ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 363 สุราดีในตรอกลึก
บทที่ 363 สุราดีในตรอกลึก
เมื่อเหยียนซีคิดถึงความรู้จากยุคใหม่ เธอก็นึกถึงการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ขึ้นมา
“พี่เอ้อร์หลาง ข้าเคยได้ยินว่าเมล็ดพืชของแต่ละตระกูลนั้นแตกต่างกันออกไป หากเก็บเมล็ดพันธุ์ของต้นที่ให้ผลผลิตมากมาคัดแยกไว้ มันอาจจะทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นนะเจ้าคะ”
หลิวเหิงพยักหน้า “ใช่ ข้าจะเรียกชุมนุมชาวนาจากที่ต่าง ๆ มาช่วยกันแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังต้องหาทางบำรุงดินด้วยปุ๋ยพิเศษด้วย ที่ดินแห้งแล้งและผลผลิตต่ำ มันอาจจะเป็นเพราะดินไม่อุดมสมบูรณ์พอ หากที่ดินหนึ่งหมู่ให้ผลผลิตได้สักสามถึงห้าจิน เช่นนั้นอาจจะพอเป็นอาหารเลี้ยงคนครอบครัวหนึ่งไปได้อีกสองถึงสามวัน”
เหยียนซีถอนหายใจ “พี่เอ้อร์หลาง การเป็นขุนนางที่ดีไม่ง่ายเลยจริง ๆ มีแต่ปัญหามากมายให้ต้องกังวลไม่รู้จบ”
ชายหนุ่มยิ้มออกมา “ข้าคิดว่าเจ้ากังวลมากกว่าข้าเสียอีก เจ้ากำลังวางแผนเปิดร้านใหม่ในชุมชนการค้างั้นหรือ”
เด็กสาวคิดแผนนี้เอาไว้ตั้งแต่เริ่มสร้างเขตการค้าชายแดนแล้ว “ตราบใดที่มีคนสัญจรไปมา เรื่องอาหารและที่พักจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็คงต้องรบกวนเจ้าเมืองหลิวช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องที่ดินสำหรับตั้งร้านให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ”
“เจ้าเมืองเช่นข้าต้องมีความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง หากเจ้าต้องการเช่าที่เปิดร้านค้า ก็ต้องดูก่อนว่าจ่ายค่าเช่าให้เท่าไหร่…” เมื่อหลิวเหิงรับบทเจ้าเมืองหัวการค้า เหยียนซีจึงทำเป็นโกรธมากจนบีบมือเขาแน่น
“โอ๊ย! ฮูหยินทรมานข้าถึงเพียงนี้ ข้าจะเอาอะไรไปสู้ท่านหญิงได้เล่าขอรับ…”
ท้ายที่สุดใต้เท้าหลิวก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าเมืองเช่นเขา ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจเอาชนะสาวงามตรงหน้านี้ได้
หลิวเหิงไม่ได้ทุ่มเทอยู่กับเรื่องการทำไร่นาเพียงอย่างเดียว หลังจากที่ชุมชนการค้าชายแดนเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาก็รายงานต่อทางการและจัดตั้งสำนักงานขึ้นมาดูแลชุมชนการค้าแห่งนี้เป็นพิเศษ จากนั้นก็แต่งตั้งให้ตู้กู้เป็นหัวหน้าอาลักษณ์และทำบัญชีของช่องเขาฮูเหล่า ตำแหน่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับอาลักษณ์ในอิงเฉิง เป็นเพียงขุนนางขั้นแปดที่มีหน้าที่ดูเรื่องเงิน กับการจัดเก็บอากรของชุมชนการค้าที่ช่องเขาฮูเหล่าเท่านั้น
ตู้กู้ผ่านการสอบคัดเลือกขุนนางที่เหลียวโจวและได้เป็นจู่เหรินในฤดูใบไม้ร่วง หลังจากได้คุยเรื่องแผนการเปิดการค้าชายแดนกับหลิวเหิง เขาก็ไม่ได้ต้องการเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อทำการสอบในขั้นต่อไป แต่ต้องการที่จะอยู่ร่วมงานการค้าครั้งนี้มากกว่า ดังนั้นตำแหน่งที่ชายหนุ่มแนะนำให้ทำงานครั้งนี้จึงเหมาะสมกับความตั้งใจของอีกฝ่ายมาก
ตู้กู้ดูแลเรื่องเงิน อาหาร กับอากรในชุมชนการค้า และก่อตั้งที่ว่าการสำหรับดูแลกิจการต่าง ๆ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับจัดเก็บภาษีการค้า ดูแลความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ และทำทะเบียนราษฎร มันหน้าที่ใกล้เคียงกับที่ว่าการอำเภอ
เมื่อทุกอย่างเตรียมการมาถึงขั้นนี้ เขตการค้าชายแดนก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว
สาเหตุที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะงานครั้งนี้คืองานที่ฝ่าบาททรงมีพระราชบัญชาลงมาด้วยพระองค์เอง ดังนั้นจึงควรเร่งให้เสร็จในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง
ทางเหนืออากาศหนาวจัดในฤดูหนาวและมีหิมะตกหนักจนท่วมถนน ทำให้การเดินทางสัญจรเป็นไปอย่างลำบาก กลุ่มชนเผ่าเร่ร่อนต้องหาที่พักสำหรับหลบหนาว ดังนั้นจึงมีคนเดินทางอยู่บนถนนน้อยลง
หลิวเหิงมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วตอนที่ปกครองซินเย่ ดังนั้นจึงทราบดีว่าสมควรจะทำการค้าให้เสร็จสิ้นก่อนที่ลมหนาวจะมาถึง เมื่อฤดูหนาวผ่านไปแล้ว กลุ่มพ่อค้าที่ทำการค้ากลุ่มแรกจะได้ไปแจ้งข่าวกับกลุ่มอื่น ๆ และหลังอากาศอุ่นขึ้น พ่อค้ากลุ่มใหม่ ๆ จะได้พากันเดินทางมาอีกหลังทราบข่าว
ยิ่งไปกว่านั้น หากเริ่มงานได้เร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีผลงานไปรายงานต่อทางการได้เร็วขึ้นเท่านั้น
พรมแดนทั้งด้านตะวันออก ตะวันตก เหนือ และใต้ของแคว้นเว่ยถูกปิดมาเป็นเวลานาน เหลียวโจวเป็นเขตชายแดนแห่งแรกที่เปิดทำการค้ากับคนต่างถิ่น ทำให้ทุกคนที่รู้ข่าวเฝ้าจับตามอง ไม่เพียงเจ้าหน้าที่จากทางการเท่านั้น แต่เหล่าพ่อค้าหรือคหบดีก็จับตาดูด้วยความสนใจเช่นกัน
พ่อค้าย่อมสนใจช่องทางใหม่ ๆ ในการแสวงหาผลกำไร แต่พวกเขาก็ยังชั่งน้ำหนักถึงความเสี่ยงอยู่เช่นกัน
ไม่เคยมีบรรพบุรุษคนไหนของพวกเขาเคยทำการค้ากับคนป่าเถื่อนนอกชายแดน จะเกิดอะไรขึ้นหากคนพวกนั้นจับดาบขึ้นมาฆ่าฟันพ่อค้าและคนงานหากมีเรื่องขัดแย้งกัน หากถูกฆ่าตายหรือได้รับความเสียหาย แม้จะได้รับการชดเชยจากทางการ แต่การสูญเสียก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ
นอกจากนี้ คนป่าเถื่อนเหล่านี้จะมีสิ่งใดน่าสนใจให้แลกเปลี่ยน พวกเขาไม่มีอะไรนอกจากวัว แกะ กับม้า และหลังจากขนของไปขายที่นั่นแล้ว พวกนั้นจะมีกำลังซื้อเพียงพอหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคเรื่องภาษา คนป่าเถื่อนพูดภาษาทางการของแคว้นเว่ยไม่ได้ เช่นนั้นแล้วจะเจรจาทำการค้ากันได้อย่างไรในเมื่อพูดคุยกันไม่เข้าใจ
ภายใต้ข้อจำกัดและความกังวลเหล่านี้ หลิวเหิงและตู้กู้ก็ต้องพบกับปัญหาที่ว่า แม้ชุมชนการค้าจะสร้างขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความไว้ใจจากกลุ่มพ่อค้ามากมายนัก ดังนั้นจึงไม่ได้มีขบวนการค้าไปประจำอยู่ที่นั่น
ชายหนุ่มนั่งรออยู่ในที่ว่าการชุมชนการค้า เพื่อรอรับเหล่าพ่อค้าที่จะมาค้าขายด้วยตัวเอง แต่ผ่านไปสามวันกลับไม่มีใครมาที่นี่แม้แต่คนเดียว
ตู้กู้เริ่มรู้สึกไม่เข้าใจ “ใต้เท้าขอรับ กองคาราวานชาวป่าเถื่อนเคยพยายามเป็นอย่างมากที่จะลักลอบเข้ามาในช่องเขาฮูเหล่า และมีพ่อค้าเหลียวโจวไม่น้อยที่แทบจะไม่ลังเลในการติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อมาทำการค้าที่ช่องเขาฮูเหล่า ทว่ายามนี้เมื่อเราเปิดให้ทำการค้าอย่างถูกต้อง แต่กลับไม่มีใครยอมมาที่นี่เลย”
หากพยายามจะเข้าออกชายแดนอย่างไม่ได้รับอนุญาตแล้วถูกจับกุมตัวได้ คนเหล่านั้นจะต้องโทษและถูกเนรเทศเป็นอย่างน้อย หรืออาจจะถูกประหาร อีกทั้งโทษร้ายแรงที่สุดคือมีความผิดฐานกบฏ พวกเขาจะต้องถูกประหารชีวิตเก้าชั่วโคตร แม้แต่ครอบครัวก็ไม่อาจหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ทุกคนต่างมีครอบครัวและต้องการจะมีที่ทางทำมาหากิน ดังนั้นใครเล่าจะยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงถึงเพียงนั้น แม้จะมีการเก็บอากรการค้าในชุมชนการค้าชายแดน ทว่าก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยแม้แต่น้อย
ทั้งที่ทุกอย่างก็เอื้อประโยชน์เพียงนี้แล้ว …เหตุใดจึงไม่มีใครมาค้าขายที่นี่เลยเล่า
หลิวเหิงเองก็ไม่คาดว่าจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้ หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานก็ไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นจึงต้องเชิญชาวต่างถิ่นที่อยู่บริเวณช่องเขาฮูเหล่ามายังที่ว่าการ เพื่อสอบถามความคิดเห็นของพวกเขา
เมื่อชาวต่างถิ่นได้ยินว่าที่นี่มีชุมชนการค้าจัดตั้งขึ้นเพื่อค้าขายกับชาวเว่ยและชาวต่างถิ่นโดยเฉพาะ พวกเขาก็สงสัยขึ้นมาว่า “ใต้เท้าหลิว ในเมื่อมีการอนุญาตให้ทำการค้าได้ แต่เหตุใดขบวนการค้าจึงถูกกักเอาไว้เล่าขอรับ ป้อมปราการด้านหน้าชายแดนไม่ได้มีไว้เพื่อกักขังผู้ที่พยายามจะเข้ามาอย่างนั้นหรือ”
หลิวเหิงก่ายหน้าผากทันที เขาใช้เวลานานในการพยายามสร้างชุมชนการค้าที่ชายแดนภายในแคว้นเว่ย แต่คนนอกชายแดนกลับไม่รู้ว่าแผนการที่ตนกำลังทำอยู่คืออะไร
หลังจากขบวนการค้าของคนต่างถิ่นทางเหนือถูกขับออกไป การข้ามพรมแดนทั้งหมดในเหลียวโจวก็ถูกทำให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะกลัวว่าคนต่างถิ่นเหล่านั้นจะกลับมาอีก
ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ปราการอีก ภายในก็มีการคุ้มกันแน่นหนา ต่อให้มีสุราชั้นดีแต่ซ่อนไว้ในตรอกลึกก็ยากที่จะมีผู้คนมาลิ้มลอง แม้ชุมชนการค้าจะดีสักเพียงใด แต่หากไม่ป่าวประกาศออกไปนอกชายแดน พ่อค้าชาวต่างถิ่นก็ไม่กล้ามา
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากบอกคนต่างถิ่นที่อยู่ในละแวกนี้ว่า “จักรพรรดิทรงมีพระเมตตามาก พระองค์ทรงทราบว่าชาวต่างถิ่นอาศัยอยู่ที่นี่อย่างยากลำบาก ดังนั้นแคว้นเว่ยจึงตั้งเขตการค้าชายแดนขึ้นมาใกล้กับช่องเขาฮูเหล่า กองคาราวานกับขบวนการค้าใด ๆ ก็ตามที่สนใจมาทำการค้าสามารถเดินทางเข้ามาได้ทั้งหมด ที่นี่สามารถค้าขายกันได้อย่างยุติธรรม ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล”
คนต่างถิ่นเหล่านั้นมีความสุขมากขึ้น เมื่อทราบข่าวว่าจะสามารถทำการค้าได้อย่างไม่ต้องหลบซ่อน
หลิวเหิงอธิบายกฎเกณฑ์สำหรับการซื้อขายสินค้าที่ชุมชนการค้าชายแดนให้พวกเขาฟัง เพื่อที่คนเหล่านี้จะได้ช่วยเอาข่าวสารกระจายออกไปยังชาวต่างถิ่นนอกดินแดนอย่างถูกต้อง และจัดขบวนการค้าเข้ามาร่วมที่ชุมชนการค้าที่นี่
พ่อค้าและชาวบ้านต่างถิ่นเหล่านั้นพากันพยักหน้าอย่างเข้าใจและกลับไปหารือกัน
นอกจากนี้ชายหนุ่มก็ยังสั่งให้มีการติดประกาศไปยังอำเภอต่าง ๆ ในเหลียวโจว โดยระบุว่าทุกคนสามารถเข้ามาทำการค้ากับขบวนการค้าจากชาวต่างถิ่นได้ที่เขตชายแดนของเหลียวโจวในช่องเขาฮูเหล่า
หลังจากประกาศออกไปแล้วก็เริ่มมีพ่อค้าชาวต่างถิ่นเดินทางมาเข้าร่วมชุมชนการค้า
ทว่าพ่อค้าแคว้นเว่ยกลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ …เช่นนี้พวกเขาควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรต่อไปดี แม้มีชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงสนใจเอาพืชผลที่มีตามบ้านมาค้าขายบ้าง แต่นั่นเป็นเพียงของเล็ก ๆ น้อย ๆ มันไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการค้าขนาดใหญ่บริเวณชายแดนตามแผนได้ เขาต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้
ระหว่างที่หลิวเหิงและตู้กู้กำลังคิดว่าจะติดต่อกับพ่อค้าในเหลียวโจว เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็เข้ามารายงานว่ามีคาราวานขนาดใหญ่ของพ่อค้าแคว้นเว่ยกำลังขนสินค้ามาที่นี่ ทันทีที่พวกเขามาถึงก็เริ่มเช่าร้านค้าสองสามคูหาและเอาสิ่งของที่นำมาด้วยไปเก็บ มันมีทั้งอาหาร เสื้อผ้า ผักดอง เครื่องเคลือบ และสิ่งของอื่น ๆ
ตู้กู้ดีใจมากจึงรีบเข้าไปดูขบวนพ่อค้าเหล่านั้น ก่อนจะรายงานอย่างมีความสุขขึ้น “ใต้เท้าหลิวขอรับ ขบวนการค้าเหล่านี้เป็นคนของฮูหยินทั้งหมด!”
แม้เหยียนซีจะมีศักดิ์เป็นท่านหญิงแล้ว แต่ตู้กู้ก็ยังเรียกนางว่าเป็นฮูหยินเจ้าเมืองอยู่
ขบวนการค้ากลุ่มนี้มีผู้เฒ่าหวูโถวและฟางหมิงอี้เป็นผู้ดูแล
ระหว่างที่ชุมชนการค้าของหลิวเหิงกำลังเริ่มทำการก่อสร้าง เหยียนซีก็คิดเรื่องงานค้าขายที่ชายแดน และเตรียมซื้อสินค้าที่น่าสนใจรอไว้เข้าร่วมการค้าครั้งนี้ด้วยแล้ว
ในสายตาของเธอ แนวความคิดเรื่องชุมชนการค้าชายแดนของหลิวเหิงค่อนข้างคล้ายคลึงกับการส่งเสริมการค้าเสรีในยุคใหม่
ชุมชนการค้าแห่งนี้ถูกเปิดขึ้นใกล้กับบริเวณที่เพิ่งผ่านสมรภูมินองเลือดมาไม่นาน ดังนั้นเป็นเรื่องยากที่จะดึงดูดพ่อค้าให้กล้าเข้ามา
ตอนนี้หากจะมองว่ายากลำบาก มันก็อาจจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ แต่หากมองว่าง่ายดายก็ไม่ผิดเช่นกัน ตราบใดที่มีคนกลุ่มแรกทำเงินได้จากชุมชนแห่งนี้ ไม่นานพ่อค้ากลุ่มอื่น ๆ ย่อมไม่รีรอที่จะตามมาอีกจำนวนมาก
เมื่อขบวนการค้าของฟางหมิงอี้มาถึง ชุมชนการค้าชายแดนก็เริ่มคึกคักขึ้นมาทันที