ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 298 พวกเขาล้วนคมคายและหลักแหลม
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 298 พวกเขาล้วนคมคายและหลักแหลม
บทที่ 298 พวกเขาล้วนคมคายและหลักแหลม
เหล่าหัวหน้าการค้าและพ่อค้าเกลือทุกคนต่างกินอาหารมื้อนั้นด้วยความเร่งรีบ ดื่มสุราเพียงสองสามจอก จากนั้นก็รีบหาเหตุผลที่จะแยกย้ายกันไปพลางหัวเราะออกมา
ผู้แทนติงเดินกลับไปที่ขบวนรถของตนเอง แม้ตอนนี้จะอากาศหนาวเล็กน้อย แต่ฝนก็ไม่ได้ตกลงมา เขาไม่พบโรงเตี๊ยมที่พอจะพักได้ จึงขอให้ทุกคนผลัดกันเฝ้ายามและเขาก็ขึ้นไปพักผ่อนในรถม้า
เช้าวันรุ่งขึ้นฟ้าสดใส ผู้แทนติงรีบเดินทางไปยังประตูด้านหลังของที่ว่าการอำเภอ
ขณะนี้ อาต้าเพิ่งจะออกมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกหลายคนเพื่อเปลี่ยนกะเฝ้ายาม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ครึ่งหนึ่งถูกหลิวเหิงพาไปช่วยชาวบ้านซ่อมเขื่อน คนห้าสิบคนที่เหลืออยู่ที่นี่จึงต้องถูกแบ่งกำลังเป็นห้ากะ กะละสิบนาย
ทันทีที่อาต้าเดินมาถึงประตู ผู้แทนติงก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม
อาต้าสั่งให้เจ้าหน้าที่กะก่อนหน้าไปพักผ่อนและเริ่มหันมาคุยกับพ่อค้าเกลือที่มาแต่เช้า “ท่านเรียกข้ามีเรื่องอะไรงั้นหรือขอรับ”
ผู้แทนติงยิ้มและก้าวเข้าไปใกล้พร้อมกับส่งกระเป๋าเงินใบหนึ่งให้แก่เขา “เจ้าหน้าที่ ข้าเป็นหัวหน้าคาราวานค้าเกลือของตระกูลติงในเหลียวจง ข้ามีเรื่องต้องการพูดกับนายอำเภอ”
“ใต้เท้าของเราเดินทางไปที่แม่น้ำหุนเพื่อซ่อมแซมเขื่อน มีเพียงคุณหนูที่ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ แทนได้ในเวลานี้ขอรับ”
ผู้แทนติงลังเลเล็กน้อย มันดูไม่สมเหตุสมผลเลยที่จะต้องขอพบเด็กสาวภายในเรือนพักยามเช้าตรู่เช่นนี้ คนเหล่านี้ไม่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องผิดปกติบ้างหรือ?
ถ้าเขาจะไปพบหลิวจงเซี่ยวโดยตรง เสี่ยวเอ้อร์ก็บอกว่าอีกฝ่ายพบกับพ่อค้าเกลือรายอื่นไปถึงสามครั้งแล้ว หากเขาไม่สามารถมอบประโยชน์ที่ดีกว่าให้แก่หลิวจงเซี่ยวได้ ก็คงไม่พ้นจะถูกพ่อบ้านหลิวผู้นั้นดูถูก นอกจากนี้การลงทุนก็จะเปล่าประโยชน์อีกด้วย
การจะเดินทางไปยังแม่น้ำหุนเพื่อขอพบหลิวเหิงโดยตรงก็เป็นเรื่องยาก เขาไม่สามารถผ่านประตูตะวันตกออกไปได้ในเวลานี้ ไม่ว่าสถานการณ์ที่เขื่อนตอนนี้จะอันตรายจริงหรือไม่ก็ตาม ทว่าในยามนี้ เมื่อส่งคนไปสอบถามที่หน้าประตูก็พบว่าขบวนเกลือทั้งหมดไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านประตูตะวันตกกลับมาอีกเมื่อออกไปแล้ว
เช่นนี้เขาก็มีทางเลือกเดียวคือการขอพบเหยียนซีใช่หรือไม่?
ระหว่างกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง รถม้าสามคันก็มาจอดที่หน้าประตู คนขับม้าทำความเคารพอาต้าแล้วทักทาย “หัวหน้า ข้าเอาผ้าน้ำมันและกระสอบทรายมาส่งขอรับ”
“คุณหนูรออยู่ตั้งแต่เช้าแล้ว ส่วนของพวกนี้เจ้าไม่ต้องเอาเข้าไปหรอก เดี๋ยวเอาไปส่งที่แม่น้ำหุนในหนานหยวนทีเดียวเลย”
เมื่อได้ยินว่ามีคนมาส่งผ้าน้ำมันและกระสอบทราย ผู้แทนติงก็ลอบสาปแช่งคนเลวที่ทำผิดกฎและรีบรุดหน้ามาติดสินบนเจ้าหน้าที่ถึงที่นี่ หากเขารู้ว่าสามคนนั้นเป็นใคร รับรองว่าจะไม่มีทางปล่อยให้รอดไปได้!
ผู้แทนติงกัดฟันกรอดด้วยความโกรธอยู่ในใจครู่หนึ่งและตัดสินใจว่าจะไม่ยอมแพ้เช่นกัน เขารีบขวางอาต้าที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในประตูหลัง “เจ้าหน้าที่ ช่วยแจ้งแก่คุณหนูได้หรือไม่ ว่าพ่อค้าตระกูลติงจากเหลียวจงต้องการสนทนาด้วย”
อาต้าเหลือบมองเขาแล้วตอบออกไปว่า “ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าคุณหนูจะว่าอย่างไรขอรับ อย่างที่บอกท่านไปเมื่อครู่ ทุกอย่างในเวลานี้ล้วนเป็นไปตามการตัดสินใจของคุณหนู ข้าจะไปรายงานคุณหนูให้ ท่านรออยู่ที่นี่ก่อน” ว่าจบแล้วเขาก็เดินหายเข้าไปด้านใน
ผู้แทนติงคิดว่านายอำเภอหลิวจอมปอกลอกนั้นดูต่างไปจากที่คิดเล็กน้อย อีกฝ่ายไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดด้วยตนเอง ทั้งยามนี้ตนก็ต้องพบคู่หมั้นที่เป็นเพียงสาวบ้านนอกของเขา นางดูเป็นที่เกรงใจดั่งพญาสิงห์ตั้งแต่ยังไม่ทันแต่งงาน คนรอบกายที่คอยรับใช้ยกเว้นหลิวจงเซี่ยวก็ดูคล้ายกับอาต้าผู้นี้ ที่เป็นอดีตทหารและยังเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความสงบ ดังนั้นเด็กสาวจึงไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดมากขึ้นไปอีก
ทว่าทุกอย่างก็เป็นจริงเช่นที่ทุกคนพูดถึงเมื่อคืน แม้หลิวเหิงจะดูเป็นคนแปลกถึงเพียงใด แต่ตามข้อมูลที่สืบหามาโดยตระกูลติง นายอำเภอผู้นี้เป็นจอหงวนตั้งแต่อายุยังน้อยจริง ๆ และเป็นคนสนิทของท่านอ๋องอีกด้วย และยังได้ยินว่าหัวหน้าองครักษ์ของท่านอ๋องมักจะเข้าออกที่ร้านเนื้อตุ๋นอวี่เซิ่นของตระกูลหลิวอยู่เสมอ
เนื่องจากเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงนายอำเภอจอมปอกลอกผู้นี้ได้จริง ๆ ดังนั้นการสร้างมิตรย่อมดีกว่าสร้างศัตรู มีผลประโยชน์ร่วมกันไว้ย่อมดีต่ออนาคต เมื่อต้องการความช่วยเหลือในภายภาคหน้า
ยามนี้นายอำเภอหลิวจอมปอกลอกเองก็กำลังตกที่นั่งลำบาก ชายหนุ่มต้องการเงิน แทนที่จะรอให้ตนเองถูกข่มขู่และขูดรีดเงินอย่างก่อนหน้านี้ จะเป็นการดีกว่าหากเขาจะแสดงความใจกว้างมอบเงินให้ตามที่อีกฝ่ายต้องการ
หากนายอำเภอหลิวจอมปอกลอกยังมีความชอบธรรมอยู่บ้าง เมื่อผ่านเหตุการณ์นี้ไป ตระกูลติงก็จะสามารถสร้างความสัมพันธ์พิเศษกับเขาได้ และการเดินทางเข้าออกเพื่อขนส่งเกลือในอำเภอซินเย่ก็จะราบรื่นยิ่งขึ้น
ที่เมืองเหลียวโจว ชุยถงเหอถือเป็นหัวหน้าของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด การที่หลิวเหิงสามารถเคลื่อนไหวเช่นนี้อยู่ใต้จมูกของเขาได้ก็แสดงว่าชายหนุ่มจะต้องมีอะไรที่มากกว่านี้จริง ๆ และเมื่ออีกฝ่ายได้เลื่อนตำแหน่งนั่นก็หมายถึงความมั่นคงของตระกูลติงในอนาคตเช่นกัน
ชุยถงเหอส่งคนไปแจกจ่ายอาหารให้ชาวบ้านในคังผิงและเหลียวจง ส่วนซินเย่กับอำเภออื่น ๆ กลับถูกเพิกเฉยอย่างสิ้นเชิง หากเขาถือโอกาสนี้ส่งความช่วยเหลือไปให้ชายหนุ่มจนทำให้ซินเย่และนายอำเภอของที่นี่รอดพ้นจากภัยพิบัติ อีกฝ่ายจะต้องรู้สึกว่านี่เป็นบุญคุณครั้งใหญ่ และยังไม่ต้องกลัวว่าจะถูกชุยถงเหอตำหนิเอาได้อีกด้วย เนื่องจากเขามีข้ออ้างที่ว่าหลิวเหิงจะปิดเส้นทางขนส่งสินค้าหากไม่ให้การช่วยเหลือครั้งนี้
หากทำตามนี้ก็จะสามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ขุ่นข้องหมองใจต่อเขาและตระกูลติง ยามนี้เป็นเวลาที่เขากำลังเดิมพันกับทั้งสองฝ่ายไปพร้อม ๆ กัน
ผู้แทนติงครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างดีก่อนที่จะตัดสินใจในท้ายที่สุด
เขาตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยเพราะหากแผนการทั้งหมดลุล่วงตระกูลติงจะต้องแข็งแกร่งขึ้น และเมื่อใดที่ตระกูลติงของเขาสามารถผูกขาดเส้นทางการค้าเกลือได้ ตำแหน่งผู้ดูแลกิจการของตระกูลติงในเหลียวโจวอาจจะเปลี่ยนไป
เมื่อผู้แทนติงตัดสินใจดังนั้นก็พบว่าอาต้ากลับมาอีกครั้งพร้อมกับหลิวจงเซี่ยว
หลิงจงเซี่ยวยิ้มเมื่อได้พบกับผู้แทนติง เขาขยับเข้ามาใกล้เพื่อเอ่ยคำทักทาย “ผู้แทนติง ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้ขอรับ เมื่อเช้านี้ก็มีคนมาเยี่ยมเยือนเช่นกัน คุณหนูของข้ากำลังมีแขก กรุณาดื่มชารอสักครู่นะขอรับ”
มีคนมาที่นี่ก่อนเขาอย่างนั้นหรือ ? ผู้แทนติงติดตามหลิวจงเซี่ยวเข้าไปด้านในและไม่คิดว่าจะมีคนมาก่อนเขาในวันนี้
หลิวจงเซี่ยวพาเขาไปยังห้องโถงด้านในและขอให้สาวใช้เอาชาร้อนมารับรอง หลังจากล้างหน้าล้างตาเมื่อเช้า ผู้แทนติงก็กินอะไรรองท้องไปไม่กี่คำเท่านั้น ก่อนที่จะรีบเดินทางมายังที่ว่าการอำเภอ เดิมเขาคิดว่าตนเองจะได้พบกับเหยียนซีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะพบกับคนอื่น ๆ
ตระกูลติงของเขาไม่สามารถเอามาเปรียบกับกลุ่มการค้าเล็ก ๆ เหล่านั้นได้ เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ววางแผนจะใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงในการเดิมพันความอยู่รอดของหลิวเหิงจากภัยพิบัติแม่น้ำหุนในครั้งนี้ หากตระกูลติงปฏิเสธที่จะจ่าย อย่างเลวร้ายที่สุด เขาก็เพียงต้องเอาเงินส่วนตัวของตนเองออกมาใช้เท่านั้น
หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและกระวนกระวาย หลังจิบชาร้อนไปสองสามจิบก็อดไม่ได้ที่จะยืนขึ้นข้างหน้าต่างห้องรับรอง จากนั้นก็ทอดสายตามองออกไป เขาเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กำลังนำทางผู้จัดการเสิ่นให้เดินผ่านไปเช่นกัน
จิ้งจอกเฒ่าอย่างผู้จัดการเสิ่นก็ฝีเท้าไวอีกเช่นเคย ผู้แทนติงไม่คาดว่าเมื่อเขามาถึงจะได้พบผู้จัดการเสิ่นที่รีบรุดหน้ามาหาเหยียนซีก่อนเช่นกัน
เขารู้ดีว่าจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะไว้ใจอะไรได้ เมื่อวานเขาเพิ่งกล่าวไปเองว่าต้องสอบถามเจ้านายตระกูลเสิ่นก่อน แต่ตอนนี้กลับรีบเดินทางมาที่นี่อย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจ่ายเงินเท่าไรให้นายอำเภอ ว่ากันว่าผู้จัดการเสิ่นรับใช้ตระกูลเสิ่นมาตั้งแต่ยังเด็ก เขามีความสามารถด้านการค้าขายตั้งแต่อายุยังน้อย เจ้านายตระกูลเสิ่นพึ่งพาความสามารถของเขามาโดยตลอดในการทำการค้า สิ่งที่ผู้จัดการเสิ่นตัดสินใจ เจ้านายของเขาก็ไม่เคยคิดขัดเลยสักครั้ง
พ่อค้าเกลือรายเล็ก ๆ ก็ไม่อาจเทียบเคียงตระกูลเสิ่นได้เช่นกัน ดูเหมือนจะยากเหลือเกินในการคาดเดา ว่าผู้จัดการเสิ่นแลกเปลี่ยนสิ่งใดกับความสัมพันธ์อันดีกับนายอำเภอหลิว
ผู้แทนติงครุ่นคิดอยู่กับตนเอง ระหว่างนั้นหลิวจงเซี่ยวก็เดินเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยขึ้น “ผู้แทนติง คุณหนูของเราเชิญให้ท่านไปพบขอรับ”
ผู้แทนติงเดินตามหลิวจงเซี่ยวเข้าไปด้านใน
ที่นี่เป็นห้องเดิมกับเมื่อวานนี้ และเหยียนซีก็ยังคงนั่งอยู่ที่นั่น ผมของนางประดับด้วยไข่มุกและสวมผ้าคลุมหน้า ทันทีที่ผู้แทนติงเดินเข้าไปด้านในก็โค้งคำนับด้วยความเคารพ “ผู้แทนติงคารวะคุณหนูขอรับ”
“ข้าได้ยินจากพ่อบ้านหลิวว่าท่านต้องการพบข้างั้นหรือ” เหยียนซียังดูเย่อหยิ่งไม่ไว้หน้าใครดังเช่นเมื่อวาน น้ำเสียงของนางไร้ความอ่อนน้อมโดยสิ้นเชิง
ว่าจบนางก็เอาถ้วยชาขึ้นมาจิบ “เสี่ยวหลิ่ว เติมชาที เห็นหรือไม่ว่ามันหมดแล้ว ข้าคอแห้งจะแย่” จากนั้นนางก็มองไปทางผู้แทนติงอีกครั้ง “นั่งลงก่อนสิ ท่านต้องการสิ่งใดเล่า”
นางพูดคุยกับผู้คนมากมายจนคอแห้งอย่างนั้นหรือ
ผู้แทนติงไม่ได้นั่งลงตามคำเชิญ ทว่าเขาเริ่มเข้าเรื่องทันที “หลังจากได้ยินสิ่งที่คุณหนูประกาศเมื่อวานนี้ ข้าก็กลับไปคิดไตร่ตรองดูแล้ว หากจะว่ากันตามตรง ข้าเองก็มั่งคั่งและทำมาหากินได้เพราะเส้นทางการค้าเกลือในอำเภอนี้ เมื่อได้ยินว่านายอำเภอต้องหยุดการค้าเพื่อให้ทุกคนปลอดภัย ข้าก็ยิ่งประทับใจในตัวใต้เท้ามากขึ้นที่เขาอุทิศตนเพื่อความเป็นอยู่ของทุกคนในซินเย่ และยังกังวลเกี่ยวกับเราที่เป็นพ่อค้าด้วย ใต้เท้าหลิวมายังซินเย่แห่งนี้และช่วยเหลือทุกคน อีกทั้งทำคุณงามความดีเอาไว้มากมายให้กับชาวซินเย่ หากมีขุนนางที่ดีอย่างนายอำเภออยู่ในเหลียวโจว ปัญหาเรื่องภัยพิบัติจะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเป็นแน่ขอรับ”
ผู้แทนติงพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ระหว่างที่เอ่ยเช่นนั้นเขาก็รู้สึกตามที่ว่าอยู่หลายส่วน หลิวเหิงก็นับว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดีจริง ๆ แม้จะเป็นจอมปอกลอก แต่ก็ทำเพื่อคนอื่นอยู่เสมอ นับว่าเป็นขุนนางที่ไม่เลว
หลังจากที่ชื่นชมในคุณธรรมของเขาแล้ว ผู้แทนติงก็กล่าวต่อไป “ตอนนี้ข้าได้ยินว่านายอำเภอหลิวกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อบรรเทาทุกข์ของชาวบ้าน อีกทั้งยังไม่สนใจว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอันตราย ออกไปช่วยชาวบ้านซ่อมแซมเขื่อนด้วยตนเอง ข้าเป็นพ่อค้าคนหนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์มากมายจากการค้าขายในอำเภอซินเย่ เช่นนั้นข้าจะเพิกเฉยต่อภัยพิบัติในครั้งนี้ได้อย่างไร ไม่งั้นจะถือว่าพวกเราตระกูลติงใจดำคิดถึงแต่ผลประโยชน์หรือ”
เมื่อได้ฟังความคิดเหล่านี้ เหยียนซีก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ใครที่บอกว่าคนโบราณเรียบง่ายไม่มีนอกใน ฟังเอาเถิด พวกเขาล้วนคมคายและหลักแหลมมาก!