ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 211 ทหารคุ้มกัน ขอบคุณที่คอยทำงานหนัก
- Home
- All Mangas
- ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
- บทที่ 211 ทหารคุ้มกัน ขอบคุณที่คอยทำงานหนัก
บทที่ 211 ทหารคุ้มกัน ขอบคุณที่คอยทำงานหนัก
หลิวเหิงแสร้งทำเป็นไม่ได้สังเกตเห็นและทำอาหารเช้าต่อ เขาแก้เชือกถุงข้าวเล็ก ๆ ที่ยังไม่ถูกแตะต้อง เทข้าวสองถุงลงไปแช่น้ำเพื่อทำเป็นข้าวต้ม ก่อนที่ข้าวต้มจะเสร็จ เขาตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตักน้ำร้อนมาราดทับ เติมน้ำตาลและตักไข่น้ำตาลใส่ถ้วย
หลังจากกินไข่น้ำตาลแล้ว ร่างกายของเขาก็อบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ทั้งจิตใจยังเบิกบานแจ่มใส
อากาศเดือนสองในเมืองหลวงยังคงหนาวจัด เขาหยิบถุงขนสัตว์ออกมา เติมน้ำร้อนที่เหลือจากกาน้ำชาใส่ลงไปในถุง และนำมาวางไว้บนตัก เขาถอนหายใจด้วยความอิ่มเอมหลังจากได้รับความอบอุ่น ก่อนจะหยิบแบบสอบถามออกมาอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน และคัดลอกคำถามลงไปบนกระดาษ
จากนั้นก็เก็บกระดาษข้อสอบใส่ลงไปในถุงที่ทำมาจากผ้าใบกันน้ำ
ข้าวต้มเสร็จแล้ว มันอร่อยมากเมื่อนำมาทานคู่กับผักดองและหมูตุ๋น ตอนนี้สภาพของห้องสอบค่อนข้างย่ำแย่ อย่าได้นึกถึงความสะดวกสบายและความสะอาด หลังจากทานข้าวต้มเสร็จแล้ว เขาก็ล้างชามและตากเอาไว้ข้าง ๆ
หลิวเหิงหยิบถ้วยไม้ไผ่ออกมาชงชารสเข้มข้น
เมื่อกลิ่นหอมโชยออกมา คนที่อยู่ข้าง ๆ ห้องพักอดไม่ได้ที่จะมองเข้าไป ทั้งที่อยู่ในห้องสอบแท้ ๆ ยังมีใจจะชงชากลิ่นหอมนี้อีก หัวใจของผู้เข้าสอบคนนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก
หลิวเหิงไม่ได้สนใจอะไร การดื่มชารสเข้มข้นหนึ่งถ้วย มันเป็นการช่วยทำให้จิตใจของเขาผ่อนคลายลง จากนั้นชายหนุ่มก็หยิบชุดข้อสอบคำถามที่เพิ่งคัดลอกเสร็จขึ้นมาทำ
ทหารคุ้มกันที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามยังคงจ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตา ทว่าหลิวเหิงกลับไม่ได้สนใจอะไร ตอนนี้เขาเตรียมร่างคำตอบเอาไว้ในใจแล้ว ชายหนุ่มเขียนคำตอบอย่างรวดเร็ว และทำทั้งสามฉบับเสร็จสิ้นภายในระยะเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น
จนกระทั่งเขารู้สึกปวดแขน จึงหยุดเขียนและพบว่าอากาศวันนี้ไม่เลวนัก ดวงอาทิตย์กำลังสาดส่องมาที่ก้งเยวี่ยน
เสียงปังดังมาจากผู้เข้าสอบที่อยู่ห้องข้าง ๆ เขา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงอุทาน ไม่รู้ว่าชามหรือหม้อที่ตกแตก หากชามแตกยังพอรับได้ แต่ถ้าหม้อแตก คงจะต้องทนหิวโหยไปอีกสองวัน
หลิวเหิงไม่ได้กังวลอะไร เพราะเขานำหม้อทองแดงใบเล็ก หม้อเหล็กใบเล็ก และโถดินติดตัวมาด้วย เขาเตรียมถ่านมาสามถุงใหญ่ ทั้งหมดถูกห่ออยู่ในผ้ามันหนาหลายชั้น อีกทั้งยังมีท่อนฟืนที่ถูกสับเป็นชิ้น ๆ อยู่ด้วย
เขาเอาหม้อทองแดงใบเล็กออกมาวางไว้บนอ่างถ่านที่อยู่ข้าง ๆ เพื่อต้มชาร้อน หากต้องทำอาหาร เขาจะใช้เตาขนาดเล็กวางลงบนกองฟืน จากนั้นจุดไฟและค่อย ๆ ทำอาหาร
เครื่องครัวดังกล่าวถูกเหยียนซีปรับแต่งตามรูปแบบเตาย่างบาบีคิวและหม้อไฟในยุคปัจจุบัน มันมีขนาดเล็กและสามารถวางบนโต๊ะได้ จึงไม่กินพื้นที่ในห้องพัก
ผู้เข้าสอบที่เดินผ่านไปมามองดูอ่างถ่านด้วยสายตาอิจฉาริษยา การได้อุ่นร่างกายภายในห้องพักท่ามกลางสภาพอากาศเช่นนี้ช่างเป็นสิ่งที่หรูหราเหลือเกิน
ขณะเดียวกัน ทหารคุ้มกันก็เดินลาดตระเวนผ่านไปมาอยู่หลายครั้ง และครั้งหนึ่งก็บังเอิญเตะป้ายของหลิวเหิงโดยไม่ได้ตั้งใจ โชคดีที่อ่างถ่านวางเอาไว้ด้านใน หากจะแตะต้องมัน พวกเขาก็จะต้องเดินเข้ามาในห้องพักเท่านั้น
หลิวเหิงส่งเสียงร้องอุทานเมื่อป้ายของตนถูกเตะ ทำให้ผู้เข้าสอบรอบข้างหันมามอง เช่นเดียวกับพวกทหารในบริเวณใกล้เคียงที่เข้ามาดู
“ทหารคุ้มกัน จะคว่ำจานฝนหมึกของข้าหรือไง?” หลิวเหิงกล่าวตำหนิ
ทหารคุ้มกันมองรอบ ๆ และกล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ก็ข้าไม่ได้ตั้งใจ” จากนั้นจึงเดินออกไป
หลังจากการเผชิญหน้าในครั้งนี้ เขาก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนอีก
เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน หลิวเหิงไม่ได้ลุกไปไหน ชายหนุ่มหยิบเนื้อตากแห้งหนึ่งกำมือออกมาเคี้ยว ชงชาร้อนเพิ่มอีกหนึ่งถ้วย ยกดื่มสองสามอึกและตอบคำถามจนครบภายในอึดใจเดียว เขาหยิบกระดาษแผ่นร่างใส่ลงไปในถุงข้อสอบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหยิบถุงกระดาษน้ำมันมาใส่อีกที จากนั้นก็หยิบถุงหนังเดินออกไปข้างนอก
คราวนี้เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว รีบเดินออกไปเข้าห้องน้ำทำกิจส่วนตัว จากนั้นจึงค่อย ๆ เดินกลับเข้ามาพร้อมกับถุงหนังที่บรรจุน้ำในอ้อมกอด
ทหารคุ้มกันที่ยืนอยู่บริเวณตรอกทางเข้าหอพัก มองทุกคนที่ถืออ่างน้ำเอาไว้ในมือ มีเพียงหลิวเหิงเท่านั้นที่กลับมาพร้อมกับถุงน้ำร้อน บางครั้งการเดินผ่านผู้คนย่อมถูกสัมผัสเป็นธรรมดา ทว่าปกติแล้วน้ำในถุงจะไม่มีทางไหลออกมา
ทหารคุ้มกันพึมพำคำด่าทอ เขาต้องการฉวยโอกาสจากสถานการณ์วุ่นวายนี้ ทำให้ถุงที่ใส่ข้อสอบเปียกน้ำ เพราะหากกระดาษข้อสอบเปียกน้ำเมื่อไหร่มันจะไร้ประโยชน์ทันที แต่ดูจากภาพรวมของการทำข้อสอบแล้ว แม้แต่ถุงหนังจากกองทัพก็ถูกนำเข้ามา ไหนจะกระดาษห่อน้ำมันอีก ของทุกอย่างล้วนถูกห่อเอาไว้หลายชั้น
หลิวเหิงเมินเฉยต่อคำว่าร้ายทั้งหลาย และเดินกลับมาที่ห้องพักเพื่อเตรียมอาหารเย็นสำหรับตนเอง หลังจากรีบร่างคำตอบให้เสร็จระหว่างวัน เขาจึงสามารถรับประทานอาหารเย็นแบบอิ่มหนำสำราญได้ ก่อนหน้านี้เหยียนซีเลียนแบบสินค้าสำเร็จรูปในยุคใหม่ โดยการทำแป้งโรตีสำเร็จรูปให้เขา เพียงแค่ชายหนุ่มตั้งกระทะเหล็กให้ร้อนพอประมาณ แล้วโยนก้อนแป้งลงไปในกระทะ น้ำมันในแป้งก็จะไหลออกมา จนส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว
เขาตอกไข่และราดน้ำหมักเนื้อลงไป หยิบผักหนึ่งกำมือขึ้นมาฉีกและโรยลงบนแผ่นแป้ง จากนั้นม้วนแป้ง พร้อมหยิบขึ้นมารับประทาน
หลิวเหิงปรุงน้ำแกงเต้าหู้สาหร่ายกุ้งลงในหม้อดินอีกครั้ง จากนั้นก็โยนก้อนน้ำแกงเกอต่าลงไปปรุงรส ก้อนน้ำแกงเกอต่านี้เป็นก้อนน้ำแกงที่เหยียนซีคิดค้นขึ้นมา
นางต้มซุปไก่ และนำเอาซุปไก่ไปวางทิ้งไว้ข้างนอกจนน้ำซุปแข็งตัวกลายเป็นน้ำแข็ง จากนั้นจึงหักมันให้กลายเป็นก้อนเล็ก ๆ
อากาศเดือนสองค่อนข้างหนาวจัด หลิวเหิงจึงนำมันเข้ามาในห้องสอบด้วย ชายหนุ่มวางมันห่าง ๆ จากอ่างเตา เพื่อไม่ให้มันละลายกลายเป็นน้ำ ก่อนจะกินโรตีเข้าไปถึงสามแผ่น น้ำซุปอีกหนึ่งถ้วย และเผลอเรอออกมา
เมื่อเขาเก็บของเสร็จ ทหารคุ้มกันที่จ้องมองมาก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางคิดว่าผู้เข้าสอบคนนี้เตรียมอาหารเข้ามามากมายแค่ไหนกัน ทำไมถึงไม่มีอาหารซ้ำกันสักอย่าง? แถมกลิ่นยังหอมมากอีกด้วย
กลางคืน หลิวเหิงนำถุงน้ำร้อนออกไปใส่น้ำสำหรับแช่เท้า และยังนำถุงน้ำร้อนอีกอันหนึ่งไปใส่น้ำ เพื่อทำมันให้กลายเป็นถุงน้ำร้อน เขากอดถุงน้ำร้อนเอาไว้ในอ้อมแขนทั้งที่ร่างกายสวมเสื้อผ้าถึงสี่ชั้น และยังมีเบาะรองนอนอยู่ข้างใต้อีกที แม้สถานที่แห่งนี้จะแคบเกินกว่าที่คนจะยืดตัวได้ ทว่ามันกลับอบอุ่น ชายหนุ่มที่ใช้ความคิดมาตลอดทั้งวันผล็อยหลับลงไปอย่างง่ายดาย
ต่อจากนี้ยังมีการสอบสามครั้งติดต่อกัน และการสอบแต่ละครั้งต้องใช้เวลาทั้งหมดสามวัน
วันแรกผ่านไปอย่างเรียบร้อย วันที่สองหลิวเหิงออกมาเข้าห้องน้ำตั้งแต่เช้า และนำถุงน้ำร้อนสองถุงออกมาด้วย วันนี้เขาทำข้าวหมูเค็มหม้อใหญ่ ซึ่งเพียงพอสำหรับกินประทังความหิวตลอดทั้งวัน
หลังจากทานอาหารเสร็จ เขาก็ไม่ได้ขยับไปไหน เขียนข้อสอบและพักผ่อนอยู่บนโต๊ะ ก้มหน้าจิบชาร้อนหนึ่งอึกพร้อมเริ่มเขียนอีกครั้ง คราวนี้เขาเขียนคำตอบทั้งหมดภายในครั้งเดียว เมื่อถึงตอนเย็น เขาก็กินหมูเค็มกับข้าวที่เหลือตั้งแต่เมื่อเช้าอีกครั้ง ส่วนกระดาษข้อสอบนั้นถูกตอบจนหมดแล้ว
วันนี้มีทหารคุ้มกันคนอื่นเข้ามาเปลี่ยนเวรระยะสั้น ๆ ทว่าทหารคุ้มกันคนเดิมกลับต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างเมื่อสังเกตเห็นว่าผู้เข้าสอบไม่ยอมก้าวเท้าออกจากห้องสอบเลย กระทั่งเขาเปลี่ยนเวรกลับเข้ามาอีกครั้ง ผู้เข้าสอบคนนี้ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
หลิวเหิงนอนพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง เขาสังเกตเห็นว่าทหารคุ้มกันคนแรกเปลี่ยนกะ จึงรีบออกไปเข้าห้องน้ำทำกิจส่วนตัว และกลับมาวางป้ายทะเบียนลง ดึงสำลีสองก้อนออกมาอุดหู ปิดม่านและนอน
ก่อนหน้านี้เขาสวมเสื้อผ้าหลายชั้น ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ก่อนจะผล็อยหลับไปจนถึงเที่ยงคืน
ทหารด้านนอกเปลี่ยนเวรกลับมาเป็นทหารคุ้มกันคนเดิมอีกครั้ง ทหารคุ้มกันคนดังกล่าวเฝ้าดูหลิวเหิงจุดเทียนสองสามเล่ม ดึงม่านลง ตั้งป้ายทะเบียน และเริ่มเขียนกระดาษคำตอบอีกครั้ง
เขาอยากจะเข้าไปดูใกล้ ๆ ทว่าอากาศหนาวเกินไปจนรู้สึกง่วงนอน นอกจากนี้การเคลื่อนไหวในตอนกลางคืนเพียงนิดเดียวอาจทำให้เกิดเสียงดังได้ ผู้เข้าสอบคนนี้ไม่เคยออกมาจากห้องทำข้อสอบเลย ทว่าเขาก็ไม่สามารถเดินเข้าไปเปิดม่านและมองดูด้านในได้ ตอนแรกเขาเบิกตากว้าง พยายามจับตาดูหลิวเหิง รอคอยจนกว่าอีกฝ่ายจะผล็อยหลับไป ทว่าเขากลับกลั้นหาวไม่ไหว เริ่มไม่สนใจเรื่องการจับตามอง และยุ่งอยู่กับการต่อสู้กับโจวกง*[1]
หลิวเหิงนอนไม่หลับจนกระทั่งถึงรุ่งเช้า เขาคัดลอกหัวข้อคำถามทั้งหมด รอจนกระทั่งน้ำหมึกแห้งแล้วจึงยัดใส่ลงไปในถุงข้อสอบ จากนั้นจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เช้าตรู่ของวันที่สาม เขาขยี้ตาและลุกขึ้นมามองผู้เข้าสอบรอบข้างที่กำลังยุ่งอยู่กับการทานอาหารเช้า เขาใช้ตะเกียบคีบเผือกที่โยนใส่อ่างถ่านเมื่อกลางดึกขึ้นมา จิ้มเผือกกับน้ำตาล และทานอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากทานเผือกที่ขนาดเท่าสามกำปั้นหมดแล้ว ท้องที่เคยหิวโหยก็สบายตัวขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มค่อย ๆ เก็บของทั้งหมดใส่ตะกร้า และส่งยิ้มให้ทหารคุ้มกันที่อยู่ด้านนอก “ทหารคุ้มกัน ขอบคุณที่คอยทำงานหนักนะ” เขากล่าว พร้อมหยิบตะกร้าและค่อย ๆ เดินถือกระดาษคำตอบออกไป
[1] โจวกง คือ บุคคลได้รับการยกย่องในความซื่อสัตย์สุจริตและมีคุณธรรมสูง ขงจื่อได้นำเอาจริยธรรมของโจวกงมาเป็นแบบอย่าง และกล่าวชื่นชมเขาอยู่เสมอ ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตขงจื่อกล่าวว่า “นานแล้วที่ไม่ได้ฝันถึงท่านโจวกง” และด้วยถ้อยคำนี้ทำให้ชาวจีนถือว่าโจวกงคือเทพแห่งความฝัน