ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 348 ตู้กู้ส่งจดหมาย
บทที่ 348 ตู้กู้ส่งจดหมาย
คืนนั้นอันอ๋องฉวยโอกาสตอนกลางคืนที่มืดมิดนำกองกำลังออกไปในหุบเขาใกล้เคียงกับอำเภอรุ่นอัน และพบกับผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่ซ่อนตัวอยู่
คนเหล่านี้ไม่เต็มใจที่จะออกจากที่อยู่อาศัยในบ้านเกิดและปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งของเหลียงอวี่ตง พร้อมคิดว่าการซ่อนตัวจะทำให้ตนเองปลอดภัย ทั้งยังไม่คิดว่าอันอ๋องจะส่งคนมากวาดต้อนถึงที่เช่นนี้
อันอ๋องมองชาวบ้านที่อยู่ในอาการตื่นตระหนก ก่อนจะสั่งให้คนมัดพวกเขาและผลักให้ไปอยู่หน้ากองทัพ พรุ่งนี้คนเหล่านี้จะต้องทำหน้าที่เป็นเกราะมนุษย์ให้กองทัพ เพื่อป้องกันลูกธนูของหน่วยรักษาการณ์รุ่นอัน
เมื่อผู้ลี้ภัยได้ยินคำสั่งเช่นนั้นของอันอ๋อง ชาวบ้านที่ถูกจับมาก็เริ่มร้องไห้และร้องขอความเมตตา
บนป้อมปราการอำเภอรุ่นอัน หลังเหลียงอวี่ตงได้รับข่าวจากหน่วยสอดแนมก็ต่อยกำแพงด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้าคนชั่วช้าผู้นั้น สารเลวเหลือเกิน!”
หลิวเหิงและคนอื่น ๆ เองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน หากอันอ๋องใช้คนเหล่านี้มาป้องกันศึกระหว่างกองทัพทั้งสองจริง ๆ …วันพรุ่งนี้จะมีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ต้องล้มตายอีกเท่าไหร่กัน
“นายอำเภอหลิวมีทางออกดี ๆ บ้างหรือไม่” เหลียงอวี่ตงถามความเห็นของชายหนุ่มที่อยู่ในฐานะที่ปรึกษาทางการทหาร
เขาส่ายหน้า “แม่ทัพเหลียง กำลังคนที่ข้าน้อยวางไว้มีอย่างจำกัด …เกรงว่าจะไม่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านทั้งหมดได้เช่นกันขอรับ”
“หากกองทัพกบฏวางแผนจะโจมตีรุ่นอันพรุ่งนี้จริง ๆ ข้าจะพากำลังพลออกไปสังหารพวกนั้นก่อน” แม่ทัพคนหนึ่งเสนอขึ้น “ตราบใดที่สกัดกองทัพของฝ่ายศัตรูให้หยุดชะงักลงได้ ก็จะสามารถอาศัยจังหวะนั้นช่วยผู้คนหนีเข้ามาในประตูเมืองได้”
หากทหารรักษาการณ์ออกไปจากป้อมปราการเพื่อต่อสู้ พวกเขาอาจจะต้องตายอย่างเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าไม่ทำสิ่งใดเลย ชาวบ้านที่ถูกกวาดต้อนออกมาก็คงไร้โอกาสรอดชีวิต
อันอ๋องวางแผนใช้กลยุทธ์นี้กดดันและบังคับให้ทหารรักษาการณ์ละทิ้งฐานที่มั่น หากทหารเหล่านั้นออกมาสู้นอกประตูเมือง กองกำลังของฝ่ายเขาก็มีแต่จะได้เปรียบในแง่ของความแข็งแกร่งที่มากกว่า
ในค่ายของฝ่ายกบฏ ตู้กู้ เกิ่งฉางกุ้ย และพรรคพวกรวมตัวกันอยู่ข้างเกวียนขนาดใหญ่ พวกเขาทำตามคำชี้แนะของหลิวเหิงและเริ่มดำเนินการตามแผนด้วยการแสดงตัวจนถูกจับ เพราะถูกมองว่าเป็นคนหนุ่มที่มีกำลัง จึงได้รับมอบหมายให้ทำงานลากเกวียนขนเสบียงกับหญ้าสำหรับม้า
พรรคพวกของเกิ่งฉางกุ้ยล้วนมีความสามารถ และเนื่องจากตู้กู้เป็นบัณฑิต ผู้คุมจึงให้เขารับหน้าที่เสมียน ทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่มีอิสระมากกว่าแรงงานคนอื่น ๆ
เมื่อเขาได้ยินข่าวก่อนหน้านี้ ก็เริ่มรายงานเรื่องราวทั้งหมดกับเกิ่งฉางกุ้ยและคนอื่น ๆ
หลังได้ยินแผนการทั้งหมดของฝ่ายกบฏ เกิ่งฉางกุ้ยก็สาปแช่งออกมา “อาจารย์ตู้ คืนนี้เราไปช่วยพวกเขาให้หนีกันดีหรือไม่”
“มีคนถูกจับมามากเกินไป และพวกเขาก็ถูกจับไว้ที่แนวหน้าด้วย เราไม่สามารถเข้าไปได้” ตู้กู้ส่ายหน้า ชายฉกรรจ์เหล่านี้ล้วนอาศัยอยู่ในฝ่ายสนับสนุนกองกำลัง อย่างฝ่ายหญ้าและเสบียง ซึ่งตั้งค่ายห่างออกมาจากแนวหน้า ทำให้ยากที่จะแฝงตัวเข้าไปได้ เพียงมีคนสองคนเดินผ่านไปก็ยังเป็นจุดสนใจ ดังนั้นพวกเขากว่าร้อยคนจะไม่เป็นที่สังเกตเห็นได้อย่างไร
“เช่นนั้นจะให้ดูพวกเขาถูกฆ่าไปเช่นนั้นหรือ!” เกิ่งฉางกุ้ยกัดฟันอย่างแค้นเคือง
ตู้กู้คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดขึ้น “ข้าจะไปจัดการเรื่องที่นายอำเภอหลิวมอบหมายมาให้สำเร็จเสียก่อน”
“อาจารย์ตู้ เหตุใดท่านจึงคิดถึงงานของนายอำเภอหลิวขึ้นมาในยามนี้เล่า” เกิ่งฉางกุ้ยมองว่ามันยังไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น “หากเราเผาหญ้าและเสบียง พวกเขาจะตาบอดไม่เห็นอะไรอย่างนั้นหรือ”
“คราวนี้หลังจากที่เราเผาเสบียงและหญ้าแล้ว คงจะสามารถทำให้ทัพย้อนกลับไปในเหลียวโจวเพื่อปล้นสะดมจากชาวบ้านมาเพิ่มเติมได้อีก จากนั้นเราก็จะสามารถทำทุกอย่างตามสิ่งที่นายอำเภอหลิวชี้แนะได้” ตู้กู้ส่ายหน้าและปฏิเสธความเห็นของเกิ่งฉางกุ้ย “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะหาทางไปส่งจดหมาย”
ด้วยสถานะเสมียนในค่ายทหารของเขา ถึงทำให้ตู้กู้เดินไปมารอบ ๆ ค่ายได้อย่างอิสระ
ระหว่างที่ไม่มีใครสนใจเขาก็ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปยังที่ซึ่งมีคนไม่มาก เขาพบหน่วยลาดตระเวนหลายกลุ่มตามทาง ก่อนจะแสดงป้ายชื่อประจำตัวของเสมียนและเดินผ่านไปได้
อันอ๋องเดินทัพอย่างเร่งรีบ เขาแบ่งกองพันเป็นแนวหน้า กลาง ท้าย และหลังจากรีบเดินทางอย่างดุเดือดก็มีคนนับหมื่นที่ไม่ได้แบ่งกำลังบังคับบัญชา ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพที่เป็นผู้นำสูงสุด ย่อมต้องมีส่วนที่ไม่สามารถจัดการดูแลได้เต็มที่ ดังนั้นจึงมีความหย่อนยานบางประการในการจัดการกองทัพ
หลังจากที่ตู้กู้เข้าไปในค่ายกลางแล้ว เขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสมียนออกเป็นเครื่องแบบทหารทัพกลาง เขาก้มหน้าลงและเอ่ยเรียกทหารสองสามนาย ก่อนจะขอให้ฝ่ายนั้นช่วยส่งจดหมายถึงแม่ทัพ เมื่อทหารสองนายเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นทหารในกองทัพตน ทั้งยังเห็นว่านั่นเป็นเพียงจดหมายจึงมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ และยอมรับเอาจดหมายไปส่งให้แม่ทัพได้อย่างง่ายดาย
เมื่อตู้กู้แอบเข้าไปถึงทัพหน้าที่กระโจมหลักของกองทัพ อันอ๋องก็กำลังเรียกรวมพลกลุ่มผู้นำทัพเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ อยู่
เนื่องจากมีชาวบ้านจำนวนมากถูกจับขังอยู่ที่ทัพหน้า จึงมีเรื่องที่อันอ๋องสมคบคิดกับศัตรูทางเหนือถูกพูดขึ้นมาอีกครั้ง แม้ทหารฝ่ายอันอ๋องจะไม่กล้าคุยเรื่องข่าวลือ แต่ก็ยังลอบมองไปทางชาวบ้านเหล่านั้นเป็นครั้งคราว เห็นได้ชัดว่าอาการของเขาดูกระวนกระวายเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีทหารยามที่เดินลาดตระเวนอย่างใจลอย ทำให้ถูกหัวหน้าหน่วยตำหนิจนทำให้บริเวณรอบ ๆ เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย
สถานการณ์เช่นนี้พวกเขายังมีใจจะก่อบกบฏต่อราชสำนักอยู่อีกอย่างนั้นหรือ? ตู้กู้ลอบมองอย่างดูถูก เขามองไปรอบ ๆ และพบว่ามีค่ายขนาดใหญ่อยู่หลายแห่งซึ่งอยู่ไม่ห่างไปจากกระโจมหลักของอันอ๋องนัก เขาถือโอกาสในช่วงเปลี่ยนเวรยามรีบเดินตามไป ก่อนจะวางจดหมายฉบับหนึ่งไว้ข้างกระโจม
ทหารลาดตระเวนเดินผ่านมาและรู้สึกว่าเหยียบอะไรบางอย่าง เมื่อหยิบขึ้นมาก็พบว่าเป็นจดหมาย เขามองซ้ายขวารอบ ๆ ไม่รู้ว่าจะต้องมอบมันให้ใคร สุดท้ายก็ตัดสินใจมอบมันให้ท่านอ๋อง
หลังจากอันอ๋องหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในการรบกับทุกคนแล้ว เขาก็กำลังจะเข้าไปพักผ่อน เมื่อได้ยินว่าทหารนำจดหมายมามอบให้ก็สั่งให้คนเอาเข้ามาดู ปรากฏว่าเป็นจดหมายถึงชุยถงเหอ
จดหมายฉบับนี้เขียนโดยหลิวเหิง ด้านในเป็นข้อความขอบคุณชุยถงเหอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ดูแลและให้การแนะนำแก่อีกฝ่ายหลังได้รับการแนะนำให้รู้จักกันผ่านเฉินเก๋อเหล่า อีกทั้งยังขอบคุณที่เขา ‘แบกรับความอัปยศอดสูแฝงตัวอยู่ในค่ายของศัตรู เพื่อรับใช้ราชสำนักด้วยความภักดีอันสูงส่ง’ หวังว่าการผนึกกำลังกันของทุกคนจะช่วยทำให้สามารถปราบอันอ๋องได้โดยเร็วอย่างราบรื่น ‘เมื่อใดที่กบฏต้องโทษประหาร ฝ่าบาทต้องพระราชทานความดีความชอบสูงสุดแก่ท่านอย่างแน่นอน’
ชุยถงเหอเป็นสายลับที่ทางการส่งมาอย่างนั้นหรือ อันอ๋องมองว่าเรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาเป็นคนช่วยให้ชุยถงเหอได้เป็นนายอำเภออิงเฉิงด้วยตนเองเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทว่าหากจดหมายฉบับนี้เป็นของปลอม เหตุใดจึงมาตกอยู่ที่กระโจมของชุยถงเหอได้
ก่อนที่เขาจะได้ไตร่ตรองอย่างชัดเจน คนสนิทที่มีหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก็รีบเข้ามารายงานทันที “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ แม่ทัพทั้งเก้าจากทัพหน้า กลาง หลัง ได้รับข้อความลับทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ!”
คนสนิทหยิบจดหมายออกมา เนื้อหาภายในคล้ายกับจดหมายของชุยถงเหอ แต่เนื้อหากล่าวว่าพวกเขาเป็นคนที่ได้รับการคัดเลือกมาจากอีกฝ่าย
เหตุใดชุยถงเหอต้องทรยศเขาด้วย อันอ๋องยังคิดว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ทว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายก็เป็นลูกศิษย์ของเฉินเก๋อเหล่าจริง ๆ หากชายผู้นั้นทำทั้งหมดเพื่อสนับสนุนอาจารย์ของเขาจริง ๆ เล่า
เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงข้อเสนอของชุยถงเหอ ซึ่งแนะนำให้เขาส่งกองทหารออกไปที่อื่นในเวลานี้ สิ่งนั่นนับเป็นการรบกวนกองทัพของเขาใช่หรือไม่? เหตุใดชุยถงเหอจึงเลือกจะแนะนำสิ่งที่โง่เขลาเช่นนั้นออกมาได้ เรื่องที่สำคัญที่สุดคือหลิวเหิงหนีรอดจากอิงเฉิงไปได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น หากไม่มีใครบางคนจงใจช่วยเหลือ เขาจะสามารถหนีไปได้ง่ายดายเช่นนั้นจริง ๆ หรือ
เหตุใดชุยถงเหอจึงไม่รีบจับกุมอีกฝ่ายเสียตั้งแต่ในที่ว่าการเมือง แต่กลับปล่อยให้หลิวเหิงหนีไปในเมืองก่อน จึงส่งคนออกตามหาเพื่อพยายามจับกุม
ยิ่งอันอ๋องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นเท่านั้น ในระหว่างการหารือครั้งนี้ ชุยถงเหอเสนอให้มีการแบ่งกำลังออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งโจมตีรุ่นอันอยู่หน้าประตูและจัดการกองกำลังรักษาการณ์ อีกส่วนรีบเข้าไปในรุ่นอันและมุ่งหน้าต่อไปถึงเฉิงโจวเพื่อเติมเสบียงที่อันหยาง ด้วยการเดินทัพอย่างรวดเร็วไปตามทางแห้งแล้งและภูเขา
เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็พบว่าวิธีการเช่นนี้มีความเสี่ยงอยู่ กำลังทหารมีเพียงเจ็ดหมื่นนาย จะเกิดอะไรขึ้นหากยอมแบ่งเป็นสองกองแล้วต้องพ่ายแพ้ทั้งสองทางเล่า