ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 283 มีใครบางคนอยู่เหนือข้า
บทที่ 283 มีใครบางคนอยู่เหนือข้า
หลังจากผู้จัดการผางกินจนหมดก็รู้สึกว่าไข่ต้มชาอร่อยดี ไม่เสียเปล่ากับเงินที่จ่ายจนเกินไปนัก หลังจากจ่ายภาษีประตูเมือง ภาษีซ่อมแซมถนน และเงินรายทางอื่น ๆ ไป เมื่อได้กินของอร่อยก็อาจจะใจเย็นลงบ้าง
น่าเสียดายที่พ่อค้าเกลือไม่ได้อารมณ์ดีขึ้นแม้แต่น้อย ต่างจากหลิวเหิงที่ส่งผางหลิงกลับไปแล้วก็พบว่าตนเองอารมณ์ดีเหลือเกิน นายอำเภอหลิวเดินกลับไปที่เรือนพักชั้นในพลางฮัมเพลงไปด้วย
เนื่องจากช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานให้ต้องจัดการ นายอำเภอหลิวจึงมักจะเข้าไปในเรือนพักชั้นในเมื่อว่างเว้นจากงานตามหน้าที่ ผู้คนต่างสงสัยในตัวเขาเป็นอย่างมาก ว่าคนที่ดูไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใด ๆ เช่นอีกฝ่ายเกรงกลัวคู่หมั้นถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
ว่ากันว่าคู่หมั้นนายอำเภอเป็นคนโลภ เมื่อพ่อค้าเกลือเสนอสินบนมาให้ นางก็รีบให้หลิวเหิงรับเงินทันทีและยังคิดวิธีเก็บเงินเพิ่มจากพวกเขาเช่นนี้ได้อีกด้วย
หากคิดกันตามตรรกะแล้วก็นับว่าพวกเขาเป็นคนเลวใช่หรือไม่ แต่ในแง่ของเงินที่ทุกคนได้รับมา ก็นับว่าทั้งสองเป็นคนดีมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาไม่เคยปิดบังคดโกงเงินจากชาวบ้านทั่วไป ยกเว้นเรื่องที่ขูดรีดเงินเอาจากพวกพ่อค้าเหล่านั้น พวกเขาก็ไม่เคยเอาเปรียบใครเลย แม้แต่เงินที่ออกจากที่ว่าการเพื่อนำไปซื้อสิ่งของต่าง ๆ และค่าใช้จ่ายส่วนรวม พวกเขาก็ทำบัญชีชี้แจงให้ทุกคนรับรู้กันอย่างชัดเจน
ในสายตาของทุกคนจึงมีความคิดเห็นและความรู้สึกมากมายที่ผสมปนเปกันเกี่ยวกับนายอำเภอหลิวและคู่หมั้นของเขา
เหยียนซีฟังหลิวเหิงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีและเข้ามาที่เรือนพักชั้นใน เธอได้ข่าวเรื่องที่ผางหลิงมาที่นี่แล้ว เรื่องนั้นทำให้เด็กสาวกังวลใจขึ้นมาเล็กน้อย ดังนั้นจึงรีบลากชายหนุ่มเข้ามาในห้องแล้วขอให้เหยียนหลิ่วช่วยเฝ้าด้านหน้าห้องให้ “พี่เอ้อร์หลาง ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ต้องห่วง จะมีอะไรเกิดขึ้นได้ ผางหลิงและข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน”
“ข้าสอบถามคนอื่น ๆ เกี่ยวกับนายอำเภอคนก่อนแล้วเจ้าค่ะ ทุกคนบอกว่าเขาเป็นคนดีมาก ไม่โลภเงินและขยันขันแข็ง จากที่ได้ยินมาเขาเป็นคนอวดรู้เล็กน้อย เขาถูกส่งมายังซินเย่หลังจากที่ได้เป็นจิ้นซื่อ ที่นี่เป็นการทำงานครั้งแรกของเขา แม้ว่าซินเย่จะยากจนมาก แต่ตราบใดที่ทุกคนตั้งใจทำงานอย่างหนักก็จะไม่อดตาย และไม่ต้องห่วงเรื่องที่ต้องย้ายไปทำงานที่อื่นหรือกลัวโจรพวกนั้นอีกเจ้าค่ะ”
เหยียนซีถือโอกาสช่วงที่ออกไปซื้อไข่ตามชุมชนต่าง ๆ พูดคุยกับเหล่าสตรีและเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน จนได้รู้เรื่องหลายอย่างเกี่ยวกับที่นี่
“ข้าคิดว่าเรื่องโจรนั่นน่าสงสัยมาก ท่านต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดีนะเจ้าคะ จะเกิดอะไรขึ้นหากคนอื่นเกิดไม่พอใจแล้วก่อเรื่องขึ้นมา อีกทั้งตอนนี้ท่านยังส่งเหยียนเฟิงออกไปทำงานที่ต่าง ๆ เป็นประจำ ใครจะช่วยอารักขาท่านได้ตลอดเวลาเล่าเจ้าคะ”
เมื่อหลิวเหิงเห็นเหยียนซีเป็นห่วงก็ยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร นายอำเภอตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนแล้ว ข้ามีทั้งพรรคพวกและเงิน และที่สำคัญ ข้าไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่มีใครรู้จัก ทั้งยังเป็นถึงนายอำเภอของซินเย่แห่งนี้อีกด้วย”
เหยียนซีกลอกตาใส่เขาอย่างขุ่นเคือง “หยุดคุยโวเช่นนั้นเสียทีเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่ามีใครบ้างที่อยู่เหนือท่านอีก การทะนงตนต้องมีขีดจำกัดเสียบ้าง ข้ารู้สึกเสมอว่าที่นี่เต็มไปด้วยความลับมากมาย ตั้งแต่มาถึงซินเย่ก็นอนหลับสนิทไม่ลงเลยแม้แต่คืนเดียว”
“มีใต้เท้ามากมายที่อยู่เหนือข้าขึ้นไปอย่างแน่นอน ข้าเป็นเพียงนายอำเภอขั้นเจ็ด เหนือขึ้นไปก็มีตำแหน่งอีกมากมาย เจ้าหน้าที่กลาโหมรักษาเขตแดน เจ้าเมือง… เหนือขึ้นไปกว่านั้นก็ยังมีผู้ตรวจการ ขุนนางหกกรม ขุนนางใหญ่ในสำนักราชเลขา หรือเหนือกว่านั้นก็ต้องเป็นจักรพรรดิ!” หลิวเหิงนั่งนับนิ้วแล้วร่ายตำแหน่งต่าง ๆ ที่อยู่เหนือกว่าตนออกมา
มีตำแหน่งอีกมากที่สิบนิ้วของเขานับไม่หมด
เหยียนซีมองเขาแล้วกลอกตาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนับอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้จะเต็มไปด้วยความจริงจังและเป็นห่วงเขามากเพียงใดก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เมื่อนับตามเขาไปแล้วก็พบว่ามีคนมากมายอยู่เหนือเขาจริง ๆ
หลิวเหิงเห็นว่านางยิ้มออกก็ภาคภูมิใจ “สมัยก่อนมีจักรพรรดิที่จุดพลุไฟเพื่อรอยยิ้มของสตรี*[1] และตอนนี้นายอำเภอหลิวอย่างข้าก็กำลังพยายามทำให้สาวงามยิ้มแย้มเช่นกัน”
ทุกวันนี้เหยียนซีกำลังรับบทคู่หมั้นหิวเงินของนายอำเภอ เธอทำตัวเย็นชาและหยิ่งผยองเมื่อมีคนเข้ามาเยี่ยมเยือน และต่อให้อยู่ลับหลังผู้คนก็มักจะขมวดคิ้วอย่างเคร่งครึม การทำให้เด็กสาวยิ้มได้จึงเป็นเรื่องที่ดีมาก
เหยียนซีจะดุเขา แต่กลับรู้สึกอบอุ่นอยู่ในใจ เธอจะไม่เข้าใจในความพยายามอย่างเต็มที่ของเขาได้อย่างไร
“ข้าส่งข่าวไปที่เมืองหลวงแล้ว ตอนนี้คนของเรากำลังมุ่งหน้าขึ้นเหนือ อีกไม่กี่วันหลังจากนี้จะวางแผนหาที่ดินดี ๆ สำหรับเปิดโรงเตี๊ยมระหว่างซินเย่และซินเซียง จากนั้นข้าจะขอให้ผู้เฒ่าหวูโถวรับคนมาทำงานดูแลที่นั่น” เหยียนซีไม่ได้รู้เรื่องราชการเท่ากับหลิวเหิง แต่เนื่องจากเรื่องที่เกิดกับนางหวัง ทำให้เธอเริ่มเข้าใจเรื่องนี้ชัดเจนขึ้นว่าต้องมีกำลังคนที่น่าเชื่อถือได้ใกล้ตัวไว้เสมอ
อาต้ารายงานว่าทักษะของทหารรักษาการณ์ร้อยนายของซินเย่ที่พวกเขาจัดหามานั้นยังอยู่ในขั้นพื้นฐานมาก พวกเขามีความสามารถมากกว่าชาวบ้านทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ดังนั้นเหยียนซีจึงคิดว่าคงดีกว่าหากจะหาคนที่มีความสามารถจริง ๆ เพิ่มเอาไว้
หลิวเหิงไม่คัดค้านเด็กสาวแน่นอนอยู่แล้ว “ในช่วงนี้หลี่ปี้ซู่ไม่ได้จับตาดูเราทุกวัน เหตุใดเจ้าไม่พาเสี่ยวหลิ่วออกไปรับคนเพิ่มเล่า ข้าไม่คิดว่าผู้เฒ่าหวูโถวจะเฉียบขาดเรื่องการรับคนเท่ากับเจ้า”
แม้ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น เดิมทีชายหนุ่มคิดว่าซินเย่เพียงสมคบคิดกันเพื่อลักลอบค้าเกลือเท่านั้น แต่ในเวลานี้เขาเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ได้มีเพียงเท่านี้
เดิมทีเขาคิดว่างานบนภูเขาที่ชาวบ้านไปทำกันเป็นครั้งคราวนั้นคืองานในนาเกลือและลานตากเกลือ ตอนนี้ตนดึงแรงงานที่แข็งแรงมามากกว่าครึ่งให้อยู่ในที่ว่าการแล้ว ถ้าพวกเขาไปที่นาเกลือเพื่อตากเกลือจริง ๆ กำลังคนก็คงจะนับเป็นจำนวนมาก เมื่อดูจากท่าทางของพ่อค้าเกลือและผางหลิงแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน หากกำลังคนไม่เพียงพออีกฝ่ายจะต้องทุ่มเงินมากขึ้นเพื่อหาคนเพิ่มไปที่นาเกลืออย่างแน่นอน
แต่คนเหล่านี้มาขนส่งเกลือและหาคนมาเอง แม้จะต้องจ้างคนในท้องถิ่นด้วย แต่ก็นับว่าเป็นจำนวนไม่มาก และยังใช้เวลาไม่นาน อันตรายก็ไม่ได้นับว่ามากมายอะไรนัก
ทว่าคนหลายพันคนในซินเย่ที่เสียชีวิตยังคงเป็นหลุมศพใหม่ที่เกิดขึ้นในปีนี้
การคาดเดาครั้งก่อนของเขาผิดถนัด คนงานขึ้นภูเขาไปทำงานอย่างอื่น
น้ำนิ่งในส่วนลึกของซินเย่ไหลเชี่ยวกว่าที่เขาคิดไว้ ดังนั้นตนจึงเสียใจเล็กน้อยที่ไม่ได้ยืนกรานจะให้เหยียนซีรออยู่ที่เมืองหลวง และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะพานางเข้ามาเจออันตรายที่ยากจะหยั่งถึงและคาดเดาที่นี่
“ท่านคิดว่าข้าโง่จนถูกหลอกให้ออกไปได้ง่าย ๆ หรือเจ้าคะ” เหยียนซีจ้องมองหลิวเหิงด้วยความโกรธ “ข้าสัญญากับท่านป้าแล้วว่าจะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ ข้าไม่มีทางไปไหนแน่นอนหากไม่มีท่านไปด้วย”
สิ่งที่หลิวเหิงเห็นมีหรือเหยียนซีจะไม่เห็นเช่นกัน หากตนไม่รู้ว่าทุกอย่างอันตรายกว่าที่คิด เธอจะวางแผนหาคนมากมายและจงใจให้คนจากโรงน้ำชาเดินทางมาติดต่อบ่อย ๆ หรือส่งจดหมายมาตลอดเพื่อสร้างภาพว่าติดต่อกับผู้คนภายนอกเสมอเพราะอะไร เมื่อหลิวเหิงกำลังทำตัวหยิ่งผยอง เธอเองก็ทำเช่นนั้นไปกับเขาด้วยเช่นกัน
หลิวเหิงเกาจมูกของเขาเมื่อได้ยินเหยียนซีพูดเช่นนั้น “เจตนาของข้ามันชัดเจนถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”
“ข้าเพียงได้ฟังก็รู้ในทันทีเลยเจ้าค่ะ”
“น่าเศร้าที่ตอนนี้ข้ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะคาดเดา และอาจจะต้องพบกับศัตรูที่เพิ่มขึ้นอีก” หลิวเหิงถอยหายใจและจับมือของเหยียนซี “ข้าจะปล่อยให้ภรรยาต้องเผชิญเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ข้ายังไม่ได้แต่งงานเจ้าค่ะ” เหยียนซีอดไม่ได้ที่จะกลอกตา “ความจริงแล้วท่านยังมีแผนจะทำอะไรอีกเจ้าคะ”
“ข้ายังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า นอกจากจะเป็นนายอำเภอหน้าเลือดขูดรีดเงินจากคนพวกนั้นเพื่อซินเย่ต่อไป และพยายามใช้ชีวิตให้ดี จากนั้นก็แต่งงานกับเจ้า” เมื่อคิดถึงเรื่องแต่งงานกับเหยียนซี หลิวเหิงก็พลันรู้สึกว่าวันดี ๆ ยังมาไม่ถึงเสียที อีกทั้งสิ่งที่รออยู่ตรงหน้าตอนนี้ไม่มีอะไรดีเลย
เมื่อเหยียนซีได้ยินคำพูดของหลิวเหิง เธอก็เข้าใจได้ว่าแผนการของเขาคือการก้าวไปทีละขั้นอย่างช้า ๆ พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศัตรูที่แท้จริงในยามนี้คือใครกันแน่ ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากค่อย ๆ จัดการทุกอย่างไปทีละขึ้นตอน และรอดูสถานการณ์เท่านั้น
ในเวลานี้ หลิวเหิงกำลังยุ่งอยู่กับการหาคนมาช่วยขุดคูเมืองกับจัดการการระบายน้ำในซินเย่ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำจะไม่ท่วมขังเมื่อถึงช่วงที่พายุจะมาถึง และพื้นที่ทำไร่นาจะไม่ถูกทำลายจนเสียหาย พร้อมสามารถเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา
เมื่อคูเมืองถูกใช้งาน และนาขั้นบันไดที่เมืองหนานหยวนพร้อมแล้ว แรงงานที่เกณฑ์ยังลอบเสียใจที่ช่วงเวลาแห่งการทำงานนั้นสั้นนัก ทุกอย่างเสร็จสิ้นในเวลาเพียงสามเดือนได้อย่างไร ปีที่ผ่านมาต้องใช้เวลากว่าครึ่งปีในการทำงานที่ถูกเกณฑ์ไปช่วยไม่ใช่หรือ
พวกเขายังอยากทำงานกันต่อไป!
และโชคดีที่นายอำเภอหลิวไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง
เมื่อคูเมืองได้รับการซ่อมแซมอย่างดี และนาขั้นบันไดที่เมืองหนานหยวนใช้การได้แล้ว หลิวเหิงก็เริ่มหาพื้นที่เนินเขาไม่กว้างนักในชุมชนเป่ยหยวนให้ชาวบ้าน เพื่อที่การเพาะปลูกในครั้งต่อไปพวกเขาจะได้ผลผลิตมากขึ้น และชายหนุ่มก็ยังขอให้คนงานช่วยสร้างบ้านทุกสามถึงห้าลี้ถัดจากถนนสายหลักด้วย
[1] เรื่องราวของพระเจ้าโจวโยวที่จุดพลุเตือนภัยหลอกลวงคนอื่นเพียงเพื่อให้สาวงามอย่างเปาซือยิ้มอย่างสนุกสนานจนเกิดหายนะกับเมือง