ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 364 การสนับสนุนจากฮูหยิน
บทที่ 364 การสนับสนุนจากฮูหยิน
ตู้กู้ถูมือไปมาอย่างตื่นเต้นแล้วเอ่ยขึ้น “ฮูหยินเป็นคนรอบคอบมากขอรับ อีกทั้งสินค้าที่เตรียมมาเหล่านี้ก็ล้วนหลากหลายและมีคุณภาพดี”
เขาได้ยินมานานแล้วว่าฮูหยินเจ้าเมืองนั้นเป็นคนที่หลักแหลมในเรื่องการค้ามาก และคราวนี้เขาก็ได้เห็นถึงความหลักแหลมของนางแล้วจริง ๆ สามีภรรยาล้วนช่วยส่งเสริมกัน ฮูหยินเป็นภรรยาของเจ้าเมือง แน่นอนว่าจะต้องมีความสามารถไม่ต่างกัน
ผู้เฒ่าหวูโถวและฟางหมิงอี้ขนส่งสินค้าและนำคนงานจำนวนมากมาด้วย
หลังจากได้พบหลิวเหิงแล้ว ผู้เฒ่าหวูโถวก็ทำความเคารพแล้วเอ่ยขึ้น “ใต้เท้า ฮูหยินขอให้เรามาเช่าที่เปิดร้านค้า โรงน้ำชาอวี่เซิ่น และร้านอาหารที่นี่ขอรับ”
หลิวเหิงคิดถึงสิ่งที่เหยียนซีเคยพูดเกี่ยวกับการเปิดร้านอาหาร และลอบถอนหายใจกับตนเองด้วยความชื่นชมว่าภรรยาของเขาฉลาดมาก
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังยุ่งอยู่กับงานมากมาย เด็กสาวเองก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ เช่นกัน ไม่นานหลังจากที่ผู้เฒ่าหวูโถวและฟางหมิงอี้เดินทางมาถึง เธอก็รีบเดินทางไปที่ชุมชนการค้าพร้อมกับเฉวียจือและผู้ติดตามคนอื่น ๆ
สิ่งแรกที่เธอทำคือการเปิดร้านอาหารในชุมชนการค้าชายแดน หลิวเหิงเป็นคนช่วยเขียนป้าย ‘เค่อหรูอวิ๋น’ ด้วยตนเอง ร้านอาหารแห่งนี้ไม่ได้เป็นร้านที่ปรุงอาหารอย่างแคว้นเว่ยทั่วไป
เหยียนซีตามหาแม่ครัวที่เก่งในเรื่องการทำอาหารของชาวชนเผ่าเป็นพิเศษมาทำอาหารที่ร้าน มื้อเช้าพวกเขาจะเคี่ยวน้ำแกงเนื้อแกะ น้ำแกงวุ้นเส้นใส่เนื้อวัว ซาลาเปาเนื้อแกะ และของว่างอื่น ๆ ที่ใช้เนื้อวัวและเนื้อแกะมาปรุง
ร้านอาหารชั้นล่างมีพื้นที่แยกจากส่วนรับรองแขก มันเป็นส่วนต้อนรับด้านหน้าที่ขายอาหารปรุงสุกพร้อมทาน เช่นเดียวกับที่ร้านเนื้อตุ๋นอวี่เซิ่นซึ่งขึ้นชื่อในเมืองหลวง
อาหารปรุงสุกของร้านนี้ต่างจากพะโล้ไก่ เป็ด และหมูที่ขายในเมืองหลวง ที่นี่จะทำอาหารพร้อมทานจากเนื้อวัวและเนื้อแกะ นอกจากนี้ยังใช้เตาถ่านแบบยาวที่สามารถย่างเนื้อแกะเสียบไม้และเนื้อวัวเสียบไม้ได้ รวมทั้งวัตถุดิบอื่น ๆ อีกหลายอย่าง
ภายในแคว้นเว่ยแทบจะไม่สามารถหาซื้อเนื้อวัวได้ แต่บริเวณใกล้ชายแดนเช่นนี้ ชาวชนเผ่าส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการกินเนื้อวัวและแกะ ดังนั้นจึงสามารถซื้อหามาทำอาหารได้
กองคาราวาน ขบวนการค้าชาวต่างถิ่นส่วนใหญ่มีวัว แกะ ม้า และขนสัตว์แบบต่าง ๆ ขาย เหยียนซีมีความตั้งใจจะหากำไรจากการทำอาหารด้วยเนื้อวัวและแกะเหล่านี้
เมื่อหลิวเหิงและตู้กู้อยู่ที่ช่องเขาฮูเหล่า พวกเขาก็ได้ลองกินเนื้อวัวกับเนื้อแกะในร้านอาหารที่เป็นของชาวต่างถิ่นแล้ว บางร้านก็มีรสชาติอร่อย แต่บางร้านก็ไม่ได้นับว่าดีนัก
ร้านอาหารชาวชนเผ่าไม่ได้เพียงย่างเนื้อวัวและแกะเปล่า ๆ แต่ปรุงเนื้อสัตว์ด้วยต้นหอมและเกลือเล็กน้อย
ทว่าร้านอาหารเค่อหรูอวิ๋นทำอาหารเสียบไม้ย่างที่แตกต่างออกไป
เหยียนซีให้คนเตรียมหม้อใบใหญ่ ต่อมาก็เอากระดูกวัวและเครื่องปรุงน้ำแกงใส่ลงไป เนื้อใต้อกวัวและเนื้อแกะถูกต้มอยู่ในน้ำแกงเป็นเวลานานจนซึมซับรสชาติ จากนั้นก็ตามด้วยการปรุงรส
เมื่อแขกสั่งน้ำแกงวุ้นเส้นเนื้อวัวทั้งชาม มันก็จะเต็มไปด้วยวุ้นเส้นปรุงสุกที่ใสจนโปร่งแสง มีเนื้อวัววางอยู่ด้านบน โรยต้นหอมซอยหนึ่งหยิบมือ จากนั้นก็ราดด้วยน้ำแกงกระดูกวัวหนึ่งกระบวยใหญ่ หลังยกมาวางที่โต๊ะก็จะส่งกลิ่นหอมฟุ้งทันที เนื้อที่ถูกเคี่ยวในน้ำแกง เพียงเคี้ยวไม่กี่คำก็ละลายในปาก และเพียงได้ชิมก็ต้องชื่นชมในความอร่อย
เนื้อวัวและเนื้อแกะตุ๋นที่ขายในร้านมีทั้งแบบตุ๋นและแบบทั่วไป และเป็นอาหารที่กินแล้วแทบลืมว่าคือเนื้ออะไร เพราะกลิ่นคาวหรือกลิ่นสาบของเนื้อวัวกับแกะถูกกำจัดไปจนหมด แต่ยังคงรสชาติเข้มข้นของเนื้อวัวและเนื้อแกะไว้เป็นอย่างดี
เนื้อเสียบไม้ย่างมีความเป็นเอกลักษณ์ยิ่งขึ้นด้วยการนำเนื้อแกะและวัวหมักด้วยต้นหอม กระเทียม ซีอิ๊ว และสุราสำหรับปรุงอาหารไว้หนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นเนื้อสัตว์จะถูกนำมาเสียบไม้แล้วย่างบนเตาถ่านยาว ถ่านแดง ๆ ทำให้ไขมันของวัวกับแกะละลายเคลือบเนื้อ และหยดลงไปในเตาส่งเสียงฉ่า มันเป็นกลิ่นหอมที่เพียงได้สัมผัสก็ทำเอาน้ำลายสอ
เรื่องอาหารการกินใครเล่าจะสู้ชาวจีนได้
ทันทีที่ขบวนการค้าชาวต่างถิ่นกลุ่มแรกเข้ามาในชุมชนการค้า สิ่งแรกที่พวกเขาคิดคือดูเหมือนสถานที่แห่งนี้จะไม่มีคนมากนัก เมื่อสังเกตอย่างตั้งใจแล้วก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ไม่ใช่สิ่งที่สังเกตได้ด้วยตา ทว่าเป็นกลิ่นที่โชยมาเตะจมูก กลิ่นหอมเนื้อฟุ้งมาถึงจมูกของพวกเขาโดยตรง
ในขบวนการค้ากลุ่มนี้มีคนพูดภาษากลางของแคว้นเว่ยได้บ้าง หลังพวกเขามาถึงร้านเค่อหรูอวิ๋นและมายืนอยู่หน้าเตาย่างเนื้อก็รีบถามขึ้น “เจ้าปรุงอะไรอยู่หรือ”
“เนื้อเสียบไม้ย่าง”
“เนื้อเสียบไม้ย่างนี่ไม่ธรรมดา…” เนื้อย่างของชาวชนเผ่าล้วนเพียงแค่วางลงบนกองไฟ ไม่ได้มีเตาย่างถ่านเช่นที่เห็นอยู่ในตอนนี้
แม่ครัวเห็นรูปร่างหน้าตาของคนเหล่านี้ก็เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา นางไม่เคยเห็นการทำเนื้อย่างอย่างที่ฮูหยินสอนมาก่อน และชาวเผ่าเหล่านี้ก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน
นางนึกถึงคำแนะนำแขกที่เหยียนซีสอนมาจึงเริ่มเอ่ยขึ้น “ลูกค้า เรามีอาหารมากมายให้ทุกคนเลือกชิม เหตุใดไม่ลองเข้ามาในร้านแล้วเลือกดูเสียหน่อยเล่าเจ้าคะ”
ผู้นำของกลุ่มมองอาหารย่าง ก่อนจะเข้าไปนั่งในส่วนรับรอง “ที่นี่มีสิ่งใดน่ากินบ้าง”
“ลูกค้าทุกท่าน เรามีอาหารอร่อย ๆ มากมายภายในร้าน …ข้าเข้าใจแล้ว พวกท่านมาที่นี่เพื่อค้าขายใช่หรือไม่” เสี่ยวเอ้อร์เริ่มทักทายลูกค้าอย่างอบอุ่น “ให้ข้าน้อยเป็นผู้แนะนำอาหารจานเด็ดของร้านเรากับทุกท่านดีหรือไม่ขอรับ สนใจลิ้มลองอาหารเลิศรสของเราหรือไม่”
พ่อค้าต่างถิ่นทั้งหมดพากันพยักหน้า “เอาละ เอาอาหารจานพิเศษมาให้พวกเราลองกินดูหน่อย”
“เรามีเนื้อใต้อกวัวตุ๋นหัวไชเท้าเลิศรส เนื้อย่างหน่อไม้ฝอย เนื้อซี่โครงตุ๋นถั่วแขกแห้ง และยังมีเซาปิ่งไส้เนื้อสับผสมผักดอง อีกทั้งยังมีเกี๊ยวไส้ผักดองด้วยนะขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์เริ่มอธิบายรายการอาหาร จากนั้นไม่นานก็มีชามใหญ่สองถึงสามชามถูกยกเข้ามา
เมื่อพ่อค้าต่างถิ่นได้ลองชิมอาหารก็พบว่ามันรสชาติดีมาก เขาไม่เคยชิมอาหารหลายอย่างที่นี่ โดยเฉพาะเซาปิ่งไส้เนื้อสับกับผักดองและเกี๊ยวไส้ผักดอง หลังกินไปก็รู้สึกว่ายังไม่เพียงพอ พวกเขาเลยสั่งเนื้อแกะและเนื้อวัวเสียบไม้ย่างมากินอีกคนละสองสามไม้
คนทางซ้ายถอนหายใจออกมา “นายท่านขอรับ เหตุใดชาวเว่ยจึงได้ทำอาหารจากเนื้อวัวและแกะได้อร่อยขนาดนี้” นอกจากเป็นพ่อค้าแล้ว พวกเขายังเป็นคนระดับสูงในชนเผ่าอีกด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ลิ้มรสอาหารรูปแบบนี้
พ่อค้าชาวชนเผ่าไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป แต่เขาเป็นบุตรชายของผู้นำเผ่าในเป่ยหรงนามว่าซูเอ๋อร์จา หลังจากได้ยินว่าแคว้นเว่ยเปิดพรมแดนให้เข้ามาทำการค้า เขาก็พาผู้ติดตามเดินทางเข้ามาที่นี่ด้วยตนเอง เดิมทีวางแผนจะมาเพื่อซื้อเกลือและเหล็กกลับไป ทว่ากลับได้แวะชิมอาหารที่ร้านแห่งนี้เสียก่อน
“เสี่ยวเอ้อร์อาหารเหล่านี้ทำขึ้นมาได้อย่างไรกัน” เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปถามคนดูแลร้าน
เมื่อได้ยินคำถามจากลูกค้า เสี่ยวเอ้อร์ก็มีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาในทันที “ลูกค้าทุกท่าน ต้องบอกตามตรงว่าอาหารในร้านของเรา อย่างเนื้อวัวและเนื้อแกะเป็นเนื้อสัตว์ทั่วไป แต่ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความอร่อยของอาหารคือเครื่องปรุงและส่วนผสมต่าง ๆ ที่ใส่ทั้งหัวไชเท้า ถั่วแขกแห้ง และผักดำ พวกมันล้วนแต่เป็นส่วนผสมที่ดีสำหรับการปรุงอาหารทั้งสิ้น”
“ผักสำคัญกว่าเนื้ออย่างนั้นหรือ” ซูเอ๋อร์จาไม่อยากจะเชื่อ
“แน่นอนว่าการกินผักทั่วไปไม่มีทางอร่อยเท่าเนื้อสัตว์ แต่ดูนี่สิขอรับ หากมีเพียงเนื้อทั่วไปไม่มีทางที่จะให้รสชาติอร่อยถึงเพียงนี้ได้ การนำมากินกับผักเหล่านี้แล้วจะทำให้อร่อยขึ้นมากมิใช่หรือ ผักดองช่วยเพิ่มรสชาติให้เนื้อสัตว์ และช่วยชูรสเนื้อให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ผักดองเหล่านี้คือสูตรลับความอร่อย ท่านกินแต่เนื้อเปล่า ๆ ไม่รู้สึกเบื่อหรือขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ชี้ไปที่ผักดองเค็มในจานอย่างภูมิใจ “ด้วยผักดองเค็มเหล่านี้ รับรองว่าท่านจะไม่มีทางเบื่อที่จะกินอาหารทุกมื้อเลยละขอรับ”
หากยังไม่ได้กินอาหารเหล่านี้คำพูดของเสี่ยวเอ้อร์คงจะฟังดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่หลังจากที่ได้กินอาหารทุกจานไปแล้ว ซูเอ๋อร์จาก็เข้าใจความอร่อยที่ว่านี่ทันทีและเชื่อว่าผักเหล่านี้น่าสนใจ “เจ้าขายผักเหล่านี้ด้วยหรือไม่”
“ร้านอาหารเราไม่มีผักดองขายขอรับ แต่เมื่อท่านลองออกไปนอกร้านเรา ท่านจะพบว่ามีร้านขายของจากทางเหนือและทางใต้อยู่เยื้อง ๆ ไป ที่นั่นมีพ่อค้าผู้เชี่ยวชาญขายอาหารแห้งและผักดองทุกชนิดอยู่” เสี่ยวเอ้อร์รีบแนะนำเส้นทางทันที
ซูเอ๋อร์จารีบไปที่ร้านขายของจากทางเหนือและทางใต้ และได้พบผักดองกับของแห้งหลายชนิด อย่างผักดำ หมาฉือเจี่ยนแห้ง มะเขือยาวแห้ง หน่อไม้แห้ง …เมื่อสอบถามราคาแล้วก็พบว่าผักแห้งเหล่านี้หนึ่งจินราคาสิบอีแปะ หากซื้อหนึ่งร้อยจินจะมีราคาพอ ๆ กับเนื้อแกะ คนที่เลี้ยงสัตว์เป็นประจำอย่างพวกเขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ราคาแพงเลย พวกเขาเป็นคนสำคัญของเผ่า หลังจากคำนวณราคาแล้วก็พบว่ามีราคาถูกมาก ดังนั้นจึงตัดสินใจซื้อผักแห้งจำนวนกว่าห้าร้อยจินทันที
หลังจากเขาเดินไปรอบ ๆ ชุมชนการค้าก็เริ่มซื้อผ้าฝ้ายหยาบ ธัญพืช เครื่องเคลือบจากดินเผา และสิ่งของอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้ราคาไม่น้อยเลย วัวหนึ่งตัวสามารถซื้อผ้าฝ้ายได้เพียงหนึ่งผืน และเครื่องเคลือบดินเผาขนาดใหญ่ก็ราคาเท่าแกะทั้งตัวเช่นกัน
เขายังต้องการซื้อหม้อเหล็กและเครื่องเหล็กอื่น ๆ ด้วย แต่กลับหาได้ยากในร้านค้ารอบ ๆ เมื่อพยายามสอบถามก็พบว่าหม้อเหล็กเป็นของที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อขายกันเอง
ดังนั้นซูเอ๋อร์จาจึงเข้าใจว่าในชุมชนการค้าชายแดนแห่งนี้สามารถซื้อขายของทั่วไปได้ทั้งหมด ยกเว้นเพียงเครื่องเหล็กที่เป็นสินค้าควบคุมของราชสำนักในแคว้นเว่ย