ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 174 ข่าวลือเกี่ยวกับนางสวี
บทที่ 174 ข่าวลือเกี่ยวกับนางสวี
ป้าหลิวถูกชะตากับเหยียนซี นางจึงเล่าเรื่องเกี่ยวกับผู้เช่าที่อาศัยอยู่ในเรือนของนางอย่างเป็นกันเอง
เรียกได้ว่านางมีความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งชังกับผู้เช่ารายนี้ สิ่งที่ทำให้พอใจก็คือการที่อีกฝ่ายยอมจ่ายค่าเช่าในราคาสูงมากกว่าปกติ เรือนหลังนี้ถูกปรับปรุงใหม่จากเรือนพักหลังเดิมที่นางมีอยู่แล้ว
หานเซียงจ่ายค่าเช่าให้นางเดือนละสิบตำลึง
แต่ที่น่ารำคาญคือคำพูดคำจาแสนยโสของนาง
หานเซียงเป็นคนหยิ่งยโส ทำท่าทางเหมือนเป็นเจ้านายตลอดเวลา นางบ่นไม่ชอบเรือนของป้าหลิวเพราะรู้สึกว่าทำเลไม่ดี ห่างไกลจากเมืองเกินไป บ้างก็บ่นว่าเรือนคับแคบ และพูดขึ้นมาว่า “เรือนเล็ก ๆ เช่นนี้ไม่สมฐานะของข้าเลยสักนิด” และยังลงท้ายด้วยว่า “ลูกชายของข้าไม่มีทางอยู่ในเรือนเล็กคล้ายกรงหมาเช่นนี้แน่”
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงินค่าเช่า ป้าหลิวก็อยากจะไล่นางออกไปด้วยไม้กวาดด้ามใหญ่ แต่ถ้าไล่นางออกไป ก็เกรงว่าทั้งซอยคนจะยื้อแย่งกันเปิดให้เช่าเรือนบ้าง
ดังนั้นจึงต้องกลั้นใจ ทั้งยังอัดอั้นไม่สามารถบ่นกับใครได้ เหยียนซีดูยังเป็นเด็ก แต่กลับพูดจาฉลาดเฉลียว สิ่งที่นางพูดนั้นล้วนเต็มไปด้วยความจริงใจ และยังเป็นคนไม่เอาเรื่องของคนอื่นไปนินทาต่อ ป้าหลิวที่เกลียดผู้เช่ามากจึงเลือกมาบ่นกับเด็กหญิงอย่างสบายใจ
วันนี้นางมาเพื่อซื้อหูหมูและเอ่ยกับเหยียนซีอย่างมีความสุขขึ้นว่า “เจ้าของร้านเหยียน ข้ามีเรื่องดี ๆ จะมาเล่าให้ฟัง หานเซียงคนนั้นมีคนในจวนตามมาแล้ว เป็นคนรับใช้สองคนเข้ามาดูแล ตอนนี้บ้านข้าสะอาดสะอ้านไปหมด”
“ยินดีกับท่านด้วยเจ้าค่ะ ข้าเองก็เห็นว่าวันนี้ท่านดูอารมณ์ดีเหมือนอายุลดลงไปสองสามปีได้ เป็นเพราะมีเรื่องให้สบายใจนี่เอง” เหยียนซีตอบด้วยรอยยิ้ม
“ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่านางเพียงแค่โอ้อวดเท่านั้น แต่กลายเป็นว่านางเป็นคนของจวนใต้เท้าจริง ๆ ได้ยินว่าเป็นเจ้ากรมยุติธรรมอีกด้วย เจ้าว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นกับข้าหรือไม่” ป้าหลิวดูกังวลเล็กน้อย
“เรื่องจะเกิดขึ้นต้องมีต้นสายปลายเหตุ ท่านเป็นเพียงเจ้าของบ้านที่นางเช่าอยู่ จะมีเรื่องเกิดขึ้นได้อย่างไรเจ้าคะ หาได้เกี่ยวพันถึงท่านไม่” เมื่อเหยียนซีได้ยินเกี่ยวกับเรื่องจวนเจ้ากรมยุติธรรม เธอก็นึกถึงเว่ยหวนขึ้นมา “ท่านป้า นั่นอาจจะไม่จริงก็ได้นะเจ้าคะ ข้ารู้มาว่านายท่านจวนนั้นเป็นคนสกุลเว่ย”
“งั้นก็ถูกแล้ว เพราะทั้งสองคนที่มารับใช้บอกว่าเจ้านายเป็นคนสกุลเว่ย”
“จริงหรือเจ้าคะ ถ้าอย่างนั้น ท่านควรจะอยู่ให้ห่างจากพวกเขาในอนาคต…”
“ใช่ไหมล่ะ! เจ้าของร้านเหยียน ดูทางนั้นสิ คนที่สวมชุดสีเทาก็คือคนรับใช้คนใหม่ที่เพิ่งมา” ระหว่างที่ป้าหลิวกำลังพูด นางก็เห็นสตรีคนหนึ่งออกมาจากซอย จึงแอบชี้ให้เหยียนซีมองตามไป
เหยียนซีเห็นสตรีท่าทางธรรมดาสวมเสื้อผ้าสีเทายาวเดินออกไปพร้อมตะกร้าจ่ายตลาด เธอจึงเหลือบมองไปทางเหยียนหลิ่ว เด็กสาววางมือจากงานทันทีแล้วเอ่ยขึ้น “ข้าจะออกไปซื้อไข่หน่อยนะเจ้าคะ” จากนั้นก็รีบตามออกไป
ป้าหลิวคุยต่ออีกพักหนึ่งก็เห็นว่าหัวหน้าหมู่บ้านมาที่นี่ จึงรู้สึกละอายใจเล็กน้อย นางคุยต่อไปอีกนิดหน่อย และรีบขอตัวกลับพร้อมกับพะโล้
ตอนเย็น เหยียนหลิ่วที่ออกไปตามสืบเรื่องทั้งหมดแล้วก็กลับมาบอกเล่ากับเหยียนซี
หลังจากได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้น เหยียนซีก็พบว่าเรื่องราวสกปรกของจวนนี้ช่างมากมายกว่าที่คิด
เพราะเว่ยหวนนางหวังจึงถูกสังหาร อีกทั้งเขายังไม่ได้สนใจลูกชายของตนเองอย่างหลิวเหิง จากนั้นก็มีเรื่องไปทำให้สาวใช้คนหนึ่งตั้งครรภ์และซ่อนนางเอาไว้ในซอยเม่าจือ และไม่เคยปรากฏตัวที่นี่อีกเลย
เหยียนซีบ่นในใจและไปหาหลิวเหิง
ทว่าท่าทางของหลิวเหิงกลับดูสงบราวกับว่ากำลังฟังเรื่องไร้สาระ เขาเพียงพยักหน้าและวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล “ข้าคิดว่าตอนแรกนางสวีอาจไม่รู้เรื่องนี้ แต่ตอนนี้มีคนใช้ถูกส่งมาที่นี่สองคนเป็นไปได้ว่านางสวีอาจจะรู้เรื่องแล้ว”
“ไม่ใช่ว่านางสวีไม่ยอมให้เขามีคนอื่นอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เหยียนซีได้ยินเรื่องข่าวลือเช่นนี้มากมายตั้งแต่มาถึงเมืองหลวง
โดยเฉพาะในโรงน้ำชาอวี่เซิ่นที่บริเวณวัดปี้อวิ๋น ที่มีทั้งคนในจวนและเหล่าคนรับใช้มาใช้บริการมากมาย พวกเขามักจะมีเรื่องในจวนเจ้านายมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เธอจึงลอบฟังข่าวคราวต่าง ๆ เกี่ยวกับตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงที่นั่น อย่างเรื่องราวความหึงหวงของนางสวีที่มีต่อสาวใช้ของลูกสะใภ้ใหญ่ของใต้เท้าสวี
ตามที่พวกเขาเล่าลือ แม้แต่นกตัวเมียตัวหนึ่งในจวนตระกูลเว่ยก็จะถูกนางสวีจับมาต้มยำทำแกง
นางสวีเป็นคนขี้หึงมากจริง ๆ นางจะยอมให้สามีเลี้ยงดูสตรีอื่นเป็นอนุและคลอดบุตรออกมาได้อย่างไร
“ต่อให้ไม่ต้องการ แต่นางก็มีเรื่องกังวลใจเกี่ยวกับทายาท ชื่อเสียงเรื่องความหึงหวงของนางเป็นที่เล่าลือกันไปทั่วทั้งเมือง แต่เพื่อบุตรแล้ว ก็น่าจะปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ได้ยาก”
“จริงด้วยเจ้าค่ะ!” เหยียนซียังรู้เรื่องของนางสวีเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย “ข้าได้ยินมาอีกว่า เพราะนางสวีมากอำนาจ ก็เลยทำให้หลานสาวคนโตของนางก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน จวนเศรษฐีเล็ก ๆ ที่ต้องการจะเข้าหาตระกูลสวีก็มีอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว”