ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 343 ข่าวลือด้วยปลายปากกา
บทที่ 343 ข่าวลือด้วยปลายปากกา
เหลียงอวี่ตงร่วมมือกับแผนการทุกอย่างด้วยความแข็งขันและเด็ดเดี่ยว วันรุ่งขึ้นเขาก็เริ่มดำเนินการสองอย่าง อย่างแรกคือคัดแยกผู้ลี้ภัย เพื่อไม่ให้พวกเขาแออัดรอความตายอยู่ที่ประตูทางใต้ของอำเภอรุ่นอัน อย่างที่สองคือส่งคนไปถ่ายทอดข่าวเกี่ยวกับการสมรู้ร่วมคิดกับข้าศึกทางเหนือของอันอ๋องบนเหนือประตูเพื่อให้ราษฎรทราบโดยทั่วกัน
ด้านล่างมีผู้ลี้ภัยอยู่ที่นั่น เมื่อได้ยินข้อความเหล่านั้นก็เกิดความโกลาหลขึ้นมา ปรากฏว่าอันอ๋องผู้ที่เป็นดั่งวีรบุรุษของพวกเขา กลับเป็นคนไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ทั้งสมคบกับศัตรูทางเหนือให้บุกมาที่ชายแดน และยังจงใจจะมอบเหลียวจงให้ศัตรูหากตนเองขึ้นครองบัลลังก์ได้สำเร็จอีกด้วย
ภาพลักษณ์ผู้เสียสละและรักราษฎรอย่างบุตรของอันอ๋องที่แลกมาด้วยชีวิตของนายอำเภอเหลียวจงพังทลายลงมาทันที
นอกจากได้ยินมาว่ามีการเปิดเผยจดหมายลับของอันอ๋องออกมาแล้ว ผู้ที่อ่านออกเขียนได้บางคนก็ยังได้อ่านจดหมายนั่นด้วยตาตัวเองอีกด้วย
ก่อนหน้านี้พวกเขาเข้าใจว่าอันอ๋องถูกกดดันให้ต้องก่อกบฏ แต่ยามนี้เขากลับเป็นคนไร้ยางอายที่จิตใจเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
เมื่อมีผู้ลี้ภัยบางคนพยายามปกป้องอันอ๋องก็ถูกแย้งทันที ว่าหากอันอ๋องไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับพวกศัตรูทางเหนือจริง ๆ แล้วเหตุใดข้าศึกเหล่านั้นจึงซุ่มอยู่ที่ช่องเขาฮูเหล่าโดยไม่ออกมาปะทะกันเสียที
เหตุใดชาวเหลียวโจวจึงต้องจ่ายอากรจำนวนมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเหตุใดอันอ๋องผู้เมตตาจึงไม่ยอมเปิดยุ้งฉางเพื่อแบ่งอาหารให้ชาวบ้าน เช่นนี้ยังมีอะไรต้องสงสัยอีกนอกจากตั้งใจกบฏ ทั้งยังใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือ
เวลาเพียงไม่นานผู้คนก็ต่างสาปแช่งอันอ๋อง ตำแหน่งวีรบุรุษของเขาสั่นคลอนลงมาจากแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด คำนินทาและข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ก็มักจะเดินทางอย่างรวดเร็วเสมอ
อันอ๋องนำทัพออกจากอิงเฉิง สังหารนายอำเภอเหลียวจงเพื่อซื้อใจราษฎรและได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากผู้ลี้ภัย เขาพึงพอใจกับสิ่งนี้ได้ไม่นาน ความทะเยอทะยานและแผนการชั่วร้ายในจดหมายของเขาถึงข้าศึกกลับถูกเปิดเผยออกมา
ยิ่งข่าวลือแพร่กระจายออกไปไกลเท่าไร เรื่องราวมากมายก็ยิ่งถูกเสริมแต่งปะติดประต่อกันไปมากขึ้นอีก
แม้จะอยู่ในช่วงหลบหนีจากความยากลำบาก แต่ผู้ลี้ภัยก็ไม่ได้หยุดจินตนาการเรื่องราว กว่าข่าวลือนี้จะไปถึงอันอ๋อง ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องที่เขาสมคบกับศัตรูเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องที่อันอ๋องนับถือผู้นำของข้าศึกเป็นบิดาอีกด้วย
หน่วยสอดแนมที่ไปส่งข่าวเป็นคนความจำดีมาก เขาสรุปความทั้งหมดที่ชาวบ้านพูดคุยให้อันอ๋องฟังอย่างถี่ถ้วน ทั้งที่ความจริงเรื่องราวอาจยาวเป็นจดหมายสิบหน้าได้
อันอ๋องอยู่บนหลังม้า เมื่อได้ยินสิ่งที่หน่วยสอดแนมรายงานก็สบถออกมาด้วยความโกรธ และแทบจะกระโดดลงมา “ข่าวลือไร้สาระอะไรกัน! เหตุใดข้าต้องไปเรียกหานเลี่ยว่าเป็นบิดาด้วย เขาอายุน้อยกว่าข้าสองปีด้วยซ้ำ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!”
“ท่านอ๋อง !” ชุยถงเหอตะโกน แต่ก็ไม่สามารถหยุดอีกฝ่ายไว้ได้
คำพูดของอันอ๋องฟังดูคลุมเครือมาก เขาเพียงบอกว่าไม่ได้นับถืออีกฝ่ายเป็นบิดา แต่กลับไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่เคยเขียนจดหมายไปหาข้าศึกจริง ๆ นั่นหมายความว่าเรื่องสมคบคิดเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ?
คนที่อยู่รอบ ๆ อันอ๋องต่างเป็นผู้ภักดีต่อเขา แต่คนที่อยู่รอบนอกล้วนเป็นเพียงทหารทั่วไป
การเกณฑ์ทหารเข้ากองทัพของอันอ๋องนั้นล้วนเกินขึ้นในเหลียวโจว ทหารเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวเหลียวโจวเช่นกัน
แคว้นเว่ยและข้าศึกทางเหนือต่อสู้กันมาอย่างยาวนานทั้งสมรภูมิเล็กและใหญ่ ทุกปีต้องมีคนถูกเรียกให้ไปเป็นทหารปกป้องชายแดน ในบรรดาชาวบ้านทางเหนือมีใครบ้างที่จะยินยอมญาติดีกับข้าศึกเหล่านั้น ความเกลียดชังของชาวบ้านต่อข้าศึกนั้นแทบจะฝังแน่นอยู่ในกระดูก
ชาวเหลียวโจวอาจไม่เคยสนใจว่าจักรพรรดิจะเป็นใครและผู้ใดจะก่อกบฏ บางคนถึงขั้นเห็นอกเห็นใจอันอ๋องที่ถูกกดดันโดยราชสำนักด้วยซ้ำ ทว่าสิ่งที่พวกเขาสนใจคือใครเป็นผู้ทรยศต่อแผ่นดินและนำความเดือดร้อนมาสู่ทางเหนือ หากอันอ๋องสมรู้ร่วมคิดกับพวกป่าเถื่อนทางเหนือจริง ชาวเหลียวโจวทั้งหมดย่อมโกรธแค้นเขา
และหากข่าวลือเหล่านี้เป็นเรื่องจริง ขวัญกำลังใจของกองทัพอันอ๋องก็จะต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน
หลังจากได้ยินอันอ๋องพูดกับหน่วยสอดแนม สีหน้าของทหารหลายนายก็เปลี่ยนไปในทันที บางคนอดไม่ได้ที่จ้องมองชายบนหลังม้า และก้มหน้าหลบทันทีตามวินัยทหาร
“จดหมายลับอะไรนั่นใครเป็นคนเปิดเผยเล่า” อันอ๋องจ้องไปทางหน่วยสอดแนม
“ข้าน้อยได้ยินมาว่าผู้เปิดเผยเรื่องนี้คือหลิวเหิง นายอำเภอซินเย่ที่เสี่ยงชีวิตหนีออกมา….” หน่วยสอดแนมเห็นว่าสีหน้าของอันอ๋องแปรเปลี่ยนเป็นแค้นเคืองมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาเลยต้องลดเสียงพูดลงอย่างไม่รู้ตัว
“หลิวเหิง ข้าจะจับเจ้ามาสับเป็นชิ้น ๆ!!” เป็นหลิวเหิงอีกแล้ว! อันอ๋องคำรามลั่นจนคอแทบแตก
ทหารนายหนึ่งเริ่มกังวลแล้วเอ่ยขึ้น “ท่านอ๋อง คนที่เผยแพร่ข่าวลือเช่นนี้สมควรถูกลงโทษพ่ะย่ะค่ะ”
“ใช่แล้ว ท่านอ๋องควรจะรีบสยบข่าวลือเช่นนี้!”
“ข่าวลือเช่นนี้สามารถหยุดอยู่ได้เฉพาะในหมู่บัณฑิตมานานแล้ว เราจะหาทางหยุดได้อย่างไร” มีคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างเกรงกลัว
ข่าวลือหยุดได้เฉพาะในหมู่บัณฑิต เพราะพวกเขารู้จักไตร่ตรองและมีจำนวนน้อย ส่วนคนอื่น ๆ มักจะเชื่อข่าวพวกนี้ ตราบใดที่มีความจริงอยู่แม้เพียงเล็กน้อย และอีกอย่าง ข่าวลือนี้ยังไม่นับว่าเป็นเพียงข่าวโคมลอยด้วย เพราะมันมีความจริงอยู่เป็นส่วนมาก
ทุกคนรู้ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นผลดีต่ออันอ๋องเลย ทว่าพวกเขาจะหยุดมันได้อย่างไร
หากบอกว่าไม่ได้เป็นผู้เขียนจดหมายนั่น ทุกคนก็จะเอ่ยว่าคนเลวที่ไหนจะยอมรับเรื่องเลว ๆ ที่ตนเองทำ
ต่อให้บอกว่าจดหมายนั่นเป็นของปลอม ทว่าคนอื่นก็ถามว่าเช่นนั้นแล้วเหตุใดจึงต้องมีการตามล่าตัวหลิวเหิงไปทั่วทั้งอิงเฉิงด้วย
ดูเหมือนว่าข่าวลือนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะแก้ตัว อันอ๋องดูไร้หนทางที่จะโต้แย้งอย่างสิ้นเชิง
ในที่สุดชุยถงเหอก็คิดหนทางดี ๆ ขึ้นมาได้ “ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ สิบกว่าปีก่อนตอนที่คนเถื่อนทางเหนือบุกมาที่เหลียวโจว เป็นท่านอ๋องที่ยกทัพไปปราบข้าศึกทั้งหมดที่นั่นจนสิ้นซาก ความสงบสุขจึงกลับมาสู่เหลียวโจวอีกครั้ง”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง เจ้าเมืองชุยกล่าวถูกต้อง เราสามารถสร้างชื่อเสียงจากการทำสงครามเช่นนั้นได้”
นี่เป็นหนทางเดียวที่กอบกู้ชื่อเสียงกลับมา
อันอ๋อง เว่ยกวงสวี เป็นวีรบุรุษผู้ต่อสู้กับข้าศึกทางเหนือและปกป้องชายแดนให้พ้นภัย มันเคยเป็นชื่อเสียงที่เลื่องลือเป็นอย่างมาก
“ท่านอ๋อง แต่ยามนี้สวีเฉิงกานล้มเหลวในการพยายามที่จะโน้มน้าวให้เหลียงอวี่ตงยอมจำนน เราต้องรีบเดินทางไปยังรุ่นอันพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยได้ยินว่าหลิวเหิงและเหลียงอวี่ตงกำลังเริ่มคัดแยกผู้ลี้ภัยออกจากกันแล้ว และยังยึดเสบียงที่เราส่งไปล่วงหน้าแล้วด้วย”
ชุยถงเหอพบว่าสิ่งนี้ก็เป็นเรื่องยากเย็นสำหรับเขาเช่นกัน
พวกเขาคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ทุกคนจะพยายามช่วยเหลือชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยากเพื่อซื้อใจราษฎรเหล่านั้น ใครจะไปคิดว่าหลิวเหิงจะเกิดความคิดส่งทหารออกมายึดเสบียงจากมือชาวบ้านเช่นนี้
มันต้องเป็นคนบ้าขนาดไหนที่ไปยึดเอาอาหารมาจากผู้ลี้ภัย! หรือความจริงแล้วหลิวเหิงไม่ได้สนใจเรื่องชื่อเสียงเลยแม้แต่น้อย
ไม่! ผิดแล้ว …ทุกคนย่อมให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของตนเอง เพราะนายอำเภอหลิวได้ประกาศไว้ว่า “นี่ไม่ใช่เพราะความขาดแคลน ไม่ได้มีใครต้องการซ้ำเติมความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน แต่ที่พวกเราต้องทำก็เพื่อความปลอดภัยและการจัดสรรอย่างยุติธรรม” ตอนนี้มีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก การเก็บอาหารไว้เองเป็นเรื่องอันตรายและเสี่ยงเกินไป ทางการจะช่วยแบ่งเบาความเสี่ยงทั้งหมดและจัดสรรอาหารของชาวบ้านให้เอง
ผู้ลี้ภัยทั้งหมดจึงถูกตรวจค้นที่รุ่นอัน บริเวณหน้าประตูทางเข้า
บรรดาผู้ลี้ภัยทั้งหมด สตรี คนชรา และเด็กที่ไม่มีอาหารมาสามารถเข้าไปในเมืองได้ หลังจากตรวจค้นตัวแล้ว คนหนุ่มที่ไม่มีเสบียงติดตัวมาจะถูกส่งไปยังที่รกร้างในซินเซียง โดยมีเจ้าหน้าที่และทหารเป็นผู้ดูแล
ใครก็ตามที่มีเสบียงมากเกินห้าสิบจิน จะต้องฝากไว้กับทางการสี่สิบจิน
หลังจากยินยอมให้ทางการเอาเสบียงไปแล้ว พวกเขาก็ต้องแสดงข้อมูลบ้านเกิดเอาไว้ทั้งหมด หรือมีคนชรา สตรี และเด็กในครอบครัวมาเป็นผู้ยืนยันให้จึงจะได้รับหนังสือรับรองจากทางการ หลังการปราบกบฏจบลง พวกเขาสามารถเอาหนังสือรับรองนี้มาขอรับเสบียงทั้งหมดคืนไปได้ในอนาคต
แต่หากไม่ทำตามคำสั่งนี้ ก็แค่ต้องถูกสังหารเพราะนับว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มกบฏ
เสบียงที่ยึดได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งส่งไปยังซินเซียงเพื่อให้คนที่นั่นใช้เป็นอาหาร อีกส่วนหนึ่งนำไปปรุงเป็นอาหารให้กับผู้ลี้ภัยที่ผ่านเข้าไปในรุ่นอัน ให้พวกเขาเข้ามากินอาหารเหล่านี้ประทังความหิว เมื่อเข้าสู่เฉิงโจวแล้วจะได้มีแรงเดินทางต่อไปยังอันหยาง
แม้มาตรการต่าง ๆ จะดำเนินการโดยทางการของรุ่นอัน แต่กองทัพของอันอ๋องก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่คิดเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ขึ้นมาต้องเป็นหลิวเหิงอย่างแน่นอน
ภายใต้มาตรการเช่นนี้เหล่าผู้ลี้ภัยจะถูกแบ่งกลุ่มออกเป็นผู้ที่มีเสบียงและผู้ที่ไม่มีเสบียงทันที
ฝ่ายไร้เสบียงที่แทบจะอดตายพอใจกับเรื่องนี้มาก เมื่อพวกเขารู้ว่าจะได้รับการแบ่งปันอาหาร ส่วนคนที่ลักลอบเก็บเสบียงไว้ไม่ยอมส่งให้ทางการ จะถูกคนที่ไม่มีเสบียงแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
และหลิวเหิงยังมอบอูโถว ธัญพืชลูกใหญ่เท่ากำปั้นให้เป็นรางวัลแก่คนที่เป็นหูเป็นตาช่วยแจ้งเหตุเข้ามาอีกด้วย
ตอนนี้เมื่อมีอูโถวมากินประทังชีวิต มันกลายเป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่ามีทองคำตกลงมาจากฟ้า ทุกคนพากันตื่นตัวจับตาดูคนอื่นรอบ ๆ และรถทุกคันที่อาจจะหลบหนี มีการตรวจค้นอย่างเข้มงวด แม้แต่เพลารถก็ยังต้องถูกเขย่าดูหลายครั้งให้แน่ใจว่าไม่มีช่องแอบซ่อนอาหารอยู่ในนั้น
แผนการอันแยบยลของใต้เท้าสวีในการแฝงทหารและเสบียงมาในหมู่ผู้ลี้ภัยจึงล่มไม่เป็นท่า
ด้วยมาตรการเช่นนี้ ทั้งอาวุธต่าง ๆ อาหารของกองทัพกบฏจึงถูกตรวจพบทั้งสิ้น แม้คนเหล่านี้จะพยายามต่อต้านหรือหลบหนีก็ไม่สำเร็จ
หากกองทัพอันอ๋องไม่เร่งเดินทางมาที่รุ่นอันให้เร็วที่สุด คนของพวกเขาที่แฝงตัวมาในหมู่ผู้ลี้ภัยจะถูกสังหารมากขึ้นเรื่อย ๆ และสัมภาระต่าง ๆ ที่ลอบขนมาก่อนจะลดน้อยลงจากที่เตรียมการไว้