บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 215 ลงแรงครั้งเดียวแต่สบายไปตลอดชีวิต

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 215 ลงแรงครั้งเดียวแต่สบายไปตลอดชีวิต
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 215 ลงแรงครั้งเดียวแต่สบายไปตลอดชีวิต

เหยียนซีเดินวนรอบบ้านสองครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์

เธอไม่สามารถนั่งเฉย ๆ เพื่อรอความตายได้ และสิ่งสำคัญคือการห้ามไม่ให้ใครลงมือสังหารหลิวเหิงในคุก ไม่เช่นนั้นมันจะไร้ประโยชน์ทันที หากเขาสูญเสียแขนหรือขาไประหว่างการสอบสวนก่อนที่จะถูกปล่อยตัวออกมา

เหยียนซีคิดเรื่องดังกล่าวอยู่ในใจ หากนี่เป็นกลอุบายของตระกูลสวีจริง ๆ พวกเขาทำทั้งหมดนี้เพียงเพื่อใส่ร้ายหลิวเหิงหรือ?

ใต้เท้าสวี หัวหน้าขุนนางผู้สง่างามยอมแบกรับความเสี่ยงครั้งใหญ่เพื่อใส่ร้ายจู่เหรินตัวเล็ก ๆ อย่างนั้นหรือ? เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ ในสายตาผู้เฒ่าอย่างสวีถิงจือ บางทีอาจจะหาโอกาสลงมือสังหารหลิวเหิงเลยเสียมากกว่า

เด็กสาวนั่งพิจารณาจนถึงช่วงเย็น ก่อนจะตัดสินใจให้ผู้เฒ่าหวูโถวพากลุ่มเด็ก ๆ ออกไปเฝ้าดูและสอบถาม

เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้เฒ่าหวูโถวส่งข้อความกลับมาว่า “จวนของใต้เท้าสวียังคงเงียบสงบ ส่วนเฉินโหย่วฝูพาน้องสาวไปถวายเครื่องหอมที่วัดผู่จี้”

เหยียนซีพาเหยียนหลิ่วไปที่วัดผู่จี้

เธอสอบถามจากคนคุ้นเคย และในที่สุดเหยียนซีก็พบว่าเฉินโหย่วฝูกับคุณหนูเฉินกำลังยืนชมดอกไม้อยู่หลังภูเขา

ตอนนี้ภูเขาด้านหลังของวัดผู่จี้เต็มไปด้วยดอกท้อที่บานสะพรั่ง อากาศอบอุ่น และค่อนข้างเย็นสบาย ดอกท้อสีชมพูออกดอกตูมออกมาเล็กน้อย มีทีท่าว่าจะเบ่งบานในไม่ช้า หลังจากที่เหล่าผึ้งกับผีเสื้อพากันมาเต้นระบำ

แม้ภายในใจของเหยียนซีจะกังวลสักแค่ไหน ทว่าเธอไม่ได้ตามหาคน เพียงแค่นั่งอยู่ใต้ต้นท้อหน้าประตูวัด หลังจากพวกเขาชมทิวทัศน์เสร็จแล้ว ย่อมเดินกลับมาที่ประตูทางออกกันเอง สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เปิดโล่ง สามารถมองเห็นคนที่ตามหาเจอภายในชั่วพริบตา และเป็นสถานที่ที่เหมาะสมแก่การสนทนา

แม้ว่าสองพี่น้องตระกูลเฉินจะมาพักผ่อนหย่อนใจด้วยการถวายเครื่องหอมบูชา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้สนใจทิวทัศน์ตรงหน้ามากนัก และหลังจากนั้นไม่นานกลุ่มคนเดินก็เดินกลับมาจากเส้นทางคดเคี้ยว

เหยียนซีลุกขึ้น และยืนรอที่หน้าประตู

เฉินโหย่วฝูที่เดินกลับมาผงะเล็กน้อย เมื่อเห็นเหยียนซีกับเหยียนหลิ่วยืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าวัด

ส่วนคุณหนูเฉินกำลังพับกลีบดอกท้อที่อยู่ในมือ นางสวยสง่า และอ่อนหวาน ทำให้รู้สึกว่าดอกท้อช่างเข้ากับใบหน้าของนางยิ่งนัก

เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น เหยียนซีโค้งคำนับและกล่าวทักทาย “คารวะท่านเฉิน คารวะคุณหนูเฉิน”

“เหยียนซี เมื่อวานนี้หลิวเหิงถูกจำคุกมิใช่หรือ วันนี้เจ้าได้สวดขอพรให้เขาหรือยัง?” เฉินโหย่วฝูกล่าวประชดประชัน

คุณหนูเฉินไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเมื่อเห็นว่าเด็กสาวตรงหน้าคือเหยียนซี นางหันหน้าไปมองด้านข้าง นางอยากรู้ว่าหลิวเหิงต้องการหญิงสาวแบบไหน ถึงได้กล้าปฏิเสธตระกูลเฉินเช่นนี้

เมื่อมองดูแล้ว นางค่อนข้างสูง ใบหน้าดูอ่อนโยน ติดที่ว่าตอนนี้ยังเด็กอยู่ หากโตขึ้นน่าจะงามกว่านี้ ทว่ามือทั้งสองข้างกลับหยาบกระด้าง มีรอยแผลเป็นเหมือนกับมือที่ทำงานหนัก หากถามถึงจุดที่พิเศษคงจะเป็นแววตา สีหน้าและท่าทางที่ดูสงบเป็นอย่างมาก เหมือนว่าต่อให้แผ่นดินถล่ม ความสงบบนใบหน้าของนางก็จะไม่เปลี่ยนไป

คุณหนูเฉินไม่เคยเห็นความสงบเช่นนี้ในตัวหญิงสาวมาก่อน ดูเหมือนว่าจะมีเพียงท่านปู่เท่านั้นที่สงบได้เท่านี้ เหยียนซีผู้นี้มีท่าทีมั่นคงและสงบนิ่งตั้งแต่อายุยังน้อยได้อย่างไร?

คล้ายเหยียนซีจะไม่เข้าใจคำพูดประชดประชันของเฉินโหย่วฝูเลยสักนิด เธอยิ้มขมขื่นเมื่อได้ยินคำกล่าวของอีกฝ่าย “หากการสวดขอพรนั้นมีประโยชน์จริง ก็ไม่ต้องกล่าวถึงวัดผู่จี้เลยเจ้าค่ะ เพราะข้ายินดีจะคุกเข่าลงต่อหน้าวัดทุกแห่งในเมืองหลวง ท่านเฉิน ท่านกำลังบอกว่าการอธิษฐานนั้นมีประโยชน์หรือเจ้าคะ?”

เฉินโหย่วฝูที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าวัดผู่จี้ไม่สามารถก่นด่าพระโพธิสัตว์ว่าไร้ประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถตอบคำถามดังกล่าวได้ เขาเปลี่ยนหัวข้อโดยการเอ่ยถามว่า “ที่เจ้ามาที่วัดผู่จี้ก็เพื่อมาขอพรพระไม่ใช่หรือ?”

“ข้ามาพบท่านเฉินต่างหากเจ้าค่ะ” เหยียนซีไม่มีอารมณ์พูดวกวนไปมา

“เรื่องการฉ้อโกงในห้องสอบ ข้าคงช่วยอะไรหลิวเหิงไม่ได้หรอก” เฉินโหย่วฝูตอบพร้อมแสดงสีหน้าเย็นชา

“ไม่ต้องช่วยเขาหรอกเจ้าค่ะ แต่ท่านช่วยตัวท่านเอง ช่วยท่านเฉินเก๋อเหล่าต่างหาก” น้ำเสียงของเหยียนซีจริงจังเหมือนกับอาจารย์ในชั้นเรียน “ท่านเฉินคิดว่าข้ามาขอให้ท่านไปช่วยพี่เอ้อร์หลางเพราะเหตุใดกันเจ้าคะ? หากพี่เอ้อร์หลางทนต่อความทรมานไม่ได้ และสารภาพว่าท่านเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ท่านเฉินจะทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ?”

“เจ้านี่ชอบพูดให้ผู้อื่นตื่นตระหนกเสียจริง แถมยังใช้คำพูดหลอกลวงคนอื่นจนได้ผลอีก…”

เหยียนซีหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา “นี่คือรายชื่อหัวหน้า รองหัวหน้าผู้คุมสอบ และรายชื่อผู้คุมสอบในครั้งนี้เจ้าค่ะ ท่านเฉิน ท่านเคยเห็นคนเหล่านี้หรือไม่เจ้าคะ? ข้าไม่รู้เรื่องของราชสำนักมากนัก แต่เมื่อตรวจสอบดูแล้ว ในรายชื่อนี้กลับไม่มีรายชื่อของคนจากฝูโจวหรือคนของใต้เท้าสวีเลย”

เฉินโหย่วฝูที่ได้ยินเช่นนั้นเลิกมองดูถูกเหยียดหยามเหยียนซี และวิเคราะห์ตามคำพูดของอีกฝ่าย “เจ้าไปได้ข่าวพวกนี้มาจากไหน? ทำไมไม่ไปถามเฉิงจวิ้นอ๋องดูล่ะ?”

หลังจากเกิดคดีความฉ้อโกงขึ้น เฉินเก๋อเหล่าก็เริ่มวิตกกังวลเล็กน้อย และเขารู้ดีว่าท่านปู่กลัวว่าเรื่องนี้จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับครอบครัวของพวกเขามากที่สุด

“เรื่องนี้ไม่ส่งผลอันตรายต่อเฉินจวิ้นอ๋องหรอกเจ้าค่ะ แต่เป็นอันตรายต่อท่านเฉินเก๋อเหล่ามากกว่า” เหยียนซีคอยสังเกตท่าทางของเฉินโหย่วฝู และรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเขาเผยชัดเจนว่าตนเดาถูกต้อง ในการสอบฮุ่ยซื่อในปีนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดมาจากฝ่ายของใต้เท้าสวีเลยสักคน

“ท่านเฉิน ตั้งแต่พี่เอ้อร์หลางเดินทางมาถึงเมืองหลวง ท่านก็ปฏิบัติกับเขาแตกต่างออกไป คอยชักชวนเขาไปเที่ยวเล่นด้วยกัน คอยดื่ม คอยพูดคุยกันทั้งก่อนหน้าและหลังสอบ ข้าได้ยินมาว่าบางคนทนความทรมานไม่ไหว จึงยอมรับสารภาพเรื่องเหลวไหลออกมา และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขาถูกจับเข้าคุก ถึงแม้พี่เอ้อร์หลางจะจิตใจแข็งแกร่งสักเพียงใด แต่เขาก็ยังเป็นเพียงบัณฑิตอ่อนแอไร้อำนาจ หากเขาทนต่อการทรมานไม่ไหว… หรือถ้าเขาเผลอสารภาพอะไรผิดเพี้ยนไปหลังจากถูกทรมานจนสลบ…”

เหยียนซีถอนหายใจเบา ๆ “ข้าได้ยินมาว่าพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับเหตุและผล ตราบใดที่ทุกอย่างมีเหตุ ผลก็จะตามมาด้วยเจ้าค่ะ”

เฉินโหย่วฝูชะงัก ความเป็นไปได้ตามคำกล่าวของเหยียนซีค่อนข้างมีอยู่จริง เพราะเขามองหลิวเหิงในแง่ดี และต้องการผูกมิตรกับอีกฝ่าย ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิด ถึงแม้เรื่องการแต่งงานจะทำให้เขาเลิกสนใจไยดีหลิวเหิง แต่เมื่อพิจารณาจากความประทับใจที่มีต่อกันก่อนหน้านั้น ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าผู้คนจะไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

“ท่านเฉิน เรายังต้องพึ่งพาอาศัยกันนะเจ้าคะ” เหยียนซีถอนหายใจอย่างเวทนา “พี่เอ้อร์หลางเป็นเพียงผู้เข้าสอบฮุ่ยซื่อก็จริง แต่ใครกันเล่าเป็นคนบอกให้เขาเดินทางออกมาจากเมืองถงอันในหย่งโจว”

“เขาถูกคุมขังแล้ว จะถูกปล่อยตัวโดยที่ไม่มีหลักฐานไม่ได้หรอก” ในที่สุดเฉินโหย่วฝูก็คล้อยตาม แต่เขาก็บอกตามความจริงว่าการจะรอดพ้นจากคดีร้ายแรงนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย “ในคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่นี้ อดีตเพื่อนร่วมชั้นของเขาระบุตัวว่าเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดชัดถ้อยชัดคำ บอกว่าเขามีส่วนร่วมได้อ่านกระดาษข้อสอบเหมือนกัน แล้วเขาจะหลุดพ้นจากเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?”

อวี๋ผิงหงกล่าวว่าหลิวเหิงได้อ่านกระดาษข้อสอบเช่นกัน ทว่ามันเป็นคำกล่าวอ้างที่ไม่มีข้อพิสูจน์ แต่ในทางกลับกันหากหลิวเหิงกล่าวปฏิเสธว่าเขาไม่ได้อ่านมัน มันก็เป็นเพียงลมปากที่ไม่มีข้อพิสูจน์เช่นกัน แล้วแบบนี้จะต้องพิสูจน์อย่างไร?

“ท่านเฉิน ข้าได้ยินมาว่าในคุกมีการทรมานหลายรูปแบบ สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือห้ามปล่อยให้พี่เอ้อร์หลางถูกทรมาน” เหยียนซีแสดงจุดประสงค์ “ตราบใดที่ไม่มีการทรมาน ข้าจะไปหาหลักฐานมาให้ได้”

เฉินโหย่วฝูอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเหยียนซีอีกครู่หนึ่ง และกล่าวออกมาว่า “ครั้งนี้ทั้งสามฝ่ายจะมาพิจารณาคดีความร่วมกัน ดังนั้นจะยังไม่มีการทรมาน แต่หากสอบสวนชัดเจนแล้วว่าไม่มีใครสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้ ผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษ อย่างน้อยที่สุดก็แค่ถูกปลดออกจากการเป็นบัณฑิต ทว่าอย่างมากที่สุดก็คือตัดศีรษะหรือถูกเนรเทศ”

“ตราบใดที่ไม่มีการทรมานและพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม ข้าก็เชื่อว่าข้าสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพี่เอ้อร์หลางได้” เหยียนซีกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นและแสดงท่าทีเคารพอีกครั้ง “เมื่อวานนี้ตอนที่ทหารรับใช้จากศาลยุติธรรมเข้ามาจับกุมตัวเขาไป ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีการสอบสวนหรือไม่ ท่านเฉิน ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”

เธอกล่าวและเดินลงไปจากเส้นทางด้านหลังภูเขาโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก

นี่เป็นครั้งแรกที่คุณหนูห้าจากตระกูลเฉินได้เห็นสาวบ้านนอก นางอดดูถูกไม่ได้ “นึกไม่ถึงเลยว่าหลิวเหิงจะชอบผู้หญิงแบบนี้” โชคดีที่นางไม่ได้หมั้นหมายกัน ไม่เช่นนั้นหลิวเหิงที่อยู่ในคุกตอนนี้คงจะทำให้ครอบครัวนางเดือดร้อน

เฉินโหย่วฝูรับฟังคำพูดของน้องห้า ขณะมองดูเหยียนซีเดินอย่างรวดเร็วลงจากภูเขา หญิงสาวควรจะค่อย ๆ เดินขยับชายกระโปรงเบา ๆ ไม่ใช่หรือ ท่าทางการเดินของเหยียนซีนั้นหยาบกระด้างเกินไป อย่างไรก็ตามหากเขาเป็นหลิวเหิงที่ตกอยู่ในสถานการณ์ตอนนี้ เกรงว่าเขาก็คงชอบหญิงนางนี้ใช่หรือไม่?

เขาถอนหายใจอีกครั้ง “น้องห้า เรารีบกลับบ้านกันเถอะ”

เขาต้องการเล่าเรื่องที่เหยียนซีพูดให้ท่านปู่ฟัง เพราะท้ายที่สุดหากอวี๋ผิงหงสามารถกล่าวหาว่าหลิวเหิงมีส่วนเกี่ยวข้องได้ หลิวเหิงก็สามารถกล่าวหาว่าตระกูลเฉินมีส่วนเกี่ยวข้องได้เช่นกัน อย่างที่เด็กสาวกล่าวเอาไว้ มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ทันใดนั้นความคิดบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในใจเขา วิธีการแก้ปัญหาแบบลงแรงครั้งเดียวแต่สบายไปตลอดชีวิตคือการลงมือสังหารหลิวเหิงในคุก

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 215 ลงแรงครั้งเดียวแต่สบายไปตลอดชีวิต"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
2024-12-01
a5c8xl3o
ซาลาเปาตัวน้อย ทะลุมิติมามีระบบทำฟาร์มยุค 70 จนร่ำรวย
2025-07-22
229c291
ชายาผู้นี้ชอบทำสวน พวกเจ้าจะยุ่งทำไม?
2023-12-18
4ee (1)
หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
2026-06-12

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน