ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 236 ตามหาคู่แห่งโชคชะตาที่วัดเฒ่าจันทรา
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 236 ตามหาคู่แห่งโชคชะตาที่วัดเฒ่าจันทรา
บทที่ 236 ตามหาคู่แห่งโชคชะตาที่วัดเฒ่าจันทรา
วัดเฒ่าจันทราในเมืองหลวงเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างแท้จริง
ก่อนที่หลิวเหิงและหวังชีจะไปถึงประตูวัด ทั้งคู่ก็ได้กลิ่นธูปฟุ้งเข้ามาอย่างรุนแรง กลุ่มควันลอยขึ้นมาจากหลังประตูแสดงให้เห็นว่ามีผู้เข้ามาสักการะมากมาย
ที่หน้าประตูวัดมีผู้คนมากมาย ทั้งมารดาที่พาบุตรสาวมา กลุ่มหญิงสาวหลายคนที่มาด้วยกัน และยังมีสตรีชั้นสูงที่มีบ่าวไพร่ติดตามมาด้วย ทั้งสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยเกวียนเทียมวัว รถม้า เกี้ยว เรียงกันแทบจะไม่มีทางสัญจร ชาวบ้านทั่วไปก็จูงมือบุตรสาวเดินเข้าไปภายใน และยังพบว่ามีคนที่เดินทางมาจากแดนไกลพร้อมสัมภาระมากมายอีกด้วย
ข้างทางมีแผงขายของริมถนนและของกินหลายชนิดขายอยู่ สิ่งของที่มีมากที่สุดคือร้านทำนายดวงชะตาและเสี่ยงเซียมซี อีกทั้งยังมีคนมาหารายได้สองสามอีแปะ จากการรับต่อแถวฟังคำทำนายให้สำหรับคนที่ไม่ต้องการรอนาน
ตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิแล้ว เมื่ออยู่ที่บ้านอาจจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเท่าไรนัก แต่เมื่อมาที่วัด พวกเขาก็พบว่ารอบ ๆ ช่างมีสีสันและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
มีชายหนุ่มอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่คนจริง ๆ และพวกเขาล้วนมาพร้อมคนรักของตน
ทันทีที่หลิวเหิงและหวังชีเดินเข้าไปในวัดจึงดึงดูดความสนใจจากผู้คนเป็นอย่างมาก
หวังชีมีอาการลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นหลิวเหิงกำลังเดินไปที่วัดอย่างไม่สนใจสายตาใครจึงรีบตามไป
เมื่อทั้งสองมาถึงเรือนหลักในวัด พวกเขาก็พบว่าที่นี่มีรูปเคารพของชายชราเครายาวที่มีใบหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตาตั้งอยู่ เห็นชัดว่านี่คือเฒ่าจันทรา เซียนผู้มีหน้าที่ผูกด้ายแดง ทำให้ผู้คนได้พบคู่ครองแห่งโชคชะตา
หลิวเหิงคุกเข่าลง คำนับสามครั้งด้วยความเคารพ และสวดภาวนาด้วยเสียงเบาอยู่ครู่หนึ่ง
หวังชีลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคุกเข่าสักการะเฒ่าจันทรา เมื่อเขาลุกขึ้น หลิวเหิงก็เดินไปทางไต้ซือที่อยู่บริเวณทางเข้าแล้ว “ไต้ซือ หากข้าต้องการด้ายแดงมงคล ข้าจะไปขอรับได้จากไหนขอรับ”
เขาเป็นบัณฑิตใบหน้าหล่อเหลาท่าทางอ่อนโยน หญิงสาวหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นจึงมองเขาด้วยความสนใจ
เมื่อได้ยินว่าเขามาถามหาด้ายแดงมงคลจากไต้ซือ สตรีสองสามนางที่สวมผ้าคลุมหน้าก็ลอบมองและกระซิบกระซาบ
หลิวเหิงโบกมือเรียกหวังชีให้เข้าไปหา “ท่านพี่ อาจารย์ท่านนี้บอกว่าสามารถรับด้ายแดงมงคลได้ที่โถงด้านหลัง เราไปที่นั่นกันเถิด”
ปรากฏว่าเขามากับใครบางคนเพื่อขอรับด้ายแดงมงคล หญิงสาวมองไปทางหวังชีและยิ่งซุบซิบกันมากกว่าครั้งแรก
หวังชีเผชิญกับสายตาสงสัยมากมายจากคนอื่น ๆ จนทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถก้าวเดินไปตามทางได้อย่างปกติ ระหว่างทางไปโถงด้านหลัง เขาถึงกับสะดุดจนเกือบจะล้มลง
แต่หลิวเหิงเดินไปตามทางอย่างใจเย็น มุ่งหน้าไปที่โถงด้านหลัง ก่อนจะพบว่ามีไต้ซืออยู่นั่นและมีด้ายแดงมงคลจำนวนมากแขวนอยู่ เขาจ่ายเงินสิบอีแปะสำหรับด้ายแดงหนึ่งเส้น ก่อนจะเก็บด้ายแดงอย่างระมัดระวังในกระเป๋าแขนเสื้อ
หวังชีตกตะลึง “เอ้อร์หลาง เจ้าก็ต้องการมาซื้อมันด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าเองก็กำลังหาของหมั้นให้ซีเอ๋อร์อยู่เช่นกัน ด้ายแดงมงคลนี้เหมาะสำหรับนางมาก”
…แล้วบอกว่าเห็นแก่ความเป็นพี่น้องมาเป็นเพื่อนเขา! ความจริงต้องการมาซื้อเองงั้นสินะ
“ท่านพี่ รีบหน่อยเราจะต้องกลับแล้ว”
คำพูดมากมายติดอยู่ในลำคอของหวังชี เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรีบเดินเข้าไปและเอาเงินใส่ลงไปในกล่องทำบุญ จากนั้นรับด้ายแดงมงคลมา
หลิวเหิงมองด้วยความพึงพอใจ ที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นควันธูป และยังมีผู้คนมากมาย ควรจะรีบกลับกันได้แล้ว
เขาหันกลับมาพูดคุยกับหวังชี ขณะกำลังเดินกลับ ก็มีสตรีสองสามคนที่เดินจากเรือนหลักไปทางโถงด้านหลัง แต่เขามองไปทางซ้าย ไม่ทันเห็นอีกฝ่าย ชายหนุ่มจึงชนเข้ากับใครบางคน
เด็กสาวร่างบางที่สวมผ้าคลุมไหล่อุทานเสียงเบา
“เจ้าคนนี้ เหตุใดจึงไม่ดูตาม้าตาเรือเอาเสียเลย!” สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ เลิกคิ้วขึ้นพลางเอ็ด “คุณหนู เจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ เจ้าอยากตายหรือ มาทำให้คุณหนูของข้าเจ็บตัว!”
หลิวเหิงพบว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดผ้าแพรชั้นดี มีเครื่องประดับผมจากอัญมณีเลอค่า มีสาวใช้ถึงแปดคนรายล้อม ท่าทางจะเป็นคุณหนูจากตระกูลร่ำรวย
แม้จะรู้สึกว่าคำพูดของสาวใช้ทำให้รู้สึกไม่สบอารมณ์ ทว่าก็ยังพอทนได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนมีอำนาจ เขาก็ไม่ต้องการที่จะสร้างปัญหา จึงได้เอ่ยขออภัยอย่างสุภาพ “ข้าต้องขออภัยด้วยขอรับ ไม่ทันได้ระวังอยู่ครู่หนึ่งจึงชนกับคุณหนูเข้า”
เด็กสาวตัวเล็กดูไม่พอใจเล็กน้อยระหว่างลุกขึ้น เมื่อนางได้ยินเสียงขออภัยจากหลิวเหิงก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเขาคือชายหนุ่มที่ดูสุภาพอ่อนโยนและใบหน้าหล่อเหลา จึงได้ตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”
หลิวเหิงถอนหายใจอย่างโล่งอก และกำลังจะผละจากไป แต่เมื่อมองไปที่พื้นก็เห็นด้ายแดงตกอยู่ แรงกระแทกจากการชนเมื่อครู่ทำให้ด้ายแดงที่ตั้งใจนำไปเป็นของหมั้นหลุดจากกระเป๋าแขนเสื้อของเขา เด็กสาวกำลังก้าวเท้าไปใกล้ด้ายแดงที่พื้น เขาจึงรีบเอ่ยขึ้นมาว่า “ระวัง!” ด้วยกลัวว่าด้ายจะถูกเหยียบ เขารีบก้าวไปเก็บด้ายแดงมงคลขึ้นมา ก่อนจะมีสีหน้าโล่งใจที่เห็นว่าไม่มีรอยถูกเหยียบ ชายหนุ่มตบฝุ่นออกอย่างระมัดระวัง ตอนนี้เขาไม่กล้าใส่มันลงในกระเป๋าแขนเสื้ออีกต่อไป ทว่าเก็บเอาใส่กระเป๋าเงินแทน
ตอนนี้หวังชีถูกฝูงชนเบียดออกไปตามทาง เมื่อเห็นว่าหลิวเหิงหยุดอยู่ตรงนี้จึงรีบกลับมาถาม “เอ้อร์หลาง เกิดอะไรขึ้น”
เด็กสาวและสาวใช้ของนางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อเห็นท่าทางหยาบกระด้างของเขา
“ข้าบังเอิญชนคนเข้า” หลิวเหิงกล่าว จากนั้นก็ลาเด็กสาวแล้วดึงตัวหวังชีออกไปด้วยกัน
“ชายร่างใหญ่สองคนมาที่วัดเฒ่าจันทราด้วยกัน ฮ่า ฮ่า แปลกดีเหมือนกัน” สาวใช้คิดว่าทั้งสองดูน่าขันจึงพึมพำออกมา
ในขณะที่เด็กสาวมองตามแผ่นหลังของหลิวเหิง “มาที่นี่เพื่อขอด้ายแดงมงคล จะมาที่นี่เพื่อขอคู่ครองด้วยหรือไม่”
“ดูจากท่าทางซื่อ ๆ ไม่ประสีประสาของเขาแล้ว ท่าทางจะเป็นบัณฑิตคงแก่เรียนนะเจ้าคะ ไม่น่าแปลกใจที่จะมาที่นี่เพื่อขอคู่ครอง” สาวใช้นึกถึงท่าทางซื่อตรงของหลิวเหิงก็รู้สึกเช่นเดียวกับคุณหนู “เมื่อครู่ข้าน้อยมองดูเขาแล้ว ท่าทางเขาดูเกรงกลัว เอาแต่มองเท้าไม่กล้ามองไปรอบ ๆ ด้วยซ้ำเจ้าค่ะ”
“ดูซื่อไปหน่อย …แต่ก็เป็นบุรุษที่ดี” เด็กสาวแสดงความเห็น
“ดูจากชุดที่เขาสวมแล้วน่าจะเป็นจู่เหรินที่เข้าสอบในปีนี้นะเจ้าคะ ฮูหยินกล่าวว่าต้องการให้คุณหนูได้พบกับบุรุษที่เหมาะสมจะมาเป็นคู่ครอง หากเป็นจิ้นซื่อเช่นนี้ไม่เรียกว่าเหมาะสมอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ว่ากันว่าวัดเฒ่าจันทรานั้นศักดิ์สิทธิ์มากเรื่องคู่ครอง ..บางทีอาจจะเป็นโชคชะตาของคุณหนูที่จะได้พบคู่แท้ก็เป็นได้นะเจ้าคะ”
“อย่าพูดเรื่องไร้สาระ!” เด็กสาวตำหนิ ก่อนจะมองตามหลังของหลิวเหิงอย่างครุ่นคิด นางไม่รู้ว่าชายผู้นี้จะเป็นจิ้นซื่อจริงหรือไม่ เขาจะสอบผ่านหรือเปล่า แต่เหตุใดเขาจึงมาที่นี่เพื่อขอด้ายแดงมงคลได้
“คุณหนู รีบไปกันเถอะเจ้าค่ะ ฮูหยินรอท่านอยู่”
หลิวเหิงไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกนาง และกลับบ้านไปอย่างมีความสุขพร้อมกับด้ายแดงมงคลในอ้อมแขน
ระหว่างทางหวังชีรู้สึกราวกับว่าตนเองถูกหลอก เห็นชัดว่าที่หลิวเหิงมากับเขาไม่ใช่เพราะมาเป็นเพื่อน …ความจริงอีกฝ่ายต้องการจะมาอยู่แล้ว อีกทั้งในวัดเฒ่าจันทราเขายังต้องเป็นที่กำบังให้ระหว่างที่ผู้คนจำนวนมากพากันมองมาทางนี้
ยิ่งคิดทบทวนดี ๆ ก็ยิ่งรู้สึกขุ่นเคืองมากขึ้นเท่านั้น พวกเขากำลังจะเข้าซอยเม่าจือ แต่หลิวเหิงเห็นว่าหวังชียังคงบ่นอยู่ จึงยิ้มและเอ่ยขึ้น “ทั้งหมดเป็นความผิดข้าเองที่เห็นแก่ตัว ลำบากเจ้าแล้วที่ต้องไปกับข้า โปรดอย่าขุ่นเคืองเรื่องนี้อีกเลย”
เขาเอ่ยขออภัยอย่างจริงจัง ดังนั้นหวังชีจึงละอายเกินกว่าจะบ่นอะไรออกมาอีก “ไม่เป็นไร ข้าแค่เป็นห่วงเจ้าเท่านั้น”
“เช่นนั้นท่านพี่ต้องช่วยข้าเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าบอกซีเอ๋อร์ว่าเราไปที่วัดเฒ่าจันทราเพื่อขอด้ายแดงมงคล”
“เอาละ ไม่ต้องกังวล ข้าจะทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดีหรือไม่”