ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 256 ยากที่จะได้พบ
บทที่ 256 ยากที่จะได้พบ
ในที่สุด ช่วงเวลาแห่งความยุ่งเหยิงก็ดำเนินไปถึงวันที่สิบเก้า เดือนสิบสอง ซึ่งเป็นวันมงคลประจำปีนักษัตรที่ถูกกำหนดโดยราชสำนัก หน่วยงานราชการต่าง ๆ ทยอยหยุดงานและเริ่มวันหยุดอย่างเป็นทางการ
ช่วงท้ายปีเช่นนี้ เหยียนซีเองก็ยุ่งมากเช่นกัน หลังจากหลิวเหิงออกไปทำงาน เธอก็พาเหยียนหลิ่วไปที่ประตูทิศเหนือของเมืองหลวงเพื่อดูกิจการ
ผู้เฒ่าหวูโถวเป็นคนแนะนำให้เด็กสาวเปิดกิจการผู้ช่วยที่นี่ เขาซื้อรถม้าและเกวียนลา ทั้งยังพาฟางหมิงอี้และเด็ก ๆ มาฝึกขับรถม้าและฝึกช่วยงานต่าง ๆ
เหยียนซีเห็นว่าผู้เฒ่าหวูโถวมีงานล้นมือเนื่องจากเตรียมที่จะเปิดร้านใหม่ ทั้งรถม้าและเกวียนลาชายชราล้วนเตรียมทุกอย่างด้วยตนเอง เมื่อเสียต้นทุนไปไม่น้อยกว่าจะเริ่มกิจการได้ เด็กสาวจึงเกิดแนวคิดอยากปรับแนวทางในการทำกิจการมาเป็นจุดพักม้า
พวกเขาให้คนที่เคยอยู่ในเมืองหลวงมาประจำอยู่รอบ ๆ ประตูเมืองแห่งนี้เพื่อรอรับลูกค้า เมื่อมีรถม้าหรือเกวียนเข้ามา ผู้ช่วยที่ประจำอยู่ที่ประตูเมืองจะเข้าไปต้อนรับและช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกเขาเดินทางไปยังจุดพักโดยรับเงินค่าจ้างเล็กน้อยเท่านั้น
วิธีเช่นนี้ผู้ที่เดินทางมาจะประหยัดค่าเดินทางลงไปได้ และเหยียนซีก็จะสร้างโรงพักม้าเอาไว้ให้ผู้เฒ่าหวูโถวดูแลโดยตรง อีกทั้งลูกค้าสามารถหยุดพักหรือฝากสินค้าไว้ที่นี่ได้
ผู้เฒ่าหวูโถวรู้จากประสบการณ์การเดินทางหลายครั้งของตัวเองว่าไม่มีใครเดินทางโดยไม่เตรียมหาสัตว์และเกวียน หรือรถม้า
ธุรกิจที่เหยียนซีคิดขึ้นมานั้นค่อนข้างน่าสนใจ การทำเช่นนี้จะสามารถขยายกิจการได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เงินทุนมากมายนัก เพราะค่าจ้างผู้ช่วยไม่ได้สูงมาก เหล่าทหารและนักเดินทางจึงนิยมมาใช้บริการ
เมื่อเหยียนซีและเหยียนหลิ่วเข้าไปที่ร้าน ก็เห็นฟางหมิงอี้และหลู่ฝูเฝ้าอยู่ด้านหน้า มีขอทานประมาณสิบคนนั่งอยู่กลางแดดหน้าร้าน อีกฝ่ายสวมเพียงเสื้อคลุมผ้าฝ้ายเก่า ๆ ซึ่งพอจะปิดร่างกายได้เท่านั้น
เมื่อธุรกิจผู้ช่วยเริ่มเปิดทำการ ขอทานเหล่านี้หากช่วยเป็นลูกหาบให้พวกเขาครั้งหนึ่งจะได้รับหมั่นโถวลูกใหญ่สองลูก หรือถ้าไม่ต้องการหมั่นโถวก็สามารถฝากเป็นเงินหนึ่งอีแปะไว้ที่บัญชีของร้านได้เช่นกัน
มีคนมากมายช่วยเหลือหลิวเหิงเอาไว้เมื่อเขาถูกจำคุก ขอทานเหล่านี้ก็ร่วมด้วยเช่นกัน ดังนั้นเหยียนซีจึงต้องการให้ความช่วยเหลือพวกเขาเท่าที่ทำได้
เธอรู้สึกว่าสอนวิธีจับปลาดีกว่าการจับปลามาให้ ดังนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายจะว่าอย่างไร แม้จะเป็นเด็กเล็ก ๆ หรือขอทานผู้ใหญ่ เด็กสาวก็จะช่วยเมื่อพวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเท่านั้น นอกจากนั้นก็ยังพยายามที่จะสอนให้ทุกคนแลกเปลี่ยนแรงงานเป็นเงิน
เนื่องจากเหยียนซีไม่เคยมีท่าทีเหยียดหยามดูถูกใคร ทุกคนจึงยิ่งรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณมากยิ่งขึ้น
เมื่อได้พบเหยียนซี ฟางหมิงอี้ก็เงียบลง แม้แต่ขอทานที่ประตูก็พากันยืนขึ้นและทักทายเจ้าของร้านเหยียน ทุกคนเคารพเธอราวกับเป็นผู้อาวุโสสำหรับทุกคนที่นี่
เดิมทีเด็กสาวต้องการให้ร้านปิดในวันหยุดเทศกาล แต่ฟางหมิงอี้และคนอื่น ๆ กล่าวว่ากิจการกำลังเป็นไปได้ดีจึงไม่อยากปิดร้านตอนนี้
ช่วงสิ้นปีมีกิจการเปิดทำการน้อยลง แต่ก็มีผู้คนไม่น้อยที่เดินทางไกลเพื่อกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว คนที่มีฐานะหรือเพิ่งได้รับเงินพิเศษมาก็มักจะอยากจ้างผู้ช่วย และอีกฝ่ายก็ยังมีเงินมากพอจะจ้างเกวียนหรือรถม้าอีกด้วย
เหยียนซีได้ยินเช่นนั้นจึงไม่ปล่อยให้พวกเขาเสียความตั้งใจ แต่ให้พวกเขาเปิดร้านช้าลงหนึ่งชั่วยาม และช่วงเย็นก็ปิดเร็วกว่าปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทุกคนทำงานหนักจนเกินไป
หลังออกจากร้านผู้ช่วยแล้วก็เดินทางต่อไปยังไร่นา เหยียนซีเดินทางไปที่ที่นาทางตอนเหนือของชานเมือง ที่แห่งนี้หวังชีและภรรยาของเขาเป็นคนรับผิดชอบดูแลทั้งหมด เธอไม่ได้เข้ามาควบคุมที่นี่และกิจการร้านเนื้อตุ๋นก็เช่นกัน สาเหตุที่ไปที่นั่นก็เพื่อเยี่ยมเยือน มอบเงินพิเศษ และเงินปันผลให้กับทุก ๆ คนเป็นหลัก
อาหารเสียบไม้ต้มขายดีมาก ยอดขายปีนี้ทำกำไรได้มากกว่าพันตำลึง
เมื่อกิจการเป็นไปได้ดีเหยียนซีจึงไม่ตระหนี่เรื่องรางวัล ชาวนาทุกคนและเด็กในร้านเนื้อตุ๋นได้รับเนื้อสองจิน กระต่ายหนึ่งตัว สุราหนึ่งขวด และกล่องของขวัญที่เต็มไปด้วยขนมหวานกับของว่าง เรียกได้ว่าทุกคนแทบไม่ต้องซื้อหาเนื้อสัตว์และผักอื่น ๆ สำหรับวันตรุษกันเลย
เหยียนซีเอาซองแดงออกมาและมอบเงินสองตำลึงให้ทุกคน
ชาวนาหลายคนไม่เคยได้รับอะไรเช่นนี้มาก่อน ทั้งของขวัญและเงินจำนวนมาก ทุกคนประหลาดใจมากจนมือสั่น พวกเขาขอบคุณเจ้านายแล้วโค้งอยู่หลายครั้ง
เหยียนซีรีบห้ามพวกเขาไว้
ของขวัญเหล่านี้ไม่เพียงเพื่อตอบแทนที่พวกเขาทำงานหนักเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบแทนที่ทุกคนช่วยรักษาความลับอีกด้วย เมื่อหลิวเหิงถูกจำคุกในปีที่ผ่านมา มีคนมากมายสนใจอยากจะเปิดร้านเนื้อตุ๋นบ้าง และมาสอบถามสูตรและรายละเอียดกับพวกเขา
ทว่าทุกคนพากันปิดปากเงียบ ไม่ยอมหลุดความลับทางการค้าออกไปแม้แต่ครึ่งคำ และเพราะกลัวจะถูกลอกเลียนแบบหรือเข้ามาขโมยของในที่นา พวกเขาจึงจัดเวรเฝ้าระวังกันในทุก ๆ คืน
พวกเขาได้รับของตอบแทนสำหรับการทำงานหนัก และตลอดเวลาที่ทำงานก็ยังรับการปฏิบัติอย่างดีจากเจ้าของร้าน ทำให้ของขวัญเหล่านี้จึงยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นสำหรับทุกคน
ปีนี้เป็นปีแรกที่หวังชีและเถียนเสี่ยวชุ่ยแต่งงานกัน ตามประเพณีแล้วพวกเขาจะต้องเดินทางไปที่บ้านของเถียนเสี่ยวชุ่ยเพื่อฉลองปีใหม่ แต่หญิงสาวมีเรื่องบาดหมางกับครอบครัวเพราะเงินสินสอดและของหมั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหายิบย่อยระหว่างกันเพิ่มอีก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย นางจึงตัดสินใจไม่กลับบ้าน
เหยียนซีมีความเชื่อเสมอว่าสตรียุคโบราณมักเป็นฝ่ายถูกครอบงำทางความคิดโดยครอบครัว ทว่าเถียนเสี่ยวชุ่ยกลับล้มล้างความเชื่อเช่นนั้นของเธอไปจนหมดสิ้น เด็กสาวกล่าวชมพี่สะใภ้ผู้นี้ด้วยซ้ำ อย่างไรทุกคนก็มีชีวิต มีความต้องการเป็นของตนเอง ดีที่อีกฝ่ายไม่อดทนต่อพฤติกรรมที่ไม่สมควรของคนที่บ้าน และเลือกอยู่ข้างหวังชีอย่างไม่เกรงกลัว
แต่ถึงจะมีปัญหากัน เหยียนซีก็ยังเข้าใจว่าทุกคนล้วนเป็นครอบครัวของพี่สะใภ้ ดังนั้นจึงยังปล่อยเช่าที่นาห้าหมู่กับครอบครัวเถียน และเก็บค่าเช่าตามผลผลิตที่ได้เท่านั้น
ที่นี่มีโรงเลี้ยงไก่ เป็ด วัว และแกะ ซึ่งหากเช่าที่เพื่อปลูกพืชก็สามารถยืมวัวที่เลี้ยงไว้ไปใช้ไถพรวนดินได้ และยังนำมูลสัตว์ไปเป็นปุ๋ยโดยไม่ต้องจ่ายเงินได้เช่นกัน สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับชาวไร่ชาวนา ทำให้มีผู้สนใจเช่าไม่น้อย
แต่เหยียนซีมอบสิ่งดี ๆ ทั้งหมดให้แก่ครอบครัวตระกูลเถียน เพราะเถียนเสี่ยวชุ่ยบุตรสาวของพวกเขาและนางยังเป็นคนดีมาก
เมื่อใดที่เถียนเสี่ยวชุ่ยกลับบ้าน นางจะสามารถเหยียดหลังตรงไปพบพวกเขาได้อย่างแน่นอน เพราะหากไม่ได้บุตรสาว พวกเขาจะไม่มีทางได้ที่ดินทำกินแสนสบายเช่นนี้
หลังจากมอบของขวัญเสร็จแล้ว ร้านเนื้อตุ๋นก็เริ่มหยุดช่วงเทศกาล
เหยียนซีเดินทางไปโรงน้ำชาอวี่เซิ่นต่อ
สวีหยวนเซียงนั่งอยู่บนรถม้าเล็ก ๆ ที่ไม่ได้โดดเด่นนัก นางคอยติดตามเหยียนซีไปเรื่อย ๆ
นอกจากรุ่ยอี้แล้ว ฮูหยินสวีก็ยังส่งคนที่จวนให้ติดตามนางมาด้วย ซึ่งอีกฝ่ายก็เป็นคนควบคุมรถม้าให้หญิงสาว
สวีหยวนเซียงรู้สึกว่าเหยียนซีแปลกประหลาด นางวางแผนจะเข้าไปขวางเด็กคนนั้นและเริ่มพูดคุย แต่เมื่อเห็นว่าจริง ๆ แล้วอีกฝ่ายเดินทางขึ้นเหนือเพื่อไปยังชานเมืองสกปรก อีกทั้งยังพูดคุยกับพวกขอทาน หญิงสาวจึงไม่อยากเข้าใกล้ เมื่อนางตามไปเรื่อย ๆ ก็ไม่สามารถหยุดเหยียนซีได้ รถม้าเล็ก ๆ ที่นางนั่งอยู่ไม่สามารถตามได้ทัน ไม่ช้าก็ถูกทิ้งไว้ด้านหลังห่างไป
นางไม่คาดว่ารถม้าที่เหยียนซีนั่งนั้นจะเป็นรถม้าที่แข็งแรงเป็นพิเศษซึ่งผู้เฒ่าหวูโถวคัดสรรมากับมือ มันแทบจะใช้เป็นรถศึกได้ และม้าที่ใช้ลากก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
เมื่อคนขับรถม้าแจ้งว่ารถคันหน้าหายไปแล้ว สวีหยวนเซียงก็ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ สำหรับนาง สตรีไม่ควรออกไปนอกบ้านหากไม่จำเป็น แต่เหยียนซีกลับเดินทางไปทั่ว ทั้งยังรวมตัวกับพวกผู้ชายเสียด้วยซ้ำ ช่างดูกร้านโลกเกินไปแล้ว! สำหรับนาง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้ออกมาข้างนอกด้วยตนเอง หากพลาดครั้งนี้ไป คงยากที่จะได้ออกมาอีก การที่เคยได้พบกับเด็กสาวก่อนหน้านี้ …ช่างเป็นความบังเอิญที่ไม่คาดคิดจริง ๆ
สวีหยวนเซียงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่คนบริเวณนั้นบอกว่าเหยียนซีจะกลับเข้าเมืองอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงรออยู่ที่ถนนหลัก