ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 293 ควรจะรายงานทางการหรือไม่
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 293 ควรจะรายงานทางการหรือไม่
บทที่ 293 ควรจะรายงานทางการหรือไม่
เมื่อเหยียนซีเชิญพ่อค้าเกลือมาพบ ทางด้านชุยถงเหอ เจ้าเมืองของเหลียวโจวก็กำลังหารือกับคนกลุ่มหนึ่งในที่ว่าการอิงเฉิงด้วยเช่นกัน
แคว้นเว่ยมีระบบบริหารสามระดับได้แก่ เขต เมือง อำเภอ
ในหนึ่งเขตจะมีสามหน่วยงานเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล มีขุนนางสูงสุดได้แก่ เจ้าเมือง ตำแหน่งนี้มีหน้าที่ดูแลเรื่องของพลเรือน การเงิน การสอบขุนนาง และงานอื่น ๆ ของทางการ ตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายกลาโหมคือผู้บัญชาการกองทัพเขต และตำแหน่งหน่วยงานลำดับสุดท้ายคือ ผู้พิพากษาประจำเขต ฝ่ายนี้มีหน้าที่รับผิดชอบการตัดสินคดีความต่าง ๆ
สามฝ่ายไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกันและกัน แต่อยู่ใต้อำนาจของหกกรม และการแต่งตั้งโยกย้ายก็เป็นอำนาจของกรมพลเรือน
แน่นอนว่าเหลียวโจวมีความพิเศษกว่าที่อื่นเพราะเป็นเขตที่ใกล้กับชายแดนทางเหนือ มีศัตรูคอยรุกรานและอาจมีสงครามเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา กองทัพของเขตนั้นโดยพื้นฐานก็เป็นเพียงหน่วยที่มีชื่อตั้งไว้เท่านั้น ในช่วงแรกมีกำลังทหารหนึ่งหน่วยมาประจำการ แต่สุดท้ายกองกำลังทั้งหมดก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของแม่ทัพพิทักษ์เขตแดน
นอกจากซินเย่ที่หลิวเหิงดูแลแล้ว ก็ยังมีที่อื่น ๆ รายงานเรื่องแม่น้ำหุนเข้ามาด้วยเช่นกัน อำเภอต่าง ๆ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำหุนอย่างเหลียวจง คังผิง ก็ส่งหนังสือรายงานอย่างเร่งด่วนมายังเจ้าเมืองว่าตอนนี้แม่น้ำหุนเสี่ยงจะล้นทะลักทำให้เกิดน้ำท่วม พวกเขาต้องการการสนับสนุนเรื่องการบรรเทาภัยพิบัติอย่างเร็วที่สุดไม่ต่างกัน
ตามกฎของราชสำนัก เดือนหกถึงเดือนแปดซึ่งเป็นเดือนที่มีน้ำขึ้นสูง ทุกเขตและเมืองจะต้องมีการตรวจตราเขื่อนกั้นน้ำและตรวจสอบความแข็งแรงของตลิ่งเพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น แต่เหลียวโจวที่อยู่ภายใต้การปกครองของอันอ๋องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้รับการแต่งตั้งจากทางการมากนัก หากไม่ใช่คนของอันอ๋องล้วนจะถูกโยกย้ายออกไปอย่างรวดเร็ว หรืออาจจะพบอุบัติเหตุบางอย่างก่อนที่จะได้ทำหน้าที่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
อันอ๋องสั่งให้ชุยถงเหอรับหน้าที่ดูแลเรื่องการตรวจสอบภัยพิบัติทุกปี และขอให้เขาดูแลเรื่องเงินเพื่อบรรเทาภัยพิบัติเสมอ ทว่าในทางปฏิบัติแล้ว เงินเหล่านี้ไม่ได้ถูกส่งต่อไปถึงท้องถิ่น
ตัวอย่างเช่น เหลียวโจวส่งรายงานเรื่องภัยพิบัติที่ริมแม่น้ำหุนทุกปี และมีการส่งเงินไปช่วยเหลือทุกปีเช่นกัน แต่ในความเป็นจริงแม่น้ำหุนไหลอย่างสงบมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และไม่ได้นำเงินเหล่านั้นไปซ่อมแซมเขื่อนและตลิ่งจริง ๆ
อากรที่เหลียวโจวจัดเก็บได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากอากรสิบอย่างและภาษีสามส่วนที่ได้รับจากท้องที่แล้ว ถือว่าเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งในสิบจากการปันส่วนของส่วนกลาง มีเพียงชุยถงเหอและเจ้าหน้าที่เพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ทราบว่าเงินภาษีเหล่านี้ถูกส่งไปที่ชายแดนเป็นจำนวนมากน้อยเพียงใด
ตอนนี้เขาลงเรือลำเดียวกับอันอ๋องแล้ว ทุกคนถูกอันอ๋องจับตามองอย่างเข้มงวดด้วยกำลังพล และพวกเขายังเป็นข้าราชการฉ้อราษฎร์บังหลวง ดังนั้นจึงไม่อาจจะขัดคำสั่งของอันอ๋องได้
เมื่ออันตรายมาถึงตัวในคราวนี้ จึงต้องหารือว่าควรให้ความช่วยเหลือเรื่องภัยพิบัติหรือไม่
ในการบรรเทาภัยพิบัติเรื่องเงินและกำลังคนสำคัญมาก แต่ที่เป็นหลักมากกว่าก็คือเรื่องเงิน
หากไม่มีการช่วยเหลือภัยพิบัติ ไม่มีการบำรุงเขื่อน พื้นที่ครึ่งหนึ่งของเหลียวโจวจะต้องจมอยู่ใต้น้ำ
ชุยถงเหอใช้นิ้วแตะที่โต๊ะ “ทุกคนกำลังพูดถึงปัญหานี้เข้ามาเป็นอย่างมาก เราควรแจ้งเรื่องนี้กับทางการดีหรือไม่ จะเกิดอะไรขึ้นหากเราแจ้ง และหากเราไม่แจ้งจะเป็นอย่างไรต่อไป”
“ใต้เท้า ตามกฎแล้วเราต้องรายงานเรื่องนี้ทันทีขอรับ” อู๋ฉางฉื่อมองว่าในปีอื่น ๆ เมื่อไม่มีภัยพิบัติพวกเราก็รายงาน แล้วเหตุใดปีที่มีภัยพิบัติจริง ๆ จะไม่รายงานเล่า
“เขื่อนและตลิ่งหลายแห่งในซินเย่และคังผิงเพิ่ง ได้รับรายงานว่ามีการซ่อมแซมด้วยเงินมหาศาลในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หากเกิดอันตรายขึ้นคราวนี้ เราจะอธิบายเรื่องการซ่อมแซมครั้งที่ผ่านมาว่าอย่างไรเล่าขอรับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งปฏิเสธข้อเสนอของเจ้าหน้าที่อู๋
“พายุฝนปีนี้เลวร้ายกว่าปีอื่น ๆ มาก เป็นเรื่องปกติที่เขื่อนจะต้องเข้าสู่สถานการณ์วิกฤติ” เจ้าหน้าที่อู๋แย้ง
เจ้าหน้าที่อีกคนยังส่ายหน้าไปมา “เจ้าหน้าที่จากกรมโยธาเพิ่งจะรับรองว่าเขื่อนที่ซ่อมแซมขึ้นใหม่ในคังผิงนั้นแข็งแรงมาก” แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่กรมโยธาผู้นั้นก็มีส่วนร่วมในการฉ้อฉลครั้งนี้ด้วย ดังนั้นจึงรับรองไปเช่นนั้น เนื่องจากงานครั้งใหญ่ที่สุดที่เหลียวโจวรับผิดชอบหลังจากที่อันอ๋องถูกจับไปก็คืองานก่อสร้างครั้งนี้ จักรพรรดิเทียนฉีจึงต้องการให้ชาวเหลียวโจวเห็นถึงความสำคัญของการปกครองส่วนกลาง จึงได้พระราชทานอำนาจพิเศษแก่เหลียวโจวเพื่อจัดการงานต่าง ๆ ในท้องที่
“แต่หากไม่ทำสิ่งใดเลยอยู่เช่นนี้ เหลียวโจจะต้องถูกน้ำท่วมไปครึ่งหนึ่งแน่นอนหลังจากที่เขื่อนแตก”
“แล้วหากเราให้คนมาปิดกันการเข้าออกทางหลักของเหลียวโจวและเฉิงโจวเพื่อจะไม่ต้องติดต่อสื่อสารกันเล่า” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งมีความคิดเห็นขึ้น
“เฉิงโจวอยู่ใกล้กับเหลียวโจว เมื่อเหลียวโจวเกิดอันตราย เฉิงโจวก็จะทราบข่าวนี้เช่นกัน เว่ยหวนเจ้าเฉิงโจวเป็นบุตรเขยของใต้เท้าสวี หากเขารู้เรื่องนี้ ไม่แน่ว่าจะรู้กันทั่วทั้งที่ประชุมขุนนาง หากเป็นเช่นนั้นก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่”
หลายคนพากันครุ่นคิด
หากฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้จากขุนนางในที่ประชุม พวกเขาจะหนีรอดไปได้อย่างไร
“ไม่ต้องกังวลไป” เสียงอันชัดเจนดังขึ้น อันอ๋องเดินเข้ามาในประชุมทันที
“คาราวะท่านอ๋อง” ทันทีที่อันอ๋องเข้ามา ชุยถงเหอก็รีบลุกขึ้นยืนและทำความเคารพ และเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็ยืนเช่นกัน
“นั่งลงเถอะ” อันอ๋องสั่งพลางเดินไปนั่งในตำแหน่งประธาน
ชุยถงเหอขยับไปทางซ้าย จากนั้นที่นั่งของทุกคนก็เปลี่ยนตำแหน่งไปด้วย
อันอ๋องมีรอยยิ้มบนใบหน้า และมองไปยังเจ้าหน้าที่ของเขาที่ทำงานหนักมาเกือบยี่สิบปี ในที่สุดตอนนี้เขาก็สามารถกุมอำนาจในเหลียวโจวให้เป็นดังปราการเหล็กส่วนตัวของตนได้ มันแข็งแกร่งมากพอจนไม่ต้องกังวลว่าจักรพรรดิเทียนฉีจะมากำราบ นอกจากนี้เขายังยอมแลกทั้งชายาและบุตรชายหลายคนเพื่อให้จักรพรรดิมั่นพระทัยว่าจะไม่สามารถทำสิ่งใดได้อีกต่อไปแล้ว
ในยามนี้เขามีกองกำลังในมือกว่าแสนนาย นาเกลือที่ซินเย่ก็ทำเงินได้มหาศาล เหมืองเหล็กที่นั่นก็เป็นแหล่งอาวุธชั้นดีของกองทัพ ระหว่างนี้ก็กำลังเร่งผลิตอาวุธออกมาเพื่อเตรียมการทุกอย่างให้พร้อม
โอกาสที่เขารอคอยกำลังจะมาถึง “มีข่าวจากเมืองหลวงว่าฝ่าบาททรงประชวร ทรงพระพาโยไม่ได้สติในช่วงเช้า”
ตั้งแต่จักรพรรดิเทียนฉีประชวรครั้งใหญ่ พระวรกายก็มีแต่จะทรุดลง ไม่ว่าจะพยายามเสวยยาต้มโสมล้ำค่าหรือโอสถบำรุงกำลังขนานใดก็ไม่อาจช่วยได้ พระวรกายภายในเต็มไปด้วยความอ่อนล้าเต็มที
เมื่อทุกคนได้ยินข้าวนั้นก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความยินดี ท่านอ๋องรอเวลานี้มานานหลายปี กว่าความโกลาหลและไม่มั่นคงจะมาเยือนราชสำนัก
“ท่านอ๋อง เรื่องภัยพิบัติคราวนี้จะต้องรายงานแก่ทางการหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ชุยถงเหอถามอย่ารวดเร็วเพื่อขอคำชี้แนะ
“เขื่อนแตกแล้วรึยัง”
“ความวุ่ยวายกำลังจะเกิดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” ชุยถงเหอเข้าใจสิ่งที่อันอ๋องต้องการทันที
“มีผู้ประสบภัยและต้องลี้ภัยอยู่ทุกเมื่อหากราชสำนักและฝ่ายปกครองสูญเสียความมั่นคงในการดูแลราษฎร สถานการณ์เช่นนี้เหมาะอย่างยิ่งที่เป่ยหรงจะบุกเข้ามาโจมตี ดังนั้นการเตรียมการขับไล่ศัตรูที่ชายแดนจึงมีความหมายยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด”
เมื่ออันอ๋องกล่าวเช่นนั้น ไม่ได้มีเพียงชุยถงเหอที่เข้าใจ คนอื่น ๆ เองก็กระจ่างถึงเจตนาของท่านอ๋องเช่นกัน หากเหลียวโจวตกอยู่ในความสับสนและวุ่นวาย ทั้งยังมีชาวบ้านเดือดร้อนอยู่ทุกหย่อมหญ้า เขาก็สามารถระดมกำลังพลออกมาได้อย่างชอบธรรม และเมื่อเป่ยหรงบุกเข้ามาโจมตี ตนจะเป็นผู้นำทัพไปปราบปรามศัตรูเพื่อปกป้องชายแดนทางเหนืออย่างสุดกำลัง ไม่ต้องเป็นห่วงว่าถูกโจมตีจากด้านหลัง และหากทุกอย่างราบรื่น หลังจากเดินทางผ่านเฉิงโจวลงไป เขาก็จะอยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียงเอื้อมมือ สามารถเดินทางไปถึงที่นั่นได้อย่างรวดเร็วพอที่จะจัดการสิ่งที่ต้องการ
“ท่านอ๋อง อำเภอคังผิงอยู่ใกล้กับถนนหลัก จำเป็นต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจตราหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” อำเภอคังผิงเป็นที่ในความดูแลของชุยถงเหอ เขาอาจปล่อยให้ที่อื่น ๆ เผชิญกับความทุกข์ร้อยได้ แต่ก็ยังหวังจะกอบกู้ที่แห่งนั้นเอาไว้จากอันตราย
อันอ๋องยิ้มตอบ “เอาละ เจ้าก็จัดการบรรเทาภัยพิบัติที่คังผิงไป เป็นเรื่องดีเช่นกันที่จะช่วยเหลือคน ส่วนสถานที่อื่น ๆ สั่งให้นายอำเภอทุกคนทำตามอย่างเคร่งครัด การดูแลเรื่องสถานการณ์ภัยพิบัติให้ดีส่งผลต่อชีวิตของชาวบ้านทั้งหมด”
ชุยถงเหอออกคำสั่งทันที เจ้าหน้าที่ทุกคนรู้ถึงความสำคัญของสถานการณ์ในครั้งนี้ การต่อสู้อย่างกล้าหาญของอันอ๋องและเป่ยหรงจะต้องประจักษ์แก่สายตาของชาวบ้าน คนทั้งเหลียวโจวจะต้องยกย่องในตัวท่านอ๋อง
หลังจากที่ทุกคนจากไป อันอ๋องก็มองไปทางชุยถงเหอและถามขึ้น “หลิวเหิงเป็นคนมีความสามารถใช้ได้ใช่หรือไม่” เขาคิดว่านายอำเภอจอหงวนผู้นี้น่าสนใจมาก เพียงไม่กี่เดือนก็สามารถเปลี่ยนซินเย่ได้ราวพลิกแผ่นดิน ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ พ่อค้าเกลือต่างเกลียดชังเขา แต่ชาวบ้านต่างให้การยกย่อง ชายผู้นี้มีพรสวรรค์ในด้านการปกครองอย่างแท้จริง
“ท่านอ๋อง ข้าน้อยเกรงว่าเขาไม่ได้จัดการง่ายดังที่เห็นจากภายนอกพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อได้ยินชื่อหลิวเหิง ชุยถงเหอก็ขมวดคิ้ว สินค้าที่ครอบครัวอนุของเขารับผิดชอบได้รับความเสียหาย นางร้องไห้และบ่นกับเขาทุกวันที่ผ่านมา เป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่พอใจในตัวนายอำเภอผู้นี้ “ตามความเห็นของข้าน้อย เขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเฉิงจวิ้นอ๋อง แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ซินเย่ เป็นไปได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะว่าเฉิงจวิ้นอ๋องจะกำลังพยายามดำเนินการบางอย่างอยู่โดยมีนายอำเภอหลิวเป็นมือเท้า”
“เขาถูกสวีถิงจือขับไล่ออกมา…” อันอ๋องกำลังจะเอ่ยว่าหลิวเหิงถูกสวีถิงจือไล่ออกมาไกลถึงซินเย่ แต่ก็ต้องเงียบไปครู่หนึ่ง ใช่… เขาถูกสวีถิงจือขับออกจากเมืองหลวง แต่การที่เขาถูกแต่งตั้งให้ไปที่ซินเย่เป็นพระประสงค์ของจักรพรรดิเทียนฉี!
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ อันอ๋องก็ขมวดคิ้ว ความชื่นชมในพรสวรรค์ของหลิวเหิงจางหายไปทันที ไม่ว่านายอำเภอผู้นั้นจะถูกฝ่าบาทหรือเฉิงจวิ้นอ๋องส่งมาก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องดีกับเขาทั้งสิ้น
หากเป็นประการแรก ก็น่ากังวลขึ้นมาแล้วว่าอาการประชวรของฝ่าบาทเป็นข่าวจริงหรือไม่ และหากเป็นอย่างหลัง เฉิงจวิ้นอ๋องมีจุดประสงค์ใดจึงส่งคนมาวุ่นวายถึงทางเหนือก่อนขึ้นเป็นรัชทายาท
อันอ๋องเองก็เป็นพ่อค้า คนหัวการค้ามีแนวโน้มที่จะช่างสังเกต ยิ่งคิดเรื่องนี้มากขึ้นเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวตนของหลิวเหิงเป็นอันตรายต่อตนเองมาก เขาไม่สามารถมองดูหลิวเหิงต่อกรกับพ่อค้าเกลืออย่างสนุกสนานได้อีกต่อไปแล้ว