ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 233 จดหมายของอันอ๋อง
บทที่ 233 จดหมายของอันอ๋อง
เมื่อหลิวเหิงเข้านอนไปแล้ว เหล่าผู้คุมการสอบจึงเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย
ตอนนี้ใกล้จะค่ำแล้ว รองผู้คุมการสอบเกาซื่อซงทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาชื่นชมทุกคนที่ทำงานอย่างหนักและขอแยกไปพักผ่อน
ใต้เท้าสวีไม่ต้องการนั่งอยู่ตรงนั้นอีกต่อไปจึงบอกให้ทุกคนไปพักผ่อน “การสอบครั้งนี้ใช้เวลาหลายวัน พวกเจ้าไปพักผ่อนกันเถอะ หลังจากนี้เมื่อเข้าสู่ช่วงที่ต้องตรวจข้อสอบ ก็จะยิ่งต้องทำงานหนักกันมากยิ่งขึ้น”
ผู้คุมสอบเหล่านี้มีข้อสอบต้องตรวจอีกหลายร้อยหลายพันข้อ ดังนั้นจึงมีภาระงานที่รออยู่มากมายมหาศาล
เฉินเก๋อเหล่าเป็นผู้ที่เดินนำทุกคนออกไป ตามมาด้วยผู้พิพากษาศาลยุติธรรมและคนอื่น ๆ
ใต้เท้าสวียืนอยู่ในห้องโถงที่เงียบสนิท มองออกไปด้านนอกในค่ำคืนที่มืดมิด หัวใจของเขาถูกกดทับด้วยความหนักอึ้ง แต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก
เมื่อเจ้ากรมยุติธรรมถูกสังหาร คนจากจวนตระกูลสวีก็ยืนกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามีใครบางคนจงใจเอาอาวุธมายัดใส่มือของเขา ทว่ามันก็เป็นเพียงคำให้การที่ไร้น้ำหนักและไม่มีพยานรู้เห็น
แต่เรื่องที่สวีเฉิงกานใช้ความรุนแรงและสั่งให้คนในจวนออกไปทำร้ายคนบนถนนนั้นกลับมีคนมากมายเป็นพยาน
สิ่งสำคัญที่สุดและควบคุมได้ยากคือ การตายของใต้เท้าเฮ่อทำให้คนมากมายหันมาจับจ้องตระกูลสวี
คำให้การของสวีเฉิงกานที่ท้องพระโรงไม่เป็นความจริงอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนลอบคาดเดากันอยู่แล้วว่าใต้เท้าเฮ่อต้องมาที่จวนตระกูลสวีเพื่อพูดคุยเรื่องคดีความต่าง ๆ
เนื่องจากเหตุการณ์นี้ ทำให้จูถงและคนอื่น ๆ ซึ่งเดิมถูกควบคุมตัวและรอการพิพากษา ถูกพาตัวไปรอการลงโทษที่ศาลยุติธรรม คดีโกงการสอบคราวนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่คุมการสอบเท่านั้นที่ถูกจับกุม แต่ยังมีผู้ตรวจสอบคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย และผู้ต้องสงสัยทั้งหมดก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการไต่สวน
เขาได้ฝากเรื่องนี้ให้คนของตนจัดการทั้งหมดแล้ว ตอนนี้บิดาของชุ่นจวิ้นอ๋องไม่พอใจเป็นอย่างมาก อีกฝ่ายต้องการจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ให้เร็วที่สุด เพราะเกรงว่าหากไม่สามารถรักษาอำนาจภายในกรมยุติธรรมได้ ไม่เพียงเส้นสายในที่ประชุมขุนนางที่จะลดน้อยลงเท่านั้น แม้แต่อำนาจในการจัดการทำสิ่งต่าง ๆ ก็จะล้มหายไปด้วยเช่นกัน
แม้การสอบหน้าพระที่นั่งจะมีความยุติธรรมมากเพียงใด แต่ก็ย่อมมีกลอุบายบางอย่างซ่อนอยู่อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง และมันก็ช่วยส่งให้บัณฑิตบางคนก้าวไปถึงจุดที่ยิ่งใหญ่ได้ เขาทำเช่นนั้นได้และฝ่ายตรงข้ามก็ทำได้เช่นกัน
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ หากบัณฑิตบางส่วนก่อนหน้านี้ถูกตัดออกไป ความสูญเสียจะต้องเพิ่มขึ้นอีก เพื่อการดุลอำนาจ ฝ่าบาทไม่มีทางที่จะปล่อยให้สถานการณ์นี้มีฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทว่าตอนนี้ฝ่าบาททรงรับสั่งให้เขามาดูแลการสอบของหลิวเหิงและก็มีคำถามการสอบเช่นนี้อีก เกรงว่าฝ่าบาทจะทรงพยายามเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในกลุ่มขุนนาง
ใต้เท้าสวีเดินออกไปอย่างช้า ๆ ด้วยความกังวล ผู้คุมการสอบมีห้องพักแยกในเรือนหมิงหยวน เขาเดินช้า ๆ โดยมีราชองครักษ์สองนายเดินตามหลังมา เมื่อไปถึงประตู เขาก็ยื่นมือออกมาผลักประตูให้เปิดออก ทว่าราชองครักษ์เหล่านั้นก็ยังเดินตามเข้ามาด้วย
“เจ้าเป็นใคร!” ใต้เท้าสวีอดไม่ได้ที่จะตะคอกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าและเห็นทหารตามหลังมา
“หัวหน้าผู้คุมการสอบ นายท่านข้าน้อยชื่นชมในความสามารถของท่านเป็นอย่างมาก และสั่งให้ข้าน้อยมามอบจดหมายนี่ให้ท่าน” ท่าทีของราชองครักษ์ยังคงสงบนิ่ง เขาเอาจดหมายออกมาให้อย่างใจเย็น
“นายท่านของเจ้า …ใครกัน”
“ท่านจะทราบหลังอ่านจดหมายนี่แล้วขอรับ”
ใต้เท้าสวีรับเอาจดหมายมาถือ และอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจหลังเปิดออกอ่านแล้ว “เจ้า! …กล้าดียังไง มีคนจากวังหลวงอยู่ที่นี่อีกหรือไม่”
“ใต้เท้า นายท่านของข้าน้อยมีความสามารถในการปกครองบ้านเมือง แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักในหมู่ขุนนาง ชุ่นจวิ้นอ๋องเป็นเพียงเด็กน้อยยังไม่หย่านม นายท่านของข้าน้อยก็ให้ความช่วยเหลือเขา แผนการใหญ่หลังจากนี้ที่จะเกิดขึ้น หากใต้เท้าเต็มใจ ข้าน้อยก็อยากจะพึ่งพาท่านทั้งเรื่องฝ่ายพลเรือนและการปกครองในอนาคต”
“อันอ๋องยังอยู่ที่ศาลหลวง …ต้องการแทรกแซงการปกครองงั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไร” ใต้เท้าสวีถามอย่างไม่แน่ใจ
“นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใต้เท้าต้องกังวล โปรดทำลายจดหมายนี้ทันทีหลังจากที่อ่านเสร็จ ใต้เท้าไม่จำเป็นต้องรีบให้คำตอบในตอนนี้ ข้าน้อยจะกลับมาอีกครั้งหลังการสอบฮุ่ยซื่อ” ราชองครักษ์คนนั้นทำความเคารพ “ใต้เท้า ข้าน้อยไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านแล้ว ขอตัวก่อนขอรับ”
การที่อันอ๋องให้คนมาส่งจดหมายในตอนนี้ เป็นไปได้มากว่าจะมั่นใจถึงเก้าส่วนว่าเขาจะไม่ปฏิเสธ ผู้ที่ปรารถนาในอำนาจอย่างแรงกล้าและดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดีอย่างไม่สั่นคลอนมาเป็นเวลานานหลายปี ไม่น่าจะยอมถอยในช่วงเวลาเช่นนี้
ในตอนนี้ อาจกล่าวได้ว่าอันอ๋องเป็นคนที่รู้จักฝ่าบาทดีที่สุด จักรพรรดิต้องการที่จะจารึกพระนามไว้ในประวัติศาสตร์ พระองค์หวงแหนภาพลักษณ์และชื่อเสียงของตนเองมาก และต้องการให้ใต้เท้าสวีวางมือไปเองอย่างเงียบ ๆ แต่คนอย่างสวีถิงจือจะยินยอมให้เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หรือ ตราบใดที่เขายังปฏิเสธจะยอมรับชะตากรรมเช่นนั้น อันอ๋องก็คิดว่าตนเองยังมีโอกาส
ใต้เท้าสวีเฝ้าดูราชองครักษ์คนนั้นออกไป แล้วนั่งมองจดหมายที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นจดหมายจากอันอ๋องที่ถูกจำคุกอยู่ในศาลหลวง
เขาเป็นขุนนางที่ถวายการรับใช้จักรพรรดิเทียนฉี ตามหลักการแล้วควรจะภักดีต่อฝ่าบาท และเมื่อได้รับจดหมายเช่นนี้ควรจะรีบแจ้งเรื่องนี้ให้พระองค์ทราบ ทว่าตอนนี้ฝ่าบาทกำลังทรงเพ่งเล็งและกดดันเขา… หากดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ เฉิงจวิ้นอ๋องก็น่าจะเป็นผู้สืบราชบัลลังก์อย่างแน่นอนแล้ว ความภักดีของเขาจะมีประโยชน์อะไร ต่อให้ฝ่าบาททรงยอมปล่อยเขาไป แล้วเฉิงจวิ้นอ๋องเล่า จะยอมปรานีเขาต่อไปหรือไม่
เขาสนับสนุนชุ่นจวิ้นอ๋องให้เป็นผู้สืบราชบัลลังก์ เพราะต้องการจะสร้างความมั่นคงทางอำนาจให้ตระกูลสวีรุ่งเรืองต่อไปอีกเป็นร้อยปี
ตอนนี้ดูเหมือนว่าชุ่นจวิ้นอ๋องจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเช่นนั้นได้ และหากเขายังคงยึดมั่นจะลงเรือที่ผุพังลำนี้ต่อไป ผลที่ได้ก็จะมีแต่ความสูญเสีย ก่อนหน้านี้อันอ๋องก็มีโอกาสและความปรารถนาที่จะขึ้นครองบัลลังก์ ทว่าเขาไม่ได้แข่งขันกับจักรพรรดิเทียนฉี อีกฝ่ายเดินทางไปยังเฉิงโจวเพื่อปกครองพื้นที่ที่นั่น
เขานำกองทหารไปต่อสู้กับข้าศึกทางเหนือในเฉิงโจว และได้รับชัยชนะอย่างงดงามเมื่อสิบกว่าปีก่อน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายในดินแดนใต้การปกครองของเขา กองทัพมีความเข้มแข็งเป็นอย่างมาก ด้วยข้ออ้างว่าเป็นไปเพื่อรับมือกับข้าศึกต่างแดน
หากไม่ใช่เพราะฝ่าบาททรงส่งคนขึ้นเหนือเพื่อไปแสดงความยินดี และพระราชทานรางวัลที่สามารถปกครองชายแดนได้ อีกทั้งโจมตีในงานเลี้ยงในวันนั้นอย่างกะทันหัน ก็คงไม่ง่ายเลยที่จะจับตัวเขากลับมาที่เมืองหลวง
อันอ๋องถูกจับกุมและหลังจากการพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ครึ่งหนึ่งทางเหนือจำต้องลดจำนวนลง แต่เนื่องจากพระปณิธานของจักรพรรดิเทียนฉีที่ต้องการจารึกพระนามอย่างสง่างามเอาไว้ในประวัติศาสตร์ จึงไม่สามารถตัดสินประหารอันอ๋องหรือเข่นฆ่าใครอย่างบุ่มบ่ามได้ เพราะจะทำให้เกิดคำครหาในหมู่ชาวบ้าน ดังนั้นอันอ๋องจึงถูกจับกุมตัวกลับมายังเมืองหลวง และขังไว้ที่คุกของศาลหลวงแทน
อำนาจบารมีของชุ่นจวิ้นอ๋องไม่มีทางเทียบกับอันอ๋องได้ เห็นได้ชัดจากการที่ราชองครักษ์เป็นผู้ส่งจดหมายครั้งนี้มา
ใต้เท้าสวีลุกขึ้นกลางดึก อยู่อย่างนั้นจนฟ้าสาง จากนั้นก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผาจดหมายจนเป็นเถ้าถ่านด้วยเทียน
คนเราย่อมต้องหาทางหนีทีไล่ให้ตนเองเสมอ ทั้งยังต้องรอดูลู่ทางอยู่อีกเสียหน่อย
อย่างไรก็อาจจะมีทางออกที่ดีกว่าการทำเช่นนี้อยู่ หลังจากตื่นนอนในตอนเช้า เขาก็ไร้ความร้อนใจเช่นเมื่อคืนอีกต่อไป เมื่อเห็นหลิวเหิงนั่งอยู่ในห้องโถงเพื่อทำข้อสอบ ใต้เท้าสวีก็สนทนากับเฉินเก๋อเหล่าและคนอื่น ๆ เล็กน้อย
หลิวเหิงหลุดจากบรรยากาศรอบข้างไปอย่างสิ้นเชิง เขาก้มหน้าเขียนร่างคำตอบ คราวนี้ประตูก้งเยวี่ยนจะไม่เปิดจนกว่าการสอบทั้งสามจะเสร็จสิ้น ดังนั้นเขาไม่เพียงแต่จะต้องเขียนคำตอบข้อแรกเท่านั้น แต่ยังต้องตอบข้อสองและข้อสามอีกด้วย
การสอบที่มีความตึงเครียดสูงเช่นนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งต่อผู้เข้าสอบ
หลิวเหิงรู้ดีว่าร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดีนัก จึงมีความคิดจะทำข้อสอบให้รวดเร็วที่สุด ดังนั้นจึงเลือกที่จะนั่งตัวตรงเพื่อทำข้อสอบทั้งหมดตลอดทั้งวัน และหยุดมือเฉพาะเมื่อราชองครักษ์เอาอาหารมาส่งให้เท่านั้น
นอกจากนั้น จักรพรรดิเทียนฉีก็ยังมีเมตตาพระราชทานน้ำแกงโสมบำรุงกำลังให้อีกด้วย แม้แต่ผู้ควบคุมการสอบคนใดยังไม่ได้รับการดูแลเช่นนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงลอบคิดในใจขึ้นมาว่าเด็กคนนี้ช่างโชคดีเสียจริง ที่ฝ่าบาททรงเมตตาเขาเช่นนี้
ในวันที่หก ในที่สุดเขาก็ร่างข้อสอบเสร็จสิ้นและเริ่มลงมือเขียนคำตอบ
หลังจากเขียนคัดลอกคำตอบที่ร่างเอาไว้มาทั้งวัน เขาก็ยืนขึ้นและแจ้งแก่ผู้คุมการสอบหลายคนในห้อง “ข้าเขียนคำตอบทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วขอรับ”
กระดาษคำตอบทั้งหมดถูกม้วนส่งถึงมือผู้คุมการสอบหลังจากเอ่ยจบ จากนั้นราชองครักษ์ก็เข้ามาเพื่อนำข้อสอบนั้นเข้าไปในห้องข้าง ๆ มีเจ้าหน้าที่อยู่ และเริ่มคัดลอกคำตอบของหลิวเหิง เมื่อคัดลอกเสร็จทั้งหมดราชองครักษ์ก็รวบรวมคำตอบเพื่อนำไปส่งที่วังหลวงโดยเร็วที่สุด
ข้อสอบต้นฉบับที่เขียนโดยผู้เข้าสอบอย่างหลิวเหิงนั้นจะถูกเก็บเอาไว้ในหีบ หลังจากตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องตรงกับงานเขียนของตนเอง หีบจะถูกปิดใส่กุญแจต่อหน้าผู้เข้าสอบ มีขันทีรวบรวมกุญแจและกลับไปที่วังหลวง กล่องใส่ข้อสอบจะได้รับการดูแลโดยราชองครักษ์ เจ้าหน้าที่จากศาลยุติธรรมและกรมยุติธรรมจะนำมันไปส่งที่ห้องทรงอักษรของจักรพรรดิ
เรียกได้ว่าการสอบครั้งนี้ได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน และจะไม่มีทางยอมให้เกิดข้อผิดพลาดหรือมีปัญหาข้อสอบรั่วไหลออกไปได้อีก
ดังนั้นสำหรับผู้เข้าสอบทุกคน ตราบใดที่มีผู้เข้าสอบแม้แต่คนเดียวยังไม่ได้ส่งคำตอบก่อนหมดเวลา ประตูก้งเยวี่ยนก็จะไม่เปิด พวกเขาต้องรอทุกคนสอบให้เสร็จสิ้นพร้อมกัน
หลังจากที่หลิวเหิงส่งคำตอบของตนเองไปแล้ว เขาก็กลับไปที่ห้องพักเพื่อพักผ่อนและนอนหลับรอประตูก้งเยวี่ยนเปิด