ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 318 น้ำใจจากอันอ๋อง
บทที่ 318 น้ำใจจากอันอ๋อง
เมื่ออันอ๋องได้ยินว่านายอำเภอซินเซียงเสียชีวิตเพราะกลุ่มกบฏเขาจึงถามชุยถงเหอ “แล้วหลิวเหิง นายอำเภอของซินเย่เล่า”
หลิวเหิงคือผู้ที่อันอ๋องตั้งใจจะสังหาร ไม่ใช่เพราะเรื่องอื่นใด แต่เป็นเพราะที่เขารู้เรื่องการสร้างอาวุธในภูเขาที่ซินเย่แล้ว
เขาคิดมาตลอดว่าหลิวเหิงเป็นแค่คนโลภเงินที่หวังแต่กำไร ดังนั้นจึงคิดว่าไม่เป็นไรหากจะปล่อยชายคนนี้ไว้ ซ้ำยังมองว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะรับชายคนนี้เข้ามาเป็นคนของตนเอง แต่การที่อีกฝ่ายสกัดกั้นรถม้าขนส่งอาวุธที่ซินเย่ และนำกำลังคนติดตามไปจนถึงเหมืองเหล็ก เรื่องนี้ทำให้เขาไม่สามารถปล่อยชายหนุ่มเอาไว้ได้อีกต่อไป
ไม่ว่านายอำเภอหลิวจะเป็นคนของใคร แต่ตราบใดที่ไม่ใช่คนของเขา อันอ๋องก็ไม่มีทางที่จะไว้ใจใครในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ เขาจะไม่เสียเวลาและกำลังคาดเดานายอำเภอขั้นเจ็ด ตนส่งคนไปจัดการอีกฝ่ายแล้ว และยังฆ่าคนของตัวเองเพื่อปิดปากกว่าร้อยคน
เมื่อไม่มีหลิวเหิง และซินเย่ไร้ซึ่งคนดูแลงานปกครองต่อ อาวุธทั้งหมดก็จะถูกขนส่งออกมาได้อย่างง่ายดาย ด้วยเส้นทางที่สั้นที่สุดจากซินเย่ถึงเฉิงโจว
ยิ่งไปกว่านั้น… อันอ๋องยังคิดถึงสวีเฉิงกานที่เดินทางมาจากเมืองหลวงและพักอยู่ที่ห้องรับรอง การสังหารหลิวเหิงจะทำให้คุณชายรองตระกูลสวีพอใจ ดังนั้นจึงถือว่าเรื่องนี้เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากเขาถึงคุณชายในโอกาสที่บรรลุข้อตกลงระหว่างกัน
“มีข่าวว่าหลิวเหิงเดินทางออกจากที่ว่าการอำเภอตรงมาที่อิงเฉิงแล้วพ่ะย่ะค่ะ ส่วนนอกเหนือจากนั้น… ยังไม่มีรายงาน” ชุยถงเหอตอบอย่างรวดเร็ว “แม้คนของเราจะทำไม่สำเร็จระหว่างทาง แต่เมื่อเขามาถึงอิงเฉิง เขาก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”
อันอ๋องรับคำในลำคอ เขาตื่นเต้นเล็กน้อย
เนื่องจากเขาวางแผนนี้และเฝ้ารออย่างใจเย็นมาเป็นเวลานาน และในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้าง เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เดิมทีจักรพรรดิองค์ก่อนตั้งใจจะแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาท แต่เมื่อพระบิดาของเขาสิ้นพระชนม์ด้วยโรคร้ายอย่างกะทันหัน อีกทั้งตนยังอยู่ห่างไกลในเหลียวโจว จึงมีคนอื่นขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดิไปเสียก่อน
ยามนี้ใต้เท้าสวีให้สวีเฉิงกานส่งข่าวมาถึงเขาว่าจักรพรรดิเทียนฉีคงจะทรงมีพระชนม์ชีพต่อไปได้อีกไม่กี่วันเท่านั้น ชายผู้นั้นกำลังจะตาย และในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะเดินทัพจากเหลียวโจวเข้าเมืองหลวงได้!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเตรียมการทุกอย่างในเหลียวโจวอย่างรอบคอบ และเตรียมฝึกฝนกองทัพกว่าห้าหมื่นนายให้แข็งแกร่งก็เพื่อรอวันนี้
ตอนนี้มีข่าวการรุกรานของพวกป่าเถื่อนทางเหนือ และทางเหนือของเหลียวโจวก็มีกองทหารชายแดนซึ่งกำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขัน
อันอ๋องจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ที่ผู้ลี้ภัยพากันเดินทางลงใต้ เขาแบ่งกำลังออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนมาก และให้แฝงตัวไปในกลุ่มผู้ลี้ภัย จากนั้นก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางใต้ การเดินทางเพื่อหนีความอดอยากย่อมจะมีการขนสิ่งของกับอาหารไปด้วยอย่างแนบเนียน
เมื่อทุกคนออกจากอิงเฉิงแล้วก็เหลือเพียงรอรับคำสั่งเท่านั้น ทุกกลุ่มพร้อมที่จะรวมกำลังกันโจมตีเมืองหลวง ซึ่งที่นั่นจะมีใต้เท้าสวีเตรียมกำลังมาสนับสนุนการขึ้นครองบัลลังก์ของเขาอยู่อีกด้วย
หากทัพของเขาไปถึงที่นั่นแล้ว เฉิงจวิ้นอ๋องก็คงจะเหลือเพียงชื่อเท่านั้น
“ท่านอ๋อง ตอนนี้กองทัพกำลังเคลื่อนพลลงใต้แล้วพ่ะย่ะค่ะ เราควรจะทำอย่างไรหากถูกขัดขวางที่เฉิงโจว” ชุยถงเหอเป็นกังวลเล็กน้อย
เจ้าหน้าที่อีกคนที่อยู่ข้างเขาหัวเราะแล้วเอ่ยขึ้น “ใต้เท้าชุย เหตุใดต้องกังวลเรื่องเช่นนี้เล่า ท่านก็รู้ว่าผู้ใดคือผู้ว่าเฉิงโจว”
“เว่ยหวน”
“ใช่แล้ว เว่ยหวนเป็นบุตรเขยของสวีถิงจือ เขาทำงานอย่างหนักในเฉิงโจวมาหลายปีและไม่พอใจที่จะอยู่ที่นั่น ยามนี้ใต้เท้าสวีได้ส่งบุตรชายคนรองขึ้นเหนือมาส่งข่าว ไม่นานเขาก็จะไปที่เฉิงโจวเพื่อพูดคุยเรื่องนี้ ยังจะต้องกลัวว่าเว่ยหวนจะไม่ให้ความร่วมมืออีกหรือ” เจ้าหน้าที่คนนั้นเอ่ยอย่างมีความสุข “สวรรค์เข้าข้างท่านอ๋องของเราแล้วจริง ๆ ข้าได้ยินมาว่าเดิมทีใต้เท้าสวีตั้งใจส่งบุตรเขยผู้นี้ไปดูแลเติงโจว แต่กลับถูกกลั่นแกล้งระหว่างการแต่งตั้ง จนต้องมาประจำอยู่ที่เฉิงโจวแห่งนี้ เรื่องนี้ทำให้คราวนี้ทุกอย่างช่างง่ายดายไปเสียหมด”
อันอ๋องเองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน “ข้าไม่คิดว่าจะมีเรื่องอะไรให้กังวล เพราะในตอนนี้สวีถิงจือเข้ามาร่วมมือกับเราอย่างชัดเจนแล้ว”
สวีเฉิงกานกล่าวว่าเขานำจดหมายของใต้เท้าสวีมาด้วย และหลังจากนี้เขาจะเดินทางไปยังเฉิงโจว เพื่อชักชวนให้เว่ยหวนร่วมมือกับแผนการนี้โดยตรง การเคลื่อนทัพลงไปเฉิงโจวจะเป็นไปอย่างราบรื่น
“กองทัพที่เฉิงโจวจะมีการเคลื่อนไหวใด ๆ หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ชุยถงเหอช่วยงานอันอ๋องมานาน ทำให้เขาระแวดระวังเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ
“สวีถิงจือแจ้งว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าไปในเฉิงโจว คนเหล่านั้นก็จะอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หากเว่ยหวนเป็นผู้ออกหน้าด้วยตนเอง ทหารที่นั่นก็ไม่น่าจะเป็นปัญหากับเรา”
นานมากแล้วที่กรมกลาโหมและกรมพลเรือนแยกขาดจากกัน เหล่าแม่ทัพไม่ได้ขึ้นตรงต่อขุนนาง เมื่อผู้ลี้ภัยเข้าสู่เมือง หากเว่ยหวนที่เป็นเจ้าเมืองไม่ได้คัดค้านหรือขอความช่วยเหลือไปยังกองทัพ ความรับผิดชอบในการดูแลผู้ลี้ภัยเหล่านี้ก็จะอยู่ในมือเขา เขาสามารถเลือกที่จะขอให้กองกำลังรักษาการณ์หรือส่งคนของที่ว่าการไปดูชาวบ้านโดยตรงได้ โดยที่กองทัพจะไม่เข้ามาก้าวก่ายการปกครองส่วนท้องถิ่น
ชุยถงเหอพยักหน้าตาม สวีถิงจือผู้นี้ให้การช่วยเหลือพวกเขามากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ทางเลือกนี้ก็เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว กองทัพจะเดินทางเข้าสู่เฉิงโจวด้วยการแฝงตัวเป็นผู้ลี้ภัย หลังจากผ่านเฉิงโจวไปแล้วก็จะเข้าเขตเมืองหลวง หากทุกอย่างราบรื่นไร้ปัญหา พวกเขาก็จะสามารถรุกคืบไปถึงเมืองหลวงในฐานะผู้ลี้ภัยได้อย่างง่ายดาย
“ท่านอ๋อง ช่างเป็นความคิดที่หลักแหลมยิ่งนัก ที่ใช้การลี้ภัยของชาวบ้านเป็นตัวช่วยในการเดินทัพพ่ะย่ะค่ะ” หลังจากได้ยินแผนการทั้งหมด ชุยถงเหอก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม
“ใช่ ใต้เท้าสวีสามารถยืนหยัดอยู่ในราชสำนักมาได้หลายสิบปี และยังได้รับความไว้วางพระทัยจากจักรพรรดิเทียนฉีเสมอ เขาเป็นคนมีความสามารถไม่น้อย” อันอ๋องพยักหน้าชื่นชมเช่นกัน
เดิมทีอันอ๋องวางแผนจะใช้ผู้ลี้ภัยสร้างความวุ่นวายทางเหนือ แต่สวีถิงจือแนะนำว่าหากผู้ลี้ภัยเดินทางลงใต้ จะสามารถใช้โอกาสนี้เคลื่อนทัพอย่างแนบเนียนได้ ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นวิธีการที่ชาญฉลาดมาก ใครจะคิดว่ามีกำลังทหารแฝงตัวอยู่ท่ามกลางชาวบ้านที่สับสนวุ่นวาย
อันอ๋องตัดสินใจกับตนเองแล้วว่าเขาสามารถเชื่อถือสวีถิงจือได้ เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างมากที่จะช่วยให้แผนการของเขาราบรื่น และตอนนี้ก็ใกล้จะสำเร็จไปอีกขั้นแล้ว ดังนั้นหากงานนี้ลุล่วงการตอบแทนอีกฝ่ายด้วยความมั่นคงตามที่ฝ่ายนั้นต้องการก็ไม่ใช่เรื่องเดือดร้อนอะไร
จักรพรรดิเทียนฉีสามารถแต่งตั้งสวีถิงจือเป็นหัวหน้าราชเลขาส่วนพระองค์ได้ ดังนั้นก็ไม่เสียหายที่จะมอบตำแหน่งทางการดี ๆ ให้เขาอีกสักสองตำแหน่ง
แต่นอกจากสวีถิงจือ เขาก็ไม่เห็นเช่นกันว่าจะมีใครในตระกูลสวีที่สามารถทำงานใหญ่ได้ จึงมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้เป็นขุนนางใหญ่ในเวลานี้
ตอนนั้นเองก็มีเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการเดินเข้ามาตามหาชุยถงเหอ และแจ้งว่านายอำเภอจากที่ต่าง ๆ เริ่มทยอยมาถึงอิงเฉิงแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังพักผ่อนอยู่ที่ศาลาพักม้าของทางการในเวลานี้
“ทำตามแผน จัดการคนเหล่านั้นอย่างระวัง ทำให้พวกเขาตายใจเสียก่อน” อันอ๋องครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หากหลิวเหิงมีโชคพอจะรอดมาถึงนี่ได้ ก็ส่งเขาให้สวีเฉิงกานเสีย อย่างไรเขาก็นับได้ว่าเป็นหลานชายของสวีถิงจือ ถือว่าเป็นการตอบแทนอย่างแรกจากข้าที่ใต้เท้าสวีช่วยอำนวยความสะดวกให้ในครั้งนี้”
อันอ๋องคิดถึงตัวตนที่น่าสนใจของหลิวเหิง ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างไรอีกฝ่ายก็คือบุตรชายของเว่ยหวน หากเขาลงมือฆ่าเด็กคนนั้นด้วยตนเอง อาจจะมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ และคงจะเป็นปัญหาหากเว่ยหวนไม่พอใจ ทั้งยังต้องการแก้แค้นให้บุตรชาย เนื่องจากจำเป็นต้องเดินทัพผ่านเฉิงโจว เขาจึงต้องคิดถึงเรื่องนี้ พร้อมแสดงน้ำใจออกมาให้ได้มากที่สุด
ส่วนเรื่องที่ว่าหลิวเหิงจะเป็นอย่างไรต่อไปในเงื้อมือของสวีเฉิงกาน เรื่องนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเขาและใจของสวีเฉิงกานแล้ว แม้เว่ยหวนจะต้องแค้นเคืองคนที่สังหารบุตรตนเอง แต่คนที่จะต้องถูกจัดการก็จะกลายเป็นสวีเฉิงกานแทน
อีกทั้งเรื่องนี้ก็จะสร้างความพอใจให้สวีถิงจือได้อีกด้วย เพื่อที่จะรักษาหน้าตาของใต้เท้าสวีเอาไว้ อันอ๋องได้นำตัวหลานชายของเขามาส่งให้จัดการกันเอง หากสวีถิงจือทราบเรื่องนี้มีหรือจะไม่ประทับใจ
ชุยถงเหอรับคำและเข้าใจความต้องการของผู้เป็นนายทันที เขาต้องไปพบนายอำเภอเหล่านั้น และสำรวจดูด้วยว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง
เมื่อกลับมายังที่ว่าการ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็รายงานขึ้นว่า “ใต้เท้าขอรับ มีรายงานจากประตูเมืองว่าหลิวเหิงเดินทางเข้ามาแล้วขอรับ”
“เจ้าจัดการเขาระหว่างทางไม่สำเร็จอย่างนั้นหรือ” ชุยถงเหอรู้สึกว่าหลิวเหิงช่างเป็นคนดวงแข็งเสียจริง อันอ๋องไม่ต้องการเก็บเขาไว้อีกต่อไป จึงได้ส่งคนถึงสามกลุ่มไปรอจัดการที่ถนนหลัก
“มีรายงานว่าหลิวเหิงเข้าเมืองมาด้วยรถม้าพร้อมผู้ติดตามประมาณสิบคน เมื่อพิจารณาดูแล้วท่าทางของเขาก็ดูยากลำบากเล็กน้อย ดูราวกับกำลังหนีอะไรมา”
ชุยถงเหอหัวเราะ ช่างโง่เขลาเสียเหลือเกินที่ตัดสินใจหนีเข้ามายังอิงเฉิง
เขาได้ยินมาว่าสวีเฉิงกานเสียตำแหน่งการงานไปเพราะหลิวเหิง หากชายผู้นั้นตกไปอยู่ในเงื้อมือของคุณชายรองตระกูลสวีละก็ …หลิวเหิงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเพียงใดกัน
เขาไม่คิดว่าคุณชายรองผู้ชื่นชอบการใช้อำนาจ จะสนใจความคิดของน้องเขยอย่างเว่ยหวนด้วยการปล่อยหลิวเหิงไป นอกจากนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่นับว่าเป็นหลานชายของเขาจริง ๆ ส่วนสวีอวี้หรงเองก็คงจะต้องการฆ่าชายหนุ่มเช่นกัน