ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 375 เรื่องนินทาลับหลัง
บทที่ 375 เรื่องนินทาลับหลัง
คำพูดของเหยียนซีเต็มไปด้วยความหมายที่สวยงาม และช่วยกระตุ้นความต้องการของเหล่าสตรีชั้นสูงในโถงบุปผา
ตอนนี้สำหรับสตรีชั้นสูงที่เคยอยู่ในเหลียวโจวมาตลอดชีวิต จักรพรรดิสำหรับทุกคนล้วนดำรงอยู่อย่างสูงส่งและห่างไกลประดุจเทพเซียนหรือพระโพธิสัตว์ ครอบครัวคหบดีที่ไม่มีตำแหน่งในราชสำนัก บัณฑิต ชาวนา ช่างฝีมือ และพ่อค้า แม้คหบดีจะร่ำรวยด้วยเงินทอง แต่ก็รู้สึกว่าถูกด้อยค่าในใจ และต้องการยกระดับฐานะทางสังคมอยู่ดี
ขณะนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับตระกูลพ่อค้าที่จะได้รับพระราชทานคำอวยพรมงคลที่ฝ่าบาททรงเขียนด้วยพระองค์เอง ดังนั้นใครเล่าจะยอมถอย
สตรีเหล่านี้รู้สึกว่าเหยียนซียังเด็กเกินไปที่จะอยู่ในฐานะนี้ หากไม่ใช่เพราะเรื่องของบิดาของนางที่ถูกเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นกั๋วกง จากความดีความชอบที่ถูกเปิดเผยออกมา นางก็คงไม่พ้นจะเป็นเพียงเด็กสาวจากหมู่บ้านเล็ก ๆ เท่านั้น สาเหตุที่เอาเรื่องเช่นนี้มาบอกกล่าว ก็เพียงเพื่อจะโอ้อวดภูมิหลังของตระกูลตนเองอย่างไม่คิดจะเก็บเรื่องดี ๆ เช่นนี้เป็นความลับ
เรื่องนั้นทำให้พวกนางคิดขึ้นว่าข่าวนี้อาจจะเป็นความจริง
เมื่อเหล่าฮูหยินกลับไปยังจวนและเล่าเรื่องทั้งหมดให้สามีฟัง ทุกคนต่างก็คิดว่าข่าวลือนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นจริงหลายส่วน เนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าเมืองหลิวเองก็มีความดีความชอบไม่น้อย แต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ได้รับคำอวยพรมงคลจากจักรพรรดิ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หากฝ่าบาททรงต้องการที่จะพระราชทานคำมงคล พระองค์ก็น่าจะทรงคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณธรรมและชื่อเสียงดีงาม
ผู้ที่มีคุณธรรมและมีชื่อเสียงนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อราษฎรจนได้รับการยกย่อง รูปแบบนี้ไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่อีกอย่างหนึ่งก็คือต้องมีเงินมาเพียงพอ
ในวันส่งท้ายปีเก่า นอกจากเทศกาลโคมไฟเช่นปกติและการประดับประดาสถานที่ต่าง ๆ จนมีสีสันสวยงามไปทั่วอิงเฉิงแล้ว ก็ยังมีโรงครัวแจกโจ๊กอีกหลายแห่งตั้งขึ้นที่ประตูเมือง คหบดีผู้ร่ำรวยจากหลายตระกูลขอให้คนงานเอาโจ๊ก อาหาร และเสื้อผ้ามาแจกจ่ายแก่ขอทานผู้ยากไร้ทั้งในและนอกอิงเฉิง อย่างน้อย ๆ พวกเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอดตายในปีนี้
ชิ่งเอ๋อร์บุตรชายคนเล็กของหลิวจงเซี่ยวได้ออกไปนอกเมืองเพื่อสำรวจพื้นที่รอบ ๆ และกลับมารายงานเหยียนซีถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เหยียนซียิ้มอย่างพอใจให้สามี ส่วนหลิวเหิงก็ยกนิ้วชื่นชมนาง
สำหรับปีใหม่ครั้งแรกในอิงเฉิงก็มีการเลี้ยงฉลองโดยไม่มีเหยียนเฟิง เหยียนหลิ่ว ผู้เฒ่าหวูโถว และคนอื่น ๆ อยู่ด้วย หลิวเหิงและเหยียนซีให้ทุกคนไปกินอาหารและดื่มสุราที่จวนชั้นใน เนื่องจากพื้นที่ไม่มากนักจึงไม่ได้แยกส่วนสำหรับชายหญิง
มีโต๊ะเพียงสองสามตัวเท่านั้นในห้องโถง เหยียนซีและหลิวเหิงอยู่ที่โต๊ะหลักของประธาน และให้เฉวียจือ อาต้า และอาเอ้อร์มานั่งด้วยกัน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แบ่งพื้นที่นั่งกัน พร้อมร่วมกินอาหารและดื่มสุราอวยพร
อีกทั้งเหยียนซียังขอให้หลิวจงเซี่ยวมอบเงินเพิ่มเติมให้แก่ทุกคน เพื่อเป็นเงินพิเศษสำหรับวันปีใหม่
ทุกคนต่างส่งเสียงด้วยความดีใจ
เนื่องจากมีตระกูลคหบดีมากมายกำลังพยายามเคลื่อนไหวทำสิ่งต่าง ๆ อยู่ ดังนั้นเหยียนซีในฐานะฮูหยินเจ้าเมืองจึงไม่สามารถเฝ้าดูอยู่เฉย ๆ ได้ เธอสามารถรวบรวมข้าวสารกับธัญพืชได้เป็นจำนวนมาก และยังมีผักดองเค็มต่าง ๆ ที่เก็บไว้ในชุมชนการค้าชายแดนอีก เด็กสาวได้นำออกมาแจกจ่ายให้ชาวบ้าน เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านช่วงเวลาที่หนาวเย็นไปสู่เดือนสามได้
ทั้งคหบดีและขุนนางคนอื่น ๆ ต่างมองดูสถานการณ์นี้ แล้วคิดขึ้นได้ว่าเจ้าเมืองหลิวคงจะต้องการช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นจากความยากลำบาก
พวกเขานำเงินมามอบให้เจ้าเมืองหลิวเป็นของกำนัล แต่เจ้าเมืองกลับนำเงินกับของกำนัลทั้งหมดมามอบให้งานพัฒนาเมืองและช่วยเหลือชาวบ้าน อีกทั้งยังพยายามจะช่วยเหลือเรื่องการชลประทาน และส่งเสริมการทำไร่ทำนาเพื่อช่วยเหลือคนยากจน
หลิวเหิงติดรายชื่อของผู้ที่เคยมอบเงินช่วยเหลือเหล่านั้นเอาไว้ที่หน้าประตูที่ว่าการ และยังทำการประกาศเพิ่มเป็นรายวันอีกด้วย
เมื่อชาวบ้านเห็นเช่นนั้น พวกเขาก็เริ่มเอาประกาศมาเปรียบเทียบกันทันที
ตระกูลเจิ้งมอบเงินช่วยเหลือถึงหมื่นตำลึง ส่วนตระกูลติงมอบเงินเพียงแปดพันอย่างนั้นหรือ
โอ้ ตอนนี้ตระกูลติงมอบเงินถึงสองหมื่นตำลึงแล้ว และแบ่งออกเป็นสองงวด เช่นนั้นตระกูลอู่จึงดูตระหนี่ไปมาก พวกเขาอาจจะไม่ติดอันดับสิบรายชื่อแรกของตระกูลผู้มีจิตใจกุศล
ผู้คนต่างพากันพูดถึงการจัดอันดับเช่นนี้อยู่เรื่อย ๆ
การจัดอันดับเช่นนี้มีผลต่อตระกูลผู้มั่งคั่งอย่างนั้นหรือ?
นั่นอาจหมายถึงตระกูลที่จะได้รับพระราชทานคำอวยพรจากองค์จักรพรรดิอย่างไรเล่า!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้น้อยในที่ว่าการเมืองเผยแพร่ข่าวออกไป ว่าผู้แทนจักรพรรดิจากเมืองหลวงได้เดินทางมายังเหลียวโจวแล้ว นั่นจึงยิ่งทำให้เชื่อได้ว่าฝ่าบาททรงพระราชทานคำอวยพรมงคลมาแล้ว
ข่าวดังกล่าวแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง และทำให้ต่อมาไม่ได้มีเพียงคหบดีที่ร่ำรวยเท่านั้นที่มอบเงินช่วยเหลือแก่เหลียวโจว แม้แต่ตระกูลคหบดีจากเฉิงโจวที่อยู่ใกล้เคียงก็ยังเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย
ในวันขึ้นปีใหม่ ใต้เท้าหลิวพร้อมฮูหยินก็รับแขกที่เข้ามาทำความเคารพและอวยพรปีใหม่ นับตั้งแต่วันที่สองของปี ทั้งสองก็ไม่ได้ออกจากที่ว่าการเลยสักวัน เพราะมีผู้คนจำนวนมากขอเข้าพบไม่ขาดสาย
ใครบอกว่าเหลียวโจวยากจน ดูจากรายชื่อของคหบดีและจำนวนเงินที่มอบให้ ซึ่งติดอยู่หน้าประตูแล้วก็พบว่าเป็นจำนวนเงินมหาศาล ยังไม่เข้าวันที่สิบห้าของเดือนหนึ่ง จำนวนเงินช่วยเหลือก็นับได้หลายแสนตำลึงแล้ว
เมื่อเหลียงอวี่ตงพาภรรยาของเขามายังจวนเจ้าเมืองเพื่ออวยพรปีใหม่ เขาก็เอ่ยกับใต้เท้าหลิวว่าหากเงินไม่พอใช้ เหล่าเหลียงสามารถช่วยจ่ายเงินให้ได้
ทว่าเงินปันส่วนและเงินบำนาญของกองทัพไม่เคยได้รับอย่างเพียงพอเสียด้วยซ้ำ
ในวันรุ่งขึ้น หลิวเหิงตกใจมากระหว่างที่มาส่งเหลียงอวี่ตงออกจากเมือง
บรรดาสตรีชั้นสูงมีฮูหยินหลิวเป็นผู้นำในการบริจาคอาหาร ดังนั้นฮูหยินของเจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าเมืองจะอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร ฮูหยินของรองเจ้าเมืองหวังและฮูหยินของเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ จากหลายตระกูล พากันรวบรวมสิ่งของและเงินทองมามอบให้ที่ว่าการเพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้าน
เดิมทีเมื่อมีผู้นำในการทำความดี ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ยังสามารถเลือกได้เองว่าจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ แต่จู่ ๆ ก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น
ตอนนี้ภรรยาของหลิวจงเซี่ยวกลับมาที่จวนชั้นในด้วยความโกรธ นางเป็นคนที่เหยียนซีแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลภายในจวน จี๋เสียงและหรูอี้เห็นว่านางโกรธมาก จึงถามด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
ภรรยาหลิวจงเซี่ยวพูดด้วยความโกรธว่า “วันนี้ข้าบังเอิญออกไปพบคนจากจวนของผู้ตรวจการจ้าว แต่ฮูหยินของเขาแย่มาก นางกล้าพูดจาดูถูกฮูหยินของเราลับหลัง!”
“หลิวมาม่า เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”
“ฮูหยินของผู้ตรวจการจ้าวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องอะไรก็ไม่รู้! ทุกคนต่างบริจาคเงินและสิ่งของตามกำลัง อีกทั้งไม่ได้มีการบังคับให้ใครมอบเงินและสิ่งของโดยไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย หากไม่ต้องการมอบเงินก็ไม่มีผู้ใดเอามีดไปจ่อคอขูดรีดเอามาได้ นางมอบเงินยี่สิบตำลึง แต่กลับพูดว่าฮูหยินและเจ้าเมืองเอาเปรียบผู้อื่นทั้ง ๆ ที่มีเงินมากมาย เป็นเพียงแค่การบริจาคข้าวสารและอาหารแห้งเก่า ๆ แต่คนจนกว่าอย่างนางกลับต้องถูกขูดเลือดขูดเนื้อ!”
จี๋เสียงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งนี้และโกรธขึ้นมาเล็กน้อย “จะพูดเช่นนั้นได้อย่างไร ฮูหยินไม่ได้บังคับให้ผู้ใดมอบเงินให้ ท่านแค่แจ้งว่ามีใครมอบเงินให้เท่าไหร่เพียงเท่านั้น หากนางไม่ต้องการมอบเงินก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมอบเลย อีกทั้งยังมาพูดจาเช่นนั้นกับคนอื่น ๆ อีก”
ในเมือง ๆ หนึ่ง เจ้าเมืองถือเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ส่วนรองเจ้าเมืองเป็นรองผู้บังคับบัญชา และผู้ตรวจการก็นับว่าเป็นลำดับที่สาม เขารับผิดชอบในการดูแลคดีความและวางแผนเรื่องความปลอดภัย หลังจากผู้ตรวจการจ้าวมาถึงอิงเฉิง เนื่องจากเหลียวโจวแทบจะถูกรื้อการปกครองใหม่ ผู้ที่เคยก่อกบฏและมีส่วนร่วมทั้งหมดก็ถูกจัดการ และผู้คนต่างวุ่นวายอยู่กับการเอาตัวรอด ทำให้เรื่องทางอาญาซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการจ้าวนั้นนับว่าไม่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังนัก
ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าเมืองหลิวยังเป็นคนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง และดึงดูดความสนใจจากทุกคนเป็นอย่างมาก หากชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อน พวกเขาก็มักจะมองหาเจ้าเมืองเป็นคนแรก ทำให้ไม่มีใครคิดจะแจ้งเรื่องต่อผู้ตรวจการนัก
นางในฐานะของฮูหยินผู้บังคับบัญชาลำดับที่สามของที่ว่าการเมือง ฮูหยินจ้าวเองจึงถูกเมินเฉยไม่ต่างกัน ทว่าเหยียนซีกลับเป็นศูนย์กลางความสนใจของผู้คน จนทำให้นางไม่พอใจในตัวเด็กสาวขึ้นมา
เมื่อถูกผู้คนละเลยแล้วยังต้องเอาเงินออกมาช่วยเหลือ ฮูหยินจ้าวจึงยิ่งคับแค้นใจและเริ่มพูดจาไม่ดีลับหลังเรื่อย ๆ
เหยียนซีกำลังงีบหลับอยู่ในห้องระหว่างที่ภรรยาของหลิวจงเซี่ยวกำลังคุยกับจี๋เสียง แม้นางจะพยายามลดเสียงให้เบาลง แต่ก็ไม่คาดว่าฮูหยินจะตื่นแล้ว และยังได้ยินเรื่องราวทั้งหมดอีกด้วย
การนินทาลับหลังเช่นนี้มักจะไม่ถูกนำมาดูหมิ่นซึ่งหน้า ทำให้สำหรับเหยียนซีแล้วคิดว่าเสียเวลาที่จะไปสนใจ
แต่เรื่องที่จ้าวฮูหยินกล่าวว่า ‘ใต้เท้าหลิวมีเงินมากมาย’ สำหรับตนแล้วนับว่าไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย
หลังจากที่หลิวเหิงกลับจากสำนักงาน เธอก็เอ่ยกับหลิวเหิงขึ้นมาว่า “การทำการค้าของข้ามีผลต่อหน้าที่การงานของท่านหรือไม่เจ้าคะ”
หลังจากที่ถาม เธอก็มองหลิวเหิงด้วยความหวาดหวั่น
หากต้องอยู่แต่จวนและคอยดูแลงานภายในครอบครัวดังเช่นฮูหยินจ้าวหรือฮูหยินหวังทำ เธอก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าจะมีชีวิตต่อไปอย่างไร
ลึก ๆ แล้วเหยียนซีรู้ว่าหลิวเหิงเป็นคนยึดมั่นในประเพณี เขาเชื่อว่าสามีมีหน้าที่ดูงานนอกบ้าน ส่วนภรรยาก็ดูแลงานในบ้าน
ทว่าเธอชอบทำการค้าและสนุกกับการหาเงินให้ได้จำนวนมากเพื่อมาดูแลครอบครัว แต่เธอก็ไม่ควรจะทำให้การค้าของตนไปกระทบกับหน้าตาและหน้าที่การงานของหลิวเหิง …เธออาจจะต้องยุติการทำการค้าของตนเองลงอย่างนั้นหรือ