ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 210 ข้าวของถูกเคลื่อนย้าย
บทที่ 210 ข้าวของถูกเคลื่อนย้าย
การสอบขุนนางในรัชสมัยของจักรพรรดิเทียนฉีครั้งที่สิบสองกำลังดำเนินการไปอย่างเข้มข้น
หลายปีที่ผ่านมาผู้คุมสอบทะเลาะวิวาทกัน อีกทั้งห้าขุนนางในสำนักบัณฑิตก็คอยแนะนำและดูถูกคนอื่น ๆ ที่แนะนำไม่หยุดไม่หย่อน จนทำให้ช่วงต้นปีที่ผ่าน คลื่นใต้น้ำเริ่มพลุกพล่านขึ้นอีกครั้ง
หลังจากหนึ่งปีผ่านไป จักรพรรดิเทียนฉีได้แต่งตั้งให้บัณฑิตจากสำนักฮั่นหลินมาเป็นผู้คุมสอบ โดยประกอบไปด้วย จูถง หยางซูถา และคนอื่น ๆ ที่มารับหน้าที่คุมสอบ
ในบรรดาผู้อาวุโสทั้งห้าคน มีเพียงกรมคลังของสวีถิงจือเท่านั้นที่ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาคุมสอบ
หลิวเหิงยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ เมื่อเพื่อนร่วมชั้นบางคนในสำนักกว๋อจื่อเจี้ยนเข้ามาขอให้เขาเขียนเรียงความให้ ชายหนุ่มก็บอกปฏิเสธเพราะต้องการเตรียมตัวสอบ ดังนั้นทุกคนจึงจากไป เผยซิ่วเขียนจดหมายมาหาเขา ระบุว่าอวี๋ผิงหงสอบผ่านเซียงซื่อแล้ว และกำลังจะเข้าร่วมการสอบในปีนี้
ตอนที่หลิวเหิงเรียนอยู่ที่ตระกูลเผย อวี๋ผิงหงมักจะอิจฉาริษยาชายหนุ่มเสมอ คอยพูดจาเยาะเย้ยที่เขาพึ่งพาการสนับสนุนของเหยียนซี
แม้หลิวเหิงจะรู้ว่าเขากำลังเดินทางมาสอบที่เมืองหลวง ทว่าเขากลับไม่ได้สนใจอีกฝ่ายเป็นพิเศษ พวกเขาคอยสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับผู้คุมสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโจวหงที่เดินทางเข้ามาซื้ออาหาร เขากล่าวว่าผู้คุมสอบในครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่จากกรมของใต้เท้าสวี
วันที่เก้า เดือนสอง พวกหวังชีออกมาส่งหลิวเหิงตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่เหยียนซีจุดธูปสามดอก ปักตั้งตรงให้ควันธูปทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตามความเชื่อเรื่องโชคลาง จากนั้นจึงขอพรกับพระโพธิสัตว์ ช่วยอวยพรให้หลิวเหิงโชคดี
พวกหวังชีเดินทางมาส่งถึงหน้าประตูก้งเยวี่ยน และไม่สามารถเดินเข้าไปข้างในได้ หลิวเหิงจึงรับสิ่งของจากพวกเขามาใส่ตะกร้าที่ถืออยู่ และเดินตรงไปข้างหน้าพร้อมกับไม้คาน
ไม่นานเสียงกลองทั้งสามก็ดังขึ้น ประตูก้งเยวี่ยนเปิดออก รั้วไม้แถวหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า ภายในและภายนอกรั้วไม้มีทหารใส่เสื้อที่เขียนคำว่า ‘ผู้สำเร็จการศึกษา’ ยืนอยู่ พวกเขาถือคบเพลิงและตะเกียงเอาไว้ในมือ ส่องสว่างไสวไปทั่วทั้งก้งเยวี่ยน หลังรั้วไม้มีชายสามคนที่เหมือนขุนนางยืนอยู่ นำกลุ่มคนตรวจสอบมาด้วยสองกลุ่ม
ทหารทั้งสองกลุ่มเดินออกมาจากก้งเยวี่ยน แบ่งออกเป็นสองแถวทั้งซ้ายและข้างขวา ยืนประกบอยู่ด้านหน้าประตูก้งเยวี่ยน
ตอนนี้ท้องฟ้ายังไม่สว่างสดใส ทหารทั้งนอกและในตะโกนเสียงกึกก้องตามเสียงแตรว่า “หากคับข้องใจจงแก้แค้น หากคิดพยาบาลจงเอาคืน!”
บรรยากาศเคร่งขรึมปรากฏขึ้นภายใต้ความเงียบงันของเช้าตรู่ เสียงตะโกนดังกึกก้องเป็นวงกว้าง ทำให้คนขี้กลัวบางคนถึงกับหน้าซีดด้วยความตื่นตระหนก แขนขาทั้งสองอ่อนแรงลง
กลุ่มคนเดินผ่านประตูมังกรเข้าไปยังก้งเยวี่ยนท่ามกลางเสียงตะโกน
กลุ่มผู้คุมสอบกำลังจับตาดูผู้สมัครเดินเข้ามาในพื้นที่จากทางด้านหน้า
หลิวเหิงอยู่ในแถวฝั่งขวา กำลังเดินตามหลังกลุ่มคนเข้าไปข้างในช้า ๆ เมื่อใกล้ถึง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็เดินเข้ามาพูดกับผู้ตรวจค้นสองสามคำ
เดิมทีผู้ตรวจค้นไม่ได้สนใจอะไร แต่เมื่อเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้ามาพูดคุย อีกฝ่ายกลับเหลือบมองมาทางชายหนุ่ม ตอนแรกท่าทีของพวกเขาไม่ได้ชัดเจนนัก แต่เมื่อหลิวเหิงเงยหน้าขึ้นแล้วสบสายตากับอีกฝ่าย ร่างกายของชายตรงหน้าก็สั่นเทาขึ้นมาทันที
โจวหงกล่าวว่าครั้งนี้ไม่มีคนของใต้เท้าสวีเข้ามารับตำแหน่งผู้คุมสอบ ดังนั้นหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นในห้องสอบ คนที่ใสสะอาดที่สุดก็ควรจะเป็นใต้เท้าสวีใช่หรือไม่?
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงตาของตน อีกทั้งคนที่อยู่ข้างหน้าก็ถูกตรวจค้นเสร็จเรียบร้อยและเตรียมจะก้าวออกไปแล้ว หลิวเหิงรีบหยิบสัมภาระ พร้อมเดินไปข้างหน้า แต่จู่ ๆ เขาก็สะดุดล้ม เอนตัวไปในแถวด้านซ้ายโดยตรง
“ขออภัยขอรับ ขออภัย เมื่อกี้ข้าสะดุด” หลิวเหิงรีบยัดของใส่ลงไปในตะกร้า ขณะกล่าวขออภัยคนรอบข้าง
ทว่าข้าวของของเขามีจำนวนมากเกินไป ทุกอย่างหล่นลงมาจากการสะดุดล้มเมื่อครู่นี้
“เจ้า เดินออกไปหน่อยไม่ได้หรือไง?” คนที่อยู่ในแถวตะโกนเมื่อโดนเขาขวางทาง
เจ้าหน้าที่ที่ดูแลอยู่ได้ยินเสียงความวุ่นวาย จึงรีบเดินเข้ามาดูและเห็นว่าข้าวของของหลิวเหิงตกกระจายเต็มพื้น หากรอให้เขาเก็บของเสร็จคงจะต้องใช้เวลานาน “ตรวจค้นของของเขาก่อน ตรวจเสร็จแล้วค่อยปล่อยเขาเข้าไป”
ผู้ตรวจค้นด้านซ้ายขานรับ “จู่เหริน ไม่ต้องเก็บแล้ว เอาของทั้งหมดมาวางไว้ที่นี่”
“ขอบคุณขอรับ ขอบคุณ” หลิวเหิงรีบกล่าวขอบคุณ และกล่าวขออภัยคนที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะนำสิ่งของไปวางไว้ข้างหน้าผู้ตรวจค้น
ผู้ตรวจค้นด้านขวาเห็นว่าเขาได้รับการตรวจค้นแล้ว จึงกวักมือเรียกคนข้างหลังให้เขยิบแถวเข้ามา
แม้สิ่งของของหลิวเหิงจะมีจำนวนมาก ทว่าการตรวจค้นกลับง่ายดาย เพราะทุกอย่างถูกเตรียมไว้เป็นชั้น ๆ พวกมันล้วนถูกห่อเอาไว้เป็นอย่างดี ยกเว้นเสื้อคลุมผ้าฝ้ายบนตัว และเครื่องนอนผ้านวมที่เขานำมา สิ่งของทั้งหมดจึงง่ายต่อการตรวจสอบ
หลังจากตรวจค้นสิ่งของของเขาแล้ว ผู้ตรวจค้นก็จ้องมาที่เขา และมองไปทางผู้อาวุโสที่อยู่ในห้องคุมสอบด้วยสายตาเหลือเชื่อ เขามีประสบการณ์ตรวจค้นมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีผู้สมัครคนไหนเตรียมข้าวของได้เรียบร้อยแบบนี้มาก่อน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบยิ่งนัก
สิ่งของที่หลิวเหิงรวบรวมมานั้นเป็นไปตามคำแนะนำของเผยซิ่ว ขณะที่เหยียนซีระดมกำลังสมองหวนนึกถึงการจัดสอบของจักรพรรดิในรุ่นต่อมา ก่อนที่จะตัดสินใจทำรายงานสิ่งของที่ต้องเตรียม
ปลอดภัย ใช้งานได้จริง และทนต่อแรงคน!
“เอาละ เรียบร้อย” ผู้ตรวจค้นมอบป้ายทะเบียนและขอให้เขารีบเดินออกไปหลังจากตรวจค้นเสร็จ
หลิวเหิงแก้มัดมวยผมโดยที่ไม่ได้สนใจว่าเส้นผมจะตกลงมา เขาหยิบสิ่งของใส่ตะกร้าและเดินเข้าไปด้านใน
ผู้คุมสอบด้านหน้ามองดูจู่เหรินที่เดินเข้ามา อีกฝ่ายราวกับชาวนาแก่ชราที่คอยถือไม้คานกับตะกร้าอยู่ในมือ
หลิวเหิงเดินเข้าไปในห้องสอบและหยิบป้ายทะเบียนขึ้นมาดู ใช้ได้เลยทีเดียว ห้องพักที่เขาได้เป็นหอพักขนาดกลาง เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปบนหลังคา ดูเหมือนว่าหลังคาจะไม่รั่ว ทว่าเขามีประสบการณ์มามาก จึงหยิบค้อนขึ้นมาตอกผ้าน้ำมันติดกับหลังคา และแขวนผ้าม่านไว้หน้าประตู หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ดูเหมือนว่าห้องพักจะอบอุ่นขึ้นมาทันที
เขาหยิบอ่างถ่านขึ้นมาจุดไฟ ผิงไฟจนฝ่ามืออบอุ่น จากนั้นก็หยิบถุงผ้าที่บรรจุเส้นบะหมี่ออกมา การกระทำดังกล่าวดึงดูดสายตาของจู่เหรินคนอื่นและเหล่าทหารที่อยู่รอบข้างเป็นอย่างมาก ให้ความรู้สึกว่าชายผู้นี้ช่างเรียบง่ายเสียจริง
หลิวเหิงไม่สนใจ เขาตั้งหน้าตั้งตาแบ่งเส้นบะหมี่ จากนั้นหยิบหม้อเหล็กออกมาวางลงบนอ่างถ่านเพื่อต้มน้ำ วางเบาะรองนั่งลงเพื่อทำที่นอนและผล็อยหลับไป
ชายหนุ่มไม่ได้เก็บข้าวของจนกระทั่งเริ่มแจกกระดาษ เขาหยิบพู่กันออกมาเตรียมเขียนคำตอบ
นั่งทำจนกระทั่งดึกดื่น
หลังจากตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ใส่กระดาษข้อสอบลงไปในถุงตำรา แขวนมันเอาไว้ข้างหน้า และหยิบกะละมังกับผ้าขนหนูขึ้นมา หลังจากตักน้ำกลับมาเพื่อเตรียมอาหารแล้ว จู่ ๆ ชายหนุ่มก็พบว่าเบาะรองนั่งถูกย้ายออกไปตอนที่ตนเดินออกไปข้างนอก เดิมทีเบาะรองนั่งถูกวางเอาไว้ชิดมุมผนัง ทว่าตอนนี้เบาะรองนั่งกลับอยู่ห่างจากผนังถึงสองชุ่น
เขาย่อตัวลงดึงตะกร้าออกมา และพบว่าถุงบะหมี่อันหนึ่งที่อยู่ด้านในถูกฉีกออก เดิมทีเขามัดปากถุงเอาไว้แน่นและใช้เชือกยาวมัดอีกที อีกทั้งเมื่อวานเขายังคอยมัดปากถุงอย่างระมัดระวัง ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรีบมัดถุงให้เหมือนเดิมอีกครั้งหลังจากดึงเชือกออก
พวกทหารคอยยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา จนหลิวเหิงตงิดใจว่าการสอบครั้งนี้คงจะผ่านไปไม่ได้ง่าย ๆ นัก เดิมทีตอนที่เขาเดินผ่านประตูตรวจค้นมา เขาตั้งใจเปลี่ยนแถวเพื่อความระมัดระวัง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คนที่ย้ายสิ่งของจะมุ่งเป้ามาที่เขาชัดเจน
นี่เป็นฝีมือของตระกูลสวีหรือไม่?
โชคดีที่ระหว่างการทำข้อสอบ อีกฝ่ายไม่ได้โจมตีอย่างโจ่งแจ้ง และให้พื้นที่เขาได้ทำข้อสอบ
ก่อนจะเข้าห้องสอบ เขากับเหยียนซียังคิดกันอยู่ว่าตระกูลสวีจะลงมือโจมตีในห้องสอบหรือไม่ จึงใช้วิธีการแบ่งเส้นบะหมี่ดังกล่าว …นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีนี้