ทะลุมิติยุค 70 กลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชค - บทที่ 565 ล้วนเป็นลุงเหมือนกัน
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติยุค 70 กลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชค
- บทที่ 565 ล้วนเป็นลุงเหมือนกัน
บทที่ 565 ล้วนเป็นลุงเหมือนกัน
ไป๋อวี้ด่าทุกคนที่ขวางหน้า ไม่มีใครได้รับความเมตตาจากเธอเลย
วันหนึ่งนายอำเภอเก๋อโทรศัพท์มาที่บ้านของไป๋อวี้ แต่เธอไม่อยู่บ้าน หวังฟางเลยเป็นคนรับแทน
หวังฟางรับโทรศัพท์แล้วระเบิดอารมณ์ใส่เขาทันที
“โทรมาบ่อยขนาดนี้ นายไม่มีมารยาทบ้างหรือไง? เสี่ยวเหมียวกับเสี่ยวหยากำลังนอนอยู่นะ! รู้ไหมว่าฉันต้องพยายามแค่ไหนกว่าจะกล่อมให้พวกเขาหลับได้?”
นายอำเภอเก๋อพูดว่า “โอ้… อาอวี้ไม่อยู่บ้านเหรอ?”
“จะคุยเรื่องงานก็โทรไปที่สำนักงานสิ!”
นายอำเภอเก๋อ “โอ้…”
หวังฟางพูดต่อว่า “อย่าโทรมาอีกนะ ไม่งั้นนายได้เจ็บตัวแน่!”
นายอำเภอเก๋อ “โอ้… เธอจะกลับมาเร็ว ๆ นี้หรือเปล่า…”
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ได้ยินเสียงวางสายดัง ‘ปั้ก!’
นายอำเภอเก๋อรู้สึกเจ็บปวดใจเหลือเกิน
สักพักเลขาธิการอวิ๋นก็โทรมาถามว่า “ติดต่อได้หรือยัง?”
นายอำเภอเก๋อตอบว่า “ติดต่อไม่ได้เลย ฉันคิดว่าเธอกำลังงอนอยู่”
เลขาธิการอวิ๋นโกรธมาก “ทำไมถึงไม่รู้จักกาลเทศะแบบนี้? นี่มันไม่ใช่การทำลายความสามัคคีหรอกหรือ?”
นายอำเภอเก๋อพูดว่า “โธ่ เธอยังเด็ก โมโหง่าย นายก็รู้นี่”
“เพราะนายตามใจเธอนั่นแหละ!” เลขาธิการอวิ๋นพูด “ถ้าไม่ได้ผลจริง ๆ ก็ลองไปหาเธอเองสิ”
นายอำเภอเก๋อคิดสักครู่แล้วพูดว่า “ได้ ๆ ๆ ฉันจะดูว่าวันไหนมีเวลาบ้าง”
เลขาธิการอวิ๋นพูดว่า “พยายามพูดจาคลุมเครืออีกแล้วใช่ไหม?! ยังจะบอกว่า ‘วันไหนมีเวลา’ อีก!”
นายอำเภอเก๋อยิ้มอย่างจนใจพลางพูดว่า “เลขาอวิ๋น ทั้งอำเภอต่างพูดกันว่าฉันลำเอียงเข้าข้างฉินเจียถุน ฉันใส่หมวกใบนี้มานานแล้ว จะกลัวอะไรอีกล่ะ?”
เลขาธิการอวิ๋นคิดดูแล้วก็เห็นด้วย อีกฝ่ายใส่หมวกใบนี้มานานจริง ๆ
“อย่าทำเกินไปนะ” สุดท้ายเขาพูดแค่นี้ “พวกเราต้องมั่นใจว่าจะพัฒนาไปด้วยกัน อย่าให้เธอทำอะไรตามใจชอบมากเกินไป”
นายอำเภอเก๋อคิดว่าคงอีกไม่กี่วัน เขาจึงพูดแบบขอไปทีว่า “วางใจเถอะ ผมรู้ดีน่า”
หลังจากวางสาย เขาก็คิดว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน พอทีมงานเหมืองทองตั้งเสร็จ ไป๋อวี้คงไม่วุ่นวายแล้ว
…
ไป๋อวี้คิดเช่นนั้นจริง ๆ เธอกำลังรอให้เจี่ยชิงซงจัดตั้งทีมงานเหมืองทองให้เรียบร้อย
แต่เดิมเหมืองทองเป็นโครงการใหญ่ที่พวกเขารอคอยมาหลายปีแล้วจึงต้องระมัดระวังในการจัดตั้งทีมงาน
จะให้พวกคนเลวพวกนั้นใช้คำว่า ‘พิสูจน์ความสามัคคี’ มาบีบบังคับแล้วส่งผลต่อการจัดตั้งทีมงานได้อย่างไร?
ในพื้นที่ของไป๋อวี้ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก
วันนี้เจี่ยชิงซงถือรายชื่อและเอกสารการจัดตั้งทีมงานมา
ไป๋อวี้เงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง รู้สึกว่าทั้งอีกฝ่ายดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากทีเดียว
ไป๋อวี้ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “นายหล่อขึ้นนะ”
เจี่ยชิงซงหน้าแดง “ไม่หรอกครับ…”
ไป๋อวี้พลิกดูเอกสารที่เขานำมา แล้วพูดว่า “ตัดสินใจแล้วเหรอ?”
เจี่ยชิงซงรีบตอบ “ตัดสินใจแล้วครับ อาจจะยังไม่เหมาะสมนัก แต่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนทีหลังก็ได้”
“ได้” ไป๋อวี้ไม่ได้ตรวจดูรายชื่ออย่างละเอียด แล้วส่งคืนให้เขา “นายทำได้ตามสบายเลยนะ”
เจี่ยชิงซงพูดอย่างตื่นเต้น “ครับ!”
หลังจากเขาออกไป โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ไป๋อวี้ไม่ได้เรียกเยี่ยนอี้หลานมารับสายแทนแล้ว
ไป๋อวี้รับสาย พลางพูดว่า “ลุงเก๋อ”
นายอำเภอเก๋อพูดอย่างหงุดหงิด “ฉันไม่อยากรับคำนี้จากเธอหรอก เหล่าจ้าวเป็นลุงของเธอนี่!”
ไป๋อวี้หัวเราะพูดว่า “โธ่ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะให้ลุงจ้าวออกหน้าเป็นคนไกล่เกลี่ยนะคะ”
นายอำเภอเก๋อรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย พูดว่า “เธอคิดอย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ”
หากกล้ามารังแกฉินเจียถุนของพวกเขา คงต้องสั่งสอนกันสักหน่อย แต่ไป๋อวี้ไม่ได้ตั้งใจจะทำเกินไป จึงปล่อยให้เหล่าจ้าวออกมาเป็นคนไกล่เกลี่ยแทน
เป็นแผนที่สมบูรณ์แบบ!
“ฉันนึกว่าลุงโทรมาเพราะเรื่องเหมืองทองเสียอีก”
“โอ้ กลุ่มเหมืองทองสร้างเสร็จแล้วนะคะ”
นายอำเภอเก๋อ “…”
“มันได้ประโยชน์ตั้งสองต่อ ทำไมเราจะไม่ทำล่ะ?” ไป๋อวี้พูดพลางยิ้มกริ่ม
นายอำเภอเก๋อด่าว่า “เธอยังอายุน้อยอยู่เลย ทำไมถึงมีความคิดเยอะแยะขนาดนี้? แต่อย่าได้ภูมิใจไป คราวนี้เธอสร้างชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี จนทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว”
“การเป็นคนดีไม่มีประโยชน์นี่นา” ไป๋อวี้พูดตรง ๆ “พวกเราไม่เคยทำอะไรผิดต่อพวกเขามาก่อน แต่พวกเขายังคงลอบกัดพวกเราอยู่ดี”
นายอำเภอเก๋อพูดว่า “คำพูดแบบนี้อย่าได้พูดต่อหน้าเลขาธิการอวิ๋นเชียวนะ รู้ไหม?”
“รู้แล้วค่ะ เลขาธิการอวิ๋นจะเทียบกับลุงได้ยังไงล่ะ?”
นายอำเภอเก๋อรู้สึกปลาบปลื้มใจกับคำพูดของไป๋อวี้ เขาหัวเราะพลางด่าว่า “ปากเจ้าเล่ห์ของเธอนี่ ฉันไม่เชื่อหรอก เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอยังไม่รับโทรศัพท์ฉันเลย”
จากนั้นเขาก็ถามว่าเหมืองทองจะเปิดตัวเมื่อไหร่ เขาอยากมาร่วมงานด้วยตัวเอง
หลังจากไป๋อวี้วางสายแล้ว เธอรู้สึกโล่งอกไปทั้งตัว
เหล่าจ้าวทำงานที่บ้านมาระยะหนึ่งแล้ว
ไป๋อวี้ถอดสายโทรศัพท์ทั้งที่บ้านและที่ทำงานของเขาออก วันนี้เธอเลยสั่งให้คนไปต่อสายให้เขาใหม่
ตอนนี้เธอต่อสายโทรศัพท์ที่ทำงานของเหล่าจ้าวเสร็จแล้ว และพาคนมาติดตั้งโทรศัพท์ที่บ้านด้วย
เหล่าจ้าวพูดว่า “เธอนี่จริง ๆ เลย ไม่รู้จักเกรงใจผู้ใหญ่ซะบ้าง”
ไป๋อวี้ยิ้มกว้างพลางพูดว่า “เพราะลุงตามใจฉันไงคะ”
ตอนนั้นป้าฮวาเดินเข้ามาพร้อมกับถาดผลไม้ แล้วพูดว่า “ยังจะพูดถึงเธออีกเหรอ? สายโทรศัพท์นั่น ถ้าเธอไม่ถอด ฉันก็ต้องถอดให้นายอยู่ดี”
พูดถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
เธอแต่งงานกับเหล่าจ้าวมาหลายปีแล้ว คงเคยเจอเรื่องใหญ่โตอะไรมาบ้างไม่ใช่เหรอ? แต่ครั้งนี้เหล่าจ้าวไปอำเภอแค่ครั้งเดียว กลับมาน้ำหนักดันลดไปตั้งเจ็ดแปดกิโล อีกทั้งเคราเฟิ้ม ดูเหมือนขอทานยังไงยังงั้น ร่างทั้งร่างเหมือนถูกดึงวิญญาณออกไปหมด
นี่เขาได้รับความทุกข์ทรมานอะไรมากันแน่!
วันนั้นป้าฮวาถึงกับร้องไห้ด้วยความโกรธ เธอคิดจะบอกให้เขาเลิกทำงานนี้ซะ
แต่เหล่าจ้าวพูดอย่างจนปัญญาว่า “อย่าเลย ๆ ๆ ฉันยังต้องติดตั้งสายโทรศัพท์อีกใช่ไหม? แต่ต่อไปนี้เธอห้ามถอดสายโทรศัพท์ฉันอีกแล้วนะ!”
“ได้ ต่อไปฉันจะให้แค่ป้าฮวาเป็นคนถอดเอง”
เหล่าจ้าวอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและถลึงตาใส่ไป๋อวี้อีกครั้ง
ตอนนั้นสือโถววิ่งเข้ามากอดขาของไป๋อวี้แล้วร้องเรียก “อา!”
“เอ๋ สือโถวเป็นอะไรเหรอ?”
สือโถวทำหน้าเหมือนถูกรังแก “กั่วกั่วรังแกผม”
ไป๋อวี้ตกใจ รีบย่อตัวลงแล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
สือโถวทำหน้ามุ่ย “เธอไม่ยอมให้ผมเป็นสามี”
ไป๋อวี้ “???”
เธอถามอยู่นานถึงได้รู้ว่าเป็นเรื่องที่เด็ก ๆ เล่นเกมบทบาทสมมติกัน
ไม่ว่าจะเป็นการเล่นบทบาทสมมติแบบไหน สือโถวก็ต้องรับบท ‘ทารก’ หรือ ‘ลูกหมา’ เสมอ
สือโถวพยายามขอเป็น ‘พ่อ’ หรือ ‘สามี’ หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ
ไป๋อวี้ได้ยินแล้วหัวเราะลั่น
“สือโถว นายแสดงเป็นทารกยังไง? แสดงให้อาดูหน่อยสิ”
สือโถวไม่ยอม “ไม่เอา!”
“ไม่ได้นะ ฉันต้องดูฝีมือการแสดงของนายก่อน ถึงจะช่วยขอบทให้นายได้”
สือโถวได้ยินดังนั้นก็รีบนอนขดตัวเป็นก้อนทำท่าเหมือนทารกอยู่บนเตียวเตา “อุแว้ อุแว้…”
ไป๋อวี้และคนอื่น ๆ หัวเราะเสียจนปวดท้อง
“แสดงเป็นลูกหมาด้วย ๆ”
สือโถวนั่งยอง ๆ บนเตียงเตา แล้วใช้เท้าเกาหัวตัวเอง เลียนแบบลูกหมาเกาหู
“โอ๊ย! ฮ่า ๆ ๆ”
เหล่าจ้าวหัวเราะจนกลิ้งไปมาบนเตียงเตา
สือโถวหน้าแดงด้วยความอาย แต่ยังพูดอย่างดื้อรั้นว่า “อา ผมแสดงได้ดีไหมครับ?”
ไป๋อวี้กุมท้องพลางพูดว่า “ดี ดีมาก แสดงได้ยอดเยี่ยมเลย!”
ไม่แปลกเลยที่เสี่ยวกั่วจะให้เขาแสดงเป็นลูกหมา…
“ผมอยากแสดงเป็นอย่างอื่นบ้าง อาช่วยบอกกั่วกั่วให้หน่อยนะครับ”
ไป๋อวี้หัวเราะพลางพูดว่า “ได้สิ แต่คนอื่นแสดงเป็นลูกหมาไม่ดีเท่านายหรอกนะ”
สือโถวพูดอย่างร้อนรนว่า “ยังมีน่าวจงอีกนะ มันก็แสดงเป็นลูกหมาได้ดีเหมือนกัน!”
พอได้ยินอย่างนั้น ไป๋อวี้อยากวิ่งกลับไปดูเสียเดี๋ยวนั้นว่าน่าวจงจะแสดงเป็นลูกหมาได้อย่างไร?