ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 287 ไม่ให้กระเด็นสักแดง
บทที่ 287 ไม่ให้กระเด็นสักแดง
คาราวานค้าเกลือและเจ้าหน้าที่จากที่ว่าการสองคนนี้กำลังพูดคุยกันอยู่ที่ถนนหลักหลังออกมาจากนาเกลือ ไม่นานก็มีคาราวานค้าเกลืออีกสองกลุ่มตามพวกเขามารออยู่ที่ด้านหลังเพื่อเดินทางไปส่งเกลือเช่นกัน
เมื่อคาราวานการค้าได้ยินว่าทางการจัดโรงเก็บสินค้าไว้ให้เช่าในการหลบพายุฝน พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรจากกลุ่มข้างหน้าที่ถามด้วยความกังวลใจ
เจ้าหน้าที่เป็นผู้อธิบายเรื่องต่าง ๆ ให้ฟังอย่างละเอียดเช่นเคย
บางคนลังเลเพราะราคาแพงเกินไป แต่ในขณะที่บางคนมองว่าเมื่อพายุโหมกระหน่ำสินค้าจะเสียหาย แม้จะแพงเกินไป ทว่าเมื่อมองดูท้องฟ้าแล้วก็ไม่ต้องการจะรอช้าอีก พวกเขากัดฟันจ่ายค่าเช่าและเช่าโรงเก็บของที่อยู่ห่างไปห้าลี้
ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ก็เดินเข้ามาว่าพวกเขามีรถกี่คันและคนกี่คน จากนั้นก็คิดราคาและขอให้หัวหน้าคาราวานลงนามเพื่อจ่ายเงินและฝากสินค้า
เจ้าหน้าที่เดินข้ามาแขวนป้ายไม้ไว้หน้ารถม้าสินค้าทุกคันของขบวนนี้ จากนั้นก็เอาป้ายที่มีเครื่องหมายืนยันยื่นให้ “เอาละ ท่านสามารถเดินทางต่อได้เลยขอรับ เมื่อเดินทางไปถึงป้อมรักษาการณ์อีกห้าลี้ สามารถยื่นป้ายนี้ให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน จากนั้นจะมีคนช่วยท่านจัดการเรื่องสินค้านะขอรับ”
หัวหน้าคาราวานเอาป้ายนั้นมาดู และเห็นว่ามันเป็นสีนวลเช่นเดียวกับพระจันทร์ อีกทั้งยังมีข้อความที่เป็นบทกวีเขียนอย่างหรูหราด้านหลังอีกด้วย “นายอำเภอของซินเย่คงจะเป็นคนสุนทรีย์เสียเหลือเกิน”
“ถูกต้อง นายอำเภอของเราเชี่ยวชาญด้านบทกวีและเป็นถึงจอหงวนอีกด้วย” เจ้าหน้าที่พูดอย่างภูมิใจ “จะมีจอหงวนสักกี่คนที่ได้มาเป็นนายอำเภอในเหลียวโจวเช่นนี้ได้เล่า”
หัวหน้าคาราวานเก็บป้ายนี้ไปแล้วไม่พูดอะไรอีก ความจริงแล้วเขาต้องการเยาะเย้ยถากถางนายอำเภอผู้นั้นมากกว่าว่าช่างไม่รู้จักอายเสียจริง ๆ แต่เจ้าหน้าที่เหล่านี้กลับตอบอย่างภูมิใจ เช่นนี้แล้วเขาจะพูดอะไรได้อีก
เขาเพียงยิ้มเจื่อน ๆ แล้วรีบพูดขึ้นเสียงดัง “ไปเถอะ!” จากนั้นก็นำกองคาราวานออกเดินทางต่อ
ถนนทางการที่ขยายเพิ่มนั้นกว้างขวางมาก เจ้าหน้าที่คนหนึ่งสามารถเดินเข้ามาให้อีกขบวนหลีกทางให้ขบวนนี้เดินทางผ่านไปได้
อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่นำทางไปยังป้อมรักษาการณ์ที่อยู่ห่างออกไปอีกห้าลี้
มีเจ้าหน้าที่อีกหลายคนเฝ้าอยู่ที่นั่น ทุกคนสวมอาภรณ์สีน้ำตาลตัดกับสีครามและเสื้อคลุมตัวสั้นเขียนคำว่า ‘หน่วยลาดตระเวน’ ไว้ด้านหลัง เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้คืออดีตอันธพาลที่ถูกคัดเลือกมาทำงานดูแลความปลอดภัยที่นี่
ทันทีที่พวกนั้นเห็นป้ายยืนยันที่เจ้าหน้าที่นำมาแขวนให้ที่รถม้าก็ถามทันที “ท่านต้องการพักสินค้าที่ป้อมของเรา มีป้ายยืนยันหรือไม่ขอรับ”
หัวหน้าคาราวานเอาป้ายที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ส่งให้พลางถาม “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเราต้องจอดพักสินค้าที่ป้อมนี้”
“เราได้รับการฝึกฝนจากท่านนายอำเภอขอรับ จะไม่สังเกตเห็นหรือมีความรู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรเล่าขอรับ” หัวหน้าอดีตอันธพาลถูกเรียกว่าหัวหน้าป้อมรับป้ายแล้วยิ้มอย่างภูมิใจ
ป้ายไม้เหล่านี้ล้วนแฝงสัญลักษณ์ลับ ๆ เอาไว้ให้มีเพียงพวกเขาเท่านั้นเข้าใจ และผู้อื่นก็ลอกเลียนแอบอ้างได้ยากมาก
นายอำเภอสอนให้พวกเขาจดจำสัญลักษณ์และเครื่องหมายต่าง ๆ และให้เข้ารับการทดสอบอย่างเข้มงวดทุกคน
คนที่จดจำเครื่องหมายเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีและมีไหวพริบ จะถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าป้อมในแต่ละป้อม
ระหว่างที่เหล่าพ่อค้าเดินทางผ่านถนนเส้นนี้เข้ามายังซินเย่ ก็ลอบสังเกตป้อมรักษาการณ์เหล่านี้มาก่อน และรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างรอบคอบ
พวกเขาเรียกมันว่าป้อมรักษาการณ์ แต่ความจริงเป็นเรือนทรงสี่เหลี่ยมเรียงกันอยู่
กำแพงทุกด้านทำจากหิน อิฐ และหินปูน อีกทั้งยังมีหลังคาที่แข็งแรง เห็นได้ชัดว่าสร้างขึ้นจากความต้องการที่จะใช้มันสำหรับบังลมฝนจากพายุโดยเฉพาะ มันดูแน่นหนาและแข็งแรง เรือนที่เรียงกันพร้อมหันหน้าไปทางถนนทางการคงเป็นที่สำหรับเก็บสินค้า ขนาดของมันใหญ่กว่าบ้านทั่ว ๆ ไปราวสามถึงสี่เท่าตัว
ไม่น่าแปลกใจที่ทางการกล่าวว่าโรงเก็บสินค้าจะรับสินค้าได้ถึงสี่สิบเกวียน ดูจากขนาดแล้วเกรงว่าจะเก็บได้มากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ
มีพื้นที่โล่งอยู่ทางซ้ายของโรงเก็บสินค้าและมีเรือนอีกหลังหน้าป้อมรักษาการณ์ ซึ่งมองเห็นว่ามีปล่องไฟยื่นขึ้นมา น่าจะสามารถพักกินอาหารได้
และไม่ว่าจะเป็นที่เก็บสินค้าหรือเรือนอื่น ๆ ก็มีชายคาที่ยื่นออกมายาวมากเหมาะสำหรับใช้เป็นที่หลบฝนได้อย่างสะดวกสบาย
หลังจากตรวจสอบและรับป้ายแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ตะโกนเข้าไปข้างใน “มีคนมาฝากสินค้า รถม้ายี่สิบคัน!”
เมื่อได้ยินดังนั้นชายท่าทางกำยำยี่สิบหรือสามสิบคนก็เดินออกมาจากป้อมรักษาการณ์ ก่อนจะเริ่มยกกระสอบสินค้าเข้าไปด้านในโดยไม่รอช้า
“เฮ้!” หัวหน้ากองคาราวานสะดุ้งตกใจ นี่เป็นการปล้นสินค้าหรือไม่ เขากังวลมากจนต้องเดินไปขวาง
“ไม่ต้องห่วงขอรับ ผู้ที่เช่าโรงเก็บของของทางการจะมีคนงานของเราช่วยดูแลการขนย้ายสินค้าไปเก็บให้โดยไม่คิดเงิน ท่านมากับข้าดีกว่าขอรับ ท่านสามารถมาพักผ่อนที่นี่ได้” หัวหน้าป้อมพูดอย่างจริงใจ และนำทางเหล่าพ่อค้ากับคนในคาราวานการค้าเข้าไปด้านใน “ไม่ต้องห่วงขอรับ สินค้าที่นำมามีกี่ชิ้นก็จะได้นำออกไปตามจำนวนที่บันทึกไว้ เมื่อขนของเรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถนำม้าและรถม้าไปเก็บที่โรงพักม้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม อีกทั้งยังสามารถตามไปเฝ้าม้าพร้อมให้อาหารได้อย่างสะดวก ท่านเตรียมอาหารม้ามาหรือไม่ หากไม่ได้เตรียมมาเราจัดหาให้ท่านได้ขอรับ”
หัวหน้าคาราวานมองหัวหน้าป้อมที่ดูเอาใจใส่ โชคดีที่พวกเขามีอาหารม้ามาแล้ว ไม่งั้นคงได้เสียเงินอีกมาก
เมื่อหัวหน้าป้อมได้ยินว่าพวกเขาไม่ต้องการซื้ออาหารม้าเพิ่มก็ไม่ได้ดูไม่พอใจแต่อย่างใด และนำทางพวกเขาไปที่มุมหนึ่งของโรงเก็บของอย่างกระตือรือร้น “ท่านสามารถบอกกับคนของท่านได้ว่าจะอยู่ที่โรงเก็บของหรือที่ลานได้ตามใจขอรับ เมื่อเดินตามชายคาและเลี้ยวขวาจะมีห้องน้ำอยู่ที่นั่นด้วยขอรับ”
“นายอำเภอของเจ้าเป็นคนคิดเรื่องเช่นนี้งั้นหรือ”
“ขอรับ นายอำเภอของเราเป็นคนมีความคิดกว้างไกล ไม่มีเรื่องไหนที่ท่านไม่คิดอย่างรอบคอบ ท่านบอกว่ามันดูไม่เหมาะเท่าไรที่จะไปทำธุระที่หน่วยงานไปรษณีย์ และยังสามารถเก็บมันมาใช้ทำปุ๋ยได้อีกด้วย ปุ๋ยจากห้องน้ำและจากคอกม้าจะถูกแจกจ่ายไปตามครัวเรือน ทุกคนสามารถเอาไปเติมในทุ่งนาได้ ที่ดินในซินเย่แห้งแล้ว ทั้งยังขาดแคลนแร่ธาตุ ต้องใช้ปุ๋ยเหล่านี้ไปช่วยขอรับ”
หัวหน้าคาราวานมองหัวหน้าป้อมและไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ก็สมกับที่เป็นนายอำเภอจอมปอกลอกแห่งซินเย่ แม้แต่มูลก็ยังไม่ปล่อยให้กระเด็นไปได้สักแดง เหอะ ๆ!
“นายอำเภอของเจ้าคงใช้ความพยายามอย่างมากในการสร้างที่แบบนี้ขึ้นมา”
“ใช่แล้วขอรับ เพื่อที่จะปรับปรุงถนนให้เหมาะสม นายอำเภอของเราทดลองสัญจรไปมาบนทางแห่งนี้เป็นสิบ ๆ รอบ เดิน ขี่ม้า นั่งรถม้า …ลองครบทุกวิธีเพื่อจะได้เตรียมการถูก และยังเกณฑ์แรงงานมาช่วยกันสร้างที่นี่หลายพันคน นายอำเภอยังกล่าวว่าถนนเส้นนี้จะแข็งแรงมาก แม้ถูกพายุพัดผ่านก็จะไม่เสียหายง่าย ๆ ขอรับ”
“นั่นต้องใช้กำลังไม่น้อยเลย”
หัวหน้าป้อมมองหัวหน้าคาราวานการค้าอย่างไม่พอใจเล็กน้อย “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกท่านเรียกนายอำเภอของเราลับหลังว่าเป็นจอมปอกลอก ว่าเขาว่าเป็นคนหน้าเลือดรีดไถขูดเลือดขูดเนื้อพ่อค้าเพื่อหาเงิน แต่ให้ว่ากันตามตรง นายอำเภอหลิวไม่ได้หาเงินจากท่านคนเดียว ท่านหาเงินจากพ่อค้าทุกคนเท่าเทียม! และหากไม่ได้เงินเหล่านี้มา จะมีสักกี่คนในอำเภอนี้ที่ได้รับค่าจ้างอย่างเหมาะสมและอยู่อย่างสบายในช่วงเดือนสามถึงเดือนห้า ปีที่แล้วพวกเราแร้นแค้นมาก แต่ปีนี้ไม่มีใครต้องเอาบุตรไปขายแลกของกินอีกแล้ว ชีวิตของทุกคนที่ดีขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อมากขอรับ”
“ดูคนแข็งแรงเหล่านี้สิขอรับ พวกเขาล้วนเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านรอบ ๆ บริเวณนี้ที่มาช่วยงานยกของ พวกเขาได้ค่าแรงวันละยี่สิบอีแปะ ทุกคนผลัดกันมาทำงานที่นี่ และลงบัญชีเอาไว้ว่าใครมาวันไหนบ้าง ทำให้ไม่ต้องทะเลาะแย่งกัน พวกเขามาตามตกลงและนำเงินที่ได้ไปเลี้ยงดูครอบครัว ชีวิตของทุกคนดีขึ้นมาก ผู้คนในชุมชนก็สามัคคีแน่นแฟ้นกันมากขึ้น ปีที่แล้วมีทั้งการวิวาทแย่งชิงที่ดินทำกิน ทว่ายามนี้ไม่มีใครว่างมาหาเรื่องทะเลาะกัน หรือหากมีเรื่องที่ตกลงกันไม่ได้ก็ไปหานายอำเภอ ไม่ต้องมาก่อเรื่องให้วุ่นวาย ข้าต้องการจะบอกท่านว่าเงินที่นายอำเภอหาได้ไม่ได้เข้ากระเป๋าท่านผู้เดียว แต่มันถูกนำมาแบ่งให้ทุกคนที่นี่อย่างทั่วถึงขอรับ”
หัวหน้าคาราวานไม่ได้สนใจอยากรู้เรื่องเหล่านี้ นายอำเภอหลิวไร้ยางอายผู้นั้นเอาเงินไปจากพวกเขามากมายขนาดไหนกัน จึงได้นำเงินมาหลอกชาวบ้านโง่ ๆ เหล่านี้ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถพูดออกมาให้เจ้าหน้าที่ไม่พอใจ เพราะอย่างไรตอนนี้ก็ยังอยู่ในเขตของซินเย่
ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็นหัวเราะชอบใจและไม่ได้หาเรื่องทะเลาะกับอีกฝ่าย
หัวหน้าป้อมเห็นท่าทีเช่นนั้นจึงไม่คิดจะเอ่ยอะไรกับพ่อค้าอีกเช่นกัน หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ออกไปต้อนรับพ่อค้าขบวนถัดไป ส่วนขบวนพ่อค้าก็ไปเฝ้าสินค้าของตน
หัวหน้าป้อมอธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยก่อนจากไปว่า “หากมีอาหารแห้งมา ท่านสามารถตั้งไฟทำอาหารเองได้ขอรับ ชายคาหน้าโรงเก็บของมีฟืนสำหรับก่อไฟขายอยู่ หรือหากอยากได้น้ำร้อนหรือน้ำชาก็เรียกเราได้ และถ้าอยากได้อาหารเราก็มีให้ แต่บอกไว้ก่อนว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกขอรับ”
พวกเขาไม่ได้หวังว่าจะได้ของมาโดยไม่ต้องจ่ายเงินอยู่แล้วเมื่อได้ชื่อว่าเป็นคนนายอำเภอหลิวจอมปอกลอก! เหล่าพ่อค้าสาปส่งในใจ
หลังจากที่ขบวนนี้มาถึงเป็นกลุ่มแรก กลุ่มอื่น ๆ เองก็ทยอยตามเข้ามาเช่นกัน แต่ก็มีขบวนรถม้าหลายคันที่ปฏิเสธจะเช่าที่เก็บสินค้าของทางการ และตั้งใจจะไปหาลักลอบเช่าบ้านของชาวบ้านเมื่อฝนตกอย่างปีที่แล้ว
พ่อค้าเหล่านั้นยังคุยระหว่างทางด้วยว่าพวกที่ยอมจ่ายเงินเช่าโรงเก็บของทางการช่างโง่เขลายอมถูกหลอกเอาเงินได้ง่าย ๆ ทุกปีสามารถทำได้เหตุใดปีนี้จะต้องกังวลเล่า