บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 361 พระราชโองการจากเมืองหลวงมาถึง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 361 พระราชโองการจากเมืองหลวงมาถึง
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 361 พระราชโองการจากเมืองหลวงมาถึง

ในฐานะบัณฑิต ตู้กู้มีความคิดซับซ้อนมากกว่าคนอื่นเสมอ

ในตำรากล่าวไว้ว่า ‘ผู้คนต่างเชื้อชาติย่อมต่างจิตใจ’ แต่เมื่อได้พบคนป่าเถื่อนที่เดินไปมาทั่วช่องเขาฮูเหล่า เขากลับลังเลและสงสัยว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เป็นเช่นนี้ได้ ตนควรจะขับไล่ สังหาร หรือปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปกันแน่

เขามีความขุ่นเคืองเช่นนี้อยู่ในใจ แม้หลิวเหิงจะอายุน้อยกว่า แต่อีกฝ่ายก็ได้รับการนับถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ดั่งแสงสว่างนำทาง เมื่อได้พบหลิวเหิงที่นี่จึงอดที่จะตั้งคำถามน่าสับสนนี้ออกมาไม่ได้

หลิวเหิงเองก็คิดถึงปัญหานี้เช่นกัน ตอนที่ได้ยินเหยียนซีกล่าวถึงการค้าที่ชายแดน “อาจารย์ตู้ เมื่อเราพูดถึงคนป่าเถื่อน พวกเราย่อมมีความเห็นสองทางเสมอ มันไม่มีขาวหรือว่าดำอย่างชัดเจน หลายคนอาจจะมองชาวป่าเถื่อนทางเหนือเพียงด้านเดียวเท่านั้น นั่นเพราะคนเหล่านั้นโกรธแค้นที่พวกเขาเข้ามารุกรานแคว้นของเรา แต่เมื่อลองคิดดูแล้ว สาเหตุที่ศัตรูต้องรุกรานก็เป็นเพราะในฤดูหนาวพวกเขาขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้า มันคล้ายกับคนยากจนที่ต้องกลายเป็นหัวขโมยในชั่วข้ามคืน เมื่อพบว่าเพื่อนบ้านร่ำรวย พวกเขาหิวโหยในขณะที่เพื่อนบ้านมีอาหารกินอิ่มท้องทุกวัน และหลังเพื่อนบ้านเห็นว่าเขาใช้มีดบุกเข้ามา เพื่อนบ้านก็จำเป็นต้องลงมือสังหารอีกฝ่ายทันทีโดยไม่ปรานีเพื่อให้ตนเองอยู่รอด แต่หากคนยากจนร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านที่ร่ำรวย เจ้าคิดว่าจะเป็นอย่างไรเล่า”

“เราต้องให้ทานแก่คนยากไร้งั้นหรือขอรับ”

“การให้ทานเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ แต่ไม่อาจแก้ปัญหาความยากไร้ให้หายไปได้จริง ๆ เมื่อผู้ยากไร้คุ้นเคยกับการได้รับทาน ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็อาจจะคิดเนรคุณได้อยู่ดี”

“ใต้เท้าขอรับ ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านหมายถึง หากไม่ให้ทานแต่ก็ไม่ยอมให้ถูกปล้น …แล้วจะต้องทำอย่างไรเล่าขอรับ”

“ทำให้พวกเขาหาเลี้ยงตนเองได้ กองคาราวานต่างถิ่นที่เจ้าจับตัวมา หากพวกเขาต้องการซื้ออาหารและเกลือ มันก็หมายความว่าพวกเขาจะต้องนำเงินมาด้วย หรือหากไม่มีเงิน พวกเขาก็ควรจะนำสินค้าอื่นมาแลกอย่าง วัว แกะ หรือว่าม้า ไม่มีการให้ทานโดยไม่คิดเงิน ถ้าอยากจะได้สินค้าก็ต้องนำสิ่งของหรือเงินมาแลกเปลี่ยน ไม่ให้ปล้นและไม่ให้ทาน ทว่าเป็นการแลกเปลี่ยน”

“ใต้เท้าหมายความว่าเราจะต้องทำการค้ากับคนป่าเถื่อนอย่างนั้นหรือขอรับ”

หลิวเหิงยิ้มและพยักหน้า

ตู้กู้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกและเริ่มคิดมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเขากำลังเดินกลับไปที่จวนแม่ทัพ จู่ ๆ ก็หันไปมองชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลัง “ใต้เท้า ท่านมาที่นี่เพื่อหาลู่ทางทำการค้ากับพวกคนป่าเถื่อนอย่างนั้นหรือขอรับ”

“ถูกต้อง หากราชสำนักอนุญาต พวกเขาคงจะมีคำสั่งให้เหลียวโจวหาสถานที่เหมาะสมในการเปิดทำการค้าชายแดน ดังนั้นข้าจึงได้มาสำรวจ หากการค้าครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ชีวิตของผู้คนในเหลียวโจวก็จะสบายยิ่งขึ้น”

“ทางการจะอนุญาตจริง ๆ หรือขอรับ”

“ถนนหนทางที่ถูกสร้างขึ้นย่อมเกิดจากนักเดินทางคนแรกที่เริ่มเดินผ่าน ข้าถวายฎีกาแก่ฝ่าบาทแล้ว หากได้รับพระราชทานอนุญาต ข้าก็วางแผนที่จะทำให้มันเกิดขึ้นในเหลียวโจวก่อน”

“จริงด้วยสินะ!” ตู้กู้จับมือเขาอย่างตื่นเต้น “ใต้เท้าขอรับ เช่นนั้นเราขอเลือกสถานที่เป็นช่องเขาฮูเหล่าได้หรือไม่”

“เจ้าเองก็คิดว่าที่นี่เหมาะสมเช่นกันใช่หรือไม่”

“ข้าอาจจะไม่สามารถยืนยันได้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสมหรือไม่ แต่ชาวบ้านที่ช่องเขาฮูเหล่านั้นยากจนมาก ท่านเองก็น่าจะเห็นแล้ว ตอนนี้เพิ่งจะเดือนเจ็ดเท่านั้น ทว่าบางคนเริ่มเอาลูกหรือบุตรสาวออกมาขายหากินแล้ว พวกเขาไร้ช่องทางทำมาหากิน มีคนจำนวนมากที่เสียชีวิตที่นี่ และมีเนินดินจากการฝังศพมากมายตามข้างทาง ทางใต้ของเมืองแม้จะมีทุ่งนามากมาย แต่กลับไม่สามารถรักษาอะไรไว้ได้เมื่อมีสงครามเกิดขึ้น อีกทั้งทุกครัวเรือนก็ขาดแคลนแรงงาน ไม่มีคนทำงานในทุ่งนา กองคาราวานต่างถิ่นที่ลักลอบเข้ามา บางครั้งก็ค้าขายสุจริต บางครั้งก็มาก่อปัญหาไว้แล้วรีบหนีกลับไป…”

หลิวเหิงพยักหน้ารับเล็กน้อย ความจริงแล้วพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ ของเหลียวโจวก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้มากนัก การทำการค้าไม่นับว่าเป็นเรื่องง่ายเลย “ข้าจะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังกลับไปยังที่ว่าการ มันต้องมีการหารืออย่างจริงจังเสียก่อน”

“ขอรับใต้เท้า หากท่านเลือกช่องเขาฮูเหล่าจริง ๆ โปรดแจ้งข้ามาได้ทันทีเลยนะขอรับ เหล่าเกิ่งและข้าพร้อมจะให้ความช่วยเหลือท่านทุกอย่าง” ตู้กู้แสดงจุดยืนของตนและเกิ่งฉางกุ้ยทันที

การทำการค้าจำเป็นต้องมีกองกำลังคุ้มกัน มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากปราศจากกองกำลังที่แข็งแกร่ง กองคาราวานของคนป่าเถื่อนคงไม่เต็มใจจะทำการค้าอย่างซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา ทว่าเกิ่งฉางกุ้ยสามารถช่วยคลายกังวลในเรื่องนี้ได้ เพราะเขาเป็นแม่ทัพที่มีหน้าที่ปกป้องที่นี่อยู่แล้ว

หลิวเหิงพักอยู่ที่ช่องเขาฮูเหล่าเป็นเวลาหนึ่งคืน และรีบกลับไปในตัวเมืองพร้อมรองเจ้าเมืองหวังกับคนอื่น ๆ ในวันรุ่งขึ้น

ทุกคนมีจิตใจเบิกบานเมื่อเริ่มออกเดินทาง ทว่ากลับดูเคร่งขรึมเล็กน้อยเมื่อกลับมาถึง นอกจากจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางแล้ว สิ่งที่พวกเขาพบระหว่างทางก็น่าหดหู่มากเหลือเกิน

ไม่นานหลังจากต้านการกบฏได้สำเร็จ ทุกพื้นที่ก็มีหลุมศพใหม่และหลุมศพเก่าตั้งเรียงราย ข้างทางมีทั้งคนชรา เด็ก และสตรีที่ต่างยุ่งอยู่กับการพยายามทำนา เด็กที่อายุสิบสี่ถึงสิบห้าก็เริ่มต้องเป็นเสาหลักของครอบครัวแล้ว

ในบรรดาขุนนางทั้งหมด ดูเหมือนว่ารองเจ้าเมืองหวังจะรู้สึกสะเทือนใจมากที่สุด

เขาเป็นคนที่มาจากทางใต้ ก่อนจะย้ายจากกรมคลังมาที่นี่ สิ่งเลวร้ายที่สุดซึ่งเขาเคยเจอคือการที่ชาวบ้านไร้ที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ทว่าสิ่งที่พบในเหลียวโจวคือชาวบ้านที่ผอมแห้ง ทั้งยังสวมเสื้อผ้าขาด ๆ เก่า ๆ พวกเขาแทบจะไม่มีอะไรกิน สิ่งนี้มันน่าเศร้ามาก

หากไม่สามารถเพาะปลูกและนำผลผลิตมาเป็นอาหารได้อย่างเพียงพอ การค้าชายแดนที่เจ้าเมืองหลิวคิดขึ้นมา ก็ถือได้ว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างความมั่งคั่งให้ชาวบ้านมากยิ่งขึ้น

แต่ทางการจะยอมให้หลิวเหิงทำเช่นนั้นหรือไม่ หากการค้าชายแดนครั้งนี้ถูกชาวป่าเถื่อนทางเหนือใช้เป็นโอกาสในการแทรกซึมเข้ามารุกราน ชายหนุ่มจะเป็นคนแรกที่ต้องเดือดร้อน

แม้ทางการจะอนุญาต แต่เขาที่มาจากกรมคลังย่อมเข้าใจความคิดของขุนนางในกรมคลังเป็นอย่างดี หากการค้าชายแดนเฟื่องฟูขึ้นมาจริง ๆ พวกเขาก็คงไม่มีทางจะยกความดีความชอบให้หลิวเหิงเด็ดขาด

หลังจากกลับมาถึงอิงเฉิงแล้ว หลิวเหิงก็ยิ้มให้รองเจ้าเมืองหวังและคนอื่น ๆ พลางพูดขึ้นว่า “ใต้เท้าหลายคนร่วมเดินทางกับข้า ขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนัก ข้าจะจัดงานเลี้ยงขึ้นที่นี่เพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานครั้งนี้ของทุกคน”

“เป็นเกียรติแก่ผู้น้อยมากขอรับ” แน่นอนว่าเมื่อผู้บังคับบัญชาออกปากเองเช่นนี้มีหรือพวกเขาจะกล้าปฏิเสธ

หลิวเหิง อาต้า และคนอื่น ๆ รีบเข้าไปในจวน เหยียนซีดูแลและจัดการเตรียมทุกอย่างภายในจวนไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นหลิวเหิงกลับมาก็เข้าไปหาเขาที่ห้อง ระหว่างที่ชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเจ็บปวด ปรากฏว่าต้นขาด้านในของเขาเป็นแผลพุพองจากการเสียดสีกับอานม้าระหว่างเดินทาง เมื่อรอยพุพองแตกออกก็กลายเป็นแผลสดที่มีเลือดไหล

“เหตุใดจึงต้องรีบร้อนถึงเพียงนี้เล่าเจ้าคะ” เหยียนซีพึมพำอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นรอยเลือดบนกางเกงของเขา

“ข้าคาดว่าจักรพรรดิจะทรงอนุญาตให้ทำการค้าชายแดนอย่างแน่นอน หากไม่เตรียมหาสถานที่ดี ๆ เอาไว้รอก่อน ข้าก็คงไม่อาจอยู่อย่างสบายใจได้” หลิวเหิงสวมเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วพูดขึ้น “ข้ายังสบายดีอยู่ ช่วงนี้มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่บ้างหรือไม่”

“ที่จวนจะมีเรื่องอะไรได้เล่าเจ้าคะ จริงสิ ข้าขอให้คนขนผ้าฝ้ายหยาบ ผักดำ หน่อไม้ดอง ชา แล้วก็สินค้าอื่น ๆ จากทางใต้มาไว้ที่นี่แล้วนะเจ้าคะ”

“เจ้ามีแผนจะทำการค้างั้นหรือ”

“หากจะทำการค้าที่ชายแดน ท่านจำเป็นต้องมีสินค้าที่คนต่างถิ่นทางเหนือน่าจะชอบ ในเหลียวโจวหลังเดือนแปดพืชผลจะขาดแคลน แต่ตอนที่ข้าอยู่ซินเย่เคยเห็นว่าคนที่นั่นชอบผักดอง ทั้งผักกาดดองและไชเท้าดอง หากพ่อค้าต่างถิ่นต้องการจะเอากลับไปที่บ้าน ผักดองที่มีน้ำมากเกินไปอาจจะเสียหายระหว่างทางได้ ส่วนผักดำและหน่อไม้ดองจากทางใต้เป็นผักดองเค็ม มันน่าจะขายดีและยังอาจจะพอแทนเกลือได้ด้วย” เหยียนซีคิดว่าสินค้าที่เตรียมมาไว้เหล่านี้อาจจะทำเงินได้มาก “เมื่อการค้าชายแดนเริ่มต้นขึ้น สินค้าสองสามชุดแรกสำคัญมาก ข้าเตรียมของเหล่านี้ไว้เผื่อในกรณีที่เราหาพ่อค้าเข้าร่วมตลาดได้น้อย ข้าสามารถส่งของเหล่านี้ไปช่วยสนับสนุนให้ท่านได้”

หลิวเหิงมองนางแล้วยิ้มอย่างชื่นชม เหยียนซีก็มั่นใจเช่นกันว่าจักรพรรดิจะทรงสนพระทัยในการทำการค้าชายแดนครั้งนี้ นางกลัวว่าเมื่อการค้าเปิดขึ้นมาแล้วจริง ๆ อาจจะมีกลุ่มพ่อค้าน้อยรายที่กล้าสมัครเข้ามาร่วมคาราวานค้าขาย หรืออาจมีคนพยายามขัดขวางการค้าครั้งนี้ ดังนั้นจึงเตรียมการทุกอย่างไว้ไม่ให้ขบวนการค้ากลุ่มแรก ๆ ดูน้อยจนน่าเกลียดเกินไป

“ซีเอ๋อร์ การมีภรรยามองการไกลและมีน้ำใจคอยสนับสนุนเช่นนี้ สามีอย่างข้าไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่านี้อีกแล้ว”

“ข้าไม่ได้เพียงต้องการสนับสนุนท่านเท่านั้น ข้าคิดว่านี่เป็นช่องทางทำเงินที่น่าสนใจอีกด้วยเจ้าค่ะ”

“เอาละ ในเมื่อเจ้าเชื่อมั่นเช่นนั้น ข้าก็จะตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุด คืนนี้ข้าจะเชิญรองเจ้าเมืองหวังและคนอื่น ๆ มากินมื้อค่ำที่จวนนะ” ทุกคนที่มาครั้งนี้คือขุนนางในที่ว่าการเมืองอิงเฉิง เขาต้องการซื้อใจคนเหล่านี้ก่อน เพื่อเสริมความราบรื่นในการทำงานต่อไป

ในช่วงค่ำรองเจ้าเมืองหวังและคนอื่น ๆ ก็มาถึงเร็วกว่าเวลาเล็กน้อย หลังจากเริ่มรินสุรา รองเจ้าเมืองหวังก็ลุกขึ้นยืนและดื่มอวยพร “ใต้เท้าหลิวอายุยังน้อยและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ข้าจะติดตามช่วยเหลืองานต่าง ๆ ต่อไปอย่างตั้งใจ เพื่อให้เหลียวโจวเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นขอรับ”

หลิวเหิงดื่มด้วยรอยยิ้ม “ขอบใจทุกคนมาก ในอนาคตหวังว่าเราจะร่วมงานกันอย่างราบรื่น”

“ผู้น้อยจะตั้งใจเต็มที่ขอรับ” รองเจ้าเมืองหวังและคนอื่น ๆ ตอบอย่างพร้อมเพรียง

ก่อนที่สุราจะหมดลง พวกเขาก็ได้ยินเสียงคนงานจากจวนเจ้าเมืองมารายงานว่า “ใต้เท้าขอรับ มีพระราชโองการมาจากเมืองหลวง!”

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 361 พระราชโองการจากเมืองหลวงมาถึง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
2024-11-18
1c2e587e
อัจฉริยะหญิงเทพสมุนไพร
2024-11-26
xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
2023-07-07
F2LMpZrq
เจ้าวายร้ายทั้งสาม มาให้แม่เลี้ยงอย่างข้ากล่อมเกลาเสียดีๆ
2024-07-08

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน