บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย - บทที่ 175 กิ่งมะกอกตระกูลเฉิน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ย้อนเวลามาเป็นเศรษฐินีผู้มั่งคั่งร่ำรวย
  4. บทที่ 175 กิ่งมะกอกตระกูลเฉิน
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

บทที่ 175 กิ่งมะกอกตระกูลเฉิน

เหยียนซีเติบโตมาในยุคที่ทุกคนมีคู่สมรสเพียงคนเดียว จึงไม่ได้รู้สึกว่าการที่สวีอวี้หรงไม่อยากให้สามีรับอนุเข้าบ้านจะเป็นเรื่องผิดแปลก

การที่นางต้องการจะเป็นภรรยาคนเดียวของเว่ยหวนไม่ได้เป็นเรื่องที่มากเกินไป

แต่สิ่งที่ผิดคือนางไม่ได้ตกลงกับสามีอย่างตรงไปตรงมา เมื่อมีเรื่องไม่พอใจเกิดขึ้น ก็กลับไปเล่นงานสตรีอีกคนลับหลังเขาแทน

ที่สำคัญคือนางรู้ทั้งรู้ว่าเว่ยหวนมีภรรยาแล้ว แต่ก็ยังยอมที่จะแต่งงานกับเขาอย่างไร้ยางอาย ซ้ำยังคิดแผนสังหารภรรยาเก่าของสามีทั้งที่พวกเขาหย่ากันไปนานแล้วอีก

“ผู้หญิงคนนี้ต้องมีปัญหาทางจิตแน่นอน” เหยียนซีได้แต่ถอนหายใจ

เดิมทีเธอวางแผนจะฉลองวันไหว้พระจันทร์อย่างมีความสุข แต่เมื่อได้ยินเรื่องเช่นนี้แล้วก็ทำให้รู้สึกหดหู่อยู่ในใจ แม้จะแสดงออกอย่างมีชีวิตชีวาก็ตาม

โชคยังดีที่เทศกาลไหว้พระจันทร์ครั้งนี้มีข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งพอให้ชื่นใจได้บ้าง

เนื่องจากชื่อเสียงของหลิวเหิง ทำให้เขาได้รับการยกย่องจากเมืองถงอัน เสวี้ยเจิ้ง*[1]หยางซูถาได้เขียนหนังสือเพื่อขอพระราชทานรางวัลให้แก่เขา

เดิมทีหนังสือนี้ถูกระงับโดยเน่ย์เก๋อ แต่จักรพรรดิเทียนฉีทรงทราบเรื่องนี้อย่างไม่มีใครคาดคิด พระองค์จึงรับสั่งให้เน่ย์เก๋อเดินเรื่องต่อทันที สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความพอใจให้จักรพรรดิเป็นอย่างมาก เป็นเรื่องดีที่แคว้นเว่ยจะมีบัณฑิตอยู่ในท้องถิ่นเพื่อช่วยพัฒนาการศึกษาในหมู่บ้าน

เดิมทีพระองค์ต้องการพระราชทานตำแหน่งอย่างเป็นทางการให้แก่หลิวเหิงโดยตรง แต่เฉินเก๋อเหล่ากราบทูลว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ตั้งใจจะเข้าร่วมการสอบขุนนางครั้งหน้า เนื่องจากเขาพลาดการสอบของปีนี้เพราะต้องไว้ทุกข์ให้มารดา จึงทำให้เพิ่งมาที่เมืองหลวงและกำลังศึกษาเตรียมตัวสำหรับการสอบครั้งต่อไปอยู่

จักรพรรดิจึงรับสั่งให้หลิวเหิงไปศึกษาต่อที่สำนักกว๋อจื่อเจี้ยน

ผู้ที่ได้รับโอกาสในการเข้าศึกษาที่กว๋อจื่อเจี้ยนล้วนไม่ใช่คนทั่วไป และเป็นโอกาสดีของหลิวเหิงที่จะได้เข้าไปที่นั่น

กว๋อจื่อเจี้ยนคือสำนักศึกษาที่ดีที่สุดของแคว้นเว่ย

หลังจากที่เหยียนซีทราบข่าว เธอก็ช่วยหลิวเหิงเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ เดิมทีวางแผนว่าจะซื้อแบบสำเร็จมาให้ ทว่าชายหนุ่มกลับอยากจะสวมชุดที่เด็กหญิงเป็นคนตัดเย็บให้เองมากกว่า เหยียนซีเห็นถึงความตั้งใจของเขาจึงเปลี่ยนใจมาตัดเย็บด้วยตนเอง

โชคดีที่เธอได้เรียนรู้วิชาการตัดเย็บเสื้อผ้ามาจากนางหวัง และทำออกมาได้ดีหลังจากฝึกฝนฝีมืออยู่หลายครั้ง แม้เหยียนซีจะปักผ้าไม่เก่ง แต่หลังจากง่วนอยู่กับเข็มและเส้นไหมอยู่นาน ก็สามารถปักลายเมฆมงคลลงบนสาบเสื้อได้ ซึ่งออกมาดูสวยงามทีเดียว

สำนักกว๋อจื่อเจี้ยนอยู่ในเมืองหลวง เขาไม่จำเป็นต้องค้างแรมที่นั่น เพียงแค่ต้องเตรียมมื้อกลางวันไปกินตอนเที่ยง และเดินทางไปกลับทุกวันเท่านั้น

เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเขาก็จ้างรถม้าให้ไปส่งหลิวเหิงที่กว๋อจื่อเจี้ยน

เหยียนเฟิงต้องการกลับมาพร้อมรถม้า แต่เหยียนซีมองเขาอย่างเคร่งขรึม แล้วเอ่ยขึ้น “ที่นี่คือกว๋อจื่อเจี้ยนเชียวนะ เจ้าควรอยู่ที่นี่เพื่อลอบฟังเรื่องราวที่อาจารย์สั่งสอน ถ้าบ้านเรามีคนรู้ตำราสองคนที่ได้ศึกษาจากที่นี่ ภายหน้าจะต้องทำเงินได้เยอะขึ้นอย่างแน่นอน”

คนที่เข้าเรียนที่นี่ล้วนมีแต่ชนชั้นสูง ดังนั้นพวกเขาจึงมีบ่าวรับใช้และผู้ติดตามมาด้วยเสมอเป็นเรื่องปกติ

ผู้ติดตามและบ่าวไพร่ทั้งหมดจะต้องรออยู่หน้าชั้นเรียน และสามารถฟังสิ่งที่อาจารย์สอนจากด้านนอกได้ตามต้องการ

“อย่าอายที่จะนั่งฟังอยู่ด้านนอก ข้าเคยได้ยินมาว่านักเรียนบางคนที่ไม่ตั้งใจเรียนก็จะถูกอาจารย์ไล่ให้ไปยืนฟังที่หน้าชั้นเช่นกัน” เหยียนซีกลัวว่าเหยียนเฟิงจะรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ถ้าต้องไปอยู่ตรงนั้น

ในความเป็นจริงแล้ว เธอก็ต้องการจะส่งเหยียนเฟิงให้ไปเรียนหนังสืออย่างเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่เดินทางมาเมืองหลวง แต่ถึงจะพูดเรื่องนี้กับเหยียนเฟิงหลายครั้ง เขากลับเอาแต่ปฏิเสธอยู่ตลอด ดังนั้นเด็กหญิงจึงให้เขาฝึกเขียนอักษรและอ่านตำรากับหลิวเหิงอย่างที่ตนเองเคยทำแทน

แต่ครั้งนี้เมื่อได้โอกาสเข้าไปในสถาบันศึกษาชั้นสูงอย่างกว๋อจื่อเจี้ยนแล้ว เหยียนซีก็ฉุกคิดถึงเรื่องการไปเรียนหน้าชั้นเรียนเช่นนี้ขึ้นมาได้ เหยียนเฟิงไม่ยอมไปเรียนหนังสือคนเดียว แต่ถ้าสั่งให้เขาตามหลิวเหิงไปจะต้องไม่ปฏิเสธแน่นอน

หลิวเหิงส่ายหน้าและหัวเราะเมื่อได้ยินสิ่งที่เหยียนซีพูด

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เข้าใจเจตนาของนางเป็นอย่างดี

เหยียนเฟิงมีความรู้อยู่บ้าง แต่ไม่เคยได้อ่านตำราอย่างจริงจัง นางจึงหวังให้เขาได้ฟังเรื่องที่อาจารย์บรรยายที่สำนักและเรียนรู้เรื่องราวมากขึ้นจากตำราเหล่านั้น

เดิมทีเหยียนเฟิงอยากจะกลับไปช่วยงานที่บ้าน แต่เมื่อเห็นว่าเหยียนซียืนยันหนักแน่นและเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าว เขาจึงไม่กล้าปฏิเสธและตอบตกลงอย่างเสียไม่ได้

“ตั้งใจฟังบทเรียนในชั้นเรียนให้ดี แล้วให้พี่เอ้อร์หลางช่วยทบทวนให้เจ้าตอนที่กลับมาบ้าน” เหยียนซีตบไหล่เหยียนเฟิง “การอ่านเขียนเป็นสิ่งที่ดี หากเจ้าอ่านเขียนได้คล่อง เจ้าก็ต้องเอาความรู้เหล่านั้นมาใช้อ่านตำราเสียบ้าง”

แม้แต่ในยุคโบราณเช่นนี้ เหยียนซีก็ยังเชื่อเสมอว่าความรู้จะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของคนเราได้

เหยียนเฟิงรับคำอย่างเคร่งขรึม “ขอรับ!” ฟังดูราวกับเป็นการรับคำจากเจ้านายอย่างซื่อสัตย์

หลังจากที่อยู่ด้วยกันมานาน เหยียนหลิ่วก็เริ่มทำตัวเป็นกันเองอย่างคนทั่วไปและมีชีวิตชีวามากขึ้น ทว่าเหยียนเฟิงกลับยังเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยน

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงความใจดีของทุกคน เหยียนซีปฏิบัติต่อเขาดั่งสมาชิกในครอบครัว และหวังดีกับสองพี่น้องเสมอ

หลิวเหิงเดินนำเหยียนเฟิงไปที่ทางเข้าของกว๋อจื่อเจี้ยน เขาได้พบกับราชบัณฑิตที่สอนห้าวิชาประจำกว๋อจื่อเจี้ยน และเฉินโหย่วฝูเองก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมาถึง ก็ยิ้มแล้วเอ่ยทักทายพลางกุมมือ “หลิวเหิง ต้องยินดีกับเจ้าด้วย”

เฉินโหย่วฝูยังดูเป็นเช่นเดิม สวมชุดยาวดูสง่างาม แฝงกลิ่นอายของปัญญาชน หลิวเหิงประหลาดใจเล็กน้อยเพราะได้ยินว่าอีกฝ่ายน่าจะผ่านการสอบเซียงซื่อไปแล้วในปีนี้ อันดับของเขาสูงกว่าของท่านอาจารย์ แม้จะไม่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมสำนักฮั่นหลินแต่ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก หากจะให้เขาไปที่อื่น

หรือว่าตระกูลเฉินไม่ต้องการให้เขาไปที่อื่นอย่างนั้นหรือ?

เมื่อพบเพื่อนร่วมชั้นจากบ้านเกิดที่นี่ ไม่ว่าภายในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัยแค่ไหน แต่ก็ทำเพียงแค่โค้งคำนับทักทายเท่านั้น “ยินดีที่ได้พบ”

“ตอนนี้ข้าเองก็เข้าร่วมกว๋อจื่อเจี้ยนแล้ว ต่อไปคงได้พบเจ้าบ่อยขึ้น” เฉินโหย่วฝูไม่รั้งรอที่จะเอ่ยถึงสถานะที่แท้จริงของตนเอง

เมื่อมีเฉินโหย่วฝูอยู่ด้วย หลิวเหิงจึงลดความวุ่นวายในขั้นตอนของการเข้าเรียนไปได้มาก และเมื่อเห็นว่าเหยียนเฟิงตามมาอย่างเงียบ ๆ ชายหนุ่มจึงแนะนำว่าเขาคือญาติของเหยียนซี แม้จะเพียงแค่ติดตามมาในฐานะเด็กรับใช้ แต่ก็มีความสนใจใฝ่เรียนเช่นกัน

เฉินโหย่วฝูเป็นคนที่ชอบสร้างบุญคุณกับคนอื่นเสมอ จึงจัดโต๊ะให้เหยียนเฟิงนั่งเพื่อเรียนจากหน้าห้องด้วย

“ท่านปู่ของข้าบอกว่าเจ้าเป็นบัณฑิตท้องถิ่นอยู่ที่ถงอัน อุทิศตนมอบความรู้แก่คนในหมู่บ้าน มีทั้งความรู้และคุณธรรม ท่านปู่ชอบคนหนุ่มที่กระตือรือร้นในการเรียนรู้และรักความก้าวหน้า หากพอมีเวลา ข้าอยากเชิญเจ้าไปที่จวนของเราหน่อย”

เฉินโหย่วฝูยังคงดูใจดีและเป็นมิตรราวกับว่าไม่มีอะไรแอบแฝงเช่นเดิม เขาเอ่ยเชิญด้วยรอยยิ้มที่ไม่ต่างจากตอนที่เชิญหลิวเหิงให้มาเรียนด้วยกันตอนที่อยู่ในสำนักศึกษาประจำเมือง

การได้ไปเยือนจวนของเก๋อเหล่านั้นถือเป็นเกียรติและแสดงถึงสถานะได้เป็นอย่างดี และเป็นการแสดงออกกลาย ๆ ว่าหลิวเหิงจะเป็นหนึ่งในคนของเฉินเก๋อเหล่าอีกด้วย

เฉินโหย่วฝูตั้งใจมาเชิญเพื่อขยายกิ่งมะกอก แตกกิ่งก้านความสัมพันธ์และอำนาจบารมีต่อตระกูลเฉินอย่างเห็นได้ชัด

ในฐานะจู่เหริน เขาเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ในตอนนี้ตระกูลเฉินไม่ได้มองเขาเป็นเพียงหินข้างทางอีกต่อไปแล้ว กลับเริ่มแสดงท่าทีให้เกียรติขึ้นมาในที่สุด

ไม่ว่าตระกูลเฉินจะทำเช่นนี้เพราะเห็นแก่หน้าของเว่ยเฉิงหรือด้วยเหตุผลอื่นใด หลิวเหิงก็ภูมิใจในเรื่องนี้ขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากผ่านไปหนึ่งปี ในที่สุดตระกูลหลิวก็มีคุณสมบัติพอที่ตระกูลเฉินจะอยากแตกกิ่งมะกอกด้วย

หลิวเหิงรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะซีเอ๋อร์ ตอนนี้ที่เขาเป็นที่นับหน้าถือตาและไม่ถูกมองข้ามล้วนเป็นเพราะแผนการอันแยบยลของเด็กน้อยวัยสิบเอ็ดปีทั้งสิ้น

เด็กหนุ่มลอบกำหมัดลับ ๆ ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะผ่านการสอบเป็นจิ้นซื่อให้ได้ และจะเข้าสู่ชีวิตขุนนางอย่างเป็นทางการ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เพื่อแบ่งเบาภาระของเหยียนซี

หลิวเหิงและใต้เท้าสวีมีเรื่องบาดหมางกันอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่จะตอบรับคำเชิญของตระกูลเฉิน ดังนั้นเขาจึงตอบตกลงทันที “ข้ามักจะอิจฉาพี่เฉินที่ได้รับคำแนะนำจากเฉินเก๋อเหล่าเสมอ หากได้รับคำชี้แนะจากท่านบ้างก็คงจะเป็นเกียรติอย่างยิ่ง นับเป็นโชคดีของข้าแล้ว”

คำพูดเหล่านี้ไม่ได้ฟังดูเป็นการประจบสอพลอจนเกินจริง เฉินเก๋อเหล่าเป็นบัณทิตจากหอตำราเหวินยวนเก๋อ ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในด้านงานเขียนและบทกวีที่ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวาง

“ข้าได้ยินมาว่าเหยียนซีเปิดร้านเนื้อตุ๋นในเมืองหลวง ยังไม่ได้ไปลองกินเสียที แต่ฝีมือการทำอาหารของนางไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว” เขาอิจฉาในโชคดีของหลิวเหิงจริง ๆ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เหยียนซีก็ไม่เคยทอดทิ้งเขา และยังพยายามจะวางแผนสนับสนุนอีกฝ่ายอย่างไร้ข้อแม้

“หากพี่เฉินอยากชิมก็สามารถไปที่บ้านข้าได้ เพียงแต่บ้านข้านั้นคับแคบ อาจจะไม่สะดวกในการรับแขกนัก”

“ขงจื๊อกล่าวว่าคนมีคุณธรรมล้วนอยู่อย่างเรียบง่าย” เฉินโหย่วฝูกล่าวเช่นนั้น และมีท่าทีพอใจกับความใกล้ชิดของหลิวเหิง

ทั้งสองพูดคุยกันต่อเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาเรียน ทั้งสองจึงแยกย้ายกัน

[1] เสวี้ยเจิ้ง คือตำแหน่ง หัวหน้าสำนักบัณฑิต

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 175 กิ่งมะกอกตระกูลเฉิน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

YOU MAY ALSO LIKE

brownieeVJKDrRPX
ย้อนไปยุค 70 เป็นสาวสุดสวยให้อดีตสามีเสียดายเล่น
2026-02-05
001c2b01f1browniee
ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว
2026-04-02
browniee.online49d76ba
หย่ารักประธานฉี
2026-06-30
Ca69WYG
หวนกลับมาเป็นคนโปรดของฮ่องเต้
2025-11-20

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน