ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 323 เหอหมิงเฉวียนหนีไปแล้ว
บทที่ 323 เหอหมิงเฉวียนหนีไปแล้ว
หลิวเหิงแปลกใจเล็กน้อยที่เหอหมิงเฉวียนจู่ ๆ ก็มาเป็นท่านอาให้ และเข้ามาช่วยตนเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
เขาขอบคุณเหอหมิงเฉวียน ทั้งสองเป็นเพียงคนรู้จักอย่างผิวเผินเท่านั้น ดังนั้นหลิวเหิงจึงเพียงพูดถึงความกังวลของตนโดยไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องราวใด ๆ
เหอหมิงเฉวียนไม่ได้พาหลิวเหิงเข้าไปในค่ายทหารอย่างที่บอกกับมือปราบ พวกเขายืนอยู่ที่ทางเข้าค่ายทหารเท่านั้น เมื่อเขาได้ยินคำพูดของชายหนุ่มที่ถ่อมตนเช่นนั้นก็ยิ้มออกมา “ท่านเป็นบัณฑิตที่หลักแหลม ไม่อยากทราบหรือว่าข้าช่วยท่านไว้ด้วยเหตุผลใด”
“ข้าเพียงต้องการแสดงความขอบคุณต่อผู้บัญชาการเหอเท่านั้น หากไม่สะดวกจะเล่าถึงเหตุผล ข้าก็เพียงจะจดจำความเมตตาครั้งนี้เอาไว้ในใจ”
“สวีมู่เจี๋ยเป็นสหายใกล้ชิดและพี่น้องร่วมสาบานของข้าเอง เขาส่งจดหมายมาถึงข้าก่อนหน้านี้ว่าพวกท่านจะเดินทางมายังอิงเฉิงตามคำสั่งของเจ้าเมือง และเขาก็ยังฝากให้ข้าช่วยเหลือท่านด้วย” เหอหมิงเฉวียนไม่ได้อ้อมค้อมและพูดออกมาตามตรง “เดิมทีข้าจะมาดักเจอท่านที่หน้าประตูเมือง แต่ไม่คาดเช่นกันว่าจะพบเหตุการณ์เช่นนั้นเข้า ข้าคิดว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับท่านแน่ ดังนั้นจึงได้เข้าไปช่วยเหลือ และจากที่ดูวันนี้ก็พอเข้าใจแล้วว่าท่านเป็นคนหลักแหลมอย่างที่พี่สวีว่าไว้จริง ๆ”
หัวหน้าสวีขอให้คนมาช่วยเหลือเขาอย่างนั้นหรือ?
หลิวเหิงคิดถึงความเป็นไปได้มากมายแต่ไม่ได้คิดถึงเหตุผลนี้เลย ความประทับใจของเขาต่อสวีมู่เจี๋ยคนนั้นมีเพียงอีกฝ่ายแตกต่างจากหลี่ปี้ซู่ และเหล่าเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการก็ดูจะมองสวีมู่เจี๋ยในทางที่ดี เมื่อเขื่อนแม่น้ำหุนกำลังจะพัง เขาก็พยายามดูแลงานต่าง ๆ ในที่ว่าการอย่างดี และช่วยแบ่งเบาความกังวลของตนไปได้มาก
เมื่อนึกถึงตอนที่เขากำลังจะออกจากซินเย่ หัวหน้าสวีก็บอกเขาซ้ำ ๆ ว่าให้ระวังตัวให้ดี ราวกับทราบก่อนแล้วว่าที่อิงเฉิงมีอันตราย
“ท่านและหัวหน้าสวีรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในอิงเฉิงหรือไม่ขอรับ” เขาอดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัย
เหอหมิงเฉวียนมองไปรอบ ๆ “ตอนนี้พวกเขายังตามหาท่านอยู่ พวกท่านควรหนีไปให้เร็วที่สุด คนพวกนั้นจะได้ติดตามได้ยาก รอจนกว่าพวกท่านไปถึงซินเย่ จากนั้นท่านค่อยถามเรื่องทั้งหมดจากพี่สวีอีกครั้งเถอะ”
ตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่เหมาะสมในการเล่าเรื่องต่าง ๆ เลย “หากข้าหนีไป …ท่านจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ขอรับ”
“ฮ่า ฮ่า อย่าได้กังวล พวกนั้นไม่คิดว่าข้าจะช่วยให้ท่านหนีไปหรอก อีกอย่าง หากพวกเขารู้ว่าท่านหนีไปแล้ว สิ่งที่อันอ๋องจะทำเป็นเรื่องต่อไปคือการส่งคนไปสังหารท่านที่ซินเย่” เมื่อพูดถึงอันอ๋อง สีหน้าของเหอหมิงเฉวียนพลันแสดงความเกลียดชังออกมา
หลังหลิวเหิงได้ยินว่าอันอ๋องจะส่งคนไปซินเย่เขาก็ไม่กล้ารีรออีกต่อไป และรีบกล่าวลาเหอหมิงเฉวียนทันที
ด้วยการคุ้มกันของเฉวียจือและเหยียนเฟิง หลิวเหิงก็สามารถไปรวมตัวกับคนที่รออยู่นอกเมืองได้อย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจกับความรอบคอบของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังโชคดีที่ตัดสินใจทิ้งรถม้าไว้ที่นี่ด้วย ดังนั้นจึงสามารถใช้มันเดินทางกลับซินเย่ได้
เขาฝากข้อความถึงเจ้าของบ้านที่เจ้าหน้าที่มาขออาศัยอยู่วันนี้ว่ามีเรื่องต้องกลับไปอย่างเร่งด่วน หลังจากเตรียมสิ่งต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ขึ้นรถม้าเดินทางกลับซินเย่ทันที
ระหว่างทางกลับ เมื่อมองชาวบ้านที่ลี้ภัยลงใต้ เขาก็เข้าใจว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงชาวบ้านทั่วไปเท่านั้น หลิวเหิงส่งคนไปพูดคุยกับผู้ลี้ภัย และขอให้บางคนเดินทางลงใต้ไปส่งข่าว
ในอิงเฉิง คนของชุยถงเหอค้นหาตามที่ต่าง ๆ ในเมืองจนทั่ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยของหลิวเหิง ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจรายงานให้อันอ๋องทราบเรื่องโดยเร็วที่สุด
สิ่งแรกที่อันอ๋องถามหลังจากทราบว่ามีข่าวรั่วไหล และยังปล่อยให้หลิวเหิงหนีออกไปได้คือ “มีการตรวจตราที่ประตูเมืองแล้วใช่หรือไม่”
“เราส่งกำลังคนไปเฝ้าแล้วขอรับ แต่คนทุกคนที่มาจากซินเย่หายตัวไป” เหตุการณ์คราวนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายมากสำหรับชุยถงเหอ แม้หลิวเหิงจะหนีไป แต่ก็สามารถพูดได้ว่าเขาอาจจะรู้ข่าวก่อนล่วงหน้า แต่คนอื่น ๆ เล่า คนที่มากับอีกฝ่ายนับสิบคนกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ชายนับสิบจะหายตัวไปได้อย่างไรนอกจากบินหนี เขามักจะภูมิใจในความแข็งแกร่งของกองกำลังตนเองว่าเทียบได้กับกองทัพเหล็ก แต่ยามนี้กลับปล่อยให้คนนับสิบหนีรอดไปจากอิงเฉิงได้ เช่นนั้นจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้กับอันอ๋องที่กำลังจ้องอยู่ในตอนนี้
อันอ๋องเห็นว่าชุยถงเหอละอายใจจึงยังมีความปรานีอยู่บ้าง “ไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเองหรอก หลิวเหิงเป็นคนมากเล่ห์และเจ้าแผนการ เจ้าไปตรวจสอบให้ละเอียด จากนั้นก็ส่งคนไปที่ซินเย่ ต่อให้เป็นนักบวชก็อย่าปล่อยให้รอดไปได้ หากหลิวเหิงหนีไปแล้วจริง ๆ เขาก็ย่อมต้องเดินทางกลับไปที่ซินเย่นั่นแหละ”
นอกจากนี้การส่งคนไปซินเย่ยังเพื่อเป็นการขนอาวุธที่ถูกยึดไว้ที่นั่นกลับมาด้วย เพราะพวกมันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแผนการทั้งหมดของเขา
อันอ๋องเอ่ยขึ้นระหว่างมองไปยังแม่ทัพรักษาการณ์อิงเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ “เจ้าจะจัดกองกำลังให้ข้าใช่หรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องไม่ต้องกังวล ข้าน้อยจะส่งกองกำลังไปติดตามจัดการหลิวเหิงให้สำเร็จ” เมื่อแม่ทัพรักษาการณ์อิงเฉิงได้รับคำสั่งก็เดินทางกลับไปยังค่ายทหาร หลังเหอหมิงเฉวียนได้ยินเรื่องนี้เขาก็รับอาสาทันที
แม่ทัพรักษาการณ์อิงเฉิงรู้เรื่องนี้ก็เอ่ยชมขึ้น “คราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ การเดินทางนอกเมืองมีความเสี่ยง แต่เจ้าก็ยังอาสาที่จะไปงั้นหรือ”
เหอหมิงเฉวียนส่ายหน้า “ท่านอ๋องเมตตาท่านแม่ทัพมาก อีกทั้งท่านในเวลานี้ยังมีงานใหญ่ต้องจัดการ ดังนั้นข้าจึงควรแบ่งเบาภาระท่าน ซินเย่เป็นเพียงอำเภอเล็ก ๆ ข้าขอทหารสามร้อยนาย และจะเดินทางไปกำราบพวกนั้นที่นั่นให้เรียบร้อยเองขอรับ”
เมื่อแม่ทัพรักษาการณ์อิงเฉิงได้ยินดังนั้น เขาก็ซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากและตบไหล่เหอหมิงเฉวียน “เอาละ หลังท่านอ๋องได้รับชัยชนะจากงานใหญ่ครั้งนี้เมื่อไหร่ ข้าจะขอให้ท่านตอบแทนความดีความชอบของเจ้าแน่นอน”
เหอหมิงเฉวียนรู้สึกรังเกียจเล็กน้อย ชัยชนะจากงานอันยิ่งใหญ่งั้นหรือ …หากอันอ๋องทำงานใหญ่นี้จริง ทุกอย่างที่นี่จะไม่เหลือสิ่งใดเลยมากกว่า
ทว่าเขาก็แสดงสีหน้าพึงพอใจออกไป และแสดงความภักดีต่อผู้บังคับบัญชา
แม่ทัพรักษาการณ์อิงเฉิงไร้ซึ่งความเคลือบแคลงใจในการมอบหมายให้เหอหมิงเฉวียนนำกำลังไปซินเย่ และตกลงกันว่าหากทุกอย่างคลี่คลายแล้ว เขาจะรีบนำกองทัพตามไปที่หน่วยงานไปรษณีย์เหลียวผิงเพื่อสนับสนุน
เหอหมิงเฉวียนกลับไปเตรียมการทุกอย่างที่ค่ายแล้วออกเดินทางอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่แม่ทัพรักษาการณ์กำลังชื่นชมในตัวผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำงานอย่างเต็มที่อยู่นั้นเอง ชุยถงเหอก็รีบเข้ามาในจวนแม่ทัพพร้อมกับมือปราบ ชุยถงเหอดูเหนื่อยหอบจากความรีบเร่ง มือข้างหนึ่งของเขาจับกรอบประตูเพื่อพยุงตัวไว้และถามขึ้น “เหอหมิงเฉวียนอยู่ที่ไหน”
“ข้ามอบหมายให้เขานำกองกำลังไปที่ซินเย่แล้ว เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือเจ้าเมืองชุย”
“เหอหมิงเฉวียนผู้นั้น… เกรงว่ามันจะเป็นคนปล่อยให้หลิวเหิงหนีไปได้!”
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร? เหอหมิงเฉวียนเป็นคนเหลียวโจว เขาไม่เคยออกจากที่นี่ไปไหน เขาจะร่วมมือกับหลิวเหิงได้อย่างไรในเมื่อไม่น่าจะมาเจอกันได้”
“แต่วันนี้เขาปล่อยหลิวเหิงและผู้ติดตามออกไปจากประตูเมือง หลังจากมือปราบหนิวรายงานใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เขาพาออกไปอย่างละเอียด ข้าก็เกรงว่านั่นจะเป็นหลิวเหิง”
มือปราบหนิวเคลือบแคลงใจขึ้นมาหลังจากค้นหาทั่วเมืองแล้วก็ยังไม่พบใคร ดังนั้นเขาจึงกลับไปยังที่ว่าการ เรียกเจ้าหน้าที่ที่เคยพบหลิวเหิงมาสอบถาม จากนั้นก็สั่งให้คนวาดภาพออกมา เมื่อนำไปที่ประตูเมืองแล้วถามทหารที่นั่น ทหารนายหนึ่งมองภาพนั้นแล้วก็บอกว่าชายหนุ่มคนนั้นคล้ายกับหลานชายที่ผู้บัญชาการเหอพาตัวออกไป
แม่ทัพรักษาการณ์อิงเฉิงไม่คาดว่าตนจะทำเรื่องผิดพลาดเช่นนี้ขึ้นมา กว่าเขาจะไปถึงค่ายทหาร ก็พบว่าเหอหมิงเฉวียนนำกองกำลังทั้งหมดควบม้าออกจากค่ายไปนานแล้ว
กองกำลังสามร้อยนายล้วนเป็นทหารใกล้ชิดที่ขึ้นตรงต่อเหอหมิงเฉวียนโดยตรง
อีกฝ่ายนำทหารสามร้อยนายหนีออกไป หากต้องการตามล่าอาจจะต้องส่งคนอีกห้าร้อยไปตามหรือไม่
เมื่ออันอ๋องทราบเรื่องเขาก็โกรธมาก ยิ่งกว่าเรื่องที่หลิวเหิงหนีไป คือการที่ทหารซึ่งแม่ทัพเป็นคนส่งไปติดตามชายหนุ่มก็ยังพากำลังพลหนีไป มันไม่ใช่เรื่องที่จะอยู่เฉยได้
ในเวลานี้แม้แต่ชุยถงเหอยังรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เขาคิดว่าการหนีไปของเหอหมิงเฉวียนพร้อมทหารสามร้อยนายไม่ใช่เพียงแค่จำนวนคนที่ลดลง แต่รวมถึงขวัญกำลังใจของกองทหารภายใต้บังคับบัญชาของอันอ๋องด้วย
“ไม่จำเป็นต้องทำอย่างเงียบ ๆ อีกต่อไปแล้ว ออกคำสั่งลงไป ใครก็ตามที่พบหลิวเหิงหรือเหอหมิงเฉวียนที่ถนน ฆ่ามันซะ! อย่าได้ปรานี เจ้านำกองกำลังพันนายไปที่ซินเย่ จัดการพวกมันทั้งหมดด้วยตนเอง และขับไล่คนของทางใต้ในอิงเฉิงให้ลงไปที่เฉิงโจว ใครขวางทางสังหารให้สิ้น ไม่ต้องปล่อยพวกมันไว้!” อันอ๋องหันไปสั่งการกับแม่ทัพด้วยใบหน้ามืดครึ้ม และยังสั่งเจ้าหน้าที่อีกคนข้างตัวว่า “ไปหาสวีเฉิงกาน ขอให้เขารีบไปยังเฉิงโจวและเข้าพบเว่ยหวนเดี๋ยวนี้!”