ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 272 มีส่วนร่วมในความมั่งคั่งไปด้วยกัน
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 272 มีส่วนร่วมในความมั่งคั่งไปด้วยกัน
บทที่ 272 มีส่วนร่วมในความมั่งคั่งไปด้วยกัน
หลิวเหิงดื่มมากเกินไปจนพูดจาไม่ต่อเนื่องกัน ขณะหนึ่งเขาก็เอ่ยว่าเงินเดือนที่ได้รับนั้นน้อยเกินไปและเคยผิดคำพูดต่อคู่หมั้นของตนเอง จากนั้นก็พูดขึ้นมาว่าตนอยากให้นางได้มีงานแต่งที่สมเกียรติและยิ่งใหญ่ในอนาคตอย่างไร อีกทั้งยังพูดขึ้นอีกว่าเขามีความทรงจำเก่า ๆ มากมายในเมืองหลวง พร้อมต้องหาทางกลับไปที่นั่นอย่างสง่างาม
เขาเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างสะเปะสะปะ ส่วนหลี่ปี้ซู่ก็นั่งฟังอย่างระมัดระวัง
หลิวเหิงเมาจนต้องฟุบอยู่ที่โต๊ะ โดยที่ยังพึมพำอะไรบางอย่างอยู่ เหยียนเฟิงเข้ามาพร้อมเจ้าหน้าที่สองคนที่ถือขวดสุรา เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเป็นเช่นนี้ เขาก็เอ่ยกับอาต้าและอาเอ้อร์ทันที “คุณหนูบอกให้พาใต้เท้าไปพักผ่อนได้แล้ว”
อาต้ากับอาเอ้อร์รีบลุกขึ้นและกล่าวกับทุกคน “คุณหนูของเราบอกให้ใต้เท้ากลับเรือนพักไปพักผ่อนก่อน พี่น้องทุกท่านดื่มกันต่อเถิด เราจะมาดื่มด้วยต่อหลังจากส่งใต้เท้าเรียบร้อยแล้ว”
มีคนหัวเราะขึ้นหลังจากได้ยินว่าผู้สั่งการคือคุณหนู อาต้าและคนอื่น ๆ ไม่ถามหลิวเหิงด้วยซ้ำว่าให้ทำอย่างไร พวกเขาพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาและพากลับไปที่เรือนพักทันที ศักดิ์ศรีของนายอำเภอในบ้านค่อนข้างจะสั่นคลอนทีเดียว
เมื่ออาต้าและอาเอ้อร์กลับมา พวกเขาก็นำถุงเงินรางวัลมาด้วย และเรียกเจ้าหน้าที่ที่ติดตามหลิวเหิงไปยังชนบทครั้งนี้มา แล้วมอบเงินพิเศษให้พวกเขาทุกคน “คุณหนูกล่าวว่าทุกคนทำงานหนักเพื่อช่วยเหลือใต้เท้าตลอดสองวันที่ผ่านมา เงินเหล่านี้ให้ไว้เพื่อตอบแทนที่ทุกคนตั้งใจทำงานอย่างหนัก”
เจ้าหน้าที่ในที่ว่าการนั้นได้เงินเพียงไม่กี่สิบอีแปะเท่านั้น ส่วนค่าตอบแทนที่เหยียนซีมอบให้อยู่ที่คนละหนึ่งพันอีแปะ แม้ทุกคนจะเมาสุรา แต่ก็ต่างพากันตื่นเต้น เมื่อได้ยินว่าจะได้รับเงิน
ทุกคนพากันขอบคุณนายอำเภอหลิวเหิงอยู่ครู่หนึ่ง และยังขอบคุณเหยียนซีด้วย ที่ให้ความสำคัญกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างพวกเขา ถ้อยคำสรรเสริญหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย พวกเขายกย่องเด็กสาวดังพระโพธิสัตว์ และมองว่าต่อไปต้องทำตามคำสั่งของนายอำเภอและคุณหนูอย่างดี
หลี่ปี้ซู่ดูทุกคนแยกย้ายกลับบ้านด้วยเสียงเอะอะของคนเมาตลอดทางจนไปถึงประตู ก่อนจะกลับเข้าไปที่บริเวณเรือนพักชั้นใน
ผู้ช่วยนายอำเภอพบว่าภรรยาของเขารออยู่ที่เรือนและยังไม่นอน
ทันทีที่เห็นว่าสามีกลับมา นางก็มาช่วยพาเขาเข้าห้องและให้สาวใช้กลับไปพักผ่อนได้
นางดับเทียนจนมืดสนิทมองไม่เห็นสิ่งใดและถามขึ้นเบา ๆ ว่า “สามี ท่านกับหลิวเหิงดื่มร่วมกันเป็นชั่วยาม เป็นอย่างไรบ้างหรือเจ้าคะ”
“ข้าไม่ได้ดื่มมาก แต่ใต้เท้าหลิวดื่มมากเกินไป เขาดึงข้าไปคุยจนหนีไปไหนไม่ได้เลย” หลี่ปี้ซู่อธิบายเสียงเบาระหว่างปลดเสื้อคลุมออก
“เขาพูดอะไรกับท่านบ้าง เจออะไรที่หนานหยวนหรือไม่”
“ไม่มีอะไรเลย ข้าลองถามดูสองสามครั้งแล้ว เขาบังเอิญได้ยินหัวหน้าฟ่านบ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน จึงเอาความคิดเรื่องนาขั้นบันไดไปแนะนำที่หนานหยวน หัวหน้าฟ่านก็บอกว่าพวกเขาไม่ได้ถามอะไรเพียงแค่คุยเรื่องไร่นาในชุมชน วันต่อมาก็เห็นว่ามีผู้ชายในหมู่บ้านอยู่น้อยเกินไป จึงขอหยุดแนวคิดจะสร้างนาใหม่ไปก่อนชั่วคราว หัวหน้าฟ่านบอกเขาไปว่าคนไปทำงานที่อื่นกันหมดเพื่อหาเงินมาดูแลครอบครัว เขาก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม ข้าคิดว่าที่เขาเชื่ออย่างไม่สงสัย เป็นเพราะเมื่อยังเด็ก บิดาเขาออกไปทำงานที่อื่นเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเช่นกัน”
หลี่ปี้ซู่ฟังเรื่องที่หลิวเหิงเล่าตอนเมามาทั้งคืนก็อดไม่ได้ที่จะขอความเห็นจากภรรยา “เจ้าคิดว่าคู่หมั้นของเขาเป็นอย่างไร หลิวเหิงบ่นว่ามีเงินน้อย ถ้าเขาต้องการหาเงินจริง ๆ เราควรจะรายงานเรื่องนี้หรือไม่”
หากหลิวเหิงสนใจเรื่องเงินจริง ๆ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาอีกต่อไป
นางหลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “คุณหนูเหยียนใช้เงินอย่างไม่ตระหนี่ และดูเหมือนว่านางพอจะมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อย ทว่าข้าก็คิดว่านางไม่ได้หลักแหลมนัก ที่ส่งคนออกไปตามถนนเพื่อสอบถามเรื่องกิจการต่าง ๆ”
“ข้าเดาว่าใต้เท้าหลิวคงจะมีเส้นสายในเมืองหลวงแต่ไม่ได้ร่ำรวย จึงถือโอกาสมาที่นี่เพื่อแสวงหาเงิน และหาทางกลับไปที่เมืองหลวงเพื่อเลื่อนตำแหน่งอย่างมั่งคั่ง”
“หากข้ารายงานไปเช่นนี้ ท่านจะต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่เจ้าคะ” นางถามอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าหากรายงานไปเช่นนี้ จะทำให้เบื้องบนรู้สึกว่าสามีขาดความระมัดระวังและไม่พอใจขึ้นมาหรือไม่
“เรื่องนี้ยังไม่ต้องกังวล เรามารอดูกันก่อน หากเขาโลภเงินจริง ๆ ก็จะสามารถจัดการได้ง่าย ๆ ใต้เท้ากู่หัวแข็งเกินไปจึงต้องกำจัด เรื่องนี้ทำให้เรายุ่งยากมากเหลือเกิน” หลี่ปี้ซู่บ่นขึ้น
ปีนี้งานบนเขารีบเร่ง ซ้ำยังมีคนจำนวนมากเสียชีวิตลงเพราะดินถล่ม ครอบครัวคนเหล่านี้ได้รับเงินค่าทำศพและศพก็นำไปฝังอย่างถูกต้อง เรื่องทั้งหมดจึงจบลงอย่างรวดเร็ว แต่นายอำเภอกู่พบว่าซินเย่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพร้อมกันจำนวนมาก และใกล้ถึงเวลาที่ต้องรายงานกับทางการ เขาจึงพาคนออกไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
การสืบสวนครั้งนี้เขาพบความผิดปกติบางอย่าง นายอำเภอกู่พาคนสองสามคนขึ้นไปบนภูเขา แต่ถูกพบตัวก่อนที่จะไปถึงที่นั่น
หลังจากพาคนทั้งหมดกลับไปยังที่ว่าการอำเภอแล้ว หลี่ปี้ซู่ก็พยายามเกลี้ยกล่อมเขา ทั้งยังขอความเมตตาและติดสินบน ทว่านายอำเภอกลับไม่เห็นค่าของสิ่งที่เขาเสนอให้ แต่กลับดุด่าเขาด้วยซ้ำ ในคืนนั้นนายอำเภอกู่ลอบปีนกำแพงหนีออกไปอย่างเงียบ ๆ เรื่องนี้ทำให้หลี่ปี้ซู่ต้องรีบไล่ตามไปก่อนที่ซินเย่จะต้องล่มสลายเพราะเขา และในที่สุดก็สามารถสังหารนายอำเภอได้ทัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะหนีออกไปนอกซินเย่ได้
อีกทั้งเขายังส่งจดหมายไปยังอิงเฉิงเผื่อไว้ ส่วนผู้คนในซินเย่ต่างตื่นตกใจ ช่วยกันออกค้นหานายอำเภอที่กำลังจะหนี และเมื่อทุกอย่างจบลง ทุกคนก็ตกลงกันเพื่อรายงานทางการว่ามีชุมโจรออกอาละวาดอยู่ที่นี่
เมื่อเรื่องของนายอำเภอกู่คลี่คลาย นายอำเภอหลิวก็ถูกส่งมา
นายอำเภอคนใหม่พาผู้ติดตามมาด้วยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีเฉวียจือที่ดูเหมือนจะเป็นทหารมาก่อน หลี่ปี้ซู่สอบถามเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ และทุกคนต่างพูดเช่นเดียวกันว่าทั้งสามเป็นคนที่มีความสามารถในการต่อสู้สูงมาก แม้พวกเขาทั้งหมดจะเป็นคนพิการ แต่ก็ยังสามารถเอาชนะเจ้าหน้าที่เจ็ดหรือแปดคนได้อย่างง่ายดาย
นอกจากสามคนนี้แล้วนายอำเภอหลิวยังรู้จักกับขุนนางอาวุโส และเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่อีกหลายสิบคนที่ร่ำรวยและมีอำนาจมาก ว่ากันว่ามีกิจการของคู่หมั้นเขาในเฉิงโจว คนเหล่านั้นจะเดินทางมาเป็นครั้งคราวเพื่อรายงานความคืบหน้าต่าง ๆ ทำให้นายอำเภอผู้นี้เป็นคนที่จัดการยากยิ่งกว่านายอำเภอคนก่อนมาก
หลี่ปี้ซู่หวังเป็นอย่างยิ่งว่านายอำเภอหลิวจะยืดหยุ่นกว่า ไม่ทำให้เรื่องลำบากอย่างนายอำเภอกู่
หลี่ปี้ซู่และภรรยาของเขาพูดคุยกันเสียงเบาจนถึงเที่ยงคืน และในที่สุดก็ตัดสินใจจะรายงานเรื่องนี้ก่อน
ทางด้านหลิวเหิง หลังจากถูกพากลับมาที่บ้านพัก เขาก็เอาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตา และรู้สึกได้ถึงความเมาอยู่เล็กน้อย
เหยียนซีส่งน้ำแกงร้อน ๆ ให้เขาเพื่อจิบแก้เมา เขากินน้ำแกงไปทั้งชามในคราวเดียว และเริ่มสร่างเมา
“พี่เอ้อร์หลาง ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ” เหยียนซีกังวลเล็กน้อย เมื่อหลิวเหิงกลับมาที่บ้าน เขาก็สั่งให้เหยียนเฟิงทำทีไปตามตนเองกลับมา และบอกให้ทุกคนเตรียมการแสดง ชายหนุ่มเอ่ยว่าตอนนี้อำเภอซินเย่แสดงท่าทีว่าที่นี่มีความวุ่นวายและอาชญากรรม เพื่อซ่อนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ และในฐานะนายอำเภอ เขาก็ไม่ปลอดภัยหากพยายามจะขุดคุ้ยมัน
หลิวเหิงถอนหายใจ และเล่าถึงสิ่งที่พบในหนานหยวนว่า “คนหนุ่มที่เป็นแรงงานหลักไปทำงานบนเขา ก่อนที่ข้าจะมาถึงที่นี่ ข้าตรวจสอบเอกสารรายงานต่าง ๆ ย้อนหลังไปหลายปี ว่ากันว่านาเกลือในซินเย่เผชิญกับปัญหากระแสน้ำแปรปรวน ทำให้ผลิตเกลือได้น้อยลง ผลผลิตต่ำมาก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ทำนาเกลือมาตั้งแต่โบราณ ทว่าเมื่อประสบเหตุเช่นนี้ก็เริ่มลำบาก อีกทั้งซินเย่ก็มีพื้นที่ทำไร่นาน้อย เพราะเคยได้รับการสนับสนุนให้ทำงานในนาเกลือเป็นหลัก จึงจะสามารถหาเลี้ยงชีพและจ่ายอากรเข้าราชสำนักได้ แต่ตอนนี้นาเกลือปิดตัวลง ทุกคนจึงใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก”
“แต่ข้าได้ยินมาจากชาวบ้านว่าอากรที่เก็บได้จากที่นี่เมื่อเทียบกับที่อื่นในเหลียวโจวแล้ว กลับเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง หมายความว่าทุกคนยังสามารถจ่ายอากรได้ตามปกติ มันเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรกัน”
“ค่าจ้างทำงานบนภูเขานั่นสูงมากอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เหยียนซีคาดเดา
“คนเหล่านั้นไปทำงานบนเขาและได้ค่าแรงสูงพอสมควร สูงกว่าที่เคยได้รับจากการทำงานในนาเกลือเสียด้วยซ้ำ แต่เป็นงานที่อันตรายและทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก ผู้คนที่อยู่ในการปกครองของหัวหน้าฟ่าน ก่อนหน้านี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไปทำงานที่นั่น แต่ตอนนี้แทบไม่เหลือคนอยู่ที่ชุมชนแล้ว ส่วนใหญ่พวกเขาไปที่ภูเขากันหมด หมายความว่าพวกเขาต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้นอีก”
หลิวเหิงกระซิบสิ่งที่เขาสงสัยกับเด็กสาว “ถ้างานบนเขาไม่ใช่นาเกลือ แล้วจะเป็นอะไรได้อีก”
“เหมืองงั้นหรือเจ้าคะ” เมื่อเหยียนซีได้ยินว่าเป็นงานบนเขา เธอก็คิดถึงความเป็นไปได้นี้ทันที
หลิวเหิงสะดุ้ง “เหมืองงั้นหรือ!?” เขาลุกขึ้นเดินไปไม่กี่ก้าว ยิ่งคิดเรื่องนี้มากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกว่าการคาดเดาของเหยียนซีอาจจะเป็นไปได้ “ไม่มีพระบรมราชโองการให้สามารถเปิดเหมืองเป็นการส่วนตัวได้ การลอบทำเหมืองจะถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง พวกเขาจึงปิดบังมันเอาไว้สินะ”
“ท่านจะขึ้นเขาไปตรวจสอบหรือเจ้าคะ” เหยียนซีกังวลเล็กน้อย “หากท่านต้องเสี่ยงทำงานที่มีผลต่อชีวิตผู้อื่น มันย่อมมีความเสี่ยงมหาศาล การทำงานที่อาจไปตัดความมั่งคั่งของใครบางคน เทียบได้กับการฆ่าบุพการีของพวกเขา หากถูกพบเข้าคนเหล่านั้นจะจัดการท่านได้นะเจ้าคะ”
“ไม่ เราจะไม่ทำลายความมั่งคั่งของใคร” หลิวเหิงยิ้มเจ้าเล่ห์ “เราเพียงแต่จะมีส่วนร่วมในความมั่งคั่งไปด้วยกันเท่านั้น”