ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 284 รวบรวมกลุ่มอันธพาล
บทที่ 284 รวบรวมกลุ่มอันธพาล
นายอำเภอหลิวร่างแบบเรือนที่ตนเองต้องการแล้วส่งให้ช่างฝีมือสร้างมันขึ้นมาตามรูปแบบนั้น
สิ่งที่เขาต้องการจะเรียกว่าเรือนก็ไม่ได้ถูกต้องนัก คล้ายจะเป็นศาลาพักที่สร้างขึ้นใกล้ถนนมากกว่า เป็นอาคารที่มีผนังสามด้าน ไม่มีหน้าต่าง หันหน้าไปทางถนน และมีพื้นที่ขนาดใหญ่ปิดด้วยประตูไม้เนื้อแข็งที่ไม่ได้ประดับตกแต่งอย่างสวยงามอะไร แต่มีความแข็งแรงมาก ผนังเป็นสีขาว ปูพื้นสีดำ อีกทั้งฐานของผนังก็ต้องก่อขึ้นด้วยหิน
เรือนเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นหลายแห่งตามทาง ผู้คนต่างสงสัยว่าเอาไว้ทำอะไรกันแน่ ตอนนี้คนงานทุกคนในที่ว่าการถูกนายอำเภอเรียกใช้จนยุ่งกันทั้งวันทั้งคืน หลายคนเริ่มสงสัยว่านายอำเภอกระจายกำลังคนไปทำงานเหล่านี้เพื่ออะไรกัน
หลี่ปี้ซู่ทำได้เพียงลอบคาดเดากับตนเองเพราะเขายังไม่กล้าไปหานายอำเภอ เรื่องสำคัญที่เขามักได้รับมอบหมายให้ไปจัดการคือการไป ‘หาซื้อผัก’ ทุกวัน หากวันไหนที่หยุดหาผลผลิต คืนนั้นจะไม่มีของขายที่ประตูเมืองทำให้หาเงินได้น้อยลง แม้เขาจะไม่รีบร้อน แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็จะคอยกระตุ้นให้เขาทำงานอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ นายอำเภอผู้สง่างามยามนี้ไม่ต่างอะไรจากพ่อบ้านที่ถามหาแต่พืชผักอยู่ร่ำไป
จากนั้นไม่นาน พวกอันธพาลที่มีชื่อเสียงซึ่งอยู่ในเขตซินเย่ก็ถูกนายอำเภอเรียกตัวไปพบ
คนเหล่านี้ไม่ได้นับว่าเป็นโจรร้ายอย่างจริงจังนัก เพียงแค่เป็นกลุ่มคนเกียจคร้าน ชอบลักขโมย ติดสุรา การพนัน และมักทะเลาะวิวาทกันบ่อย ๆ ชื่อเสียงของพวกเขาไม่ดีในชนบท แต่เนื่องจากความผิดของพวกเขาเป็นเพียงความผิดเล็ก ๆ จึงไม่เคยถูกลงดาบตัดสินโทษอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีหลายครั้งที่ถูกจ้างให้ทำงานสกปรกอย่างการก่อกวนหรือข่มขู่
พวกอันธพาลเหล่านี้เป็นที่รู้จักในตำบลเล็ก ๆ หัวหน้ากลุ่มของแต่ละพื้นที่ถูกเรียกตัวไปยังที่ว่าการอำเภอ
ไม่ว่าในยามปกติพวกเขาจะปฏิบัติตนต่อผู้อื่นอย่างไร แต่เมื่อถูกเรียกตัวมายังสถานที่ราชการ เหล่าอันธพาลก็ไม่ได้หยิ่งผยองซ้ำยังดูนอบน้อมเชื่อฟัง เมื่อได้พบหลิวเหิงก็รีบคุกเข่าทำความเคารพและขออภัยใต้เท้าให้จบเรื่อง เพราะคิดว่าตนเองมีความผิดบางอย่าง
ทว่านายอำเภอผู้นี้ไม่ได้เป็นใต้เท้าใจดีอย่างที่พวกเขาเข้าใจ เขาฟังเหล่าอันธพาลร้องขออภัยแล้วก็ดึงแท่งไม้สีดำออกมาโยนลงไปตรงหน้า ลากคนที่ตะโกนดังสุดออกมาจับโบยห้าที
เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องการลงโทษลากตัวคนร้ายไปโบยด้วยไม้กระดานห้าครั้งจนเป็นรอยแดง
เหล่าอันธพาลทั้งหมดตกใจกลัว ไม่เข้าใจว่านายอำเภอต้องการอะไรจากพวกเขา
หลิวเหิงมองคนที่ถูกโบย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงถูกข้าสั่งโบย”
“ไม่… ไม่… รู้… ข้าน้อยรู้ขอรับ!” อันธพาลอยากจะตอบว่าไม่รู้ แต่เมื่อเห็นว่าในมือของหลิวเหิงยังมีแผ่นคำสั่งลงโทษอยู่อีก เขาจึงรีบเอ่ยตอบไปตามตรง
“ไหนพูดมาสิว่าคืออะไร”
“เมื่อวานซืน… ข้าน้อยขโมยไก่จากยายตาบอดในหมู่บ้าน”
“ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย ข้าน้อยไม่สมควรทำ แม้แต่เรื่องที่ขโมยเก็บผักในนาของคนอื่นก็ด้วยเช่นกัน!”
อันธพาลหลายคนรีบสารภาพ ‘ความผิด’ ของตนเองออกมากันหมด ในที่สุดหนึ่งในนั้นก็สารภาพว่ารับเงินห้าตำลังจากพ่อค้าเกลือ
หลิวเหิงไม่ได้ประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ยินเพราะคาดการณ์ไว้แล้ว ทุกคนนั่งตัวตรงขึ้นมา “พวกเขาจ้างให้เจ้าทำอะไรจึงได้มอบเงินให้”
เมื่ออันธพาลได้ยินคำถามนั้นของนายอำเภอก็มีท่าทีลังเลเล็กน้อย ทว่าในที่สุดก็ยอมอธิบาย
ปรากฏว่าพวกพ่อค้าเกลือคิดว่านายอำเภอหลิวว่างมากจึงคิดวิธีรีดไถเงินจากพวกเขาได้ไม่เว้นแต่ละวัน จึงว่าจ้างอันธพาลเพื่อมาก่อกวนให้นายอำเภอไปสนใจเรื่องอื่น
เขาเองก็เคยทำอะไรเช่นนี้มาก่อนจึงได้คุ้ยเคยกับวิธีการเช่นนี้เป็นอย่างดี
สมคบกับพวกอันธพาลก่อความวุ่นวาย การวิวาทในหมู่บ้านไม่ใช่เรื่องเล็ก ตามกฎแล้วเมื่อนายอำเภอได้รับแจ้งเหตุวิวาทต้องเป็นคนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปดู หรือเดินทางไปจัดการระงับเหตุด้วยตนเอง
ทันทีที่นายอำเภอหลิวออกจากที่ว่าการก็จะส่งคนไปดักทุบตีเขา แม้พ่อค้าเกลือจะไม่สามารถฆ่านายอำเภอได้เพราะถูกสั่งห้ามไว้ แต่ก็ยังทำร้ายให้เจ็บตัวได้ และหากบาดเจ็บจนไม่สามารถลุกจากเตียงได้ก็คงจะยอมอยู่เฉย ๆ ไปอีกพักใหญ่ และตราบใดที่เรื่องนี้ดำเนินการอย่างลับ ๆ ก็จะไม่มีใครรู้ว่าพ่อค้าเกลือมีส่วนเกี่ยวข้อง หลิวเหิงก็จะไม่มีทางดิ้นรนอะไร นอกจากยอมรับความโชคร้ายไปเงียบ ๆ
พวกอันธพาลรู้เพียงว่าเรื่องนี้เป็นงานก่อกวนสร้างปัญหา แต่ไม่ได้รู้ถึงจุดประสงค์และแผนการจริง ๆ ของผู้ว่าจ้าง
เมื่อหลิวเหิงได้ยินเรื่องทั้งหมดก็ตะคอก และมองไปยังพวกอันธพาลที่คุกเข่าอยู่ที่พื้น “ที่ว่าการสั่งให้พวกเจ้ามาที่นี่เพราะมีข่าวแจ้งว่าพวกเจ้ากำลังจะสร้างปัญหา!” เขาขึ้นเสียงอีก “ตั้งแต่ข้ามาถึงซินเย่ก็มุ่งมั่นทำงานอย่างหนักจนแทบไม่ได้หลับได้นอน ประตูที่ว่าการแทบไม่เคยปิดลงเลย ทว่าคนอย่างพวกเจ้ากลับเอาแต่คอยจะสร้างปัญหาก่อกวนงั้นหรือ!”
“เดิมทีตามกฎแล้วพวกเจ้าต้องถูกโยนเข้าคุกและโบยห้าสิบยก!”
“ใต้เท้าได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยขอรับ!”
“ใต้เท้า ข้าน้อยไม่กล้าทำเช่นนั้นอีกแล้วขอรับ!”
“ใต้เท้า ข้าน้อยมีมารดาอายุแปดสิบแล้ว และยังมีบุตรสาวอายุสามปีต้องดูแล โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยขอรับ!”
เมื่อได้ยินว่าจะถูกโบยห้าสิบยกแล้วจับขังคุกพวกอันธพาลก็พากันหวาดกลัว ทุกคนต่างคุกเข่าร้องขอความเมตตา และร้องเสียงดังยิ่งกว่าครั้งแรก
หลิวเหิงเคาะค้อนเสียงดังให้ทุกคนเงียบ
“ข้ายังพูดไม่จบ ข้าเปิดปฏิทินฤกษ์ยามดูแล้ว วันนี้เป็นวันที่เทพทองคำลิ่วเจี่ยลงมาประทับ จึงไม่เหมาะจะมีเลือดตกยางออก ดังนั้นข้าจึงจะมอบโอกาสให้พวกเจ้าได้กลับตัวกลับใจ”
นายอำเภอจะต้องเปิดปฏิทินฤกษ์ยามทุกครั้งยามพิพากษาคดีอย่างนั้นหรือ?
เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ รีบก้มหน้าลงปกปิดสีหน้าลำบากใจ
เหล่าอันธพาลลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีจริง ๆ ที่เป็นวันฤกษ์ดี เช่นนั้นหากใต้เท้าเรียกพบควรมาในวันฤกษ์ดีเช่นนี้เอาไว้ก่อนจะดีกว่า พวกเขามองไปทางนายอำเภอด้วยความกระตือรือร้น
หลิวเหิงมองเหล่าอันธพาลแล้วพูดขึ้น “พวกเจ้าต้องจัดตั้งหน่วยลาดตระเวน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พวกเจ้ามีหน้าที่แบ่งเวรยามป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นตามป้อมรักษาการณ์ที่ข้าสร้างขึ้นใหม่ตามทางหลัก หากพบสิ่งผิดปกติต้องรายงานแก่ทางการให้ทันเวลาก่อนจะมีเรื่องเกิดขึ้น”
“ในครั้งนี้อย่างที่พวกเจ้าให้การว่ามีคนพยายามจ้างวานเพื่อก่อความวุ่นวาย มีพ่อค้าเกลือฉ้อฉลที่ไม่ยอมจ่ายค่าภาษีประตูเมือง และก็ยังมีคนอื่น ๆ อีก หากพวกเจ้าพบความผิดเช่นนี้ต้องรีบรายงานเรื่องมายังที่ว่าการอำเภอ ไม่เช่นนั้นก็แจ้งไปยังหน่วยงานไปรษณีย์ ตีฆ้อง ยิงปืนใหญ่ แล้วรายงานเข้ามาเสีย”
เมื่อได้ยินว่าถูกขอให้ช่วยงาน เหล่าอันธพาลก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาร่อนไปมาตามถนนและรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่เป็นอย่างดี งานเช่นนี้จึงไม่ได้หนักจนทำไม่ได้
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ปล่อยให้ราษฎรต้องทำงานยากลำบากอย่างเสียเปล่าหรอก หากพวกเจ้าเข้าร่วมงานลาดตระเวนจะได้รับเงินค่าแรงเป็นรายเดือน และหากทำหน้าที่ได้ดี เมื่อที่ว่าการรับเจ้าหน้าที่ในอนาคต แล้วพวกเจ้าต้องการสมัครก็จะได้รับการว่าจ้างก่อน และหากแจ้งเหตุที่เป็นประโยชน์กับเรา ทางการก็จะมีเงินพิเศษมอบให้ด้วย”
ดวงตาของเหล่าอันธพาลเป็นประกายเมื่อได้ยินว่ามีโอกาสจะได้เป็นคนของทางการ
“แต่หากเป็นหน่วยลาดตระเวนแล้วมีใครกล้าฉวยโอกาสทะเลาะวิวาท ลักขโมย สร้างปัญหา เมาแล้วก่อความวุ่นวายละก็… ความผิดที่ก่อครั้งแรกจะต้องถูกโบยสามสิบยก ครั้งที่สองห้าสิบยก และครั้งที่สาม… หึ หึ!” หลิวเหิงหัวเราะเสียงเย็น “เจ้าอาจจะไม่ได้กลับออกไปอย่างคนปกติ”
“ขอรับใต้เท้า ข้าน้อยไม่กล้าอีกต่อไปแล้ว!” เหล่าอันธพาลเชื่อว่านายอำเภอไม่ได้แค่ขู่อย่างแน่นอน เพราะพวกเขายังไม่เคยพบใต้เท้าคนไหนที่มาถึงก็สั่งโบยก่อนทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยอะไรเช่นนี้ นายอำเภอหลิวผู้นี้โหดเหี้ยมเกินกว่าจะล้อเล่นด้วยได้
หลังจากที่หลิวเหิงออกคำสั่งเรียบร้อยแล้วก็เห็นว่าอันธพาลเหล่านี้ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี จึงให้เฉวียจือเป็นคนดูแลคนเหล่านี้ต่อ
เฉวียจือเคยเป็นทหารมาก่อน ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องการกำราบอันธพาลเหล่านี้ หลังจากพวกเขาถูกฝึกเพียงสามวัน แค่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเฉวียจือ ทุกคนก็จะรีบตัวตรงด้วยความกลัวทันที หลังผ่านไปห้าวันทุกคนก็เริ่มทำงาน เหล่าอันธพาลดูมีระเบียบวินัยมากเสียจนสามารถเฝ้ายามกลางคืนได้โดยไม่แอบหลับ
หลังจากการลาดตระเวนดำเนินไปได้หลายวัน
เหล่าอันธพาลสามารถจับโจรขโมยวัวที่มาจากที่อื่นได้ หลิวเหิงมอบรางวัลให้พวกเขาตามที่ตกลงไว้เป็นเงินห้าตำลึง และยังให้คำชื่นชมกับรางวัลแก่บ้านของพวกเขาด้วย
เหล่าอันธพาลเริ่มรู้สึกว่างานลาดตระเวนเป็นงานที่มีเกียรติ ดีกว่าการใช้ชีวิตเป็นอันธพาลเช่นเดิม เมื่อกลับไปที่บ้าน พ่อแม่และครอบครัวที่รู้ว่าพวกเขาทำงานให้ทางการก็พากันชื่นชม อีกทั้งยังสามารถบอกกับทุกคนได้อย่างไม่ละอาย
บรรยากาศในอำเภอซินเย่เปลี่ยนแปลงไป ทุกคนยุ่งอยู่กับการทำไร่นา ทั้งชายหญิง เด็ก ๆ และคนชราต่างก็มีหน้าที่ของตนเอง
คนงานในจวนนายอำเภอจะมารับซื้อไข่จากชาวบ้าน เก็บผักตามไร่นา ทำให้แม้แต่คนยากจนที่สุดก็ยังได้มีเงินหลายอีแปะเป็นของตนเอง
เมื่อขบวนพ่อค้าเกลือกลับมาจ้างเหล่าอันธพาลไปก่อกวนด้วยความไม่รู้ว่าคนเหล่านี้เป็นคนของหลิวเหิง เหล่าพ่อค้าจึงถูกจับตัวไปที่ว่าการอำเภอทันทีเพื่อรายงานความผิด
หลิวเหิงจับตัวพ่อค้าคนนั้นไปหาหัวหน้าคาราวาน อีกทั้งยังโบยตีสามสิบยก และข่มขู่รีดไถค่าปิดปากมาได้กว่าร้อยตำลึง
พ่อค้าเกลือไม่สามารถทำอะไรหลิวเหิงได้เลยแม้ว่าจะเกลียดชังเขาสักเพียงใด