ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 295 ช่างเป็นข่าวร้ายอะไรเช่นนี้
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 295 ช่างเป็นข่าวร้ายอะไรเช่นนี้
บทที่ 295 ช่างเป็นข่าวร้ายอะไรเช่นนี้
หลี่ปี้ซู่คิดว่าเนื่องจากหลิวเหิงไม่อยู่และไม่มีใครดูแลที่ว่าการในไม่ช้าจะมีคนมาตามเขา
แต่น่าเสียดายที่เขาประเมินความสำคัญของตนเองสูงเกินไป
ทุกคนในที่ว่าการอำเภอทำหน้าที่ของตนเอง เมื่อมีหนังสือต้องประทับตราก็เป็นหน้าที่ของนายอำเภอ ไม่ใช่ผู้ช่วยหลี่
ในความทรงจำของทุกคน ผู้ช่วยหลี่มีหน้าที่ออกไปซื้อผักเท่านั้น หากมีงานต้องจัดการแต่นายอำเภอไม่อยู่ พวกเขาก็เรียกหาหัวหน้าสวี หากหัวหน้าสวีไม่อยู่ก็เพียงแค่รอไปก่อน
เพราะไม่ว่าอย่างไรเรื่องก็ต้องส่งไปให้นายอำเภอเป็นผู้ตัดสินใจอยู่ดี
ดังนั้นการที่เหยียนซีจับผู้ช่วยหลี่ไปขังในครั้งนี้จึงต่างจากครั้งที่แล้ว เธอไม่ต้องปกปิดเป็นความลับอีกต่อไป
หลังจากหลี่ปี้ซู่ถูกขัง เธอก็ไปที่โถงของเรือนพัก คิดอย่างใจเย็นว่าเวลานี้ตนสามารถทำสิ่งใดได้อีก
หากนี่คือการต่อสู้เพื่อช่วยเหลือ หลิวเหิงก็เป็นแนวหน้าอยู่ที่เขื่อน มอบความเข้มแข็ง ให้การชี้แนะตัดสินใจ และช่วยให้ผู้คนไม่ตื่นตระหนกอยู่ที่นั่น ส่วนหน้าที่ของเธอคือคอยสนับสนุนเขาและทุกคนอยู่เบื้องหลัง
เธอจำภาพของการต่อสู้เพื่อช่วยเหลือให้ชาวบ้านรอดพ้นจากอุทกภัยในชาติก่อนได้ หลังจากสงบสติอารมณ์ลงแล้วจึงได้นั่งรอที่ห้องโถง เพื่อรอพบพ่อค้าเกลือที่กำลังเดินทางมาถึง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาฝนตกเพิ่มขึ้นอีก คาราวานเกลือจำนวนมากจึงยังติดอยู่ที่ซินเย่
เมื่อพ่อค้าและหัวหน้าคาราวานการค้าได้ยินว่าคู่หมั้นของนายอำเภอหลิวเชิญพวกเขาไปพบ ทุกคนก็ต่างไม่เข้าใจว่าเหยียนซีต้องการสิ่งใด แต่เมื่อนางเป็นคนมีอำนาจต่อให้จะเป็นเพียงคู่หมั้นหรืออนุ พวกเขาก็ไม่อาจมองข้ามสตรีผู้นี้ไปได้ เพราะกลัวว่าหากนางไม่พอใจแล้วพวกเขาจะเดือดร้อน
หลังพวกเขาเดินทางมาถึงที่ว่าการ ก็พบว่าไม่ใช่เพียงพวกของตนเองเท่านั้นที่ถูกนางเรียกมาในครั้งนี้ สิ่งนี้ยิ่งทำให้เหล่าพ่อค้าสงสัยในเจตนาของเด็กสาวมากขึ้นไปอีก
เหยียนซีไม่นับว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับพ่อค้าเกลือเหล่านี้
พวกเขาพยายามจะจัดการนายอำเภอหลิวจอมปอกลอกให้ได้ จึงใช้เงินจำนวนมากเพื่อสืบหาประวัติของหลิวเหิง เมื่อได้ยินว่านายอำเภอหลิวกลัวว่าที่ภรรยาตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน ก็รีบมอบของขวัญมากมายให้นาง
แต่เหยียนซีนับว่าเป็นสตรีโลภเงินเป็นอย่างมาก นางรับของทุกอย่างโดยไม่พลาดสักชิ้นเดียว อีกทั้งนายอำเภอหลิวก็ยังขูดรีดและหน้าเลือดกับพวกเขาอยู่เช่นเดิม แม้เด็กสาวจะรับของขวัญไปแล้วก็ตาม หลังจากทุกคนพบว่ามันไร้ประโยชน์ พวกเขาจึงเลิกส่งของขวัญให้อีกฝ่าย
ทว่าคราวนี้เหยียนซีกลับเป็นฝ่ายเชิญพวกเขามาพบด้วยตนเอง มันทำให้พวกเขารู้สึกกังวลใจไม่น้อย
เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงของเรือนพักชั้นใน พวกเขาก็ได้พบสตรีร่างบางผู้หนึ่งสวมผ้าคลุมหน้านั่งอยู่ในห้องโถง ศีรษะของนางเต็มไปด้วยไข่มุกและเพชรพลอยดูราวกับพวกเศรษฐีใหม่
ทันทีที่ทุกคนเข้ามา ทุกคนก็พากันทักทายและทำความเคารพอย่างไร้ทางเลือก
เหยียนซีมองผู้คนเหล่านี้ซึ่งมีความสูงและรูปร่างต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือพวกเขาดูมีไหวพริบหลักแหลม เธอไม่กล่าวคำทักทายใด ๆ พร้อมเริ่มเข้าประเด็นทันที “ข้าเชิญทุกท่านมาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวดีและข่าวร้ายให้ทราบ อยากจะฟังข่าวใดก่อนดี”
เธอต่างจากหลิวเหิงตรงที่เขาเป็นขุนนาง อย่างไรคนทั่วไปก็เกรงกลัวคนมีตำแหน่ง คนเหล่านี้มีอายุมากกว่า อีกทั้งเธอยังเป็นเพียงสาวชาวบ้านที่ไม่ได้น่าเกรงขาม หากแสดงท่าทีอ่อนน้อมมากเกินไปคนเหล่านี้ก็จะไร้ซึ่งความเกรงใจ
ดังนั้นเหยียนซีจึงใช้เสียงดุดันในการสนทนากับพวกเขา
ในคราวแรกทุกคนพูดเสียงเบาเป็นการหารือกันเอง แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงและฟังคำพูดของเหยียนซีแล้วทั้งห้องจึงเงียบไปชั่วขณะ
ข่าวดี?
ข่าวร้าย?
สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความงุนงง
หลังจากสบตากันไปมา ในที่สุดพ่อค้าอายุประมาณสี่สิบหรือห้าสิบที่นั่งอยู่ด้านหน้าฝั่งซ้ายก็โค้งให้นางเล็กน้อยแล้วถามขึ้น “ข้าอยากทราบว่าข่าวร้ายที่คุณหนูจะแจ้งคือเรื่องอะไรหรือขอรับ”
แม้คนเหล่านี้จะค้าเกลือเหมือนกันและแต่ละคนก็ต่างที่มา ทว่าพ่อค้าเกลือผู้นี้มีชื่อเสียงมากที่สุดบรรดาพวกเขาทั้งหมด หลังจากที่เขาเข้ามาทุกคนก็พากันทักทาย ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปนั่งในตำแหน่งหน้าสุด
อีกฝ่ายคงคุ้นเคยกับการเป็นผู้นำกลุ่มจึงเอ่ยถามแทนทุกคน เห็นชัดว่าเขากังวลกับเรื่องร้ายมาก ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับการทำการค้าหรือไม่
เมื่อเห็นทุกคนกำลังตั้งใจฟัง เหยียนซีจึงเริ่มเอ่ยด้วยอาการสงบ “ข่าวร้ายคือแม่น้ำหุนในซินเย่กำลังจะล้นตลิ่ง”
นี่มันเกี่ยวกับเขาและคนอื่น ๆ อย่างไรกัน? พ่อค้าบางคนในห้องไม่ได้แยแส บางคนทำปากคว่ำ เห็นได้ชัดว่ากำลังยินดีกับความโชคร้ายนี้
“เขื่อนและริมตลิ่งของแม่น้ำหุนในซินเย่กำลังจะพัง และน้ำอาจจะท่วมที่นี่ได้ เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครกล้าใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายนี้สร้างปัญหาในอำเภอของเรา ใต้เท้าให้ข้ามาส่งข้อความบอกพ่อค้าทุกท่าน ว่าเราวางแผนจะปิดถนนหลักและทางเข้าออกซินเย่ทั้งหมดลงเป็นการชั่วคราว” เหยียนซีมองดูสีหน้าทุกคนแล้วเอ่ยต่อ “ข่าวร้ายคือ …หากท่านจะค้าเกลือ ซินเย่ไม่มีทางให้ท่านเข้าออกได้ในยามนี้”
ว่าไงนะ!?
ไม่สามารถผ่านซินเย่ได้อย่างนั้นหรือ!?
หมายความอย่างไรกัน!?
“หมายความอย่างไรขอรับคุณหนู ทางหลักจะปิดอย่างนั้นหรือ” บางคนถามอย่าสงสัยเพื่อยืนยันว่าที่ว่าการมีความคิดจะปิดทางหลักจริงหรือไม่
หลังจากที่ถนนหลักถูกซ่อมแซม ก็ต้องยอมรับว่าถนนสายนี้ทั้งราบเรียบและกว้างขวาง ทุกคนสามารถเดินทางขนส่งสินค้าได้อย่างสะดวกมากขึ้น
หากไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ทางหลักอีกต่อไป ก็คงต้องเลาะไปตามทางชนบทที่ยากลำบากและใช้เวลาเดินทางนานขึ้นหลายเท่า และต้องจ้างแรงงานจำนวนมากเพิ่มอีกเพื่อช่วยขนย้าย ดูแลสินค้า หากรถเกิดเสียหายติดหล่มตามทาง
มันเป็นข่าวร้ายอย่างที่นางว่าจริง ๆ!
เมื่อเห็นว่าพวกเขาต่างไม่พอใจ เหยียนซีก็มีความสุขไม่น้อย เธอส่ายหน้าและทำลายความหวังของพวกเขา “เราจะไม่ให้ใครเข้าออกในเขตซินเย่เลย ไม่ว่าเส้นทางใดก็ตาม”
นาเกลืออยู่ในซินเย่ หากต้องการค้าเกลือก็ย่อมต้องผ่านซินเย่เพียงทางเดียว
หากจะเลี่ยงการเดินทางผ่านซินเย่ พวกเขาก็จะต้องใช้แม่น้ำหุนล่องไปจากเหลียวจง ข้ามเขาไปยังชายทะเล ใช้แรงคนแบกเกลือขึ้นบ่าลุยข้ามภูเขา จากนั้นก็เอาใส่เรือล่องแม่น้ำไปเหลียวจงงั้นหรือ
แม้จะสามารถทำได้ตามหลักการ แต่เหตุใดต้องเสียแรงคนมากถึงเพียงนั้นด้วย
ตอนนี้ถึงคราวที่เหยียนซีได้ชื่นชมภาพความไม่พอใจของเหล่าพ่อค้า กระทั่งลอบหัวเราะชอบใจเล็กน้อย
นี่มันข่าวร้ายเป็นอย่างมาก!
ไม่ว่าในยามนี้พวกเขาจะยินดีหรือเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่ทุกคนต่างก็เริ่มนั่งไม่ติดที่
พ่อค้าหลายคนกระซิบกระซาบกันไปมา พวกเขาต่างสงสัยว่าหลิวเหิงตั้งใจจะทำเช่นนี้จริง ๆ หรือต้องการต่อรองสิ่งใดกันแน่
พ่อค้าที่ดูเป็นผู้นำเริ่มถามต่อ “เรื่องที่นายอำเภอตัดสินใจนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยขอรับ เหตุใดต้องปิดทางเข้าออกในซินเย่เช่นนี้ด้วย”
“พวกเราจ่ายภาษีประตูเมืองและภาษีสร้างทาง ไม่เคยฝ่าฝืนกฎใด ๆ และเราก็ไม่ใช่อาชญากร ซินเย่เป็นเพียงที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ไม่ได้เป็นป้อมปราการของกองทัพ เหตุใจจึงปิดทางเข้าออกได้เล่า!”
“หากนายอำเภอหลิวยังยืนกรานเช่นนี้ เราจะไปที่อิงเฉิงเพื่อขอให้เจ้าเมืองจัดการเรื่องนี้อย่างยุติธรรม!”
…
ทันทีที่ผู้นำพ่อค้ากล่าวเช่นนั้น พ่อค้าคนอื่น ๆ ก็เริ่มขึ้นเสียงบ้าง บางคนยืนขึ้นทำท่าทางไม่พอใจต่อเหยียนซีและคุกคามเด็กสาวอย่างโจ่งแจ้ง
ทว่าไม่ทันที่พวกเขาจะได้เข้าไปใกล้ อาต้าก็จัดการคว้าคอพ่อค้าไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว และโยนเขากลับไปนั่งที่ของตนเอง “กล้าดูหมิ่นคุณหนู รนหาที่ตายงั้นหรือ!”
เพราะความน่ากลัวนั่น บรรยากาศจึงสงบลงเล็กน้อย
ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในถิ่นของนาง ไม่สามารถอุกอาจทำสิ่งใดได้ หากตายอย่างปริศนาในอำเภอซินเย่คงจะไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เช่นกัน
อาต้าช่วยทำให้ท่าทีโกรธแค้นอย่างไม่เกรงใจของพวกเขาสงบลงและเอ่ยกับเหยียนซีต่อ “ข้าหวังว่าคุณหนูจะส่งข่าวความต้องการของเราไปถึงนายอำเภอหลิว ว่าหากต้องการภาษีประตูเมืองเพิ่ม ตระกูลติงของเรายินดีจะมอบเงินเพิ่มให้บ้างเล็กน้อย”
ในฐานะสมาชิกตระกูลติง เขาเป็นผู้ดูแลการค้าและมีประสบการณ์ค้าขายมากมาย ต่างจากคนอื่น ๆ ที่เป็นเพียงตัวแทนมาทำการค้า ดังนั้นเขาจึงสามารถตัดสินใจกระทำการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองในนามของตระกูล
เมื่อมีภัยพิบัติเข้ามา เพียงมีเงินมากพอก็ไม่มีปัญหาอีกต่อไป
น่าเสียดายที่ปัญหานั้นก็ยังไม่คลี่คลาย
ทั้งที่เสนอจะมอบเงินให้แล้ว แต่คุณหนูก็ยังส่ายหน้า