ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 362 ข้ายินดีติดตามช่วยเหลืองานในครั้งนี้ของท่าน
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 362 ข้ายินดีติดตามช่วยเหลืองานในครั้งนี้ของท่าน
บทที่ 362 ข้ายินดีติดตามช่วยเหลืองานในครั้งนี้ของท่าน
เมื่อหลิวเหิงได้ยินว่าพระราชโองการมาถึงแล้ว เขาก็ดูมีความสุขมากและรีบจัดเตรียมพื้นที่เพื่อทำพิธีรับพระราชโองการ
ผู้แทนพระองค์อ่านฎีกาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม หลังจากชายหนุ่มรับพระราชโองการและทำความเคารพแล้ว ผู้แทนก็มอบม้วนฎีกาแก่หลิวเหิงแล้วกล่าวขึ้นว่า “ใต้เท้าหลิว เมื่อเราเปิดพรมแดนให้มีการค้าเกิดขึ้นแล้ว จักรพรรดิทรงรับสั่งว่า เจ้าเมืองหลิวมีความกล้าหาญที่จะเริ่มทำการค้าเช่นนี้เป็นคนแรก ดังนั้นจึงทรงให้เวลาหนึ่งปีในการทดลองทำการค้า พระองค์จะทรงรอทอดพระเนตรผลงานของใต้เท้า ฝ่าบาททรงช่วยต่อต้านความคิดเห็นของเหล่าราชเลขาที่ต้องการให้ท่านรับประกันด้วยตำแหน่ง และยังทรงอนุญาตให้ใต้เท้าตัดสินใจเกี่ยวกับการทำการค้าด้วยตนเองทั้งหมดได้ หวังว่าใต้เท้าจะไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาทในเรื่องนี้นะขอรับ”
“แน่นอนขอรับ ข้าจะถวายงานอย่างเต็มที่ให้สมกับความไว้วางพระทัยของฝ่าบาท” หลิวเหิงกล่าวพร้อมกับทำความเคารพไปทางเมืองหลวง
หลังพบผู้แทนพระองค์แล้ว บรรยากาศในการกินเลี้ยงก็เปลี่ยนไปทันที
ขุนนางหลายคนเริ่มตระหนักถึงความโปรดปราณของฝ่าบาทที่ทรงมีต่อเจ้าเมืองหลิว
เขาเลื่อนขั้นอย่างก้าวกระโดดจากนายอำเภอขั้นเจ็ดมาเป็นเจ้าเมืองขั้นห้าในระยะเวลาสั้น ๆ แม้จะมีเรื่องความดีความชอบเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ยังนับว่าเร็วมากอยู่ดี
อีกทั้งพวกเขายังได้ยินมาว่าตั้งแต่จักรพรรดิยังทรงอยู่ในฐานะเฉิงจวิ้นอ๋อง หลิวเหิงก็เป็นคนสนิทของฝ่าบาทมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ผู้แทนที่เดินทางมาพระราชทานพระราชโองการคราวนี้ดูเป็นมิตรมาก ทั้งยังถ่ายทอดรับสั่งส่วนพระองค์ของฝ่าบาทแก่หลิวเหิงด้วย มันแสดงให้เห็นถึงความไว้วางพระทัยที่ทรงมีต่อหลิวเหิงเป็นอย่างยิ่ง
ทุกคนพูดคุยกันอีกเล็กน้อย และเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มต้องรับแขกที่เป็นผู้แทนพระองค์ของฝ่าบาท เหล่าขุนนางจึงขอตัวกลับไปก่อน
รองเจ้าเมืองหวังลากลับไปเป็นคนสุดท้าย เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยุดแล้วเอ่ยกับหลิวเหิง “ใต้เท้าหลิว ข้าชื่นชมในตัวท่านมากสำหรับผลงานของท่านที่ซินเย่ แต่หากการค้าชายแดนเปิดขึ้นแล้ว การเพิ่มผู้สนับสนุนในการทำงานครั้งนี้คงจะช่วยทำให้ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เกิดได้เร็วขึ้น ถ้าใต้เท้าต้องการเลื่อนตำแหน่งและสร้างความมั่นคง ข้าคิดว่าควรจะต้องมีความร่วมมือจากเมืองหลวงมาช่วยเรื่องการค้าชายแดนด้วยขอรับ”
หลิวเหิงเสนอให้เปิดการค้าชายแดน และฝ่าบาทก็ทรงพระราชทานอนุญาตมาแล้ว เมื่อการค้าเฟื่องฟูขึ้นก็ย่อมจะได้รับความดีความชอบ หากต้องการจัดตั้งกลุ่มการค้าให้สำเร็จ มันก็จำเป็นต้องมีพันธมิตรที่ดีอยู่ในเมืองหลวง เพื่อคอยช่วยทำหน้าที่ช่วยเหลืออยู่ในที่ประชุมขุนนาง ไม่ว่าเขาจะทำงานอย่างหนักเพียงใด แต่ถ้าขุนนางที่นั่งอยู่ในหกกรมหาเรื่องมากล่าวโทษได้แม้เพียงเล็กน้อย มันก็อาจจะทำให้เกิดหายนะขึ้นมาได้ แม้จักรพรรดิจะทรงไว้วางพระทัยในตัวเขา ทว่าก็ยังทรงต้องฟังความเห็นของขุนนางหลายฝ่ายอยู่ดี การเลื่อนตำแหน่งของหลิวเหิงอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เพื่อให้ได้การสนับสนุนที่ว่า มันก็ย่อมหมายถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ออกไป หากการค้าชายแดนทำเงินได้มาก ก็จำเป็นต้องส่งมันไปหล่อเลี้ยงฐานอำนาจในเมืองหลวงก่อน แล้วจึงจะสามารถส่งเข้าท้องพระคลังของแคว้นได้ พูดง่าย ๆ ก็คือต้อง ‘มีค่าตอบแทน’
ชายหนุ่มรู้ดีว่ารองเจ้าเมืองหวังแนะนำเช่นนี้ด้วยความหวังดีจากก้นบึ้งของจิตใจ ดังนั้นจึงได้ตอบรับอย่างเคร่งขรึม “ใต้เท้าหวัง หากข้าต้องการเลื่อนตำแหน่งและเสริมความมั่งคั่ง เช่นนั้นก็ถือว่ายามนี้ได้รับโอกาสมากมายแล้ว ข้ามีภูมิหลังเป็นเพียงชาวนาต่ำต้อย ก่อนหน้านี้ต้องการเพียงอยากดูแลแม่และภรรยาให้อยู่อย่างไม่ลำบาก และให้ตัวเองได้เล่าเรียนโดยไม่ต้องเบียดเบียนเงินจากนางเท่านั้น ยามนี้ในฐานะเจ้าเมืองเหลียวโจว เมื่อเห็นว่าราษฎรกำลังทุกข์ทรมานเพราะความอดอยาก ข้าจึงมีความตั้งใจจะทำเขตการค้าที่ชายแดนให้สำเร็จ เพื่อช่วยเหลือพวกเขาให้ลืมตาอ้าปากได้ ข้าจะนำเงินที่ควรใช้ช่วยเหลือพวกเขาไปแลกเป็นฐานอำนาจให้แก่ตัวเองได้อย่างไร อีกทั้งฝ่าบาทก็ยังทรงวางพระทัยให้ข้าตัดสินใจทุกอย่างด้วยตนเอง ข้าเชื่อว่าพระองค์เองก็ทรงมีแผนจะจัดการทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางอยู่บ้างเช่นกัน ข้าจะยืนหยัดทำงานนี้ให้เสร็จเพื่อสนองต่อความไว้วางพระทัยนี้”
เขามองรองเจ้าเมืองหวังนิ่งแล้วเอ่ยต่อ “ใต้เท้าหวัง ท่านเดินทางจากเมืองหลวงมายังเหลียวโจวเพื่อรับตำแหน่งรองเจ้าเมือง เราเดินทางไปที่ชายแดนด้วยกันตลอดหลายวันที่ผ่านมา และได้เห็นความทุกข์ยากอย่างสาหัสแล้ว ท่านยินดีจะร่วมมือกับข้าเพื่อเปลี่ยนแปลงเหลียวโจหรือไม่ สิ่งที่เราต้องทำคือช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นมิใช่หรือ”
รองเจ้าเมืองหวังมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าตน แม้จะนับว่าเป็นผู้บังคับบัญชา แต่ในแง่ของอายุ หลิวเหิงอายุน้อยกว่าบุตรชายคนโตของเขาหลายปี ทว่าเด็กหนุ่มผู้นี้กับเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และความพยายาม และมุ่งมั่นในหน้าที่มากเกินวัย น่าเสียดายจริง ๆ ที่ต้องออกมาจากเมืองหลวง ท้ายที่สุดแล้วหากไร้ซึ่งการสนับสนุนจากขุนนางในเมืองหลวง มันก็คงเป็นเรื่องยากที่อีกฝ่ายจะได้เป็นใหญ่ต่อไปในอนาคต
ความพยายามของหลิวเหิงที่จะช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มกำลัง ทำให้เขารู้สึกได้ว่าคนหนุ่มผู้นี้ช่างต่างออกไปจากขุนนางคนอื่น ๆ ที่เคยได้พบมา
ภายใต้การนำของชายหนุ่ม ขุนนางทั้งหมดในที่ว่าการเมืองอิงเฉิงตั้งแต่เพื่อนร่วมงานของเขา ไปถึงเจ้าหน้าที่ตำแหน่งต่าง ๆ ทุกระดับชั้นดูจะกระตือรือร้นและไม่เกียจคร้านอีกต่อไป ทุกคนยุ่งอยู่กับการทำหน้าที่ของตนเองให้ดี
มอบดวงใจแก่สวรรค์และแผ่นดินนี้ สร้างโชคชะตาที่ดีแก่ผู้คน! เมื่อมองหลิวเหิงแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากการอ่านตำรานักปราชญ์เลยแม้แต่น้อย
เขาเงียบไปพักหนึ่งแล้วถามขึ้น “ข้าขอถามใต้เท้าหลิวได้หรือไม่ ท่านอยากเห็นเหลียวโจวเปลี่ยนไปเป็นเช่นไรหรือขอรับ”
หลิวเหิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนอันกว้างใหญ่ “ต้องดีกว่านี้ เจริญรุ่งเรืองมากกว่านี้ และจะต้องดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แม้ข้าไม่อยู่แล้ว”
รองเจ้าเมืองหวังตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะครุ่นคิดอยู่นานและโน้มตัวลงทำความเคารพ “ข้ายินดีติดตามช่วยเหลืองานในครั้งนี้ของท่านขอรับ”
หลิวเหิงรีบหันไปช่วยให้เขากลับมายืนตรง “ใต้เท้าหวัง ท่านโปรดเตรียมตัวให้ดี ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปพวกเราจะมีงานล้นมือกันแล้ว”
พระราชโองการมาถึงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกสถานที่สำหรับทำการค้าที่ชายแดน
หลิวเหิงตรวจสอบชายแดนทั้งหมดในเหลียวโจว แล้วก็คิดว่าสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดก็คือช่องเขาฮูเหล่า
ก่อนอื่นก็เป็นเรื่องตำแหน่งที่ตั้งที่ไม่ไกลมากนัก หากเดินทางจากอิงเฉิงด้วยม้า มันใช้เวลาเพียงหนึ่งวัน พื้นที่ไร้กฎหมายนอกป้อมปราการสะดวกสำหรับการเดินทางเข้าออกของพวกเป่ยหมาน เป่ยหรง และแม้แต่คาราวานของชาวเผ่าอื่น ๆ
ประการต่อมา พื้นที่รกร้างทางใต้ของช่องเขาฮูเหล่าเป็นทำเลที่เหมาะสมในการตั้งเป็นชุมชนการค้า พ่อค้าที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกลุ่มการค้าชายแดนจะสามารถเดินทางเข้ามาทำกิจการและตั้งร้านที่นี่ได้ บริเวณนั้นเหมาะแก่การตั้งคาราวานและจัดการเรื่องต่าง ๆ
อีกทั้งสองสามลี้รอบ ๆ นั้นไม่มีหมู่บ้านหรือชุมชนอื่น ๆ ตั้งอยู่ นั่นหมายความว่าชุมชนการค้าที่จะตั้งขึ้นนั้น นอกจากอยู่ใกล้ปราการที่มีกำลังทหารแล้วยังห่างจากที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น กองกำลังรักษาการณ์สามรถล้อมปราบศัตรูได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องกังวลว่าชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อน
ประการที่สาม มีชาวต่างถิ่นทางเหนือไม่น้อยที่อาศัยอยู่บริเวณช่องเขาฮูเหล่าอยู่แล้ว หากคนเหล่านี้ต้องการเข้าร่วมทำการค้า ชาวต่างถิ่นคนอื่น ๆ ก็จะเริ่มสนใจที่จะทำการค้าเช่นกัน และยังเอื้อต่อการบริหารจัดการเพราะพวกเขาคุ้นเคยกับพื้นที่
หลิวเหิงคิดอย่างรอบคอบ จากนั้นเมื่อหารือกับรองเจ้าเมืองหวังและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ แล้ว เขาก็เริ่มรับคัดเลือกคนงานจากพลเรือน และเริ่มกำหนดสถานที่นอกช่องเขาฮูเหล่าเพื่อทำการก่อสร้างอย่างเต็มกำลัง
ยามนี้เป็นเดือนเจ็ด พวกเขาต้องทำการก่อตั้งเขตการค้าให้เป็นรูปเป็นร่างก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง
ก่อนที่เขตการค้าจะก่อสร้างเสร็จอย่างเป็นทางการ หลิวเหิงก็ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการตรวจตราพื้นที่ต่าง ๆ ในเหลียวโจวอีกครั้ง หลังจากกลุ่มกบฏถูกปราบปรามไปแล้ว ก็มีทุ่งนาว่างเปล่าไร้เจ้าของอยู่หลายแห่งตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเหลียวโจว และยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่จำนวนมากที่อยู่ในครอบครองของตระกูลชนชั้นสูงกับคนร่ำรวยซึ่งยังไม่ได้ใช้ประโยชน์
ชายหนุ่มขอให้ขุนนางในแต่ละอำเภอตรวจสอบและวัดพื้นที่ทั้งหมดที่ไม่มีเจ้าของ จากนั้นก็ทำบันทึกแล้วส่งรายงานมายังที่ว่าการเมือง ต่อมาก็ให้สำรวจครัวเรือนของชาวบ้านที่ไร้ที่ดินทำกิน เพื่อจัดสรรให้ชาวบ้านได้ที่ดินทำกินคนละหนึ่งหมู่ และทำให้แน่ใจว่าทุกครัวเรือนจะมีที่ดินของตนเองในการเพาะปลูก หากมีชนชั้นสูงหรือคนร่ำรวยถือครองที่ดินเปล่านั้นไปแล้ว ผู้ได้รับการจัดสรรที่ดินต้องส่งผลผลิตครึ่งหนึ่งตอบแทนเจ้าของที่ดินเหล่านั้นเมื่อเก็บเกี่ยวได้ในฤดูใบไม้ร่วง
เพื่อให้การจัดสรรที่ดินเป็นไปอย่างราบรื่น หลิวเหิงขอให้กองกำลังของเหอหมิงเฉวียนมาช่วยดูแลความเรียบร้อย และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจนลงไม้ลงมือเพราะความขัดแย้งขึ้นมาได้
ผู้ตรวจการจ้าวเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ เขามีหน้าที่ตรวจสอบและทำบันทึกรายงานการจัดสรรที่ดินอย่างละเอียด
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และก่อนจะเข้าฤดูกาลเก็บเกี่ยว ในที่สุดหลิวเหิงก็ตรวจวัดที่ดินทั้งหมดในเหลียวโจวได้ พื้นที่ซึ่งไร้เจ้าของถูกจัดสรรให้ชาวบ้าน ทุกครัวเรือนในเหลียวโจวมีที่ทำกินเป็นของตนเอง
ในเดือนแปด ถั่วเหลือง ถั่วลิสง และข้าวยังขาดแคลน ชายหนุ่มเดินทางไปทั่วอิงเฉิงและส่งเสริมให้มีการปลูกหัวไชเท้าและเถียนช่าย รวมทั้งพืชชนิดอื่น ๆ ตามบ้านเรือน
อย่างน้อยพืชเหล่านี้ก็ยังพอนำมาเป็นอาหารในหน้าหนาวได้
หลิวเหิงกังวลมากจนนอนไม่หลับ เขาคิดอะไรบางอย่างในช่วงกลางดึก ทั้งยังกลัวว่าหากพลิกตัวแรงจะทำให้เหยียนซีตื่น ดังนั้นจึงพยายามที่จะลุกขึ้นอย่างเงียบ ๆ พร้อมเอนตัวไปด้านข้างเพื่อเข้าสู่ห้วงความคิด
เหยียนซีพลิกตัวมาแล้วพบว่าสามียังตื่นอยู่ จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง และพบว่าเขากำลังกังวลว่าคนที่เพิ่งจะได้จัดสรรที่ดินจะมีอาหารไม่เพียงพอในฤดูหนาว เพราะไม่สามารถเพาะปลูกอะไรได้ทัน
“ท่านไม่ต้องกังวล นอนหลับพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ ตราบใดที่มีที่ดินทำกิน ทุกอย่างก็คลี่คลายไปทางที่ดีขึ้นมากแล้ว คนเราไม่สามารถอ้วนท้วนขึ้นมาได้ด้วยการกินอาหารเพียงคำเดียว ทุกอย่างต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป” เธอยื่นมือออกไปหาชายหนุ่มที่กำลังขมวดคิ้ว “เมื่อฤดูหนาวมาถึง แม้ผู้คนอาจจะไม่มีอาหารเพียงพอสำหรับเลี้ยงชีพ แต่ทางการก็สามารถเตรียมอาหารเอาไว้ให้พวกเขากู้ยืมก่อนและจ่ายคืนมาภายในปีถัดไปได้นะเจ้าคะ”
กู้ยืมอาหารอย่างนั้นหรือ?
ดวงตาของหลิวเหิงเป็นประกาย เขามองเหยียนซีท่ามกลางความมืด จากนั้นก็เข้าไปสวมกอดนางผ่านผ้าห่ม “ซีเอ๋อร์ ความคิดของเจ้าช่างยอดเยี่ยมและหลักแหลมเหลือเกิน เจ้ามักจะคิดนำหน้าคนอื่นไปก้าวหนึ่งเสมอเลยจริง ๆ”
เมื่อได้ฟังเหยียนซีก็รู้สึกละอายใจ เธออ่านหนังสือมากมายและดูโทรทัศน์ในโลกที่จากมา แน่นอนว่าต้องมีความรู้นำหน้าคนโบราณอยู่แล้ว