บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 196 เด็กชายที่รักในศักดิ์ศรี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 196 เด็กชายที่รักในศักดิ์ศรี
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 196 เด็กชายที่รักในศักดิ์ศรี

รอจนกระทั่งหลิวเหิงกับหวังชีกลับมาถึงบ้าน เหยียนซีจึงบอกทั้งสองคนว่านางสวีเสียสติไปแล้ว

ทั้งสองคนตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก รู้สึกทั้งดีใจและเสียใจ ใครจะคิดว่านางสวีที่หยิ่งทะนงตนและชอบบงการจะเสียสติไปได้?

อันที่จริงมนุษย์เรายิ่งได้รับการยกย่องมากเท่าไหร่ จิตใจก็จะยิ่งเปราะบางมากเท่านั้น ชีวิตความเป็นอยู่ของสวีอวี้หรงค่อนข้างราบรื่น ไม่ว่าต้องการอะไรย่อมได้สิ่งนั้น เป็นดั่งบุตรธิดาของสวรรค์ และได้ยินมาว่านางเคยเป็นถึงหญิงสาวที่มีชื่อเสียงดีเลิศที่สุดในเมืองหลวง

ทว่าหญิงสาวคนดังกล่าวกลับสูญเสียรัศมีที่เปล่งปลั่งไปในชั่วข้ามคืน ทุกคนต่างพากันหลบหน้านางด้วยความสะพรึงกลัว ในใจของนางคิดถึงแต่เรื่องผีสางตลอดทั้งคืนจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แล้วเหตุนี้จะไม่เสียสติไปได้อย่างไร?

“อย่างนี้นับว่าเป็นการแก้แค้นได้หรือไม่?” หวังชีพึมพำ

หลิวเหิงพยักหน้า “คนชั่วมักจะพ่ายแพ้ พวกเราคอยดูเถอะ หากนางสวีเสียสติไปแล้วจริง ๆ ชีวิตหลังจากนี้คงจะลำบากแน่ รอให้พวกเราแก้ไข้ความคับข้องใจให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยนำตัวนางไปเข้าพิจารณาคดี” ความคับข้องใจก่อนหน้านี้จะต้องได้รับการชำระ และคนที่ลงมือสังหารจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ตอนนี้นางสวีเพียงแค่ชดใช้กรรมตามความประสงค์ของฟ้าเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องให้นางไถ่บาปบางอย่างเสียก่อน

หวังชีพยักหน้า และกล่าว “ขอบคุณ” เหยียนหลิ่ว จากนั้นจึงกลับเข้าไปทำอาหารในร้านเนื้อตุ๋น

กิจการเนื้อตุ๋นถูกยกระดับจนใหญ่โตขึ้น เหยียนซีรู้สึกว่าตนคล้ายหญิงมั่งคั่งที่สามารถทำเงินได้ทุกวัน แม้ส่วนใหญ่เธอจะมีรายได้ต่อวันอยู่ที่หนึ่งร้อยตำลึง แต่เด็กสาวก็ยังคงตรวจสอบรายได้ทั้งหมดของโรงน้ำชาอยู่

ทว่าโรงน้ำชากลับสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด เนื่องจากเฉวียจือที่เป็นผู้บุกเบิกโรงน้ำชาสาขาหน่วยงานไปรษณีย์หลินสุ่ย หลังจากเขาเปิดโกดังให้พ่อค้าต่างถิ่นมาเช่าพื้นที่สำหรับใช้หมุนเวียนสินค้าแล้ว หลิวชุนหนิวกับหลิวจิ้นเป่าก็ยังทำธุรกิจส่งจดหมายเพิ่มเติมอีกด้วย

การเดินทางในยุคนี้ค่อนข้างไม่สะดวกสบาย การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องยาก เมื่อคนรู้จักต้องเดินทางไกล พวกเขาจะขอให้ใครบางคนที่รู้จักหรือกองคาราวานที่คุ้นเคยเส้นทางเป็นอย่างดีเป็นคนไปส่งจดหมายให้ ทว่าการนำจดหมายออกไปส่งก็ยังยากสำหรับพวกเขาอยู่ดี คนที่รู้จักอาจจะดีกว่านิดหน่อยตรงที่สามารถช่วยสอบถามข่าวคราวมาได้บ้าง ทว่าพวกกองคาราวานนั้นยุ่งเกินกว่าจะใส่ใจ ทั้งยังทำจดหมายหล่นหายในบางครั้ง

หลิวจิ้นเป่าคิดหาวิธีและพบว่าโรงน้ำชาสามารถช่วยส่งจดหมายได้ โดยผู้ที่ส่งจดหมายสามารถนัดให้คนรับออกมารอจดหมายที่โรงน้ำชาใกล้เคียง จากนั้นสมาชิกในครอบครัวก็จะออกมาส่งจดหมายไปยังโรงน้ำชาที่อยู่ใกล้กับผู้รับจดหมายมากที่สุด ในบางครั้งโรงน้ำชาสาขาต่าง ๆ อาจมีการติดต่อกันไปมา พวกเขาจึงใช้ช่วงนั้นในการส่งจดหมายไปพร้อมกัน

จดหมายสามารถส่งได้ทีละฉบับ และเป็นการส่งจดหมายไปยังโรงน้ำชาที่กำหนดจุดหมายปลายทางเอาไว้แล้ว และรอให้ผู้รอรับเข้ามารับจดหมายไป อีกทั้งคนงานและผู้จัดการในโรงน้ำชาต่างก็รู้อักษรอยู่บ้าง จึงสามารถช่วยเขียนจดหมายง่าย ๆ ให้พวกเขาได้

จดหมายแต่ละฉบับจะสามารถเขียนข้อความหนึ่งถึงสองข้อความไปจนถึงสิบหรือยี่สิบข้อความได้นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับระยะทาง

หลังจากเปิดบริการดังกล่าว ก็มีชาวบ้านมาใช้บริการค่อนข้างน้อย และสาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากเรื่องการย้ายที่อยู่ ในชีวิตนี้ชาวบ้านบางคนไม่เคยออกจากบ้านเกิดมาก่อน ทว่ากองคาราวานกลับไม่ใช่เช่นนั้น พวกเขารู้สึกว่าวิธีการส่งจดหมายดังกล่าวค่อนข้างเร็วและเชื่อถือได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มใจที่จะจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อยและขอให้โรงน้ำชาช่วยจัดส่งจดหมายให้

เหยียนซีคาดไม่ถึงว่าโรงน้ำชาจะพลิกมาทำธุรกิจส่งจดหมายได้ ถึงแม้รายได้จะไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

ตรงกันข้ามกับผู้เฒ่าหวูโถวที่เข้ามาพบเหยียนซีหลังจากได้ยินเรื่องดังกล่าว และขอให้เจ้านายเพิ่มกิจการส่งของ “คุณหนูขอรับ โรงน้ำชาของเราอยู่ติดกับถนนทางการทั้งสองฝั่ง ชาวบ้านย่อมเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ แน่นอนขอรับ ดังนั้นหากเราเลี้ยงวัวและลาไว้ในโรงน้ำชา เราก็สามารถใช้วัวเทียมเกวียนหรือลาเทียมเกวียนส่งชาวบ้านไปยังเมืองที่อยู่ติดกับถนนทางการได้ และสามารถช่วยขนของบางอย่างได้อีกด้วยนะขอรับ”

เหยียนซีรับฟัง และคิดว่านี่คือการขับรถบัสระยะทางสั้น ๆ ไปตามถนนทางการใช่หรือไม่?

“ธุรกิจนี้สามารถหารายได้คืนจากการเลี้ยงพวกสัตว์ได้จริง ๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ?” ตอนที่เหยียนซีอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหยางซาน เธอเคยเห็นชาวบ้านมากมายเดินทางออกไปทำงานกันตั้งแต่เช้าตรู่และกลับเข้ามาอีกทีมืดค่ำ ใช้เวลาอยู่บนถนนตลอดทั้งวัน ทว่ากลับไม่มีใครเต็มใจจะจ่ายเงินอีแปะสองอีแปะเพื่อการขนส่ง

“คุณหนู มันเป็นธุรกิจนะขอรับ ท่านดูเวลาที่ชาวบ้านในซอยเม่าจือเดินทางไปถวายเครื่องหอมที่วัดผู่จี้สิขอรับ พวกเขาต้องเช่ารถไปที่นั่นตั้งหลายสิบอีแปะ” ผู้เฒ่าหวูโถวมองว่าธุรกิจนี้ดี

ตั้งแต่พวกเขาติดตามเหยียนซีมา เฉวียจือก็กลายเป็นผู้จัดการร้าน ขณะที่อาต้ากับอาเอ้อร์ไปช่วยทำเนื้อตุ๋น ทว่าเขากลับกลายเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากขับเกวียน ถึงแม้ว่าเขาจะตาบอดข้างหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ที่จะนั่งกินนอนกินและทำตัวเกียจคร้านไปวัน ๆ

เหยียนซีคิดพิว่าธุรกิจดังกล่าวสามารถเริ่มทดลองก่อนได้ แม้ว่าการซื้อสัตว์จะต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง ทว่าเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกขาดแคลนอะไร “แต่กำลังคนเท่านี้…”

หลังจากเริ่มก่อตั้งธุรกิจแล้ว เด็กสาวกลับพบว่ามีคนไม่เพียงพอ

ทุกวันนี้การทำธุรกิจกับกำลังคนจะต้องมีเพียงพอต่อกัน

ตอนนี้สมาชิกจากหมู่บ้านหยางซานกระจัดกระจายไปยังโรงน้ำชาอวี่เซิ่นสาขาต่าง ๆ สมาชิกเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะพวกเขาคอยแบ่งปันความทุกข์ยากกับหลิวเหิงมาตลอด และแม้พวกเขาจะคิดเล็กคิดน้อยไปสักหน่อย ทว่าพวกเขาจะไม่มีวันทำให้ชายหนุ่มเสียประโยชน์อย่างเด็ดขาด

อีกทั้งตอนนี้มีการเปิดสำนักศึกษาเพื่ออบรมสมาชิกในหมู่บ้านหยางซานแล้ว เด็ก ๆ จากทุกครัวเรือนสามารถเข้าไปเล่าเรียนได้ และการทำงานในโรงน้ำชา ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการร้านหรือผู้ช่วย ย่อมได้รับผลตอบแทนอย่างล้นหลามทุกปี ด้วยรายได้เช่นนี้ ต่อให้พวกเขาเข้าไปทำงานที่อำเภอหมิงสุ่ยตลอดทั้งปีก็อาจจะมีรายได้ไม่ถึง

ด้วยพันธนาการสองข้อนี้ สมาชิกจากตระกูลหลิวจึงเป็นกลุ่มคนที่เหยียนซีไว้วางใจมากที่สุด

และส่วนที่เหลือล้วนมาจากการซื้อแรงงานทาสของเหยียนซี

ดังนั้นการทำตามคำแนะนำของผู้เฒ่าหวูโถวก็เป็นวิธีที่ดีเช่นกัน ทว่าเหยียนซีก็ยังหวังว่าสมาชิกตระกูลหลิวที่มาจากหมู่บ้านหยางซานจะรีบเข้ามาดูแลโรงน้ำชา เพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามาทำแทนได้

“คุณหนู ทำไมไม่ซื้อทาสไปเฝ้าที่ทุ่งทางตอนเหนือของเมืองหลวง แล้วค่อยเลือกคนมาช่วยงานเอาล่ะขอรับ?” ผู้เฒ่าหวูโถวกล่าวออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ภายหน้า หากนายท่านเข้ารับราชการเมื่อไหร่ จะได้มีคนรับใช้คอยรายล้อมยังไงล่ะขอรับ”

เหยียนซีชะงักไปครู่หนึ่ง และทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าหลิวเหิงกำลังจะเข้าสอบในปีหน้า หากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เขาจะได้เข้ารับราชการทันทีที่สอบจิ้นซื่อเสร็จ และไม่ว่าจะได้ประจำการอยู่ที่เมืองหลวงหรือมีคำสั่งให้โยกย้าย อย่างไรอีกฝ่ายก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ดี

และเมื่อตอนนั้นมาถึง เธอจะต้องแยกทางกับเขา ดังนั้นเขาจำเป็นจะต้องมีคนไว้ใจได้คอยอยู่เคียงข้าง ในอนาคตถ้าวันหนึ่งหลิวเหิงกับเธอยุติสัญญากันเมื่อไหร่ เธอจะไม่สามารถออกคำสั่งกับสมาชิกในตระกูลหลิวได้อีก

เธอไม่มีญาติพี่น้องที่นี่ หากจะทำตัวให้น่าเชื่อถือ คงต้องถือสัญญาทาสของคนอื่น ๆ เมื่อคิดได้เช่นนั้น วาระการประชุมเรื่องการซื้อคนก็เริ่มขึ้นทันที

ในใจของเหยียนซีกำลังคิดซื้อใครสักคน เธอเดินวนดูกลุ่มคนในตลาดที่เมืองหลวงอยู่สองครั้ง ทว่ากลับไม่พบคนที่ใช้งานได้เลย

วันนี้เด็กสาวเดินทางมาที่โรงน้ำชาสาขาปี้อวิ๋นเหมือนเช่นเคย ทันใดนั้นเด็กชายรูปร่างผอมบางก็เดินเข้ามาถามเฉวียจือที่ด้านหน้าประตูว่า “ท่านลุง ยังรับคนอยู่หรือไม่ขอรับ?”

เฉวียจือมองดูเด็กชายที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นในอากาศช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เสื้อผ้าของเด็กชายมีรอยเย็บต่อกันหลายชั้นจนเสื้อผ้าดูแปลกประหลาด

เฉวียจือมองเขาด้วยความสงสาร และตักข้าวต้มน้ำแกงผักให้เขาถ้วยหนึ่ง “โรงน้ำชาของพวกข้าไม่รับคนหรอก เจ้ากินเสร็จแล้วก็ไปซะเถิด”

เด็กชายรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาจ้องมองชามข้าวขณะคิดหาวิธี “ท่านลุง ข้าไม่ได้มาขออาหาร ข้าอยากช่วยท่านนะขอรับ” เขากล่าวและไม่สนใจเฉวียจือ รีบวิ่งเข้าไปล้างชามกับตะเกียบที่วางกองพะเนินอยู่

“นี่น้ำเย็น ส่วนนี่น้ำร้อน เติมน้ำร้อนให้หน่อย” เฉวียจือถอนหายใจเมื่อเห็นความกระตือรือร้นของเด็กชาย ก่อนจะเอ่ยปากขอให้สหายในร้านเติมน้ำร้อน และให้เขาช่วยล้างจานต่อไป

เด็กชายรีบล้างจานอย่างกระตือรือร้นจนเสร็จ และลุกขึ้นพร้อมกับเสียงท้องร้อง เขายกมือขึ้นมาเช็ดหน้า ขณะเข้าไปตักอาหารกินอย่างระมัดระวัง หยิบถุงเงินขึ้นมาเทเงินออก โค้งคำนับให้เฉวียจือและเดินจากไป

นี่เป็นครั้งแรกที่เหยียนซีได้พบกับเด็กเช่นนี้ เธอชื่นชมนิสัยรักศักดิ์ศรีของเขามาก ด้วยรูปลักษณ์ผอมบางตัวเล็กเช่นนี้ การออกมาหางานทำจะต้องลำบากมากแน่ หลังจากพิจารณาดูแล้ว เขาน่าจะอายุประมาณสิบสองถึงสิบสามปี ออกมาหางานทำเช่นนี้ เด็กสาวคิดว่ามันคงจะไม่ง่ายสำหรับอีกฝ่ายนัก

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 196 เด็กชายที่รักในศักดิ์ศรี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

165727b
ระบบแหวนสุดโกงสร้างตำนานในสองโลก
2025-10-19
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
2022-08-21
8cea-00ec
ย้อนกลับปี 1978 เริ่มต้นจากการล่าขุมทรัพย์
2026-06-16
5f9f77d25aRgV0N8
ไหปีศาจ
2024-02-25

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน