บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 259 รางวัลจากคุณหนูสวี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 259 รางวัลจากคุณหนูสวี
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 259 รางวัลจากคุณหนูสวี

เมื่อได้รับสัญญาณจากสวีหยวนเซียง รุ่ยอี้ก็นำตั๋วเงินห้าร้อยตำลึงมาวางตรงหน้าเหยียนซี

เหยียนซีถอนหายใจออกมา “เท่านั้นเองหรือ” เธอพับตั๋วเงินนั้นแล้วยัดมันลงไปในกระเป๋าแขนเสื้อ

รุ่ยอี้อดไม่ได้ที่จะแอบก่นด่าว่าสาวชาวบ้านผู้นี้กลายเป็นคนโลภเมื่อเข้ามาในเมืองหลวง ไม่เพียงอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ชาวนาทั่วไปในแคว้นเว่ย เงินห้าร้อยตำลึงนี้ต่อให้ทั้งชีวิตก็หามาไม่ได้ ต่อให้ทำงานอย่างขยันขันแข็งสักเพียงใดก็ตาม

เมื่อเห็นว่าเหยียนซีไม่พอใจกับจำนวนเงินนั่นแต่ก็ยังรับไป รุ่ยอี้และคุณหนูของนางต่างก็เม้มปากด้วยอาการเหยียดหยาม

สวีหยวนเซียงถามอย่างมีความสุข “เจ้าตกลงแล้วใช่หรือไม่”

“ตกลงหรือ” เหยียนซีมองดูสวีหยวนเซียงด้วยความสับสน และถามอย่างชัดเจน “ท่านจะให้ข้าตกลงเรื่องอะไรกัน”

“เจ้า… เจ้ารับเงินและตกลงที่จะยอมถอนหมั้น”

“ว่าอย่างไรนะ!? นี่ไม่ใช่เงินพิเศษจากการมากินอาหารที่โรงน้ำชาของข้าหรอกหรือ” เหยียนซีอุทานเสียงดัง

สวีหยวนเซียงไม่คิดว่าเหยียนซีจะไม่ยอมรับหลังจากรับเงินไปแล้ว นางโกรธมากจนลุกขึ้นยืนและอยากจะสาปแช่งออกมาสองสามคำ แต่ถึงความโกรธจะปะทุจนอกแทบจะแตก ทว่าคำสาปแช่งที่มีในหัวกลับว่างเปล่า นางไม่รู้จะใช้คำใดนอกจาก “ไร้ยางอาย!” อีกแล้ว นอกจากนั้นหญิงสาวก็คิดอะไรไม่ออกเลย

เหยียนซีได้ยินคำว่าไร้ยางอายก็เย้ยหยันกลับไป “ผู้ใดกันแน่ที่ไร้ยางอาย คุณหนูสูงศักดิ์ที่ได้รับการอบรมอย่างดีเช่นท่านควรจะรู้ดียิ่งกว่าข้า ว่าไร้ยางอายคือสิ่งใด ข้าหรือที่ไร้ยางอาย ข้ากลับรู้สึกว่าไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายเช่นท่านมาก่อน! หากไม่ใช่เพราะปู่ท่านเป็นถึงอัครเสนาบดี ท่านจะยังมีหน้าออกมาข้างนอกเช่นนี้ได้อยู่งั้นหรือ มีหวังคงได้จมน้ำลายคนที่พากันถ่มถุยใส่ไปนานแล้ว… แต่ก็ไม่แปลกใจที่ท่านผิวหน้าหนาเช่นนี้ เพราะพ่อแม่ท่านมันก็ไม่ต่างกัน พวกเขาไม่รู้จักอับอายกันบ้างหรือ ท่าทางตระกูลสวีจะมีผิวหน้าที่แข็งแกร่งกันทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้การที่พวกผู้ใหญ่พวกนั้นดูหน้าหนากว่าคนอื่นก็เป็นที่รู้กันไปทั่วอยู่แล้ว ท่าทางสิ่งนี้จะส่งผ่านกันมาทางสาแหรกใช่หรือไม่ ท่านคิดจะแย่งคู่หมั้นคนอื่น แล้วยังยืนหน้าซื่อตาใสไม่รู้จักละอายเอาเสียเลย คนเราควรจะรู้จักหักห้ามใจและใช้เหตุผลไตร่ตรองซะบ้าง!”

เดิมทีสวีหยวนเซียงโกรธที่เหยียนซีปฏิเสธที่จะตกลงเรื่องเงิน แต่เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นซีดเซียว นางรู้สึกราวกับกำลังถูกเปลื้องผ้าแล้วโยนลงบนถนน ในสมองพลันขาวโพลน หลังจากอับอายก็กลายเป็นความโกรธเกรี้ยว

สาวใช้และสาวใช้อาวุโสไม่คาดว่าคนที่มีท่าทีนิ่งเฉยเล็กน้อยอย่างเหยียนซีจะพ่นคำสาปแช่งยาวเหยียดเสียงดังออกมาในพริบตาเช่นนี้ได้

“เจ้าจะยืนดูอยู่เฉย ๆ งั้นหรือ!” สวีหยวนเซียงหันกลับมาตบรุ่ยอี้

รุ่ยอี้ได้สติคืนมาหลังจากถูกตบ และกำลังจะอ้าปากสาปแช่งเหยียนซี

ในตอนนั้นเอง กลุ่มคนที่มาแสวงบุญในวัดผู่จี้บนภูเขาปี้อวิ๋นก็เดินเข้ามาในโรงน้ำชา พวกเขาพูดคุยกันเรื่อย ๆ และต้องการมาที่นี่เพื่อพักผ่อน ทั้งยังมาคลายความหนาวด้วยของกินร้อน ๆ และอากาศอบอุ่น

สาวใช้อาวุโสเป็นคนสนิทของฮูหยินสวี นางได้รับคำสั่งจากฮูหยินให้มาเฝ้าดูสถานการณ์ เมื่อเห็นแขกจำนวนมากเข้ามาในร้าน นางจึงรีบตะโกน “รุ่ยอี้!” เพราะกลัวว่านางจะมีเรื่องกับเหยียนซีต่อหน้าคนมากมาย นางเตือนสาวใช้แล้วหันไปทางสวีหยวนเซียง และเอ่ยกับคุณหนูอย่างขอร้องแกมปลอบประโลม “คุณหนู กลับก่อนเถิดเจ้าค่ะ เราไม่รู้ว่านางจะมาไม้ไหนอีก กลับไปแจ้งเรื่องนี้กับฮูหยิน ให้ฮูหยินเป็นคนจัดการดีกว่านะเจ้าคะ ที่นี่มีผู้คนมากมาย…”

สวีหยวนเซียงเห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา และเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้อาวุโสพูด นางก็เห็นว่าเหยียนซียังคงยืนอยู่ที่ประตู ท่าทางพร้อมสำหรับจะมีเรื่อง ดังนั้นจะไม่ให้นางโกรธได้อย่างไร!

มีฮูหยินผู้หนึ่งอยู่ในกลุ่มผู้แสวงบุญ นางเดินเข้ามาในโรงน้ำชาพร้อมด้วยบ่าวรับใช้หลายสิบคน เมื่อนางเห็นสวีหยวนเซียงก็รู้สึกคับคล้ายคับคลาว่าจะจำได้ นางได้พบกับคุณหนูตระกูลสวีหลายครั้งในงานเลี้ยง แต่หลานสาวของใต้เท้าสวีมาอยู่ที่โรงน้ำชาเพียงลำพังได้อย่างไรกัน?

ฮูหยินลังเลครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูสวี” ด้วยท่าทีไม่แน่ใจ

สวีหยวนเซียงได้สติกลับมาอีกครั้ง นางกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ จู่ ๆ หญิงสาวก็รู้สึกอยากจะหนีไปให้พ้น ๆ

แต่เหยียนซีก็ไม่ยอมปล่อยให้นางหนีไปได้ง่าย ๆ “นี่คือคุณหนูตระกูลสวีจริง ๆ เจ้าค่ะ เมื่อครู่คุณหนูเพิ่งเอ่ยชมโรงน้ำชาของเราว่าเป็นสถานที่ที่ดี มีอาหารอร่อย ชาหอม และเด็กที่ร้านก็ดูแลเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ คุณหนูประทับใจมากจนถึงขั้นมอบรางวัลพิเศษให้พวกเราอีกด้วย”

เมื่อเฉวียจือได้ยินดังนั้นจึงเข้ามาหาสวีหยวนเซียง “ขอบคุณคุณหนูสำหรับรางวัลขอรับ” เขาโค้งและหันไปสั่งอาโซ่วกับคนอื่น ๆ “ไม่ได้ยินหรือ คุณหนูต้องการมอบรางวัลแก่พวกเจ้า รีบมาสิ เร็วเข้า!”

อาโซ่วและคนอื่น ๆ เข้ามาพร้อมกันอย่างรวดเร็วและขอบคุณสวีหยวนเซียงด้วยรอยยิ้ม

สวีหยวนเซียงไม่อาจปฏิเสธหรือตำหนิอะไรออกมาได้ แม้จะต้องการทำมากเพียงใดก็ตาม เฉวียจือยืนขวางหน้านางอยู่ หากต้องการหนีไปจากที่นี่ก็ต้องมอบรางวัล

รุ่ยอี้และสาวใช้อาวุโสที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถูกกดดันไม่ต่างกัน

“คุณหนูเจ้าคะ รีบไปเถอะเจ้าค่ะ!” สาวใช้อาวุโสเอ่ย

“มอบรางวัลให้พวกเขา” สวีหยวนเซียงกัดฟันเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

เมื่อรุ่ยอี้จับกระเป๋าก็พบว่ามีเพียงเศษเงินเท่านั้น นางไม่กล้าเอามันออกมามอบให้พวกเขาด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงหยิบทั้งหมดนั้นออกมาวางบนโต๊ะ ก้มหน้าแดงก่ำเป็นการปกปิดความอาย และตามสวีหยวนเซียงออกไปอย่างรวดเร็ว

เหยียนซีอยู่ที่ประตูมองดูสวีหยวนเซียงเดินผ่านไปและสาปส่ง “นังสารเลวไร้ยางอาย!” อีกหนึ่งครั้ง

สวีหยวนเซียงอดไม่ได้ที่จะเงื้อมือขึ้น ทำให้สาวใช้อาวุโสต้องรีบมาห้ามปรามด้วยการคว้าตัวเอาไว้ “คุณหนูเจ้าคะ!”

ตอนนี้ผู้คนจำนวนมากกำลังจับตาดู หากมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น เหยียนซีเป็นเพียงชาวบ้านไม่มีทางลำบากอยู่แล้ว แต่คุณหนูนั้นต่างออกไป หากอีกฝ่ายเอาเรื่องวันนี้ไปแพร่งพราย มันจะเสื่อมเสียถึงตระกูลสวี ทั้งนายท่านและนายท่านผู้เฒ่าจะต้องส่งคุณหนูไปที่วัดประจำตระกูลเพื่อล้างอายอย่างแน่นอน ต่อไปชีวิตคุณหนูก็จะยากลำบากอย่างไม่ต้องสงสัย

ก่อนมาที่นี่ ฮูหยินใหญ่ได้ฝากฝังอะไรกับนางเอาไว้มากมาย นางคิดกับตนเองว่าเมื่อคุณหนูได้พบเหยียนซี ผลลัพธ์ที่ได้จะมีเพียงสองทางเท่านั้นคือ เหยียนซีเห็นแก่เงินและตกลงที่จะออกไปจากชีวิตหลิวเหิง หรือไม่นางก็คงจะปฏิเสธข้อเสนอนี้

นางถูกเลือกให้ตามคุณหนูมาด้วยเพราะนอกจากจะเป็นคนสนิทของฮูหยินแล้ว ฮูหยินยังรู้สึกว่าหากเหยียนซีพูดจาด่าทอสาปแช่งออกมา นางจะไม่หุนหันพลันแล่นกับคำพูดคำจายั่วยุเช่นนั้น

แต่ใครจะคิดว่าเหยียนซีจะทำทีรับเงินไปก่อนและด่าทอออกมา ในโรงน้ำชาเช่นนี้หากมีการทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นพวกนางจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทนอดกลั้นเอาไว้

“คุณหนูเป็นถึงเครื่องเคลือบลายครามล้ำค่า อย่าเอาตัวไปเทียบกับหินกรวดอย่างนางเลยนะเจ้าคะ” สาวใช้อาวุโสพยายามเกลี้ยกล่อม และแทบจะอุ้มสวีหยวนเซียงขึ้นรถม้า

สวีหยวนเซียงขืนตัวครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ยอมเดินตามไป สาวใช้อาวุโสพูดถูก นางรู้ตัวอยู่เสมอว่าเหยียนซีเป็นเพียงสาวบ้านนอก มองเพียงแวบแรกก็รู้ว่าไม่มีอะไรที่จะเทียบตนได้ ตอนนี้แม้เห็นแล้วว่านางเป็นเพียงเด็กสาวบ้านนอกจริง ๆ ทว่าก็อดคิดไม่ได้ว่าตนผู้สูงศักดิ์กว่า แต่กลับไม่สามารถจัดการอะไรเด็กคนนี้ได้เลย

เหยียนซีมองดูทั้งสามที่รีบขึ้นรถม้าไปและตะโกนตามไปว่า “คุณหนูสวี พรุ่งนี้ข้าจะไปรอรับท่านที่ถนนหน้าประตู หากท่านร่ำรวยนัก ก็กลับมาซื้อของแล้วคุยกันอีกได้นะเจ้าคะ!”

“เจ้ากล้าดียังไง! กล้าดียัง!…” สวีหยวนเซียงไม่ได้มีประสบการณ์ดังเช่นเหยียนซี เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นจึงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามข่มขู่เรื่องเงินห้าร้อยตำลึงนั่น มือเรียวของหญิงสาวกำแน่นและสั่นเทาด้วยความโกรธ

“คุณหนูเจ้าคะ” รุ่ยอี้มองดูสวีหยวนเซียงด้วยใบหน้าซีดเผือด แต่ก็กลัวว่านางจะโกรธมากจึงได้เปิดปากคิดจะเกลี้ยกล่อมผู้เป็นนาย ทว่ายังไม่ทันเอ่ยปากพูด ก็มีเสียง ‘เพียะ!’ ดังขึ้นเนื่องจากนางถูกตบอีกครั้ง

สวีหยวนเซียงโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ หลังจากที่ตบรุ่ยอี้แล้วก็พยายามคิดว่าแรงตบนั้นจะส่งไปถึงใบหน้าของเหยียนซี ไม่นานหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมา ทว่าเมื่อเห็นรุ่ยอี้ซุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของรถม้าด้วยใบหน้าบวมแดง นางก็สาปแช่งออกมาด้วยความโกรธ “เจ้าตาบอดรึไง ไม่เห็นหรือว่าเตาอุ่นมือไม่อุ่นแล้ว!”

รุ่ยอี้สะดุ้งด้วยความตกใจและรีบหยิบเอาเตาอุ่นมือเติมถ่านเงินลงไป

สวีหยวนเซียงถือเตาอุ่นมือเอาไว้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ ดังนั้นจึงทุบตีรุ่ยอี้อีกหลายครั้ง ก่อนหน้านี้นางไม่เคยทุบตีสาวใช้เช่นนี้มาก่อน แต่ตอนนี้นางเริ่มตระหนักขึ้นมาว่าการทำเช่นนี้ช่วยคลายความโกรธได้จริง ๆ

คนน่าสงสารที่สุดก็คงจะเป็นรุ่ยอี้ สาวใช้คนสนิทของคุณหนูที่เมื่อก่อนเคยมีเกียรติ แต่ในชั่วพริบตาก็กลายเป็นเพียงเครื่องมือระบายความโกรธแค้นของผู้เป็นนายเท่านั้น

สาวใช้อาวุโสไม่สนใจว่าสวีหยวนเซียงจะระบายความโกรธของนางอย่างไร และคอยเร่งเร้าให้คนขับรถม้าขับรถม้าออกไปอย่างรวดเร็ว เหยียนซีเป็นคนบ้า ยิ่งอยู่ห่างจากนางเท่าไรก็ยิ่งดีมากเท่านั้น

เหยียนซีสูดจมูกอย่างขมขื่น เธอหายใจติดขัดขึ้นมาเล็กน้อย ไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาตนอาจจะยอมทนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีอำนาจมากกว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือการอดทนต่อความโกรธและปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ผ่านพ้นไป

ทว่าสวีหยวนเซียงผู้นี้มาดูถูกเธอถึงบ้าน หากไม่ด่ากลับเพื่อระบายความแค้น ตนก็คงจะรู้สึกเสียดายโอกาสที่สวรรค์อุตส่าห์มอบให้มาแล้ว

เหยียนหลิ่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณหนู ท่านเก่งกาจมากเจ้าค่ะ!”

“ข้าจะไปฟังป้าหลิวและคนอื่น ๆ ดุด่าอีกบ่อย ๆ ข้ายังรู้สึกว่าคำด่าในหัวช่างน้อยนิดเหลือเกิน” เหยียนซียังรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อย

“คุณหนู ข้าคิดว่าคุณหนูสวีคงอับอายจนอกแทบแตกตาย หากท่านด่านางจนพอใจเจ้าค่ะ”

คงเป็นเรื่องยากที่จะด่าใครสักคนจนอกแตกตายได้จริง ๆ ตอนนี้คงต้องปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน แต่พอคิดถึงเงินห้าร้อยตำลึงที่ได้มา แม้จะอารมณ์เสียอยู่บ้าง ทว่าเงินนี่ก็ทำให้ดีใจขึ้นมาไม่น้อย

ฮูหยินที่ทักทายสวีหยวนเซียงเมื่อครู่ยืนอยู่ที่ประตูโรงน้ำชา นางมีท่าทางสับสนเล็กน้อยว่าตนจำคนผิดหรือไม่

เฉวียจือไม่มีทางปล่อยให้แขกยืนว่างอยู่เช่นนั้น เขาเดินเข้าไปแล้วเริ่มสนทนา “ฮูหยิน อากาศตอนนี้หนาวเย็นมาก เชิญเข้าไปนั่งพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ”

ด้วยชื่อเสียงของเว่ยเฉิง ทำให้สมาชิกของตระกูลชั้นสูงมากมายในเมืองหลวงพากันมาจับจองที่นั่งในโรงน้ำชาหลังจากไปขอพรที่วัดเสร็จแล้ว

โดยทั่วไปแล้วคนเหล่านี้จะไม่นั่งดื่มชาหรือกินอาหารในส่วนต้อนรับทั่วไป

เพื่อตอบสนองต่อแขกชั้นสูง เหยียนซีจึงสร้างเรือนอีกหลังด้านใน แยกเป็นห้องเล็ก ๆ สำหรับให้พวกเขานั่งในร้านอย่างเป็นส่วนตัว

ส่วนพื้นที่ว่างระหว่างเรือนเธอก็ปลูกต้นท้อสีชมพู ต้นหลิวสีเขียวชอุ่ม ต้นหอมหมื่นลี้ เบญจมาศ แปะก๊วย และจัดเป็นสวนที่ให้ความงามตามฤดูกาลทั้งสี่ สวนนี้จะส่งกลิ่นหอมของดอกไม้ทั้งปี อีกทั้งยังมีการขุดบ่อน้ำเอาไว้ตรงกลาง เลี้ยงหงส์ขาวไว้หนึ่งคู่ การตกแต่งนี้เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ชนชั้นสูง

และหากได้นั่งจิบชาก็ย่อมต้องมีของว่างให้กินเล่นบ้าง

ก่อนหน้านี้เหยียนซีเคยทำการค้นคว้าเกี่ยวกับสูตรติ่มซำ เธอได้ชิมติ่มซำและขนมที่หลิวเหิงซื้อมาจากร้านต่าง ๆ ในเมืองหลวงมากมาย หลังจากเปรียบเทียบแล้ว เด็กสาวก็ทำขนมถั่วเขียว ซาลาเปาลูกเล็ก และของว่างอื่น ๆ ที่มีขายเฉพาะในส่วนรับรองนี้เท่านั้น จนทำให้ได้รายได้ดีขึ้นมาก

หลังจากที่เฉวียจือเชิญฮูหยินเข้าไปในห้องส่วนตัว เหยียนซีก็เรียกอาโซว่ออกมาและให้พาตนกลับไปในเมือง

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 259 รางวัลจากคุณหนูสวี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

137d8w
แม่ปากร้ายยุค​ 80 [八零辣妈飒爆了]
2024-12-29
647VQYu
เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?
2024-04-17
84-212×300
พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
2026-06-14
brownieemDAKK
ทะลุมิติพลิกชะตากับครอบครัวคลั่งรักยุค 70
2026-05-19

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน