บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 369 จักรพรรดิร่วมลงทุน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 369 จักรพรรดิร่วมลงทุน
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 369 จักรพรรดิร่วมลงทุน

“พี่เอ้อร์หลาง ข้าสงสัยว่าการเดินทางออกไปนอกแคว้นครั้งนี้ ท่านสามารถขอให้ทางการช่วยออกหนังสือรับรองให้ขบวนการค้าได้หรือไม่” หากมีหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการ การเดินทางของฟางหมิงอี้จะราบรื่นขึ้น

“ในนามของราชสำนักอย่างนั้นหรือ!?” หลิวเหิงรู้สึกว่าข้อเสนอของเหยียนซีเป็นเรื่องใหญ่เกินไป มันถือว่ากำลังร้องขอให้ฟางหมิงอี้เป็นผู้แทนพระองค์ไม่ใช่หรือ

“ไม่ใช่ในนามของราชสำนักเจ้าค่ะ แต่ราชสำนักควรจะมีหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการ ว่าแคว้นเว่ยได้สงบศึกกับคนป่าเถื่อนทางเหนือ ชาวชนเผ่า และชาวเป่ยหรงแล้ว เมื่อพ่อค้าของเราเดินทางผ่านอาณาเขตของพวกเขา คนเหล่านั้นก็สามารถเอาหนังสือนี้ไปใช้อ้างอิงได้ ในเมื่อฟางหมิงอี้อยากจะลองทำการค้าครั้งใหม่ ข้าเองก็อยากจะให้เขาได้ทดลอง และนี่ยังเป็นครั้งแรกที่คนของเราจะเดินทางออกไปค้าขายนอกแคว้นด้วย เขาอาจจะลงทุนอะไรไม่มาก ทว่าอาจได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่หากทำสำเร็จก็ได้นะเจ้าคะ ชาวชนเผ่ามากมายจะได้รับรู้ว่าแคว้นเว่ยเปิดทำการค้ากับชาวต่างแดนแล้ว พวกเขาจะเดินทางมาที่นี่กันมากขึ้น สิ่งนี้ไม่นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างนั้นหรือ” เมื่อเหยียนซีคิดถึงเส้นทางสายไหมแล้วก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นมา

หลิวเหิงเองก็ตื่นเต้นหลังจากที่ได้ฟังนางอธิบายเช่นกัน “ข้าจะหารือเรื่องนี้กับรองเจ้าเมืองหวังและคนอื่น ๆ แต่เหตุใดเจ้าจึงอยากให้ฟางหมิงอี้ออกเดินทางไปค้าขายถึงเพียงนี้เล่า”

“เขาต้องการไถ่ตัวเองและรับส่วนแบ่งจากการทำการค้ามากขึ้นเจ้าค่ะ” เหยียนซีเล่าเรื่องของฟางหมิงอี้และเหยียนหลิ่วให้หลิวเหิงฟัง “ข้ากังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับพวกเขาทั้งคู่ คนในเมืองหลวงจะเข้ามาหาผลประโยชน์จากพวกเขาหรือไม่เจ้าคะ”

“น้ำเสียงของเจ้าฟังดูราวกับกำลังเป็นห่วงน้อง ๆ เลย” หลิวเหิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มเมื่อเห็นเด็กสาวถอนหายใจ เขาบีบจมูกนางเบา ๆ “อย่าลืมว่าทั้งสองเป็นพี่ชายและพี่สาวของเจ้าเชียวนะ แม่ทัพโจวเองก็รับปากว่าจะช่วยดูแลพวกเขาให้ จะว่าไปแล้วหากเราไม่ได้หมั้นกันมาก่อน ตอนนี้ข้าเองก็คงรู้สึกว่าตนไม่คู่ควรกับเจ้าเช่นกัน”

ใครจะคิดว่าเด็กหญิงที่มารดาเขาซื้อตัวมาจะกลายเป็นผู้สูงศักดิ์ พ่อตาของเขาเป็นถึงท่านมหาราชครู ส่วนภรรยาของเขาเป็นท่านหญิง ฐานะเจ้าเมืองเล็ก ๆ อย่างเขาจะเทียบนางได้อย่างไร

“ยามนี้ซีเอ๋อร์เป็นบุตรสาวของกั๋วกง*[1]และยังมีศักดินาเป็นของตนเอง หากข้าไม่รีบพยายามขึ้นไปยังตำแหน่งที่สูงขึ้น เกรงว่าท่านหญิงคงจะต้องอับอายแล้ว”

“เช่นนั้นท่านก็ยังรีบจะแต่งงานอีกอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เหยียนซีพูดเสียงขุ่น เธอเริ่มมีระดูเมื่ออายุสิบห้าและแต่งงานทันทีที่อายุสิบหกปี เมื่อคิดดูอีกครั้งก็ยังคิดว่าช่างรวดเร็วเกินไปจริง ๆ

“หากไม่รีบแต่ง ข้าจะทำอย่างไรหากเจ้าไม่อยากแต่งงานกับข้าอีกแล้วเล่า” ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ “โชคดีเหลือเกินที่ยามนั้นข้าป่วยหนัก และนายหน้าค้าทาสก็มาได้ถูกจังหวะตอนที่ท่านแม่ไปตลาด ข้าเคยคิดว่านางคงถูกหลอกเข้าแล้ว ทว่า…”

ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยเรื่องราวในอดีตกันเป็นเวลานาน เมื่อเริ่มเปิดประเด็นขึ้น พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

เหยียนซีมองเขาที่จู่ ๆ ก็หยุดพูดอย่างกะทันหัน เธออดไม่ได้ที่จะสะกิดชายหนุ่ม “เอาละ เราพักผ่อนกันเถอะเจ้าค่ะ”

มีหลายเรื่องที่ไม่ว่าจะผ่านเวลาไปนานแค่ไหน แต่เมื่อพูดถึงก็ยังคงเจ็บปวด แม้จะสามารถแก้แค้นให้นางหวังได้แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรทำให้นางฟื้นคืนกลับมาได้ ไม่ว่าความคิดถึงจะเจ็บปวดสักเพียงใด คนที่ยังอยู่ก็ทำได้เพียงพยายามเดินหน้าต่อไปเท่านั้น

หลิวเหิงตอบรับ จากนั้นก็นอนลงบนเตียงพร้อมขยับตัวเข้าไปกอดเหยียนซี เขากอดนางแนบชิดเช่นนี้ทุกคืนเพื่อที่จะรู้สึกว่าได้รับการเติมเต็มความอบอุ่น

เหยียนซีอึดอัดเล็กน้อย มันราวกับเธอเริ่มกลัวความหนาวเย็นมากขึ้นเรื่อย ๆ เด็กสาวเคยรู้สึกหนาวที่หมู่บ้านหยางซาน และยิ่งหนาวเจียนตายเมื่อเดินทางมาอยู่ทางเหนือ มือเท้าเย็นราวกับถูกแช่แข็งอยู่ทุกวัน หากไร้ซึ่งอ้อมกอดจากหลิวเหิง ความหนาวเย็นที่กัดกินจะทำให้ตนนอนหลับลงได้อย่างไร เธอคิดพลางส่ายหน้าไปมา “ร่างกายข้าไม่อุ่นเลย…”

“หากยังไม่รู้สึกอุ่น ข้าจะช่วยทำให้อุ่นขึ้นเอง” หลิวเหิงเหยียดขายาวของเขาออกมาและพันรอบตัวเหยียนซีเพื่อช่วยให้นางอุ่นขึ้นจากความหนาวเย็น “มือและเท้าของเจ้าเย็นมากในช่วงหน้าหนาว เจ้าไปให้ท่านหมอตรวจสักหน่อยดีหรือไม่”

“อากาศเย็นย่อมทำให้มือและเท้าเย็นตามไปด้วย ไม่มีอะไรจะต้องตรวจหรอกเจ้าค่ะ” เหยียนซีสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอดและไม่เคยป่วยเลย ดังนั้นเธอไม่ต้องการไปพบหมอเพื่อดื่มยาขม ๆ

“กลับไปอิงเฉิงแล้วข้าจะให้คนสร้างห้องอาบน้ำ เจ้าจะได้อาบน้ำน้ำร้อนได้ทุกคืน” หลิวเหิงพูดพลางคิดอะไรบางอย่าง “ข้าได้ยินมาว่าสตรีบางคนร่างกายเย็น ดังนั้นจึงต้องดูแลตัวเองให้อบอุ่นไว้ในช่วงพักฟื้น”

“หืม…” เหยียนซีง่วงงุนและเอ่ยตอบไปโดยไม่รู้ตัว แต่จู่ ๆ เธอก็รู้สึกตื่นเต็มตาขึ้นมา “พักฟื้นหรือเจ้าคะ?”

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเสียงประหลาดใจของนาง “หลังคลอดบุตรก็ต้องพักฟื้นหนึ่งเดือนไม่ใช่หรือ”

…นี่เขากำลังหวังอะไรจากเธออย่างนั้นหรือ

เหยียนซีรู้สึกว่าหลิวเหิงที่กำลังพูดถึงการตั้งครรภ์ของเธอ คล้ายกับชาวนาแก่ ๆ ที่กำลังมองนาข้าวซึ่งกำลังสุกเป็นสีเหลืองทองและคำนวณถึงผลผลิต เธอยื่นมือออกไปปิดตาเขาทันที “หยุดมองข้าเช่นนั้นได้หรือไม่เจ้าคะ หากท่านมองท้องข้าแบบนั้นต่อไป ข้าก็จะกังวลจนกินไม่อิ่มและนอนไม่หลับ…”

หลิวเหิงรับคำในลำคอ “ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปก็ได้ พวกเราไม่จำเป็นต้องรีบมีลูกถึงเพียงนั้นหรอก” จากนั้นเขาก็ลูบท้องของนาง “รอเวลาที่เหมาะสมเถอะ”

เหยียนซียกเท้าขึ้นเพื่อจะเตะเขา แต่กลับถูกมือข้างหนึ่งของหลิวเหิงรวบเท้าเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็หันหัวของนางเข้ามาหาตัว “เจ้าหนาวหรือไม่ นี่เริ่มจะดึกแล้ว หยุดเถียงกันแล้วนอนดีกว่า”

เขาพูดราวกับแค่ต้องการหยอกล้อนางเล่นเท่านั้น เด็กสาวอยากจะเถียงต่อ แต่หลังจากคิดอีกทีก็ขี้เกียจเกินกว่าจะเอ่ยปากขึ้นมาและผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว

หลิวเหิงนอนฟังเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของภรรยาในอ้อมแขน เขากระชับผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่นางและคิดกับตนเองว่าอากาศเริ่มหนาวเย็นแล้ว ถ้ากลับไปที่ที่ว่าการเขาคงต้องเร่งทำงานให้หนักกว่านี้ บางทีภายในปีหน้าตนอาจจะมีบุตรสักคน ปีนี้เขาอายุยี่สิบเอ็ด ลูก ๆ ของคนในวัยเดียวกันเริ่มจะฝึกเขียนอ่านกันได้แล้ว เมื่อมีลูกบ้านของพวกเขาก็คงจะคึกคักขึ้นมาก ซีเอ๋อร์อุ้มลูกของเรารอเขากลับบ้านที่หน้าประตูทุกวัน ชายหนุ่มคิดเช่นนี้และกอดเด็กสาวแน่นขึ้น ก่อนจะหลับไปพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า

เหยียนซีหลับสนิท เมื่อตื่นเช้าในวันรุ่งขึ้นก็พบว่าหลิวเหิงตื่นแล้ว เธอกินมือเช้าและขอให้เหยียนหลิ่วช่วยเล่าถึงสถานการณ์ในเมืองหลวง

เพราะการล่มสลายของตระกูลสวีกับพรรคพวก ทำให้ตอนนี้ขุนนางมีผู้นำใหม่เป็นใต้เท้าเกาซื่อซง ส่วนเฉินเก๋อเหล่าเป็นรองหัวหน้าราชเลขา เจ้าหน้าที่หลายตำแหน่งมีการโยกย้าย หลายคนถูกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญ และบางส่วนก็ถูกให้รอก่อนเพื่อต่อรอง

พระมเหสีองค์ปัจจุบันเป็นบุตรีของแม่ทัพพิทักษ์แดนใต้ และราชสำนักก็เริ่มหาสตรีจำนวนมากเข้าสู่ฝ่ายในแล้ว ในที่สุดหลานสาวของเฉินเก๋อเหล่าก็ได้เข้าไปอยู่ในวังหลวง นางได้รับการผลักดันให้เป็นพระสนม และอาจได้เป็นหนึ่งในราชชายาอย่างกุ้ยเฟยในอนาคต

เมื่อเหยียนซีได้ยินเกี่ยวกับหลานสาวของเฉินเก๋อเหล่า เธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงหญิงสาวที่ไปงานเทศกาลโคมไฟกับหลิวเหิง ไม่รู้ว่านางคือสตรีคนเดียวกันหรือไม่ ในที่สุดตอนนี้เว่ยเฉิงก็ได้กลายเป็นจักรพรรดิผู้ครองสามพระตำหนักหกหมู่เรือนของฝ่ายในแล้ว

และเหยียนหลิ่วยังกล่าวอีกว่ารองเจ้าเมืองหวังที่ถูกส่งมาเหลียวโจวนั้นยังไม่ได้ถูกนับว่าเป็นฝักฝ่ายกลุ่มอำนาจใด เขาสามารถร่วมงานกับหลิวเหิงคอยช่วยเหลืองานต่าง ๆ ร่วมกันได้

เมื่อเหยียนซี หลิวเหิง และรองเจ้าเมืองหวังได้หารือเรื่องการส่งขบวนการค้าออกไปนอกชายแดน มันก็เริ่มทำให้เกิดข้อพิพาทในหมู่ขุนนางขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย

ฟางหมิงอี้เป็นเพียงคนธรรมดา ขบวนการค้านี้ก็เป็นขบวนของพลเรือนทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญมากมายเกิดขึ้นหลังเดือนสิบ เป็นต้นว่าพระมเหสีและพระสนมเฉินทรงพระครรภ์ ดังนั้นข้อโต้แย้งเรื่องขบวนการค้านี้จึงเพิ่งจะได้รับพระราชวินิจฉัยจากฝ่าบาทหลังจากเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไป

เว่ยเฉิงไม่เพียงอนุญาตให้ฟางหมิงอี้ทำการค้าเท่านั้น แต่ยังมีจดหมายส่วนพระองค์ถึงหลิวเหิงอีกด้วย

เมื่อชายหนุ่มอ่านจดหมายเสร็จก็ไปหารือกับเหยียนซี เนื้อความในจดหมายไม่ได้มีอะไรนอกจากพระองค์ต้องการร่วมทุนในขบวนการค้าต่างแดนครั้งนี้ด้วย โดยกำหนดข้อกำหนดต่าง ๆ และถือว่าให้ผู้ร่วมทุนคือราชสำนัก หลิวเหิงรู้ดีว่าแม้จดหมายนี้จะส่งถึงตน แต่ความจริงแล้วเป็นการส่งข้อความนี้ถึงเหยียนซีต่างหาก

เรื่องนี้ทำให้คิดถึงโรงน้ำชาอวี่เซิ่น เหยียนซีเป็นผู้ดูแลกิจการโรงน้ำชาโดยที่มีเว่ยเฉิงร่วมทุนกับนาง และเขาก็เพียงให้นางแบ่งเงินปันผลให้เท่านั้น

เหยียนซีตะลึงเมื่อได้ยินดังนั้น ไม่ใช่ว่าจักรพรรดิร่ำรวยล้นฟ้าหรอกหรือ เหตุใดเขาจึงสนใจกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการค้าเหล่านี้

หรือฝ่าบาทจะทรงกำลังวางแผนแสดงพระเมตตาต่อราษฎรอยู่กันแน่

มันนับว่าเป็นความตั้งพระทัยที่ดีหรือไม่

ฝ่าบาทจะทรงมีเจตนาที่ดีต่อพวกนางใช่หรือไม่

หลิวเหิงกระแอมขึ้น “ข้าได้ยินมาว่าท้องพระคลังของฝ่าบาทไม่ทรงมั่งคั่งมากนัก ปีที่ผ่านมาพ่อค้าที่ชุมชนการค้าทำกำไรได้อย่างมหาศาล เมื่อฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้ ก็คงจะตั้งพระทัยไว้ว่าจะได้รับผลประโยชน์จากการลงทุน”

เหยียนซีคิดว่า จักรพรรดิทรงยากจนมากถึงขึ้นต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการค้าของชาวบ้านอย่างตนเชียวหรือ อีกทั้งเด็กสาวยังพบว่าเว่ยเฉิงทำให้ความเข้าใจต่อจักรพรรดิของตนเปลี่ยนแปลงไปจริง ๆ ท้องพระคลังอาจจะไม่ได้มั่งคั่งมากนัก แต่ย่อมมีมากกว่าชาวบ้านทั่วไปเช่นเธออยู่แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

โชคดีที่เว่ยเฉิงไม่ได้แค่เข้ามาร่วมโดยไม่พยายามช่วยเหลืออะไร เพราะเขามีตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงให้เธอด้วย

เหยียนซีปลอบใจตนเองว่าป้ายทองคำของจักรพรรดินั้นมีค่ามากกว่าตั๋วเงินนี้มาก ไม่ว่าเรื่องของหุ้นส่วนจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่จักรพรรดิทรงลงทุนกับตนแล้ว และเขาจะช่วยให้การเดินทางของฟางหมิงอี้ได้รับการรับรอง นั่นก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี

หากในอนาคตเกิดเรื่องร้ายขึ้น เธอก็จะสามารถใช้จักรพรรดิมาเป็นโล่ได้

[1] กั๋วกง (國公) ตำแหน่งบรรดาศักดิ์สูงสุดของชั้นกง ขั้นหนึ่ง ชั้นรอง และเป็นตำแหน่งสูงสุดที่ขุนนางจะได้รับพระราชทานจากจักรพรรดิ

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 369 จักรพรรดิร่วมลงทุน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf0024
คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
2023-10-02
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
2023-09-28
624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
2023-08-07
novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
2024-02-06

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน