ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 291 แม่น้ำหุนกำลังล้นตลิ่ง
บทที่ 291 แม่น้ำหุนกำลังล้นตลิ่ง
นับตั้งแต่นายอำเภอหลิวมาที่ซินเย่ เงินขั้นต่ำที่เขาเก็บก็คือหนึ่งตำลึง
ทันทีที่พ่อค้าเกลือเข้าไปในซินเย่พวกเขาแทบไม่กล้าพกเหรียญทองแดงติดตัว เพราะอย่างไรก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ นายอำเภอหลิวคิดเงินพวกเขาอย่างขูดรีด ทุกอย่างเป็นตำลึงทั้งสิ้น ราวกับลืมไปแล้วว่ามีเหรียญทองแดงไว้ให้ใช้จ่ายอยู่ด้วย
เมื่อครั้งนี้ได้ยินว่ามีอาหารราคาหลายสิบอีแปะอยู่ พวกพ่อค้าก็พากันดีใจจนแทบจะร้องไห้
หลังจากที่หัวหน้าป้อมรักษาการณ์เตรียมอาหารเรียบร้อยแล้วก็เอาไปให้พวกเขา เหล่าพ่อค้าแทบจะโห่ร้องด้วยความยินดีเมื่อเขาเข้าไปในโรงเก็บสินค้า
เมื่อกลับมาจากที่นั่น เขาก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา “คนพวกนั้นโง่เกินไปหรือไม่ ถึงพวกเขาจะมีเงินมากมาย แต่ข้าก็คิดว่าอาหารราคาเท่านี้ก็คงจะขายไม่ได้อีกอยู่ดี ทว่านี่ยังแทบจะไม่พอขาย”
“ใต้เท้าเคยคาดเดาอะไรผิดไปที่ไหน เจ้าแค่กังวลเกินไปเท่านั้น”
“เจ้าคิดว่ามันแพงเกินไปแล้วจะขายไม่ได้งั้นหรือ”
“ข้ายังไม่ได้พูดว่า…”
“ก็เจ้าพูดว่า…”
หัวหน้าป้อมตบคนพูด คนอื่น ๆ ก็รีบดึงทั้งสองออกไปพร้อมรอยยิ้ม “เอาละ คราวแรกข้าไม่คิดว่ามันจะขายดี หัวหน้า เงินนี่ต้องเก็บไว้ให้ดีนะ อย่าทำหายล่ะ”
“ไม่ต้องห่วง” หัวหน้าเอากระเป๋าออกมาด้วยท่าทางภูมิใจ “ข้าจะเก็บมันไว้ในนี้ ฝนหยุดเมื่อไรจะเอาไปส่งให้ที่ว่าการ ค่าจ้างของเราเดือนนี้จะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน หากเก็บได้มาก ๆ ก็คงจะพอมุงหลังคากระเบื้องให้ท่านพ่อได้ ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวเรื่องฝนกันอีกแล้ว”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างมีความสุขและพากันจินตนาการว่าจะเอาเงินที่ได้รับไปทำสิ่งใด
พวกเขาได้รับส่วนแบ่งจากรายได้เหล่านี้ หากเก็บเงินได้มากเพียงนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าชีวิตจะลำบากอีกต่อไป
ผางหลิงได้ยินเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ในอำเภอซินเย่เรื่อย ๆ
สำหรับเขาที่หากินกับงานนี้มานานก็ยังรู้สึกยกย่อง นายอำเภอซินเย่ผู้นี้มีความสามารถถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ในฐานะผู้จัดการการขนส่งเกลือเช่นเขายังไม่กล้าเก็บเงินอย่างโจ่งแจ้งเพียงนี้
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ได้ จึงรีบเขียนจดหมายรายงานเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว และส่งไปยังอิงเฉิงทันทีที่ฝนหยุดตก
เขาส่งจดหมายไปยังอิงเฉิงหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ และถือว่ามากกว่าปีที่แล้วมาก เนื่องจากหลิวเหิงมากไปด้วยกลอุบายในการเก็บเงิน ทำให้เขากังวลใจว่าความลับจะรั่วไหลหากปล่อยให้ผ่านไป
มีพายุรุนแรงตลอดทั้งคืนนั้น เมื่อรุ่งสางก็พบว่ามีต้นไม้หักโค่นเสียหายแทบจะทุกที่ ท้องฟ้ายังมืดครึ้มอยู่ไม่น้อย คนซินเย่คุ้นเคยกับสถานการณ์เช่นนี้ดี หลังพายุพัดผ่านไป หลังจากลมแรงพัดมา ก็จะมีฝนตกเป็นระยะ ๆ
เมื่อฝนหยุดตกทุกคนก็รีบออกไปทำงาน ดูแลต้นไม้โดยเร็ว เก็บพืชผลที่พอจะเก็บได้ และซ่อมแซมโครงร้านของพืชไม้เลื้อยอย่างถั่วและบวบ
บ้านหลายหลังในหมู่บ้านเป็นบ้านหลังคามุงจาก บางหลังไม่ได้มีความแข็งแรง เมื่อลมพัดแรง ๆ หลังคาบ้านก็เสียหาย ห่างไป กิ่งก้านของต้นไม้บนภูเขาก็หักโค่นเป็นจำนวนมาก ต้นไม้ใหญ่บางต้นถูกลมพัดจนรากหลุดออกมา
เมื่อเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้น เหล่าพ่อค้าที่อยู่ในป้อมรักษาการณ์มาตลอดคืนก็โล่งใจทันทีที่โรงเก็บสินค้าถูกสร้างมาอย่างแข็งแรง
พวกเขารีบอาศัยช่วงที่ฝนหยุดรีบเดินทางต่อไป
เมื่อออกไปก็พบว่ามีพ่อค้าจำนวนมากต่างสอบถามที่จะเช่าโรงเก็บสินค้าของทางการแบบเหมาจ่าย เมื่อวานหลายคนไม่ได้ตัดสินใจจ่ายเงินค่าเช่าแบบเหมากับเจ้าหน้าที่ แต่เวลานี้กลับต้องการจ่ายแบบเหมาแล้ว เมื่อฝนตกหนักมากเช่นนี้ ป้อมรักษาการณ์อยู่ห่างออกไปทุก ๆ ห้าลี้ หมายความว่ามีจุดให้พวกเขาหยุดพักอย่างน้อยเจ็ดถึงแปดแห่ง
หัวหน้าป้อมแจ้งว่าพวกเขาสามารถจ่ายเงินค่าเช่าแบบเหมาได้เฉพาะกับเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการเท่านั้น ป้ายยินยอมแบบเหมานั้นมีจำนวนจำกัด พวกเขาต้องรีบเดินทางต่อ หากพบเจ้าหน้าที่อีกก็ควรรีบซื้อให้เร็วก่อนที่จะหมด
เวลานี้เหล่าพ่อค้าเข้าใจแล้วว่าเงินร้อยตำลึงไม่นับว่าแพงเลย ด้วยโรงเก็บสินค้าที่อยู่ห่างกันทุกสามถึงห้าลี้ เมื่อมีฝนตก พวกเขาก็สามารถหยุดพักได้ตลอดเวลา
ทุกคนรีบเดินทางต่อ เมื่อได้พบกับเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการก็รีบร้องขอป้ายเช่าแบบเหมาจ่ายอย่างยินดี ราวกับเป็นเด็กเล็กได้พบบิดามารดา
พวกเขาดีใจมากที่ได้จ่ายค่าเช่าและยิ้มอย่างสดใสราวกับได้รับทองคำแท่งมา
เหล่าอาลักษณ์และเจ้าหน้าที่บัญชีก็ยิ้มกริ่มหลังจากที่พ่อค้าจากไป เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือนเพื่อชดใช้หนี้ค่าใช้จ่ายในการสร้างป้อมรักษาการณ์ แต่ตอนนี้ดูเหมือนต้นทุนค่าสร้างสถานที่เหล่านั้นจะได้คืนมาแล้ว และเมื่อรวบรวมทั้งหมดอาจจะได้รับกำไรทันทีในคราวนี้ด้วย การทำงานอย่างหนักวิ่งไปมาในวันที่พายุเข้าเช่นนี้ไม่เสียเปล่าเลยจริง ๆ
เช่นเดียวกับผู้จัดการจูที่ไม่ได้จ่ายเงินค่าเช่าตั้งแต่แรก และเนื่องจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดจนทำให้สินค้าเสียหาย เขาต้องรีบถามจากคนอื่น ๆ ว่ามีใครขนสินค้ามาเกินและจะยอมขายให้เขาได้บ้างหรือไม่
น่าเสียดายที่ไม่มีใครมีเกลือเกินมาสักคน ในยามนี้มีแต่มิตรแท้ร่วมสาบานเท่านั้นที่จะยอมช่วยเหลือกันได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเพียงส่ายหน้าว่าไม่มี หลายคนถือเป็นคู่แข่งทางการค้ากันอยู่เสียด้วยซ้ำ พวกเขามีแผนจะแย่งลูกค้ากันอยู่แล้ว จึงยิ่งไม่มีทางยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างแน่นอน
คาราวานพ่อค้าเกลือค่อย ๆ เดินทางออกไปเรื่อย ๆ ทีละกลุ่ม และรายได้ก็ค่อย ๆ ถูกส่งจากที่ต่าง ๆ เข้าสู่ที่ว่าการอำเภอ
โต๊ะสามตัวถูกตั้งไว้ที่โถงของที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่อาลักษณ์กับนักบัญชีมาเพื่อบันทึกและตรวจนับเงิน มีเจ้าหน้าที่มากมายมาส่งเงินที่ได้จากการค้าขาย คนที่มาส่งเงินก็แบ่งไปส่วนหนึ่ง และผู้ที่มีหน้าที่จ่ายส่วนแบ่งก็แยกไปอีกส่วนหนึ่ง
ทุกคนต่างยิ้มแย้มเมื่อมาถึงที่ว่าการอำเภอ และยิ่งวุ่นวายมากขึ้นเมื่อเดินทางกลับ
พายุครั้งนี้ทำให้หลายคนยินดีและก็มีหลายคนที่เศร้าหมอง
ในช่วงที่พายุพัดมา แม้หลิวเหิงจะเตือนชาวบ้านทั้งหมดแล้วว่าต้องระวังและเตรียมรับมือกับมัน แต่ปัญหาบ้านพังกับหลังคาปลิวก็ยังมีให้เห็นอยู่
เรื่องดีก็คือไม่มีใครต้องตายจากพายุนี้ ชายหนุ่มออกคำสั่งให้ทุกคนในชุมชนทุกแห่ง และหน่วยลาดตระเวนคอยเฝ้าระวังช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากใครที่ได้รับความเดือดร้อนจะดำเนินการช่วยเหลือทันที
ปีก่อน ๆ ที่มีพายุพัดผ่านไม่เคยเลี่ยงความสูญเสียถึงชีวิตหรือบาดเจ็บของผู้คนไปได้เลย
เมื่อได้ยินมาว่าคราวนี้ไม่มีใครเสียชีวิต ก็ทำให้แม้แต่ผู้ช่วยหลี่ก็ยังต้องยอมรับว่าชายแซ่หลิวผู้นี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ
หลิวเหิงเปลี่ยนท่าทีจากปกติที่มักจะเกียจคร้านไม่ค่อยออกมาทำสิ่งใด เป็นการเข้าไปประจำในห้องทำงานเพื่อตรวจสอบเรื่องภัยพิบัติตามจุดต่าง ๆ พร้อมสั่งให้ผู้นำชุมชนแต่ละแห่งไปสำรวจและบันทึกความเสียหาย หากมีบ้านของเด็กกำพร้าและแม่หม้ายได้รับความเสียหาย ส่วนกลางจะเข้าไปช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านให้ ใครก็ตามที่เป็นสมาชิกในครอบครัวของหน่วยลาดตระเวน เจ้าหน้าที่ของที่ว่าการ หรือเป็นแรงงานเกณฑ์มาก่อนสามารถเดินทางมายังที่ว่าการเพื่อเขียนหนังสือสัญญายืมเงินไปซ่อมแซมบ้านได้หากมีเงินไม่เพียงพอ
หลังจากความพยายามซ้ำแล้วซ้ำเหล่าของหลิวเหิง เขาก็สามารถดึงแรงงานที่แข็งแรงทั้งหมดเข้ามาอยู่ในสามประเภทนี้ได้มากขึ้น ยกเว้น ‘ผู้ที่ออกไปหาเลี้ยงชีพที่อื่น’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานเกณฑ์ที่มีจำนวนมาก แรงงานครึ่งหนึ่งของที่ว่าการล้วนเป็นแรงงานเกณฑ์ทั้งสิ้น
ดังนั้นทันทีที่มีการประกาศว่าจะให้ความช่วยเหลือ คนในกลุ่มต่าง ๆ ก็แทบจะครอบคลุมชาวบ้านเกือบทุกครัวเรือน พวกเขาพากันยกย่องนายอำเภอกันไม่หยุดหย่อน
ชายหนุ่มจัดการให้แรงงานเกณฑ์ไปเป็นหน่วยช่วยซ่อมแซมบ้านเรือน หลังจากที่หัวหน้าชุมชนรวบรวมความเสียหายมาแล้ว ทางการก็ส่งแรงงานเกณฑ์ออกไปช่วยเหลือทุกคน
เพียงแค่มีเงินและแรงงาน งานเช่นนี้ก็ไม่ได้ยากลำบากเลยที่จะจัดการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
ก่อนที่พายุลูกที่สองจะเข้ามา บ้านเรือนทั้งหมดในอำเภอก็ได้รับการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแกร่ง
อีกทั้งหลิวเหิงยังนำเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมหมู่บ้านทุกหมู่บ้านเป็นการส่วนตัวอีกด้วย
เมื่อเขาไปถึงหนานหยวน หัวหน้าฟ่านก็เป็นผู้นำชาวบ้านเข้ามาทักทายทำความเคารพ ทันทีที่พบหลิวเหิง หัวหน้าฟ่านก็คุกเข่าและคำนับ “ใต้เท้า โปรดช่วยชาวหนานหยวนด้วยขอรับ!”
“หัวหน้าฟ่าน ข้ามาที่นี่เพื่อดูแลเรื่องภัยพิบัติ รีบลุกขึ้นเร็วเข้า” หลิวเหิงเห็นว่าหัวหน้าฟ่านกำลังจะคุกเข่าลงจมโคลนที่พื้นจึงรีบช่วยดึงเขาขึ้นมา
แม้จะรู้ว่าหัวหน้าฟ่านเคยเป็นหูเป็นตาให้ผู้ช่วยหลี่มาก่อนหน้านี้ แต่หลิวเหิงก็ไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีกับอีกฝ่าย กลับกัน เขามอบความชื่นชมให้อีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ หัวหน้าชุมชนผู้นี้เป็นคนมีความคิดกว้างไกล ไม่ถือตัว และเห็นอกเห็นใจผู้ที่อ่อนแอ เขาเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อชีวิตของคนในชุมชน เหตุผลที่ร่วมมือกับผู้ช่วยหลี่ก็เพราะต้องการให้ผู้ช่วยหลี่ช่วยดูแลชาวหนานหยวนที่กำลังเก็บเกี่ยวพืชผลได้น้อยลงทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
เช่นเดียวกับเรื่องนาขั้นบันไดที่หนานหยวน เขาก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องดีและขอร้องให้หลิวเหิงเริ่มก่อสร้างมันที่หนานหยวนอยู่หลายครั้ง หลังการก่อสร้างเริ่มต้นขึ้น เขาก็มาดูแลตรวจสอบเป็นประจำทุกวันเพื่อให้ขั้นบันไดถูกสร้างอย่างมั่นคง
การที่นาขั้นบันไดของหนานหยวนไม่ได้รับความเสียหายจากพายุในครั้งนี้ล้วนเป็นเพราะความตั้งใจทำงานของอีกฝ่าย
หนานหยวนเป็นชุมชนที่ใกล้ทะเลที่สุดในซินเย่ แม้จะมีภูเขาขวางกั้น แต่ก็เจอกับภัยพิบัติร้ายแรงทุกครั้งตลอดเวลาที่ผ่านมา
เมื่อหลิวเหิงเห็นว่าหัวหน้าฟ่านคุกเข่าลงทันทีที่พบกัน ก็คิดว่าคราวนี้หนานหยวนก็คงได้รับความเสียหายร้ายแรงอีกครั้ง เขาจึงรีบช่วยชายชราให้ลุกขึ้นอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วง หัวหน้าฟ่าน ข้าพาคนมาช่วยแล้ว บ้านทั้งหมดที่เสียหายจะได้รับการซ่อมแซมทีละหลัง ครอบครัวที่เสียหายหนักจะมีที่อยู่ชั่วคราว และจะหาที่สร้างบ้านใหม่ที่เหมาะสมเช่นกัน ตราบใดที่ทุกคนยังอยู่ดี หลังจากนี้ชีวิตของทุกคนจะต้องดีขึ้น”
หัวหน้าฟ่านส่ายหน้าไปมา “ใต้เท้า บ้านเรือนชาวบ้านไม่เสียหายนักขอรับ แต่แม่น้ำหุน …ข้าเกรงว่ามันจะล้นตลิ่ง”