่อนพ่ะย่ะค่ะ” เฉินฟู่หลี่ในฐานะรองหัวหน้าราชเลขา เขากุมอำนาจฝ่ายสรรพกำลัง ก่อนกองทัพจะเคลื่อนตัว หญ้าและเสบียงจะต้องออกหน้าไปก่อน สงครามภายในสามารถเดินทัพด้วยเท้าและหาเสบียงระหว่างทางได้ แต่สงครามนอกเขตแดนในทุ่งหญ้านั้น มันสามารถพึ่งได้เพียงทหารม้าและเสบียงที่เตรียมติดไปด้วยเท่านั้น

เว่ยเฉิงหยิบฎีกาที่หลิวเหิงเขียนถวายขึ้นมา “เรื่องม้าศึก หลิวเหิงมีความคิดจะร่วมมือกับชาวต่างถิ่น และสนับสนุนให้ชาวบ้านเลี้ยงม้าส่งให้กองทัพ”

ม้าที่เหยียนซีเคยแลกเปลี่ยนกับชาวต่างถิ่นในช่วงปีที่แล้วได้ถูกส่งมาเลี้ยงดูอยู่ในเมืองหลวงแล้ว

หลิวเหิงเห็นว่ามีที่ดินผืนหนึ่งในเหลียวโจวถูกทิ้งร้าง และมีคนมาจับจองทำนาเพียงเล็กน้อย ดังนั้นหากเปลี่ยนที่นั่นเป็นโรงเลี้ยงม้าคงจะดีมาก เหลียงอวี่ตงเองก็รายงานเรื่องนี้ไปยังทางการเช่นกัน และทางการก็สนับสนุนให้ชาวบ้านเปิดโรงเลี้ยงมาได้ในเหลียวโจว

เมื่อเฉินฟู่หลี่ได้ยินเช่นนี้หัวใจของเขาก็พลันเต้นรัวขึ้นมา เท่านี้ก็วางใจได้แล้วว่าจะฝากเรื่องเป่ยหูให้หลิวเหิงเป็นผู้รับผิดชอบในการติดต่อ เพราะอย่างไรชายหนุ่มก็ได้เปรียบในเชิงพื้นที่ เมืองที่เขาปกครองอยู่ใกล้ที่นั่นมากที่สุด

เมื่อพิจารณาจากความสนพระทัยที่จะทำโรงเลี้ยงม้าของฝ่าบาท ม้าเหล่านั้นก็ควรจะถูกเลี้ยงในเหลียวโจวเช่นกัน เพราะหลิวเหิงจะสามารถติดต่อซื้อม้าจากชุมชนการค้าชายแดนได้ง่ายที่สุด ดังนั้นโรงเลี้ยงม้าจึงควรตั้งขึ้นในเหลียวโจว

ทว่าหน้าที่เจรจาทางการทูตกับชาวต่างถิ่นควรเป็นงานของกรมพิธีการ และจะต้องมีกรมกลาโหมคอยดูแลความปลอดภัย อีกทั้งการจัดการเรื่องการค้ากับภาษีก็ควรจะเป็นงานของกรมคลัง และไม่ว่าจะมองอย่างไรการดูแลจัดการทั้งหมดก็ควรอยู่ในหน้าที่ของกรมคลัง

หลังจากชุมชนการค้าชายแดนเปิดขึ้นมา ภาษีที่เก็บได้จากการทำการค้าก็มากขึ้นทุกวัน เนื้อชิ้นใหญ่เช่นนี้จะรอดจากปากกรมคลังได้หรือ สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างผลประโยชน์แก่ขุนนาง การเป็นผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ในที่ประชุมขุนนางไม่ใช่เรื่องง่ายดาย แต่มันจำเป็นต้องหาผลประโยชน์ให้มาก เพื่อจะได้มีสายป่านเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงบริวารอันเป็นฐานอำนาจของตนในเมืองหลวงเอาไว้

ตอนนี้หลิวเหิงไม่ถูกนับเป็นคนของใครเลย เขาเป็นเพียงพระสหายสนิทของจักรพรรดิ และฝ่าบาทก็ไว้วางพระทัยอีกฝ่ายเพียงนี้ พระองค์ต้องการที่จะล้างขั้วขุนนางอาวุโสหรือไม่

“กราบทูลฝ่าบาท ควรส่งคนไปช่วยเหลือและแบ่งเบางานของเจ้าเมืองหลิวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

เว่ยเฉิงเหลือบมองเฉินฟู่หลี่ “ข้าจำได้ว่าใต้เท้าหวังย้ายจากกรมคลังไปช่วยเหลือหลิวเหิงในฐานะรองเจ้าเมืองแล้วนิ หากหลิวเหิงไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองได้ เขาก็น่าจะรายงานมาแล้วเช่นกัน ข้าค่อนข้างจะเชื่อมั่นในความสามารถของเขา”

เฉินเก๋อเหล่าไม่สามารถทัดทานอะไรได้อีก

ระหว่างที่เดินออกจากห้องทรงพระอักษรของจักรพรรดิ บรรดาราชเลขาต่างมีความคิดหลายอย่างในใจ และเฉินเก๋อเหล่าก็หนักใจไม่น้อย ตอนนี้หลานสาวของเขาเป็นพระสนมเฉินอยู่ในวังหลวง และนางก็ตั้งครรภ์ขึ้นมาพร้อม ๆ กับพระมเหสี หากเป็นพระโอรสที่ทรงประสูติออกมา ตระกูลเฉินก็ยังสามารถพึ่งพาองค์ชายน้อยได้

แต่ตอนนี้นอกจากเขาที่เป็นรองหัวหน้าราชเลขาแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นในตระกูลเฉินที่ได้รับความไว้วางพระทัยให้รับตำแหน่งสำคัญในราชสำนักเลย เฉินโหย่วฝูเองก็อยู่ทางใต้ และเป็นเพียงบัณฑิตคนหนึ่ง ซึ่งต่างจากหลิวเหิงที่ขึ้นเป็นเจ้าเมืองตั้งแต่อายุยังน้อย

การค้าชายแดนเวลานี้เปรียบได้กับถุงเงินของราชสำนัก

หากหลิวเหิงทำได้ดีคงไม่พ้นจะถูกเรียกตัวเข้ามาในเมืองหลวง และอาจได้เป็นหนึ่งในราชเลขาในอนาคต เพื่อความอยู่รอดของตระกูลเฉิน เขาจำเป็นจะต้องรวมอีกฝ่ายเข้าสู่ฝ่ายตระกูลเฉินให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นจะถูกแย่งฐานอำนาจและความมั่งคั่งไปได้

ในหัวของเฉินเก๋อเหล่าเต็มไปด้วยแผนการมากมาย ส่วนหลิวเหิงและเหยียนซีกลับไม่ได้คิดถึงเรื่องในเมืองหลวงเลย และเอาแต่ยุ่งอยู่กับงานที่ต้องรับผิดชอบ

เหยียนซีวางแผนจะเปิดโรงเลี้ยงม้า ดังนั้นจึงต้องติดต่อทำการค้ากับชาวเป่ยหู เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ของชาวเป่ยหูค่อนข้างลำบาก ทั้งชายและหญิงจึงต้องทำงานหนักทัดเทียมกันเพื่อความอยู่รอด พวกเขาจึงไม่เลือกปฏิบัติต่อสตรีมากนัก

ดังนั้นเมื่อเหยียนซีเดินทางไปเจรจาการค้าในฐานะผู้นำโดยมีอาต้าและอาเอ้อร์ติดตามไปด้วย พวกเขาจึงไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน

วันนี้เหยียนซีนัดหมายกับคู่ค้าที่ร้านเค่อหรูอวิ๋น เธอเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังพาอาต้า อาเอ้อร์ และจี๋เสียงเดินทางออกมาแต่เช้า

หลิวเหิงรีบกลับจากที่ว่าการ ทันทีที่มาถึงจวนก็พบว่าภรรยาของหลิวจงเซี่ยวและหรูอี้กำลังพูดคุยกันอยู่

เมื่อภรรยาหลิวจงเซี่ยวเห็นหลิวเหิงกลับมา นางก็ยิ้มแล้วตรงไปหาเขาทันที จากนั้นก็คุกเข่าลงอย่างยินดี “ขอแสดงความยินดีกับใต้เท้าด้วยเจ้าค่ะ ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว!”

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 378 ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
2023-02-17
647VQYu
เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?
2024-04-17
8cea-00ec
ย้อนกลับปี 1978 เริ่มต้นจากการล่าขุมทรัพย์
2026-06-16
84-212×300
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
2026-06-14

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน