ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 285 ส่งของขวัญไปเมืองหลวง
บทที่ 285 ส่งของขวัญไปเมืองหลวง
พ่อค้าเกลือเหล่านี้ต้องจ่ายเงินหลายสิบตำลึงเพื่อเอารถเข้าออกจากซินเย่
กิจการค้าเกลือสร้างผลกำไรมหาศาล ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกลือไม่มากก็สามารถทำเงินได้มากมาย หากมีเงินไม่มากพอจะจ่ายค่าสินบน ก็ไม่สามารถเอาออกมาขายได้ด้วยซ้ำ
ทุกวันนี้ไม่ว่าพ่อค้ารายใหญ่หรือรายย่อย แค่มีเงินจ่ายภาษีก็สามารถนำเกวียนไปซื้อเกลือมาได้ อย่างมากก็เป็นการจ่ายเงินตามจำนวนเกวียนและรถม้าที่ผ่านทางไปเท่านั้น และยิ่งเอารถม้าไปมากเท่าไรก็ยิ่งต้องจ่ายเพิ่มเท่านั้น แต่ก็ดีกว่าจะต้องหารถม้าขนาดใหญ่สิบคันที่สามารถขนเกลือได้เพียงห้าคัน ดังนั้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนพวกเขาอาจจะประหยัดเงินมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ในอดีตทำกำไรมหาศาลได้อย่างไร เวลานี้ก็ยังทำกำไรมหาศาลได้หรือมากกว่านั้นก็ได้เช่นกัน
ดังนั้นเป็นความจริงที่ว่าเงินที่จ่ายให้ซินเย่นั้นเป็นเงินเพียงเล็กน้อยของพวกเขา
แต่พวกเขาก็ยังไม่พอใจเรื่องนี้อยู่ดี
เดิมทีพวกเขาไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินรายทางเลย เดิมทีก็เพียงส่งเงินให้ผู้จัดการผางเพียงปีละครั้งเท่านั้นก็สามารถทำกิจการได้อย่างไม่ลำบาก
ทว่าในครั้งนี้ต่างออกไป
ทุกครั้งที่เดินทางผ่านต้องรู้สึกราวกับว่าถูกมีดคม ๆ ของนายอำเภอหลิวขูดรีด และชิ้นเนื้อที่อยู่ข้างปากซึ่งรอจะให้ตัวเองกินถูกแบ่งออกไป แม้จะเป็นเพียงชิ้นเล็กเท่าเล็บมือที่ถูกชิงไป แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันใหญ่จนเจ็บใจในความรู้สึกอยู่ดี
พวกเขาคิดถึงนายอำเภอคนเก่าของซินเย่เสียเหลือเกิน!
นายอำเภอคนก่อนที่ถูกสังหารให้ความสนใจเพียงเรื่องงานปกครอง มีแค่สายลมในแขนเสื้อ ไม่มายุ่มย่ามอะไรกับเรื่องเหล่านี้ และมองว่าเงินสินบนเป็นเงินสกปรก ชายคนนั้นเป็นคนที่ฉลาดในเรื่องตำราเท่านั้น เมื่อมีรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับหมู่บ้านห่างไกลในซินเย่เขาก็รีบไปดูแลที่นั่นโดยไม่รู้เรื่องคาราวานเกลือเลยแม้แต่น้อย
น่าเสียดายที่นายอำเภอต้องเสียชีวิตเพราะถูกโจรปล้น หากเขาไม่ตาย ตอนนี้นายอำเภอผู้นั้นก็คงวุ่นวายอยู่กับแผนการเก็บเกี่ยวอยู่กับพวกชาวบ้านมากกว่า
ส่วนนายอำเภอหลิวตอนนี้หรือ? เขาดูไม่เหมือนบัณฑิตที่เอาแต่อ่านตำรานักปราชญ์เลยแม้แต่น้อย!
นายอำเภอคนนี้เลี้ยงคนไว้มากมาย อีกทั้งยังดูเต็มใจจะรับเงินและสร้างชื่อเสียง ที่สำคัญยังเป็นคนไร้ยางอายเป็นอย่างมาก ผู้ชายไร้ยางอายเช่นนี้โดยพื้นฐานแล้วจะไม่ยอมตายง่าย ๆ
เขาไม่สนใจกฎกติกาหรือมารยาทใด ๆ เหล่าพ่อค้าจึงไม่สามารถทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ หากข่าวเรื่องการลักลอบค้าเกลือแพร่ออกไปเมื่อไหร่ งานค้าเกลือเช่นนี้อาจจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป
พริบตาเดียวเดือนห้าก็มาถึง
เป็นเวลาเกือบสามเดือนแล้วนับตั้งแต่นายอำเภอหลิวเข้ารับตำแหน่งในซินเย่
ในยามนี้มีข่าวสำคัญจากเมืองหลวงเพียงเรื่องเดียวคือการสมรสของเฉิงจวิ้นอ๋อง ซึ่งกำลังจะถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาทในเดือนหก
เมื่อบ้านเมืองมีรัชทายาทแล้วก็จะมั่นคงมากยิ่งขึ้นไปอีก ในช่วงนี้ขุนนางจากทั่วทั้งแคว้นกำลังวุ่นวายอยู่กับการส่งคำยินดี และบางคนก็ส่งของขวัญไปยินดีกับการแต่งงานของเฉินจวิ้นอ๋องด้วย
หลิวเหิงเองก็เช่นกัน เขาสั่งให้อาต้าและคนอื่น ๆ ไปซื้อของล้ำค่าในท้องถิ่นของซินเย่ส่งไปยังเมืองหลวง
ของเหล่านี้ไม่ใช่ผักที่ผู้ช่วยหลี่ถูกสั่งให้ไปซื้อหามาอย่างแน่นอน ล้วนมีแต่ของดี ๆ ที่อยู่ในนั้น
เหตุผลที่นายอำเภอหลิวโลภเงินมาตลอดนั้น ไม่ใช่เพื่อส่งของขวัญไปให้กับผู้อุปถัมภ์ในเมืองหลวงหรอกหรือ
ในป่าและภูเขาทางตอนเหนือ มีสุนัขจิ้งจอก มิ้งค์ หรือแม้แต่หมี เพื่อที่จะหาซื้อของเช่นนี้ เหยียนซีต้องนำผู้ติดตามเดินทางไปทั่วทั้งซินเย่ ไม่เพียงเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการเท่านั้น แม้แต่คนทั้งอำเภอก็ยังรู้ว่าคู่หมั้นของนายอำเภอกำลังหาซื้อขนสัตว์ชั้นดีอยู่
ไม่ว่าพ่อค้าเกลือจะคิดอย่างไร แต่ในสายตาชาวบ้าน นายอำเภอหลิวเป็นคนดีมาก
ตั้งแต่เขามาที่นี่ ซินเย่ก็เป็นอำเภอที่น่าอยู่ขึ้นมากสำหรับทุกคน ปีก่อน ๆ ในช่วงเดือนสาม มีครอบครัวยากจนจำนวนมากต้องขายบุตรสาวเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว ในตอนนี้ไม่เพียงไม่ต้องขายบุตรอีกต่อไป แต่ทุกบ้านยังมีงานที่ได้จากที่ว่าการไปทำเพื่อหาเงินเพิ่มได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังได้รับการสอนจากนายอำเภออย่างดี เหล่าอันธพาลได้รับการชี้แนะให้เลือกเส้นทางที่ถูกต้อง พ่อแม่และครอบครัวของอันธพาลเหล่านี้แทบจะจุดธูปสามดอกเช้าเย็นเพื่อขอพรให้แก่นายอำเภอหลิว
ความรู้สึกของชาวบ้านซื่อตรงและเรียบง่าย พวกเขารู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งในความดีของนายอำเภอ ไม่ได้สนใจว่าพ่อค้าจะเกลียดเขาหรือเรียกเขาว่า ‘จอมปอกลอก’ หรืออะไรทำนองนั้น เพราะนายอำเภอไม่เคยเอารัดเอาเปรียบราษฎรตาดำ ๆ แม้แต่ไปเป็นแรงงานเกณฑ์ก็ยังได้รับค่าจ้างทุกวันไม่เคยขาด
ดังนั้นเมื่อพวกเขาได้ยินว่าจวนนายอำเภอกำลังหาสินค้าจากหนังและขนสัตว์ ผู้คนจึงกระตือรือร้นช่วยกันสอบถามตามหาของเหล่านี้ ร้านขายขนสัตว์บางแห่งทุ่มเงินมากในการตามหา หรือชาวบ้านบางคนที่ล่าสัตว์เก่ง หลังเลิกงานก็ยังออกไปล่าสัตว์ในป่าด้วยกัน
ภายในไม่กี่วัน เหยียนซีก็รวบรวมขนสัตว์ได้เต็มรถม้าเพราะความช่วยเหลือจากทุกคน ในบรรดาของที่รวบรวมมาได้มีขนหมีดำที่มีค่าที่สุด เป็นหนังชั้นดีไร้บาดแผล ขนมันดำขลับแวววาว ส่วนขนจิ้งจอกและขนมิ้งค์ด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็มีจิ้งจอกขาวห้าตัวกับมิ้งค์สีขาวอีกสิบตัว
หลังจากรวบรวมขนสัตว์เหล่านี้ได้มากพอแล้ว หลิวเหิงก็ส่งมันออกไปพร้อมของอื่น ๆ จากที่ว่าการ และกำชับอาเอ้อร์ว่าต้องเดินทางอย่างระวังที่สุด “เมื่อไปถึงที่นั่นแล้วต้องทูลแสดงความยินดีแก่ท่านอ๋องแทนข้าด้วย และก็ยังมีกล่องแยกไว้สำหรับองครักษ์โจวด้วย อย่าสับสนกันเสียล่ะ”
“ขอรับใต้เท้า ข้าจดเอาไว้เป็นอย่างดีไม่ต้องกังวล” อาเอ้อร์ที่ตัวสูงราวกับยักษ์โค้งตัวงอเป็นกุ้ง
ผู้ช่วยหลี่ไม่ได้ออกไปหาซื้อผลผลิตจากชาวบ้านในวันนั้น แต่อยู่ในที่ว่าการ เขาได้ยินนายอำเภอสั่งการเสียงเบากับอาเอ้อร์อย่างระมัดระวังว่าเข้าไปพบท่านอ๋องต้องปฏิบัติอย่างไร และควรทักทายใครบ้าง
หลิวเหิงค่อย ๆ ดูห่อสัมภาระใส่ในรถม้าอย่างระมัดระวัง “เมื่อได้พบกับท่านอ๋อง ต้องรายงานท่านอ๋องว่าข้าทำงานขยันขันแข็งตั้งแต่มาถึงซินเย่ทั้งกลางวันและกลางคืน แม้จะต้องเผชิญกับงานที่ยากลำบากก็ยังตั้งใจอย่างเต็มที่ ภายในสามเดือนที่อำเภอนี้อยู่ในความดูแลของข้า ชุมโจรที่นี่ถูกกำจัดไป แผ่นดินสงบสุข ไม่มีใครถูกจี้ปล้นบนถนน มีคนมาติดต่อแทบไม่ได้ปิดประตู ผู้คนอาศัยอยู่ที่บ้านเกิด ทำงานกันอย่างสงบสุข…”
หลิวเหิงพูดไม่หยุดกว่าครึ่งชั่วยาม และอาเอ้อร์ก็ตอบด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ใต้เท้า ท่านมีความสามารมากจนเอ่ยสิ่งเหล่านั้นออกมาได้เป็นอย่างดี แต่ข้าจะจำเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรในเวลาสั้น ๆ ขอรับ”
“ถูกต้อง เจ้าจะไปจำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร โชคดีที่ข้าเขียนจดหมายไว้แล้ว เจ้าช่วยนำไปส่งให้ท่านอ๋องหลังจากเจ้าไปถึงแล้วด้วย” หลิวเหิงก้าวเข้าไปอีกสองก้าวสายตาเต็มไปด้วยความปรารถนาบางอย่าง “ข้าสงสัยว่าท่านอ๋องจะเข้าเฝ้าจักรพรรดิเพื่อขอพระราชทานรางวัลแก่อำเภอนี้หรือไม่ หลังจากที่ทราบข่าวว่าที่นี่ได้รับการจัดการอย่างดี ข้าคงต้องเขียนจดหมายถึงใต้เท้าเกา เฉินเก๋อเหล่า เพื่อแจ้งข่าวเรื่องการบริหารซินเย่แก่พวกท่านด้วย”
“ใต้เท้าขอรับ แต่คุณหนูบอกข้าว่าของเหล่านี้ล้วนเป็นของล้ำค่า ข้าน้อยต้องรีบออกเดินทาง ไม่สามารถรอช้าได้” เมื่อได้ยินว่าหลิวเหิงจะเขียนจดหมายเพิ่มอีกหลิวจงเซี่ยวจึงรีบห้ามเสียงเบา
หลิวเหิงสับสนเล็กน้อย ก่อนหลิวจงเซี่ยวจะพูดขึ้นอีกครั้ง “ใต้เท้า คุณหนูรอท่านกลับไปคุยด้วยอยู่นะขอรับ” เรื่องนั้นทำให้ชายหนุ่มล้มเลิกแผนการจะเขียนจดหมายเพิ่มอย่างเต็มใจในทันที
อาเอ้อร์มีสีหน้าประจบประแจงและพูดจารื่นหู “ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยไม่ได้พูดเกินจริง ด้วยความสามารถของท่านไม่มีทางที่ซินเย่จะไม่เจริญขึ้น ไม่จำเป็นต้องกังวลเลยขอรับ รับรองว่าเมื่อข้าไปที่เมืองหลวงแล้ว ทุกคนจะได้รับรู้ว่าท่านทำงานหนักเพียงใดในอำเภอแห่งนี้ จักรพรรดิเองก็ต้องทรงรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของใต้เท้าด้วย บางที …ทางการอาจจะเตรียมเลื่อนตำแหน่งให้ท่านแล้วก็ได้ขอรับ”
หลิวเหิงพยักหน้าอย่างพอใจ แต่อดไม่ได้ที่จะคิดไปอีกเช่นกัน “ที่นี่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ดังนั้นเราจึงไม่สามารถแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่ หากได้ย้ายไปทางใต้ ทุกอย่างต้องราบรื่นขึ้นอย่างแน่นอน”
หลี่ปี้ซู่มองดวงตาเปล่งประกายของหลิวเหิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ ‘เขาเป็นคนเก่งหรือคนโลภกันแน่’ ขนาดในอำเภอจน ๆ อย่างซินเย่ก็ยังสามารถหาเงินมาได้มากถึงเพียงนี้ หากเป็นที่อื่น ด้วยความสามารถเช่นนี้ของเขาเกรงว่าจะเป็นใหญ่เสียจนคับฟ้าก็คงเป็นไปได้
“ใต้เท้าขอรับ หากราชสำนักเลื่อนตำแหน่งให้ท่าน จะมีรางวัลมอบให้ด้วยหรือไม่ขอรับ”
“ไร้สาระ! พระราชโองการไม่ใช่ของเด็กเล่น ปกติแล้วจะมีการมอบรางวัลก่อนแล้วจึงสั่งเลื่อนตำแหน่ง และแม้จะมีการเลื่อนตำแหน่งจริง ๆ ก็ยังต้องรอพักใหญ่กว่าผู้แทนจะนำพระราชโองการมาพระราชทานให้”
อาเอ้อร์ถามคำถามซื่อ ๆ ไปอีกสองสามอย่าง และหลิวเหิงก็เอ่ยตอบพลางหัวเราะไปด้วย
หลี่ปี้ซู่พบว่าคนของนายอำเภอห่างไกลจากการเป็นคนขึงขังน่าเกรงขามไปมาก คาดว่าคนเหล่านี้เมื่ออยู่ในเรือนพักชั้นในคงถูกฝึกฝนโดยคุณหนูเหยียนให้รู้จักประจบสอพลอเพื่อให้ได้ดิบได้ดี
ไม่น่าแปลกที่มีคนกล่าวว่าไม่ว่ามนุษย์เราจะซ่อนความเป็นตนเองไว้ลึกเพียงใด แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะสามารถดูตัวตนที่แท้จริงนั้นได้อยู่ดี เช่นเดียวกับนายอำเภอหลิว ภายนอกเขาดูเป็นคนอ่อนโยนสง่างาม แต่ใครจะรู้ว่าความจริงเป็นคนโลภเงินอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะความยากจนในอดีตของเขา จึงได้กลายเป็นคนโลภมากไม่สนใจใครหน้าไหนเช่นนี้
ไม่น่าแปลกที่ใคร ๆ ต่างก็เชื่อว่ามนุษย์ร้อยพ่อพันแม่เติบโตมาต่างกัน การเลี้ยงดูจากทางบ้านสร้างนิสัยให้คนเราได้ต่างกันมากจริง ๆ
อย่างไรเหยียนซีก็เป็นสาวชาวบ้าน และหลิวเหิงก็เข้าใจในเรื่องนี้ คำสั่งโยกย้ายไม่ใช่เรื่องเด็กเล่น นางคิดว่าตนเองจะได้ย้ายออกจากที่นี่เพียงเพราะมอบของขวัญเหล่านี้ให้ท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ
ทว่าเมื่อได้ยินคำถามของอาเอ้อร์เขาก็รู้แล้วว่าเหยียนซีไม่ชอบที่จะอยู่ในซินเย่เนื่องจากความยากจน และยังต้องการที่จะไปจากที่นี่โดยเร็ว นางรวบรวมของขวัญครั้งใหญ่ และวิ่งไปรอบ ๆ เมืองเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้หลิวเหิง อีกทั้งยังต้องการที่จะมอบของขวัญให้แก่ขุนนางผู้ใหญ่ อีกฝ่ายคงหวังจะได้รับการสนับสนุนจริง ๆ
เพียงแค่คิดว่าคนเหล่านี้หยาบช้ายิ่งกว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่เห็น เขาก็รู้สึกว่าพวกเขาช่างน่ารังเกียจเสียจริง
หลี่ปี้ซู่ดูถูกหลิวเหิงและอาเอ้อร์อยู่ในใจ
ในที่สุดหลิวเหิงและอาเอ้อร์ก็พูดคุยกันจบ เขาสั่งให้คนยี่สิบคนตามอาเอ้อร์ไปเพื่อดูแลของขวัญเหล่านี้ นอกจากนี้ยังกำชับเป็นพิเศษว่าหากมีอันตรายไม่คาดฝันเกิดขึ้น ให้รักษาไว้เพียงหนังสามชิ้นนั้น และนำเงินจำนวนมากให้เขาไปใช้จ่าย
อาเอ้อร์ออกเดินทางหลังรับคำซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลิวเหิงมองรถม้าที่กำลังจะออกไป ก่อนจะหันไปมองหลี่ปี้ซู่แล้วเอ่ยอย่างขมขื่น “ผู้ช่วยหลี่ เหตุใดการหาเงินที่นี่ถึงได้ยากลำบากนัก”