ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 339 โจมตีก่อนเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 339 โจมตีก่อนเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ
บทที่ 339 โจมตีก่อนเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ
ในความเป็นจริงแล้ว สวีเฉิงกานประเมินค่าจิตใจของเว่ยหวนสูงเกินไป
สำหรับเว่ยหวนแล้ว หลิวเหิงยังเป็นบุตรชายของตน ชื่อเสียงของชายหนุ่มไม่ได้แพร่ไปทั่วเพียงในเหลียวโจวเท่านั้น ทว่าเว่ยหวนที่อยู่ในเฉิงโจวเองก็ยังทราบเรื่องนี้
เมื่อได้ยินว่าหลิวเหิงขัดแย้งกับขุนนางส่วนใหญ่ในเหลียวโจว เขาก็กลัวว่าจะมีปัญหามาถึงตนเอง จึงไม่ได้พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตนกับชายหนุ่มขึ้นมา
ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ในที่พัก และส่งผู้ติดตามที่เชื่อถือได้มาคอยเฝ้าอยู่ประตู โดยคิดว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ทว่าหลิวเหิงมีเหยียนเฟิงเป็นผู้ช่วย หน่วยกล้าตายถูกฝึกฝนมาเพื่องานลอบสังหาร โจรกรรม คุ้มกัน… หนึ่งคนสามารถทำได้หลายหน้าที่
ในหน่วยงานไปรษณีย์เช่นนี้ยิ่งเป็นเรื่องง่ายสำหรับเหยียนเฟิงที่จะลอบแอบฟังอย่างเงียบ ๆ
เว่ยหวนและชายสองคนเดินเข้าไปจวนแม่ทัพ ขณะที่เหยียนเฟิงติดตามพวกเขาไปจนถึงหน่วยงานไปรษณีย์ หลังจากลอบฟังข่าวทั้งหมดแล้ว เขาก็ได้ยินว่าอีกฝ่ายจะสั่งอาหารและเครื่องดื่ม ตอนที่ทั้งสองกำลังจะเรียกคนของตนเองเข้าไปในห้อง เหยียนเฟิงก็แต่งกายเลียนแบบผู้ติดตามพร้อมเดินออกจากหน่วยงานไปรษณีย์ไปอย่างมั่นใจ
เมื่อกลับมาถึงโรงเตี๊ยม เหยียนเฟิงก็รายงานเรื่องที่ทั้งสองพูดคุยกันให้หลิวเหิงรู้ ดูเหมือนสวีถิงจือต้องการจะลากเหลียงอวี่ตงลงมาร่วมกระทำผิดโดยอาศัยบุญคุณในอดีต
นับเป็นเรื่องดีที่เหลียงอวี่ตงยังไม่เห็นด้วย …แต่เขาจะทำอย่างไรให้แม่ทัพเหลียงล้มเลิกความคิดที่จะเข้าร่วมกับการกบฏเล่า
เย็นวันนั้น สวีเฉิงกานรู้สึกว่าอาหารที่สั่งมารสชาติไม่ดี เขาจึงส่งผู้ติดตามคนหนึ่งออกไปหาซื้ออาหารและสุรา ทันทีที่เด็กรับใช้ออกมาด้านนอก เขาก็ได้พบหลิวเหิงและคนอื่น ๆ ในเมือง
ตอนแรกความเกลียดชังที่สวีเฉิงกานมีต่อหลิวเหิงนั้นไม่อาจระงับลงได้ เขาต้องการส่งคนไปเล่นงานอีกฝ่ายตั้งแต่เขายังทำงานอยู่ในสำนักฮั่นหลิน เรื่องนี้จึงตกเป็นหน้าที่ของเด็กรับใช้ผู้นี้ แต่ยังไม่ทันจะเริ่มลงมือก็มีเรื่องเกิดขึ้นกับสวีหยวนเซียง และชายหนุ่มก็ถูกส่งไปทำงานที่หอกวงลู่ ดังนั้นงานที่ได้รับมอบหมายมาจึงเป็นอันล้มเลิก
เด็กหนุ่มผู้นี้ความจำดี เขาจำหลิวเหิงได้ทันทีที่พบอีกฝ่าย
อีกทั้งเขายังรู้นิสัยเจ้านายดีที่สุด และทราบด้วยว่าคุณชายรองเกลียดหลิวเหิงเข้ากระดูกดำ ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องรีบไปรายงานในทันที บางทีตนอาจจะได้รับความดีความชอบจากเจ้านายก็ได้
เด็กรับใช้ไม่สนใจที่จะซื้ออาหารและสุราอีกต่อไป หลังจากสอบถามเรื่องนี้กับโรงเตี๊ยมก็รีบกลับไปแจ้งข่าวทันที
สวีเฉิงกานไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ เหตุใดหลิวจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่รุ่นอัน แทนที่จะซ่อนตัวเงียบ ๆ อยู่ในซินเย่ “เจ้าแน่ใจว่าเป็นหลิวเหิงจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”
“คุณชายรอง สิ่งที่ข้าน้อยเห็นไม่มีทางผิดพลาดขอรับ ท่านเคยสั่งให้ข้าน้อยไปตามดูเขามาก่อน ข้าน้อยจำหลิวเหิงได้ดีขอรับ”
“เหตุใดเขาจึงมาที่นี่” สวีเฉิงกานคิด “นายอำเภอจากอำเภอเล็ก ๆ ที่ยากจนกลับไม่อยู่ในที่ว่าการอำเภอของตนเอง …เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะหนีมาที่รุ่นอันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา”
“คุณชายรอง ข้าน้อยไปสอบถามที่โรงเตี๊ยมมาแล้วขอรับ แต่ไม่พบว่ามีคนในครอบครัวเขาอยู่ที่นี่” เด็กรีบใช้คนนี้หลักแหลมมาก เขาสามารถตอบข้อสงสัยให้ผู้เป็นนายได้ทันที “ข้าน้อยได้ยินมาว่าหลิวเหิงเพิ่งจะเข้ามาพักที่โรงเตี๊ยมในวันนี้ และพาคนมาด้วยสองคน คนหนึ่งดูเงียบขรึมและพูดน้อย ส่วนอีกคนดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ ทั้งสองมาสอบถามถึงจวนแม่ทัพรักษาการณ์ขอรับ”
สวีเฉิงกานเริ่มไม่สบายใจเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการจะไปที่จวนแม่ทัพรักษาการณ์
หลิวเหิงหนีรอดจากชุยถงเหอ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาหนีออกจากอิงเฉิงมายังรุ่นอันเพื่อขอความช่วยเหลือ ตอนนี้เหลียงอวี่ตงยังดูลังเลใจอยู่ หากหลิวเหิงได้เข้าพบที่จวนแม่ทัพจริง ๆ …จะเกิดอะไรขึ้นถ้าแม่ทัพผู้นั้นปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่ออันอ๋องแล้วหันมาตั้งรับการโจมตีแทน
สวีเฉิงกานเป็นทั้งคนมีอำนาจและความร่ำรวย อีกทั้งยังเห็นการเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์มานับครั้งไม่ถ้วน
หลิวเหิงพาคนมาด้วยเพียงสองคน ตอนที่หนีออกจากอิงเฉิง ชายหนุ่มพาผู้ติดตามหลายสิบคนไปด้วย อันอ๋องและชุยถงเหอส่งคนมาสกัดกั้นการหนีของเขา เช่นนั้นคนของเขาคงจะถูกฆ่าตายระหว่างทาง และคิดว่าซินเย่อาจจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ดังนั้นหลิวเหิงจึงหนีมาที่รุ่นอันด้วยความรวดเร็ว
แต่เขาก็ยังต้องการไปพบเหลียงอวี่ตงที่จวนแม่ทัพด้วยงั้นหรือ
มันเป็นการพยายามขอความช่วยเหลือหรือไม่
สวีเฉิงกานไม่สามารถรอได้อีกต่อไป เหลียงอวี่ตงเป็นหมากสำคัญที่พ่อของเขาวางไว้ที่เหลียวโจว และไม่มีทางจะปล่อยให้แผนการนี้ล้มเหลวไปได้
ตอนที่หลิวเหิงหนีจากอิงเฉิงได้สำเร็จ มันจะต้องมีคนเอาข่าวอะไรไปแจ้งกับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
ท่านพ่อเคยบอกเขาว่าเหลียงอวี่ตงเป็นคนซื่อสัตย์…
นี่เป็นการรนหาที่ตายจริง ๆ … สวีเฉิงกานแสดงสีหน้าเย็นเยียบ ตอนที่อยู่เมืองหลวงเขาไม่สามารถจัดการเด็กคนนี้ได้ ยามนี้ไม่มีอะไรจะต้องกังวลหากจะจัดการเจ้าลูกหมานั่นอีกแล้ว คนไม่กี่คนที่ติดตามมาด้วยล้วนเป็นคนมีฝีมือที่ท่านพ่อคัดเลือกมาเป็นอย่างดี นับว่าเพียงพอที่จะส่งไปจัดการกับอีกฝ่าย
การโจมตีก่อนจะได้เปรียบกว่ารอให้อีกฝ่ายมาเล่นงานแล้วต้องทนทุกข์ทรมานในภายหลัง ก่อนที่หลิวเหิงจะไปพบเหลียงอวี่ตง เขาต้องรีบจัดการก่อนให้ได้!
หลังจากตัดสินใจเช่นนั้น สวีเฉิงกานก็พาคนสองถึงสามคนออกไปจัดการชายหนุ่ม
เมื่อเว่ยหวนที่อยู่ห้องข้าง ๆ ได้ยินเสียงนั้นก็เปิดประตูออกมา และพบว่าสวีเฉิงกานกำลังเดินทางออกไปจึงถามขึ้น “พี่รอง ท่านจะไปไหนหรือขอรับ” เหลียงอวี่ตงไม่ได้จัดเลี้ยงให้พวกเขา ดังนั้นทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะพักที่นี่คืนนี้ เพื่อจะเตรียมทำตามแผนการในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือ
“น้องเขย ข้าคิดว่ามีอะไรบางอย่างที่ต้องไปจัดการในจวนแม่ทัพอีกครั้ง เจ้าอยู่ที่นี่และคอยที่จะพบกับขุนนางจากรุ่นอันหลังจากนี้เถอะ” สวีเฉิงกานตั้งใจหาข้ออ้างเพื่อเปิดเรื่องนี้จากเว่ยหวน
อย่างไรเสียเว่ยหวนก็เป็นเจ้าเมืองเฉิงโจว เขาเป็นขุนนางระดับสูงสุดของที่นี่
เนื่องจากเกรงว่าเหลียงอวี่ตงจะไม่เห็นด้วย เขาจึงขอให้เว่ยหวนมาที่นี่ด้วยเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น
ขุนนางบางคนต้องการจะเดินทางมาเยี่ยมเยือนหลังจากที่รู้ว่าเจ้าเมืองเดินทางมา ดังนั้นเว่ยหวนจึงต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอพบทุกคน และสังเกตว่าใครมีความคิดเห็นอย่างไรกับแผนการของพวกเขาบ้าง หากใครไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมก็จะได้หาทางจัดการ
หลังจากที่อันอ๋องยึดครองรุ่นอันสำเร็จแล้ว เขาก็ยังต้องหาขุนนางสักคนมาดูแลที่นี่ด้วย
เว่ยหวนไม่เคยกล้าขัดอะไรพี่ภรรยาอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นจึงแค่เอ่ยออกไปว่า “เดินทางปลอดภัยขอรับ” โดยไม่ถามอะไรอีกต่อไป
สวีเฉิงกานนำผู้ติดตามออกไปที่โรงเตี๊ยมซึ่งหลิวเหิงพักอยู่
ระหว่างทางพวกเขาพบว่าตามถนนในรุ่นอันมีขอทานและคนไร้บ้านอยู่เป็นจำนวนมาก ทหารขับไล่พวกเขาออกจากเมืองแล้ว แต่คนเหล่านี้ปฏิเสธที่จะไปไหน แม้จะถูกดุด่าก็ตาม
เขาออกมาด้วยรถม้าธรรมที่ไม่ได้มีธูปกำยาน กลิ่นคนจรเหล่านั้นเหม็นเข้ามาถึงภายในรถ กลิ่นเหม็นอบอวลลึกเข้าไปถึงในจมูก มันทำให้สวีเฉิงกานทนไม่ไหวจนต้องเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูก
เมื่อเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมก็เป็นเวลามืดค่ำแล้ว เจ้าของโรงเตี๊ยมกำลังจัดการบัญชีอยู่หลังโต๊ะต้อนรับ สวีเฉิงกานและพรรคพวกก็เดินเข้าไปมองเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมไม่เป็นมิตร เจ้าของโรงเตี๊ยมสะดุ้งตกใจ “คุณชายต้องการที่พักในโรงเตี๊ยม หรือต้องการให้ข้าน้อยรับอะไรหรือไม่ขอรับ”
สวีเฉิงกานมองทางเข้าแล้วถามขึ้นทันทีว่า “ชายที่ชื่อหลิวเหิงอยู่ที่นี่หรือไม่ เขาพักอยู่ที่ใด”
“คุณชายหลิวพักอยู่ที่บ้านพักด้านหลังขอรับ ท่านเป็นสหายของเขาหรือ…”
หลังสวีเฉิงกานได้ยินว่าคนที่ตามหาอยู่ที่บ้านพักด้านหลัง เขาก็เดินเข้าไปผลักเจ้าของโรงเตี๊ยมออกไป “อย่าถามให้มากความ เรามาที่นี่เพื่อตามหาเขา ถ้าไม่อยากมีเรื่องก็อยู่ห่าง ๆ เอาไว้!”
พวกเขาเดินเข้าไปด้านหลังอย่างอุกอาจ และพบว่ามีบ้านพักอยู่ทางซ้ายมือ
สวีเฉิงกานสั่งให้คนเฝ้ารอบ ๆ บ้าน และเตะประตูเข้าไปพร้อมกับผู้ติดตาม
คนงานคนหนึ่งรีบออกมาจากห้องข้าง ๆ ทันที “เจ้าเป็นใคร! กล้าดียังไง…”
ไม่ทันพูดจบสวีเฉิงกานก็เอาดาบออกมาโจมตี คนงานผู้นั้นอุทานขึ้นมาเสียงดัง แล้วรีบวิ่งหนีกลับเข้าไปในเรือนข้างพร้อมปิดประตูและลงกลอนแน่น
คนผู้นี้รักตัวกลัวตายจริง ๆ หลิวเหิงหวังให้ผู้ติดตามเช่นนี้ช่วยปกป้องตนเองได้อย่างไรกัน สวีเฉิงกานหัวเราะอย่างเหยียดหยามและเดินเข้าไปในบ้านพัก