ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 267 ข้อสันนิษฐานที่ยังคลุมเครือ
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 267 ข้อสันนิษฐานที่ยังคลุมเครือ
บทที่ 267 ข้อสันนิษฐานที่ยังคลุมเครือ
หลิวเหิงเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันรุ่งขึ้น
เนื่องจากอดีตนายอำเภอเสียชีวิตโดยกลุ่มโจร ทุกอย่างในอำเภอซินเย่จึงได้รับการสั่งการจากผู้ช่วยนายอำเภอหลี่ปี้ซู่ และได้รับความช่วยเหลือจากหัวหน้านายทะเบียนสวีมู่เจี๋ย ทั้งสองช่วยจัดการงานต่าง ๆ ของอำเภอร่วมกัน
ตอนนี้เมื่อหลิวเหิงเดินทางมาถึง ทั้งสองจึงส่งมอบงานทั้งหมดให้แก่นายอำเภอคนใหม่ ตามด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองในที่ว่าการอำเภอเพื่อเป็นเกียรติแก่หลิวเหิง
หลี่ปี้ซู่เป็นคนกระตือรือร้นและจิตใจกว้างขวาง เขาพาหลิวเหิงไปแนะนำกับทุกคนที่ทำงานในหน่วยงานปกครอง “ใต้เท้าหลิว เนื่องจากนายอำเภอคนก่อนเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ติดตามก็ถูกฆ่าตาย ตอนนี้ตำแหน่งมือปราบจึงยังว่างเว้นและต้องการการเติมเต็มเร็วที่สุดขอรับ”
จักรพรรดิมีขุนนางคอยถวายงาน ตำแหน่งนายอำเภอเองก็เช่นกัน เมื่อเขารับตำแหน่งก็ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของตนเองขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือดูแลงานปกครองตามอำนาจหน้าที่ของตนเอง
หลังจากที่หลี่ปี้ซู่กล่าวถึงเรื่องนี้เขาก็มองไปทางหลิวเหิง นั่นทำให้คนอื่น ๆ ที่กำลังกินเลี้ยงกันอยู่เงยหน้าขึ้น
หลิวเหิงยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “ข้าเห็นว่าผู้ช่วยหลี่และหัวหน้าสวีจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างระมัดระวังและเหมาะสม ข้าเองก็ยังใหม่กับซินเย่ คงต้องพึ่งพาทุกคนที่นี่ ขอดื่มเพื่อให้เกียรติ และหวังว่าจะได้ร่วมงานกันอย่างดีต่อไปในอนาคต”
ระหว่างที่กล่าวเช่นนั้นก็ยกจอกขึ้นเพื่อดื่มอวยพร และดื่มสุราหมดในครั้งเดียว
หลังจากได้ยินเช่นนั้น บางคนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เห็นชัดว่าพวกเขาเองก็กลัวที่จะต้องเสียหน้าที่การงานไป
หลิวเหิงมองทุกคนดื่มร่วมกันแล้วถามหลี่ปี้ซู่ว่า “แม้ตำแหน่งมือปราบจะไม่ได้สูงส่งอะไรนัก แต่ข้าได้ข่าวมาว่ากลุ่มโจรในซินเย่ยังไม่ได้ถูกกำจัด จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่จากทางการก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ ดังนั้นหัวหน้ามือปราบจึงควรจะเป็นคนที่มีความสามารถในการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ข้าอยากทราบว่าท่านพอจะมีใครมารับหน้าที่นี้บ้างหรือไม่”
หลี่ปี้ซู่ตะลึง “ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาคนที่มีความสามารถด้านการต่อสู้ที่เก่งกาจในที่เช่นนี้…”
“ตำแหน่งมือปราบว่างเว้นเช่นนี้ไม่สะดวกต่อการจับผู้ร้ายและปราบปรามกลุ่มโจร และความปลอดภัยของที่นี่ก็จะมีปัญหาตามมาด้วยเช่นกัน ในบรรดาผู้ติดตามของข้าที่มาจากเมืองหลวง เขาเคยสังหารศัตรูในสนามรบมาก่อน ทักษะการต่อสู้ก็ไม่เลว ให้เขารับหน้าที่นี้ชั่วคราวจนกว่าจะหาคนที่เหมาะสมได้เถอะ จากนั้นเราค่อยหาคนที่มีความสามารถมาแทนที่เขาทีหลัง” หลิวเหิงเรียกเฉวียจือออกมาพบกับทุกคน
หลี่ปี้ซู่ไม่คาดคิดว่าหลิวเหิงจะเริ่มแต่งตั้งหัวหน้ามือปราบทันทีตั้งแต่ตอนนี้ แม้จะกล่าวว่าเป็นเพียงชั่วคราวเนื่องจากผู้ติดตามคนนี้มีความเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ แต่ก็หมายความว่าคนที่ต้องเข้ามาแทนที่จะต้องมีความสามารถพอ ๆ กันหรือมากกว่าอีกฝ่ายเท่านั้น
เรื่องนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเสียดาย หากรู้ว่านายอำเภอคนใหม่จะไม่กลับไปเยี่ยมญาติในช่วงเลื่อนตำแหน่ง เขาคงจะจัดการกุมตำแหน่งหัวหน้ามือปราบเอาไว้ให้เรียบร้อยก่อนแล้ว
“การที่ข้าสามารถเดินทางจากเมืองหลวงมาถึงที่นี่ได้อย่างปลอดภัยก็เป็นเพราะได้รับการคุ้มกันจากเขา ตอนนี้เมื่อข้าได้รับตำแหน่งนายอำเภอแล้ว ก็วางแผนที่จะไปเยือนอำเภอใกล้เคียงในช่วงไม่กี่วันหลังจากนี้” หลิวเหิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม เป็นการอธิบายไปด้วยว่าเหตุใดจึงเลือกคนของตนเองเข้ามาทำงาน
หลังจากที่ทุกคนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เข้าใจได้ นายอำเภอคนเก่าเสียชีวิตจากการถูกสังหารระหว่างเดินทาง มือปราบที่ไปด้วยกันก็ถูกสังหาร ดังนั้นนายอำเภอคนใหม่ย่อมเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตนเอง ไม่แปลกที่จะอุ่นใจกว่าหากได้รับการคุ้มกันดูแลโดยคนของตน
หลี่ปี้ซู่พยักหน้าเห็นด้วย “ใต้เท้า ความกังวลของท่านเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้อิงเฉิงส่งกองกำลังไปปราบปรามโจรแล้ว และก็มีหน่วยคุ้มกันของซินเย่ลาดตระเวนอยู่เช่นกัน ช่วงนี้เราไม่ได้ยินข่าวการปล้นมาพักหนึ่งแล้ว ก่อนหน้านี้เราเดากันว่าโจรเหล่านี้น่าจะเป็นพวกเป่ยหรงที่แฝงตัวเข้ามาทางชายแดน แต่ตอนนี้เมื่อพวกมันพบว่ามีเจ้าหน้าที่ออกมาตรวจตราเป็นประจำจึงได้ล้มเลิกความตั้งใจและหนีไปขอรับ”
“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี” หลิวเหิงถอนหายใจอย่างโล่งอก
ทุกคนดื่มฉลองร่วมกัน จนกระทั่งช่วงบ่ายงานเลี้ยงก็เลิกรา
ทางด้านที่ว่าการ ฮูหยินของผู้ช่วยไม่ได้กลับมาอีกหลังจากที่มาต้อนรับในวันแรก
เหยียนซีพาเหยียนหลิ่ว ภรรยาของหลิวจงเซี่ยว หวางเอ๋อร์ และชิ่งเอ๋อร์ มาจัดการห้องครัวของเรือนพักชั้นใน ห้องครัวที่นี่ตั้งอยู่ในลานบ้านและดูเหมือนจะไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว
เมื่อเหยียนซีเรียกสาวใช้ของที่ว่าการมาสอบถาม ก็พบว่านายอำเภอคนก่อนไม่มีเวลาไปรับครอบครัวมาอยู่ที่นี่ และอาศัยอยู่ในเรือนตามลำพัง เขากินอาหารง่าย ๆ ทั้งยุ่งอยู่กับงานราชการหรือออกไปตรวจสอบท้องที่ต่าง ๆ ฟังดูแล้วอีกฝ่ายก็เป็นขุนนางที่ดี แต่น่าเสียดายที่เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันหลังเข้ารับตำแหน่งได้เพียงสองปีเท่านั้น
เหยียนเฟิง อาต้า และอาเอ้อร์พาผู้ติดตามไปตรวจสอบรอบ ๆ ที่พักก็พบว่ามีกระเบื้องแตกหลายจุดและมีรอยน้ำรั่ว
“คุณหนู กำแพงนี่ดูไม่แน่นหนาเอาเสียเลยขอรับ” อาต้าพาเหยียนซีไปดูกำแพงด้านหนึ่ง ซึ่งอีกด้านเป็นบ้านของผู้ช่วยหลี่
เหยียนซีมองอย่างรอบคอบและรู้สึกว่ากระเบื้องที่ผนังดูเหมือนจะหลุดออกไป เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีคนปีนกำแพงเข้ามาจากฝั่งบ้านผู้ช่วยหลี่
“คุณหนูขอรับ มีคนแอบดูเราอยู่” เหยียนเฟิงเหยียนหลิ่วขยับกายมาใกล้เหยียนซี จากนั้นเหยียนเฟิงก็กระซิบเบา ๆ
เหยียนซีมองไปรอบ ๆ หาคนที่แอบมอง แต่ก็ไม่เห็นว่ามีใคร
เหยียนเฟิงจึงชี้ไปทางผนัง
ผู้ช่วยหลี่คนนั้นสอดแนมตนอยู่งั้นหรือ เด็กสาวเริ่มรู้สึกว่าที่พักชั้นในและที่ว่าการอำเภอแห่งนี้ไม่มั่นคงขึ้นมาเล็กน้อย น่าจะต้องซ่อมแซมให้แข็งแรงและปลอดภัยขึ้น
ที่นี่สามารถเบิกเงินเป็นค่าซ่อมแซมได้จากงบของที่ว่าการ แต่เนื่องจากอำเภอซินเย่ยากจนมาก เหยียนซีจึงไม่อยากให้หลิวเหิงได้ชื่อว่าเป็นคนนำเงินหลวงไปดูแลความสุขส่วนตนทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง การเดินทางมาครั้งนี้เธอเตรียมเงินเป็นค่าใช้จ่ายไว้กว่าหมื่นตำลึง
ดังนั้นเธอจึงใช้เงินของตนขอให้หลิวจงเซี่ยวพาคนไปที่ถนนเพื่อซื้อวัสดุก่อสร้างและตามหาช่างที่มีฝีมือมาช่วยงาน และยังซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันอีกด้วย
หลังจากนั้นก็ไปพบฮูหยินของผู้ช่วยหลี่และกล่าวกับนางโดยตรงว่าที่นี่ดูทรุดโทรมมากแล้วควรที่จะได้รับการซ่อมแซม “มันจะเป็นการรบกวนเรือนท่านด้วยหรือไม่เจ้าคะ”
“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องดีเจ้าค่ะ ข้าไม่ขัดข้องอยู่แล้ว คุณหนูช่างเป็นคนที่มีน้ำใจเป็นอย่างยิ่ง” ฮูหยินของผู้ช่วยหลี่ที่เพิ่งทราบว่าสกุลเดิมของนางก็คือหลี่เช่นกัน กำลังกล่าวชื่นชมเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “จะว่าไปแล้วการซ่อมแซมครั้งนี้เรือนของข้าเองก็ได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน ข้าควรจะช่วยออกเงินด้วยเจ้าค่ะ”
“เนื่องจากส่วนลานบ้านและผนังเชื่อมกันอยู่ ท่านไม่ต้องคิดว่าเป็นการรบกวนหรอกเจ้าค่ะ พวกเราสามารถออกค่าใช้จ่ายได้” เมื่อเหยียนซีได้ยินคำพูดนั้นของนางหลี่ก็มองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง หากไม่ได้แอบฟังจะรู้ได้อย่างไรว่าคนอื่น ๆ เรียกเธอว่าอะไรได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
ยิ่งไปกว่านั้นคนอื่น ๆ มักถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหลิวเหิง ซึ่งเป็นหัวข้อสนทนาเพื่อเพิ่มความสนิทสนม ตนดูเหมือนเป็นภรรยาเขา แต่ทุกคนก็รู้ว่าชายหนุ่มยังไม่แต่งงาน ทว่านางหลี่กลับไม่ได้ถามถึงเรื่องเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
และทั้ง ๆ ที่นางหลี่เป็นคนช่างพูด แต่ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้นางกลับไม่ได้พูดเรื่องเกี่ยวกับเรือนออกมาเลย
เนื่องจากเป็นคนชอบดูซีรีส์แอคชันสืบสวนสอบสวนสมัยใหม่มาก เหยียนซีจึงเริ่มเกิดข้อสันนิษฐานบางอย่างขึ้นมาในใจทันที
อย่างเช่น …เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ที่สังหารนายอำเภอจะเป็นผู้ช่วยนายอำเภอหลี่เสียเอง
ผู้ช่วยหลี่ผู้นี้จะเป็นสายลับของเป่ยหรงหรือไม่ ?
เมื่อหลิวเหิงกลับมาที่เรือนชั้นในหลังจากร่วมงานฉลอง เด็กสาวก็อดไม่ได้ที่จะลากเขามาข้างนอกแล้วเล่าเรื่องที่คาดเดาในใจให้ฟัง
หลิวเหิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ไม่ต้องห่วง หลี่ปี้ซู่คนนี้เป็นคนแคว้นเว่ย บรรพบุรุษทั้งสามรุ่นของเขามีทะเบียนบ้านที่ชัดเจนบันทึกเอาไว้ แต่ที่อำเภอซินเย่ก็มีเรื่องแปลก ๆ ที่ข้าเองก็รู้สึกได้เช่นกัน การตายของนายอำเภอไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลจริง ๆ”
“เช่นนั้นเรือนพักชั้นในจะไม่อันตรายเกินไปที่เราจะอาศัยอยู่หรือเจ้าคะ พรุ่งนี้ข้าจะไปหาซื้อเรือน แล้วเราก็ย้ายออกจากที่นี่ดีหรือไม่” อย่างไรตอนนี้เธอก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทองแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเรือนที่อันตรายเช่นนี้
“หากเขามีปัญหาจริง ๆ การที่เรารีบย้ายออกไปจะยิ่งทำให้เขาระวังตัวมากขึ้น เจ้าไม่ต้องกังวล ตอนนี้ยังปลอดภัยอยู่” หลิวเหิงยังสงบอยู่ “แต่เจ้าต้องมีเสี่ยวหลิ่วอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนในอนาคต”
เหยียนซีพยักหน้าและตัดสินใจว่าต้องเตรียมหาคนเพิ่มอีก
เพื่อความสบายใจ เด็กสาวจึงเพิ่มเตียงในห้องนอนของหลิวเหิง และให้เหยียนเฟิงเข้าไปอยู่ในห้องของเขาด้วย ส่วนเหยียนหลิ่วและเธอก็จะนอนอยู่ในห้องเดียวกันเช่นเดิม
ผู้ติดตามทั้งสิบสองที่ซื้อตัวมาถูกพาไปฝึกการต่อสู้กับอาต้าและอาเอ้อร์ทุกวัน โดยที่หลิวเหิงก็เข้าร่วมด้วยบางครั้ง
เนื่องจากธรรมเนียมของยุคนี้ ทำให้เหยียนซีไม่สามารถเข้าร่วมการฝึกกับพวกเขาได้ ดังนั้นเหยียนหลิ่วจึงเป็นผู้ฝึกสอนให้เองเพื่อฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง นอกจากนี้เธอก็ยังทำถุงทรายสำหรับตนเองและหลิวเหิง มัดไว้กับเอวและออกไปวิ่งที่ลานด้านนอกทุกเช้าเย็น
อาต้าและอาเอ้อร์เห็นว่าวิธีนี้ได้ผลดีจึงได้เริ่มให้คนอื่น ๆ ฝึกฝนตามด้วยการผูกถุงทรายเช่นกัน
นี่คือจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ของพวกเขาในอำเภอซินเย่