ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 344 หมากัดกันเอง
บทที่ 344 หมากัดกันเอง
การร่วมมือกันของหลิวเหิงและเหลียงอวี่ตง ทำให้อันอ๋องไร้ทางเลือกนอกจากจะต้องเดินทัพไปให้ถึงรุ่นอันให้เร็วที่สุด เพื่อจัดการสถานการณ์ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำเท่านั้น
หลิวเหิงและเหลียงอวี่ตงแบ่งหน้าที่กันทำงาน ชายหนุ่มนำกำลังไปตรวจค้นผู้ลี้ภัยต้องสงสัยและยึดเสบียงกับอาวุธ ส่วนแม่ทัพเหลียงจัดการทำให้กองกำลังรักษาการณ์จัดเตรียมทัพอย่างเข้มแข็ง พร้อมดูแลกองกำลังที่มาจากอำเภอต่าง ๆ ในเฉิงโจวซึ่งพากันเดินทางมายังรุ่นอันตามคำสั่งลับ และใครก็ตามที่ไม่ให้ความร่วมมืออาจถูกตั้งข้อหากบฏได้
ที่ชานเมืองรุ่นอัน บริเวณทางเข้าประตู ผู้ลี้ภัยดูเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก พวกเขากระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการทำงาน เพราะหวังจะได้รับความปลอดภัยและอาหาร
เหยียนซีประจำอยู่ที่หน่วยงานไปรษณีย์เหลียวผิงในซินเย่ และคอยติดตามข่าวคราวจากรุ่นอันอย่างใกล้ชิดทุกวัน
หลังจากรู้เรื่องมาตรการใหม่ของรุ่นอัน เธอก็เข้าใจทันทีว่าหลิวเหิงต้องการแยกคนของกลุ่มกบฏออกจากผู้ลี้ภัยที่เป็นชาวบ้านจริง ๆ
ดังนั้นเด็กสาวจึงขอให้อาต้านำคนกลุ่มหนึ่งไปเฝ้าตรวจตราผู้ลี้ภัยทั้งหมด ที่อยู่ในหน่วยงานไปรษณีย์เหลียวผิงและทุกคนเดินทางลงใต้ไปยังรุ่นอัน ใครที่พยายามหลบหนีหรือขัดขืนให้จัดการได้ทันที
ในเวลาเช่นนี้ตนไม่อาจเป็นคนใจอ่อนได้
การดักจับเช่นนี้นอกจากจะจับศัตรูได้มากขึ้นแล้ว ก็ยังสามารถยึดเสบียงได้เป็นจำนวนมากในระยะเวลาสั้น ๆ อีกด้วย
โดยเฉพาะกลุ่มกบฏที่แฝงตัวเป็นชาวบ้านและขนสัมภาระขึ้นเกวียนมาด้วย กำลังคนกับสิ่งของทั้งหมดของพวกเขาถูกตรวจและกักไว้ได้ทัน
ภายในครึ่งวัน หน้าประตูเมืองรุ่นอันก็มีแถวต่อยาวเหยียดรอรับการตรวจเพื่อจะผ่านเข้าไป หนึ่งในสามของคนทั้งหมดเป็นผู้ลี้ภัยที่ถูกแยกมาแล้วทั้งสิ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการโจมตีกลางดึก ประตูเมืองรุ่นอันจึงต้องปิดลงเมื่อฟ้ามืด
ยามนี้สถานการณ์ทุกอย่างยังสงบ ดังนั้นหลิวเหิงจึงเดินทางไปที่คุกใต้ดินเพื่อพบเว่ยหวน
เดิมทีเหลียงอวี่ตงวางแผนจะขังเว่ยหวนและสวีเฉิงกานไว้ด้วยกัน แต่ทั้งสองกลับวิวาทกันเองจนต้องจับแยก ส่วนเว่ยหวนเอาแต่ร้องขอจะพบหลิวเหิงให้ได้ เขาจึงต้องเข้าไปพบอย่างไม่มีทางเลือกเพื่อให้เรื่องวุ่นวายยุติ
หลิวเหิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยอมไปพบเว่ยหวนในที่สุด
เขาได้พบเว่นหวนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หลังจากการสอบเซียงซื่อครั้งนั้น
ชีวิตในฐานะเจ้าเมืองเฉิงโจวของเว่ยหวนถือว่าไม่เลวเลย มันทำให้เขาน้ำหนักขึ้นไม่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูอ้วนท้วนขึ้นมา
ทันทีที่ได้พบหลิวเหิงเขาก็ตะโกน “เหิงเอ๋อร์!” ด้วยเสียงที่เป็นกังวลและเปี่ยมไปด้วยความรัก ทำเอาหลิวเหิงชาไปทั้งร่าง
“เหิงเอ๋อร์ ข้าเป็นพ่อเจ้า พ่อเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดลูกมา” เมื่อพบว่าหลิวเหิงยืนนิ่ง เว่ยหวนก็รีบตรงเข้ามาชิดหน้าประตูห้องขัง พร้อมยื่นมือออกมาจากรั้วและพยายามจะคว้าตัวชายหนุ่มไว้
น่าเสียดายที่หลิวเหิงอยู่ห่างออกมา อีกฝ่ายจึงไม่สามารถแตะต้องเขาได้ แม้จะพยายามเพียงใดก็ตาม
“เหิงเอ๋อร์ รีบขอให้แม่ทัพเหลียงปล่อยข้าที… ข้า… ข้าสามารถสั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดในเฉิงโจวเร่งมือช่วยเหลือผู้ลี้ภัยได้ทันที ความจริงแล้วเฉิงโจวยังมีเสบียงเหลืออยู่ นอกจากนี้อันอ๋องและตระกูลสวีก็ยังสมคบคิดกันก่อกบฏอีกด้วย! ข้ามีทั้งหลักฐานและสามารถเป็นพยานให้ได้ เหิงเอ๋อร์ช่วยพ่อด้วย!” เว่ยหวนเพิ่งเคยถูกขังในคุกเป็นครั้งแรก เขารู้สึกหวาดกลัวยามได้ยินเสียงต่าง ๆ ดังเข้ามาจากด้านนอก
“ท่านรู้หรือไม่ว่านางสวีส่งคนไปสังหารท่านแม่ของข้า” หลิวเหิงมองเว่ยหวนเอ่ยด้วยเสียงต่ำอย่างไม่สนใจคำพูดของเขา
เว่ยหวนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำถามเช่นนี้ จึงรีบส่ายหน้าแล้วตอบ “ข้าไม่รู้! ไม่มีทางรู้อย่างแน่นอน หากรู้ก่อนข้าจะหยุดนางเอาไว้ เจ้าเป็นบุตรชายคนเดียวของข้า ข้าจะปล่อยให้คนไปทำร้ายเจ้ากับมารดาได้อย่างไร!”
“ข้าถูกบังคับ! พ่อและแม่ของเจ้าเป็นคู่รักกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย หากตระกูลสวีไม่ได้บังคับข้า การแต่งงานใหม่คงไม่มีทางเกิดขึ้น” เว่ยหวนกลัวว่าหลิวเหิงจะไม่เชื่อ “ในตอนนั้น พ่อกับแม่เจ้ารักกันมาก…”
“เว่ยหวน! เจ้าไม่ได้มีความสุขดีหรอกหรือหลังแต่งงานกับนางสวี มีสักครั้งหรือไม่ที่เจ้านอนไม่หลับแล้วผวาตื่นขึ้นมากลางดึก” หลิวเหิงมองเขาแล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ข้าไม่เคยต้องการแต่งงานใหม่เลย ข้าถูกบังคับมาโดยตลอด ข้าเป็นพ่อของเจ้านะเหิงเอ๋อร์ เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดเจ้ามา เพียงปล่อยพ่อออกไป พ่อสามารถช่วยเจ้าได้ และจะรีบหย่ากับนางสวีให้เร็วที่สุดเมื่อออกไปได้ด้วย …ทำเช่นนี้ดีหรือไม่ จากนั้นพวกเราสองพ่อลูกก็จะร่วมมือกันเปิดโปงความชั่วของตระกูลสวีที่คิดกบฏ…”
“เว่ยหวน!” สวีเฉิงกานที่ถูกจับขังแยกอยู่อีกห้องโกรธมาก จนเตะกำแพงซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังจากได้ยินสิ่งที่เว่ยหวนพูด “ไอ้ลูกหมา! แม้แต่เลี้ยงหมาเอาไว้ในบ้าน ต่อให้ผ่านไปหลายปีมันยังรู้จักบุญคุณต่อเจ้านายของมัน! แล้วเจ้าเล่า…”
“ข้าไม่ใช่หมา! เจ้าต่างหากที่ไม่เคยปฏิบัติต่อข้าอย่างให้เกียรติดังมนุษย์ด้วยกันเลย พวกเจ้ามันสมควรตาย! พวกเจ้าบังคับให้ข้าร่วมก่อกบฏ และยังทรยศต่อราชสำนักอีกด้วย…”
แม้จะมีกำแพงกั้นระหว่างทั้งสองในห้องขัง แต่สวีเฉินกานกับเว่ยหวนก็ยังตะโกนด่าและสาปแช่งกันไปมา จากนั้นก็เริ่มเข้าไปที่กำแพงและต่อยตีมันแทนอีกฝ่ายเสียงดังยิ่งกว่าแม่ค้าปากตลาดกำลังวิวาทกัน
หลิวเหิงมองทั้งสองแล้วหันหลังกลับ
เมื่อเว่ยหวนเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะจากไปก็รีบเรียกเอาไว้ “เหิงเอ๋อร์! กลับมาก่อน พ่อจะบอกที่ซ่อนเงินจำนวนมากให้เจ้า กลับมาก่อนเหิงเอ๋อร์…”
“เว่ยหวน ทายาทของเจ้ากำลังจะสังหารเจ้าแล้ว ฮ่า ๆๆ!” สวีเฉิงกานหัวเราะอย่างสะใจจากห้องข้าง ๆ ราวกับเสียสติ
ทั้งสองตะโกนกัดกันไปมาไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก
หลิวเหิงฟังคำพูดของพวกเขาอยู่มุมหนึ่งพลางเหยียดยิ้มเย็นชา ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยกับเว่ยหวน “ข้าจะให้โอกาสเจ้าก็ได้ เจ้าเพียงมอบตราประทับประจำตัวเจ้าเมืองมาเท่านั้น”
“ข้าไม่ได้นำมาด้วย…”
“เจ้ามาถึงรุ่นอันและวางแผนจะส่งหนังสือราชการไปยังอำเภอต่าง ๆ ในเฉิงโจว เจ้าจะไม่นำตราประทับประจำตัวมาด้วยได้อย่างไร”
“หากเจ้าปล่อยข้าไป ข้าสาบานจะมอบมันให้เจ้า!” เว่ยหวนไม่ใช่คนโง่ เขารีบต่อรองทันที
“ถ้าเจ้ายอมเอามันมาให้ข้า ข้าจะโน้มน้าวให้แม่ทัพเหลียงยอมปล่อยเจ้าและสวีเฉิงกานด้วย”
เมื่อสวีเฉิงกานได้ยินดังนั้นก็รีบตะโกนใส่เว่ยหวนทันที “สาบานมาสิ สาบานด้วยชีวิต!”
“ใช่แล้ว… เจ้า… ต้องสาบานด้วยวิญญาณของมารดาว่าจะไม่ฆ่าข้า หากเจ้าฆ่าข้า แม่ของเจ้าจะไม่ได้ผุดได้เกิดอีก!”
สีหน้าของหลิวเหิงเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขามองเว่ยหวนด้วยตาแดงก่ำ
เว่ยหวนมองด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ไม่ยอมแพ้พลางเอ่ยเสียงเบา “สาบานมา …เจ้าต้องสาบานก่อน”
“เอาละ ข้ายอมสาบาน หากข้าสังหารเจ้าด้วยมือของข้าเอง วิญญาณบิดาและมารดาข้าจะไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้” เขามองเว่ยหวนแล้วกระซิบ
เว่ยหวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้ถึงความกตัญญูของหลิวเหิงต่อนางหวังดี ชายหนุ่มปฏิเสธที่จะให้ตัวเองต้องเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลสวีเพราะเห็นแก่นางหวัง คำสาบานเช่นนั้นทำให้เว่ยหวนเชื่อถือได้มาก “มาตรงนี้ ข้าจะบอกที่ซ่อนให้เจ้า”
“ไม่ได้ เจ้าต้องตกลงต่อหน้าเหลียงอวี่ตง!” สวีเฉิงกานตะโกนขึ้นจากห้องข้าง ๆ
เหลียงอวี่ตงที่อยู่หน้าประตูคุกมองเข้ามา “ข้าอยู่ที่นี่และได้ยินทุกคำพูดของใต้เท้าหลิวแล้ว” เขาไม่คาดว่าเว่ยหวนจะเป็นคนต่ำทรามและไร้ยางอายเช่นนี้ ในฐานะบิดา เขาบังคับและกดดันบุตรชายอย่างหน้าด้าน ๆ เว่ยหวนผู้นี้เป็นคนเลวทรามจนเขาไม่อยากจะมองหน้าเสียด้วยซ้ำ!
เว่ยหวนโล่งอกและบอกว่าซ่อนตราประทับประจำตัวเอาไว้ที่ไหนในหน่วยงานไปรษณีย์
หลิวเหิงมองเหลียงอวี่ตงแล้วพูดขึ้น “แม่ทัพเหลียง จัดทหารสองสามนายคุมตัวพวกเขาออกไปเถิดขอรับ”
เหลียงอวี่ตงมองสวีเฉิงกานแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าสวีถิงจือจะสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ และยังมีบุตรชายที่ไม่ได้ความถึงเพียงนี้” เขาหันไปสั่งการกับทหารที่อยู่ด้านหลัง “นำตัวสองคนนี้ออกไปนอกเมืองเสีย!”
“ท่านแม่ทัพ ให้คนของพวกเขาพากันออกไปเองจะดีกว่า ท่านจะได้ไม่ต้องเสียกำลังของเราโดยใช่เหตุ”
“เอาละ เอาตามนั้น ส่งสองคนนี้ออกไป อย่าให้เป็นเสนียดที่นี่อีกเลย” เหลียงอวี่ตงออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“เหยียนเฟิง ไปเตรียมรถม้าให้พวกเขา” หลิวเหิงสั่ง