บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 229 อย่าทอดทิ้งผู้มีพระคุณ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 229 อย่าทอดทิ้งผู้มีพระคุณ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 229 อย่าทอดทิ้งผู้มีพระคุณ

เมื่อเว่ยเฉิงกลับมาที่วังของตน หลินจูหว่างหัวหน้าผู้ช่วยก็รอต้อนรับเขาอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ทันทีที่พบท่านอ๋องหลินจูหว่างก็เอ่ยทักทายเว่ยเฉิงพร้อมแสดงความยินดี “ขอแสดงความยินดีกับเฉิงจวิ้นอ๋องด้วยพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้เฮ่อจื้อเฉิงไม่อยู่แล้ว และสวีถิงจือก็ถูกสั่นคลอนอำนาจอีกด้วย”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เจ้ากรมยุติธรรมเป็นมือเป็นเท้าให้สวีถิงจือในการจัดการคดีจำนวนมากที่ถูกส่งไปยังกรมยุติธรรม

มีกรมยุติธรรมช่วยจัดการคดี และก็ยังมีเน่ย์เก๋อคอยช่วยอีกหนึ่งชั้น ความผิดใหญ่ ๆ ที่มีตระกูลสวีเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็แทบจะไม่มีทางผ่านเข้าไปถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าบาท จักรพรรดิมีราชกิจมากมายต้องสะสางและมักจะทรงงานหนักเพื่อบ้านเมืองอยู่เสมอ ตั้งแต่พระองค์ครองบัลลังก์มังกร ใต้เท้าสวีก็ได้รับความไว้วางใจให้ช่วยถวายงานรับใช้มาตลอด เขาอาศัยหน้าที่การงานใหญ่โตเช่นนี้สร้างความมั่นคงให้ตระกูลตนเองเรื่อยมา

แต่เมื่อปีที่แล้วตระกูลสวีเริ่มมีปัญหาเรื่องคดีขโมยสูตรลับ และตอนนี้ก็เข้าไปเกี่ยวกับคดีลอบสังหารเจ้ากรมยุติธรรม เรื่องทั้งสองล้วนเกี่ยวข้องกับหลิวเหิง ไม่รู้ว่าจะเรียกเป็นเรื่องบังเอิญได้หรือไม่

ใต้เท้าสวีสนับสนุนซุ่นจวิ้นอ๋อง แต่น่าเสียดายที่ซุ่นจวิ้นอ๋องค่อย ๆ เสื่อมอำนาจลง และนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเว่ยเฉิง

“อาจารย์หลินพูดเช่นนี้ก็ไม่ค่อยถูกต้องนัก ไม่มีใครคิดว่าเฮ่อจื้อเฉิงจะตายไปเช่นนี้ ข้าเองก็ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร…” เขาคิดอย่างรอบคอบ และตอนนี้ก็รู้สึกว่ายังไม่สามารถตัดสินได้อย่างชัดเจนว่า เหยียนซีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด ใช่ว่าเหยียนเฟิงและเหยียนหลิ่วไม่สามารถลงมือได้ แต่เขาก็คิดว่าสำหรับเด็กสาวแล้ว การลงมือสังหารขุนนางเป็นเรื่องมีความเสี่ยงสูงเกินไป

“ท่านอ๋อง โปรดยกโทษให้ข้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ เรื่องทั้งหมดนี้ข้าเป็นคนจัดการอย่างนอกเหนือคำสั่งเอง” หลินจูหว่างสารภาพอีก “เป็นข้าเองที่ออกไปเจอเรื่องราววุ่นวายหน้าจวนตระกูลสวี”

เมื่อเว่ยเฉิงรู้ว่าเป็นฝีมือของหลินจูหว่างสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา

หลินจูหว่างคิดว่าเว่ยเฉิงโกรธ เพราะตนเองทำสิ่งต่าง ๆ โดยพลการ ดังนั้นจึงรีบอธิบายต่อทันที “ข้ารู้สึกว่านั่นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และคงน่าเสียดายหากพลาดโอกาสนี้ไป อีกทั้ง… เหยียนซีแห่งตระกูลหลิวก็กำลังทำให้สถานการณ์วุ่นวาย…”

หลินจูหว่างต้องการจะอธิบายให้เว่ยเฉิงเข้าใจว่านั่นเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดำเนินการเช่นนั้น แต่ยิ่งพูดมากขึ้นเท่าไร สีหน้าของอีกฝ่ายก็ยิ่งแสดงความเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเขาจึงต้องหยุดพูดอย่างช่วยไม่ได้

เว่ยเฉิงเอ่ยกับหลินจูหว่างพลางเหลือบตามอง “อาจารย์หลินรู้หรือไม่ว่าตระกูลหลิวมีบุญคุณกับข้ามาก”

“ข้าได้ยินจากองครักษ์โจวว่าตอนที่ท่านอ๋องตกอยู่ในอันตราย… ต้องขอบคุณคนตระกูลหลิวที่ช่วยชีวิตท่านอ๋องเอาไว้”

“อาจารย์หลิน ข้าเคยบอกท่านแล้วว่าทุกย่างก้าวของข้าเต็มไปด้วยอันตราย ข้าเข้าใจว่าท่านต้องคว้าทุกโอกาสเอาไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แต่ข้าก็เคยบอกแล้วว่าคนตระกูลหลิวเป็นคนดีที่มีพระคุณต่อข้ามาก อาจารย์หลิน ข้าคิดว่าท่านควรไตร่ตรองให้ดีมากกว่านี้ ไม่ว่าจะทำการอะไรหรือไม่ทำสิ่งใด หากการกระทำนั่นทำให้ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้าต้องตกอยู่ในอันตราย ต่อไปข้าจะยังมีหน้าไปพบพวกเขาได้อย่างไร”

เว่ยเฉิงเอ่ยอย่างช้า ๆ และเน้นทุกคำอย่างชัดเจน

เมื่อกล่าวจบ สีหน้าของหลินจูหว่างก็ซีดเผือด ก่อนจะเอ่ยอย่างละอายใจ “ท่านอ๋อง เป็นข้าที่ทำพลาดเองพ่ะย่ะค่ะ โปรดลงโทษข้าในความผิดครั้งนี้ด้วย”

เขายกชายเสื้อขึ้นแล้วคุกเข่าลงอย่างเคร่งขรึม

หลินจูหว่างได้รับการว่าจ้างจากพระชายาให้มาเป็นครูของเว่ยเฉิง หลายปีผ่านไป แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งอาจารย์ของท่านอ๋องอีกแล้ว แต่เว่ยเฉิงก็ยังเคารพเขาและยังปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพเช่นอาจารย์กับศิษย์

ดังนั้นเมื่อพบกัน หลินจูหว่างมักจะโค้งคำนับเพื่อทำความเคารพเว่ยเฉิงเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาคุกเข่าลงเช่นนี้

เขาไม่เคยสนใจผู้มีพระคุณของเฉิงจวิ้นอ๋องผู้นั้น เพียงแค่รู้สึกว่าเมื่อโอกาสดี ๆ มาถึงก็ต้องรีบลงมือ แต่คำพูดของท่านอ๋องในคราวนี้หนักแน่นจนเขาไม่อาจโต้แย้งได้

และเมื่อคิดอย่างรอบคอบ หากเฉิงจวิ้นอ๋องทำให้ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตต้องตกอยู่ในอันตรายด้วยตนเองเช่นนี้ ต่อไปพวกเขาในฐานะผู้ช่วยจะทำอะไรได้อีก

เขาอุทิศตนสนับสนุนเว่ยเฉิง และต้องการที่จะเป็นขุนนางที่น่าเคารพนับถือ หากติดตามผู้นำที่พร้อมเผาสะพานหลังข้ามไปแล้วเช่นนั้น จะยังมีสิ่งใดให้หลังจากการรับใช้อีกฝ่ายได้อีก

เขาเป็นคนที่มีความสามารถในการตัดสินใจและจัดการเรื่องต่าง ๆ ตอนนี้หากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป ผู้คนจะรู้ว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับเฉิงจวิ้นอ๋อง สิ่งนี้จะไม่ทำท่านอ๋องกลายเป็นที่น่าเกรงกลัวหรอกหรือ?

ตราบใดที่เฉิงจวิ้นอ๋องไม่เคยลืมเลือนความเมตตาจากผู้คน และยึดถือความชอบธรรมในการตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ การติดตามเจ้านายเช่นนี้มีแต่จะทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคงในจิตใจ ขุนนางตระกูลเฉินต่างมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนท่านอ๋อง และแม้แต่จักรพรรดิก็ทรงโปรดปรานเขาเพราะความชอบธรรมนี่เช่นกัน

ยิ่งหลินจูหว่างคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกละอายใจมากขึ้นเท่านั้น ความเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำยิ่งเพิ่มมากขึ้น เขาคำนับจนต่ำที่สุด และเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ข้าตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และเกือบจะทำให้ท่านอ๋องมีมลทิน โปรดประทานโทษตายแก่ข้าด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

ในคราวนี้เว่ยเฉิงเพียงต้องการติเตียนเขา แต่ไม่ต้องการทำให้หลินจูหว่างถึงตาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายยอมรับในความผิดพลาดของตนเองด้วยใจจริง เขาก็รีบเอื้อมมือไปช่วยพยุงขึ้นมา “เหตุใดถึงร้องขอการลงโทษถึงชีวิตเช่นนี้ เราอยู่ด้วยกันมาหลายปี ไม่เคยมีเรื่องปิดบังกัน ข้าเข้าใจถึงเจตนาของท่านเป็นอย่างดี ว่าล้วนทำไปเพราะหวังดีกับข้า”

“ข้าละอายใจกับเรื่องนี้มากพ่ะย่ะค่ะ” หลินจูหว่างยังคงเต็มไปด้วยความละอายใจ

โจวหงยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู เมื่อฟังเสียงของคนทั้งสองด้านในแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างลับ ๆ นายท่านของเขาก็เป็นคนแปลกเช่นกัน หากให้ความสำคัญกับแม่นางเหยียนถึงขั้นขัดแย้งกับอาจารย์หลิน เหตุใดอีกฝ่ายจึงไม่เคยแสดงออกให้นางรับรู้เลย ทำไมจึงเอาแต่ทำสิ่งเหล่านี้อยู่ลับหลัง

เหยียนซีไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่วังจวิ้นอ๋องเลยแม้แต่น้อย เด็กหญิงรีบกลับไปที่บ้าน เปิดประตูรั้วเข้าไปด้านใน และพบว่าทุกคนรออยู่ที่นั่น “ทุกคน กลับมากันหมดแล้วหรือ”

“ขอรับคุณหนู ทุกคนอยู่ที่นี่หมดแล้ว” เฉวียจือพูดด้วยรอยยิ้มแล้วถามนาง “ท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ”

“ข้าพบเฉิงจวิ้นอ๋องระหว่างทางกลับ เขาบอกข้าว่าจะไปรับพี่เอ้อร์หลางได้พรุ่งนี้เช้า”

“เยี่ยมเลยขอรับ!” เมื่อได้ยินดังนั้น หวังชีก็โบกมือไปมาอย่างมีความสุข “ในที่สุดเจ้าสุนัขรับใช้พวกนั้นก็ยอมปล่อยเขาแล้วอย่างนั้นหรือ!”

“ฝ่าบาทรับสั่งให้มีการสอบอีกครั้งในยี่สิบวันต่อจากนี้ พี่เอ้อร์หลางถูกทรมานในคุกไปแล้ว ข้าไม่แน่ใจว่าเขาบาดเจ็บสาหัสมากหรือไม่” เหยียนซีกังวลเล็กน้อย

หลังจากเข้าไปอยู่ในคุก คงจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกทรมานได้แน่ ทุกคนรู้เรื่องนั้นดีและเตรียมใจรอไว้แล้ว ทว่า… “ให้ตายเถอะ! เจ้าคนเลวสวีถิงจือ ข้าก็ยังทำอะไรเขาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี” เฉวียจือถอนหายใจ

“พี่ชี ท่านมีงานหนักต้องทำอีกครั้งแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อไม่สามารถดึงสวีถิงจือลงมาจากอำนาจได้ แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานเท่าเดิมอีกแล้ว เหยียนซีกล่าวถึงสิ่งที่พูดถึงในท้องพระโรงอีกครั้ง “หาคนที่น่าเชื่อถือได้สักสองสามคน แล้วเล่าเรื่องใต้เท้าสวีให้เขาฟังนะเจ้าคะ ให้พวกเขาช่วยปล่อยข่าวว่าใต้เท้าสวีต้องการทำการสอบอีกครั้งเพื่อเอื้อประโยชน์ให้คนในตระกูลสวีที่ฝูโจว ใครจะรู้ว่าที่เขาพยายามจัดการสอบอีกครั้งเช่นนี้ เป็นไปเพื่อคนในครอบครัวหรือเพื่อพวกพ้องตนเองหรือไม่ ใต้เท้าสวีอาจจะวางแผนที่จะสนับสนุนคนจากฝูโจวมากขึ้นก็เป็นได้ ข้าต้องการให้ท่านเผยแพร่ข่าวลือเช่นนี้ออกไป เพื่อให้ผู้คนรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างอาจเกิดขึ้นที่นั่น”

ใต้เท้าสวีต้องการเอาชนะใจบรรดาผู้เข้าสอบที่ผิดหวัง แต่เธอไม่อาจยอมให้เป็นเช่นนั้นได้

หากข่าวลือเช่นนี้ถูกปล่อยออกไป ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่การสอบของคนจากฝูโจว

หากมีผู้เข้าสอบจากฝูโจวผ่านการสอบมากเกินไป ใต้เท้าสวีจะต้องถูกมองว่าไม่โปร่งใสอย่างแน่นอน และหากคนจากฝูโจวผ่านน้อยลงก็ต้องถูกมองว่าเป็นเพราะใต้เท้าสวีพยายามจะรักษาชื่อเสียงของตนเองเอาไว้และขัดขวางพวกเขาด้วยตัวเอง

เหล่าบัณฑิตต่างเป็นนักคิด พวกเขาสามารถมองเห็นโอกาสและสิ่งต่าง ๆ จากเรื่องเล็กน้อยได้ นับประสาอะไรกับเรื่องใหญ่เช่นนี้ เรื่องนี้อาจทำให้เธอสั่นคลอนฐานะของใต้เท้าสวีในใจของบัณฑิตลงได้ และจะดีกว่ามากหากบัณฑิตจากฝูโจวเกลียดเขา อีกทั้งบัณฑิตคนอื่น ๆ ก็ต้องไม่พอใจในตัวเขาเช่นกัน สิ่งที่ตนอยากให้เกิดขึ้นก็คือ การทำลายชื่อเสียงของใต้เท้าสวีในหมู่จู่เหริน

ยิ่งไปกว่านั้นหากใต้เท้าสวีกลายเป็นคนที่มีบทบาทในการสอบครั้งต่อไป มีหรือจักรพรรดิจะทรงยอมได้

สิ่งที่จักรพรรดิไม่พอใจมากที่สุดคือการถูกบดบังบารมี ไม่ว่าจักรพรรดิเทียนฉีจะทรงพระปรีชาและมีความหลักแหลมเฉียบขาดเพียงใด แต่ก็ไม่มีทางยอมให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้

“เอาละ นี่ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ข้าจะไปหาคนมาช่วยปล่อยข่าวลือนี้เอง” หวังชียิ้มอวดฟันขาว “ข้ารับรองได้ว่าข่าวนี้จะต้องได้ยินไปทั่วทั้งเมือง!”

วันนี้เมื่อไปที่ร้านเนื้อตุ๋นอวี่เซิ่น ต่อให้ไม่ได้เป็นคนเริ่มเปิดบทสนทนา ก็ไม่วายมีผู้คนที่หาเรื่องเล่ามากมายมาแลกเปลี่ยนกันในทุก ๆ วัน

ตอนนี้ร้านเนื้อตุ๋นอวี่เซิ่นขายดีมาก มีลูกค้ามากมาย และเสี่ยวเอ้อร์ในร้านก็มาช่วยดูแลลูกค้าที่มาเป็นจำนวนมาก หวังชีสั่งให้พวกเขาไปกระจายข่าวกับผู้คนทั้งในร้านและโรงน้ำชา ทำให้ข่าวลือสามารถแพร่กระจายไปได้ไกลในทันที

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 229 อย่าทอดทิ้งผู้มีพระคุณ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

dsG-193×278-1
จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
2022-08-11
8cea-00ec
ย้อนกลับปี 1978 เริ่มต้นจากการล่าขุมทรัพย์
2026-06-16
664b210db90bd2001ce76a51
สืบแค้นคุณหนูสวมรอย
2024-12-07
browniee.online-c191aa3
ทะลุมิติมาเป็นแม่ค้าเลื่องชื่อแห่งยุค 70
2025-04-16

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน