ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 286 การเคลื่อนไหวครั้งใหม่
บทที่ 286 การเคลื่อนไหวครั้งใหม่
หลิวเหิงมองรถม้าแล้วถอนหายใจกับหลี่ปี้ซู่ “ผู้ช่วยหลี่ ทำไมการหาเงินที่นี่ถึงได้ยากนัก”
หลี่ปี้ซู่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเสียวสันหลังและตกใจกลัว
นายอำเภอหลิวร้องไห้หรือ!?
เขาร้องไห้!
เขาร้องไห้ออกมาแล้ว!
แววตาของหลี่ปี้ซู่เต็มไปด้วยความกังวลและเห็นอกเห็นใจ ทว่าเขาไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ เพราะกลัวว่าหากพูดไปแล้ว จะถูกส่งไปซื้อผักเพิ่มอีก และนอกจากนี้เหตุใดทุกครั้งที่นายอำเภอหลิวต้องการจะหาเงินจึงต้องหันมาหาเขาเสมอด้วย ไม่มีชื่ออื่นอยู่ในใจบ้างหรือ
ผู้ช่วยหลี่คิดว่าเรื่องพ่อค้าเกลือจะทำให้นายอำเภอหลิวพอใจ และเมื่อได้เงินตามที่ต้องการแล้วก็จะไม่เกิดอะไรยุ่งยากกับเขาอีก แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะประเมินนายอำเภอผู้นี้ต่ำเกินไป สำหรับนายอำเภอหลิวเพื่อที่จะหาเงินให้ได้มากขึ้น มันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ที่นี่ จากท่าทางเช่นนั้น …เขาต้องเริ่มเคลื่อนไหวครั้งใหม่อีกแน่นอน
หนึ่งเดือนผ่านไป ด้วยการทำงานอย่างแข็งขันของแรงงานกว่าครึ่งที่เป็นคนของที่ว่าการอำเภอ ทำให้ซินเย่ไม่เพียงมีพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์หลายร้อยหมู่ในชุมชนหนานหยวนเท่านั้น แต่ยังคาดว่าจะมีนาขั้นบันไดอีกกว่าร้อยหมู่ที่ถูกสร้างขึ้นเพิ่มเติมในชุมชนเป่ยหยวน ถนนหนทางในเขตเมืองและพื้นที่โดยรอบได้รับการซ่อมแซมและสร้างเพิ่มเติม คูน้ำที่ขุดเพื่อบรรเทาภัยพิบัติก็ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีถนนเส้นหลักที่เชื่อมต่อจากหน่วยงานไปรษณีย์เหลียวผิงไปยังที่ว่าการอำเภอ จากนั้นก็เชื่อมจากที่ว่าการอำเภอไปยังนาเกลือโดยตรง ถนนทั้งหมดถูกขยายให้กว้างขวางขึ้น โรยหินที่พื้นจนแน่น แม้ฝนตกหนักก็ไม่ถูกชะหน้าดิน ทั้งสองข้างทางมีคูระบายน้ำอย่างดีที่อยู่ต่ำกว่าถนนลงไปโดยมีหินแข็งแรงเป็นฐานให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำอย่างสะดวก
ถัดจากถนนหลักก็ยังมีป้อมรักษาการณ์ทุก ๆ สามถึงห้าลี้ และมีเจ้าหน้าที่คอยลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยอยู่เสมอ
บ้านเรือนหลายหลังทางใต้ถูกเวนคืนและจ่ายค่าชดใช้ทั้งหมดเพื่อนำพื้นที่มาขยายถนนเพิ่ม
มีฝุ่นปลิวตลบไปทั่วทั้งพื้นที่อำเภอ ในที่สุดหลังจากลงแรงทำงานหนักกว่าสามเดือน โครงสร้างใหม่ ๆ ของซินเย่ก็เสร็จสมบูรณ์
หลังจากงานทั้งหมดเสร็จสิ้นหลิวเหิงก็ให้แรงงานที่เกณฑ์มากลับไปอยู่ที่บ้านตนเองเพื่อทำงานไร่นาและรอเรียกใช้งานในครั้งหน้า
ต้นเดือนเจ็ด พ่อค้าเกลือเดินทางเข้าสู่อำเภอซินเย่พร้อมกับรถม้าเปล่า พวกเขาจ่ายภาษีประตูเมืองและค่าหัวที่ประตูตะวันตก ซื้อหา ‘อาหารพื้นถิ่น’ และขนส่งเกลืออย่างราบรื่นไม่ติดขัด
หลังจากสกัดเกลือแล้วบรรจุเรียบร้อย ผางหลิงก็ให้พ่อค้าเกลือรีบขนเกลือกลับไปให้เร็วที่สุด “ดูจากสภาพอากาศแล้วพายุกำลังจะมา”
พ่อค้าเกลือมาที่นี่ทุกปีเพื่อขนเกลือไปขาย ทุกคนรู้ดีถึงความรุนแรงของพายุที่มักจะพัดมาในช่วงเวลานี้ของปี พายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำในเมืองซินเย่ที่อยู่ใกล้ทะเลจนเกิดฝนตกหนัก การเดินทางในช่วงนี้ล้วนขึ้นอยู่กับโชคพอสมควร
หากโชคร้ายก็จะไม่สามารถหลบเลี่ยงพายุที่พัดมาได้ทันเวลา และอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น จนถึงขั้นรถม้าพลิกคว่ำทำให้มีคนตายได้ เมื่อฝนตกลงมา ถึงพวกเขาจะหาผ้าใบหนา ๆ มาคลุมสินค้า แต่เกลือเกือบครึ่งก็มักจะต้องสูญไปกับน้ำอย่างไม่อาจเลี่ยงได้
แม้พวกเขาจะรู้เรื่องที่มีพายุ แต่ก็ไม่สามารถหยุดนาเกลือรอให้พายุผ่านไปก่อนได้ ไม่มีใครรู้ว่าพายุจะเข้ากี่วัน หากอยากจะจอดรถม้ารออยู่สิบวันกว่า ๆ ก็ไม่สามารถจอดรอที่นาเกลือได้ เพราะมีพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับรถม้าคันอื่น ๆ และนอกจากนี้ ความล่าช้าในการขายสินค้าจะเกิดขึ้นจนเจ้านายไม่เห็นด้วย เพราะยิ่งช้าเท่าไรก็ยิ่งนับเป็นรายได้ที่เสียไปมากขึ้นเท่านั้น และยังอาจกระทบต่อชื่อเสียงในด้านการค้าด้วย
ดังนั้นเมื่อได้ยินคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ในนาเกลือ เหล่าพ่อค้าก็มีสีหน้าบูดบึ้งพลางกัดฟันรีบเอาเกวียนออกไป
ทันทีที่รถม้าและเกวียนมาถึงประตูเมืองที่ซินเย่ เจ้าหน้าที่ราชการหลายคนก็มาปิดทาง
“นายอำเภอของเราบอกว่าพายุลูกใหญ่กำลังพัดมาขอรับ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้รบกวนชาวบ้านและก่อให้เกิดเพลิงไหม้ สินค้าของท่านต้องเก็บไว้รวมกัน ทางที่ว่าการได้เตรียมโรงเก็บสินค้าเอาไว้แล้ว”
ในปีก่อน ๆ พ่อค้าจะไปหลบฝนอยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียง แต่ปกติแล้วชุมชนหรือหมู่บ้านเหล่านั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก เพื่อปกป้องเกลือให้พ้นจากน้ำฝน พวกพ่อค้ามักจะไปขับไล่คนชราและเด็ก ๆ ที่อ่อนแอออกไป เพื่อยึดครองพื้นที่ในเรือนให้พอจะหลบฝนได้แก่ตนเอง
ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยร้องเรียนกับทางการ แต่น่าเสียดายที่เจ้าหน้าที่ได้รับเงินแทนการไกล่เกลี่ยพวกเขาจึงไม่ดำเนินการอะไร เมื่อรับเงินหนึ่งถึงสองตำลึงจากเหล่าพ่อค้าแล้วก็ปล่อยเรื่องนี้ให้ยุติลงอย่างง่ายดาย
ขณะนี้นายอำเภอหลิวได้ออกคำสั่งไว้แล้วว่าห้ามเหล่าพ่อค้าเกลือไปยึดครองหรือเช่าสถานที่ใด ๆ เพื่อเก็บสินค้าและหลบฝนเป็นการส่วนตัว ต้องรวมเอาไว้ที่โรงเก็บสินค้าของทางการเท่านั้น
“ดูท่าวันนี้ฝนน่าจะตกหนักมากขอรับ หากเช่าบ้านอยู่หลังจากฝนหยุดแล้วก็จะไม่สามารถออกไปที่ถนนได้ทันที แต่หากเอาสินค้าไปเก็บที่โรงเก็บสินค้าของทางการที่อยู่ตามป้อมรักษาการณ์บนถนน เมื่อฝนหยุดตกแล้วก็สามารถวิ่งไปที่ป้อมถัดไปได้อย่างไม่ต้องกลัวฝนตกขอรับ”
นี่มันหมายความอย่างไรกัน?
นายอำเภอหลิวจอมปอกลอกไร้ยางอายคนนั้นกำลังสร้างปัญหาให้เหล่าพ่อค้าเกลืออีกแล้วอย่างนั้นหรือ?
จากบทเรียนที่แสนจบปวดในอดีต พ่อค้าเกลือที่ถูกหลอกมาก่อนจึงถามอย่างละเอียดว่าจะเก็บสินค้าในโรงเก็บของพวกนั้นต้องมีข้อแม้อย่างไรบ้าง
หลังจากที่ถามแล้วทุกคนก็รู้ว่าไม่ผิดไปจากที่คิดไว้แม้แต่น้อย เมื่อได้ยินคำตอบว่าต้องจ่ายเงิน ก็เข้าใจทันทีว่านายอำเภอหลิวผู้หิวเงินตลอดเวลาผู้นั้นกำลังใช้โอกาสนี้ในการขูดรีดพ่อค้าเกลือเพิ่มอีกแล้ว
“คิดค่าเช่าอย่างไรเล่า” ทว่าพ่อค้าเกลือก็สนใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าสามารถฝากสินค้าในป้อมรักษาการณ์ตามทางได้
“ทุกท่านมีความต้องการแตกต่างกันออกไป ค่าเช่าจึงแบ่งเป็นสองประเภทขอรับ เป็นค่าเช่ารายป้อมกับค่าเช่าเต็มจำนวน” เจ้าหน้าที่เอากระดาษสองแผ่นออกมา “ค่าเช่ารายป้อมหมายความว่าท่านสามารถจ่ายตามจำนวนครั้งที่ใช้โรงเก็บสินค้า ราคาครั้งละยี่สิบตำลึง แต่จ่ายเต็มราคาร้อยตำลึงก็จะสามารถใช้ทุกป้อมรักษาการณ์หลบฝนได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะจ่ายประเภทไหนทางการก็จะรับผิดชอบเรื่องการขนสินค้าให้เอง”
“แพงขนาดนั้นเชียวหรือ!?” พ่อค้าในคาราวานอุทานขึ้น พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เช่าบ้านเป็นการส่วนตัว แต่ค่าเช่าโรงเก็บของของทางการก็แพงมาก “นี่พวกเจ้ากำลังบังคับเรางั้นหรือ หากเราไม่เช่าจะเป็นอย่างไรเล่า”
“ท่านต้องการเช่าบ้านเป็นการส่วนตัวแทนที่จะเช้าโรงเก็บของจากทางการงั้นหรือขอรับ ที่ว่าการอำเภอเพิ่งสั่งให้ชาวบ้านช่วยกันตรวจสอบหนังสือร้องเรียนของพวกเขาเมื่อปีที่แล้ว พ่อค้าเกลือพากันไปเช่าบ้านเพื่อหลบฝนในหมู่บ้าน จนเกิดปัญหาคดีทะเลาะวิวาทกันและยังเกิดคดีปล้นฆ่าขึ้นอีกเก้าคดี อีกทั้งยังมีอีกหลายคนร้องเรียนเรื่องน้ำรั่ว นายอำเภอของเรารักชาวบ้านในอำเภอเหมือนเป็นบุตรของท่าน เลยไม่อาจทนเห็นพวกท่านรังแกคนในท้องถิ่นได้ นายอำเภอกล่าวว่าหากต้องการเช่าบ้านของชาวบ้าน ท่านจะต้องรายงานต่อนายอำเภอเท่านั้นจึงจะสามารถเก็บสินค้าได้เอง ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษฐานก่อความวุ่นวายเดือดร้อนและถูกคุมตัวไปยังที่ว่าการอำเภอขอรับ”
หลังอธิบายจบเจ้าหน้าที่ก็พูดอย่างเฉียบขาด “เอาละ โรงเก็บสินค้าของทางการสามารถรองรับสินค้าไปได้เพียงสี่สิบเกวียนเท่านั้น ขอแจ้งไว้ก่อนว่าจะต้องรีบตกลงเช่าให้เร็ว ฝนฟ้าเอาแน่เอานอนและใจเย็นรอไม่ได้ ข้าเตือนไว้ก่อนว่าพายุกำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้นะขอรับ”
“แต่มันแพงเกินไป” หัวหน้ากองคาราวานพูดด้วยความโกรธ หากพวกเขาเช่าบ้านเป็นการส่วนตัวเงินที่ต้องจ่ายก็เพียงไม่กี่ตำลึงเท่านั้น แม้บ้านเหล่านั้นจะเป็นเพียงบ้านเรียบ ๆ ที่ไม่ได้แน่นหนาจนสินค้าเสียหายบางส่วน แต่ก็ยังนับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติ
“เอาละ ไม่เช่าก็เดินทางต่อไปเถิดขอรับ ท่านลองมองไปรอบ ๆ สิ มีขบวนสินค้าอีกมากที่ตามหลังท่านมา แต่ก็อย่างที่ข้าเตือนไว้แล้ว หากฝนตกลงมาแล้วอยากย้อนกลับมาเช่าที่เก็บสินค้าก็คงไม่ทันแล้ว อย่าหวงอะไรเล็กน้อยเพื่อเสียประโยชน์ครั้งใหญ่เลยขอรับ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้นพ่อค้าก็เม้มปากอย่างไม่พอใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ