ทะลุมิติยุค 70 กลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชค - บทที่ 562 เด็กชายขี้แย
บทที่ 562 เด็กชายขี้แย
นักข่าวสือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ ในวันเดียวกันนั้นเอง เขาวิ่งวุ่นไปทั่วฉินเจียถุน เพื่อสัมภาษณ์ผู้คนมากมาย
เช้าวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ก็ตีพิมพ์ออกมาแล้ว
เขียนเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างเลขานุการที่ปรึกษาเศรษฐกิจพิเศษประจำมณฑล จ้าวถวนเจี๋ย และฉินเจียถุนไว้อย่างละเอียด พร้อมทั้งพาทุกคนย้อนรำลึกถึงคดีใหญ่ตำรวจสมรู้ร่วมคิดกับโจรในอดีต
จ้าวถวนเจี๋ยที่กำลังครวญครางอยู่ในโรงพยาบาล พอเห็นหนังสือพิมพ์สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ตอนนั้นเขาไม่สนใจแล้วว่าตัวเองยังป่วยอยู่
เขาไม่กล้านั่งรถบรรทุกของกองพลขนส่ง จึงต้องจ่ายเงินกว่าห้าสิบหยวนเพื่อจ้างรถล่อ แล้วผายลมไปตลอดทาง
ได้ยินว่าพอถึงอำเภอก็เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งทันที
ตอนนี้เขาไม่ใช่แค่ท้องเสียแล้ว แต่ยังเป็นริดสีดวงทวารด้วย
เดิมทีผู้อำนวยการเหยียนตั้งใจจะรอให้อาการท้องเสียของเขาคงที่ก่อน แล้วค่อยเตรียมการผ่าตัดให้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะหนีออกไป การเดินทางบนถนนขรุขระทำให้เลือดออกอย่างรุนแรง ถึงขั้นทำให้เบาะรถล่อเปื้อนไปหมด เขาเลยถูกพาตัวไปที่โรงพยาบาลอำเภออีกครั้ง แล้วเริ่มโวยวายว่ามีคนวางยาพิษเขาที่ฉินเจียถุน
แต่เขาช้าไปก้าวหนึ่ง เพราะหนังสือพิมพ์ออกมาแล้ว ใคร ๆ ก็รู้เรื่องน่าอายของเขา
คนอื่นจึงใช้เหตุผลว่าอีกฝ่าย ‘ไม่คุ้นกับสภาพแวดล้อม’ มาปัดเรื่องนี้ไป
…
สองสามวันนี้นักข่าวแทบจะรวมตัวกันที่ฉินเจียถุน เพื่อสืบข่าวเรื่องความแค้นระหว่างกวาจีหลี่จากโรงงานขนส่งกับเลขาที่ปรึกษาเศรษฐกิจจากมณฑล
ถ้าไม่ได้ข่าวหน้าหนึ่ง แต่ขอกินแค่เศษข่าวก็ยังดี
ทุกคนต่างยุ่งกับการดูเรื่องสนุก ยกเว้นเหยียนเหอที่เอาแต่ซึมเศร้า
ฉินต้าซานยุ่งกับการปิดคดีในช่วงนี้ จึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้นัก
พอเขารู้เรื่องก็รู้สึกไม่พอใจมาก
วันนี้เขากลับบ้านมาแล้วกั่วกั่วไว้ในอ้อมแขน พลางพูดกับไป๋อวี้ว่า “จริง ๆ แล้วก็เหมือนเก็บของเสียกลับมานั่นแหละ”
ไป๋อวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง “ใครหรือ?”
ฉินเสี่ยวกั่วหัวเราะเบา ๆ “พ่อพูดถึงคนหน้าหวานคนนั้นไงคะ”
ไป๋อวี้ “…หมายถึงเหยียนเหอเหรอ?”
ฉินต้าซานพูดอย่างหงุดหงิด “ก่อนหน้านี้เห็นรายงานที่เขาทำก็ดูดีอยู่นะ นึกว่าถ้าฝึกฝนดี ๆ คงใช้งานได้ ไม่คิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้”
ช่วงนี้ไม่มีงานชันสูตรศพอะไร แค่ให้เขาจัดระเบียบแฟ้มเอกสารเก่า ๆ เท่านั้น แต่เขายังไม่เริ่มลงมือทำสักที
ขาพิการไม่ใช่สมองพิการนี่ แค่จัดการเอกสารก็ทำไม่ได้เหรอ?
ไป๋อวี้คิดสักครู่แล้วพูดว่า “เขากำลังเสียใจอยู่หรือเปล่า?”
ช่วงนี้ฉินเจียถุนกำลังวุ่นวายกับเรื่องของจีหลี่เมื่อหลายปีก่อน
ตัวจีหลี่เองไม่ได้สนใจอะไร กินดื่มได้ปกติ นอกจากนี้ ฉินเจียถุนยังพูดเข้าข้างจีหลี่ตลอด พูดจนเกิดอารมณ์ราวกับอยากจะขุดศพผู้บัญชาการหวังขึ้นมาเฆี่ยนให้ตายอีกรอบ
แต่เหมือนว่าเหยียนเหอจะมีใจให้จีหลี่นิดหน่อย…
ฉินต้าซานพูดว่า “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำเป็นกินไม่ได้นอนไม่หลับ แถมยังส่งผลกระทบต่อการทำงานอีก? แล้วเขาจะทำอะไรได้บ้างเล่า?”
ไป๋อวี้คิดดูแล้วเห็นด้วย จึงพูดว่า “งั้นส่งเขากลับไปเถอะ”
ฉินต้าซานคิดสักครู่แล้วพูดว่า “ได้ ยังไงฉันก็เห็นว่าตัวเขาเองก็ไม่อยากอยู่แล้ว”
ตอนนี้ยังไม่มีคดีใหญ่ แต่ถ้าเกิดมีคดีใหญ่ขึ้นมาล่ะ?
แบบนั้นจะไม่เป็นการเสียเวลาหรอกหรือ?
ผ่านไปสักพัก ฉินเสี่ยวสือวิ่งกลับมาในสภาพเปื้อนโคลน ตามหลังมาด้วยน่าวจง
ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่ เขาคิดจะแอบเข้าไปอาบน้ำ ผลลัพธ์คือ ฉินเสี่ยวกั่วตะโกนเสียงดัง “ฉินเสี่ยวสือ!”
ฉินต้าซานและไป๋อวี้หันกลับมาพร้อมกัน
เสี่ยวสือ “ฮี่ ๆ ๆ…”
ฉินต้าซานเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ตัวดำเชียวนะ”
ดำเหมือนตุ๊กตาดินเลย
ฉินเสี่ยวกั่วที่อยู่ในอ้อมกอดของพ่อเริ่มด่าแล้ว
“ฉินเสี่ยวสือ เกิดอะไรขึ้น! ทำไมถึงสกปรกขนาดนี้!”
พูดพลางบิดตัวจะลงจากอ้อมกอดพ่อ วิ่งเข้าไปบิดหูฉินเสี่ยวสือแล้วลากเข้าห้องน้ำ
“ตัวเองก็สกปรก ยังทำให้น่าวจงสกปรกขนาดนี้อีก!”
ฉินเสี่ยวสือ “โอ๊ย โอ๊ย…”
ฉินเสี่ยวกั่วบ่นพึมพำแล้วลากฉินเสี่ยวสือเข้าไปล้างตัว
ตอนนี้ฉินหานซิ่วถือเสื้อผ้าออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่าเธอคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี
น่าวจงค่อย ๆ จัดแต่งขนอยู่ข้างนอก ไม่นานแม่ไก่ตัวเล็กที่มันชอบที่สุดก็มาช่วยมันจัดขน
ฉินต้าซานและไป๋อวี้กำลังคุยกันอยู่ในลานบ้านระหว่างรอกินข้าว
ทันใดนั้นเสี่ยวจ้าวก็เข็นเหยียนเหอเข้ามา
พอฉินต้าซานเห็นเขาก็สบตากับไป๋อวี้ทันที
“หัว… หัวหน้าฉิน…” เหยียนเหอพูดอย่างระมัดระวัง
ฉินต้าซานพูดตรง ๆ “ยังไง มาขอย้ายงานเหรอ?”
เหยียนเหอตกใจน้ำตาคลอ
ไป๋อวี้ “…”
ฉินต้าซานแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา
เมื่อเขาทำแบบนั้น เหยียนเหอยิ่งรู้สึกเสียใจ
พ่อหนุ่มที่ดี ๆ คนหนึ่ง พูดว่าจะร้องก็ร้องเลยนะ!
น้ำตาเม็ดโตไหลลงมา
ไป๋อวี้มองด้วยความตกตะลึง
พูดถึงคนที่ชอบร้องไห้ ไม่ใช่ว่าไป๋อวี้ไม่เคยเห็น เพราะเหล่าจ้าวก็เป็นคนขี้แยเหมือนกันไม่ใช่หรือ?
แต่เหยียนเหอนั้นไม่เหมือนกัน เหยียนเหอมีผิวขาวสะอาดดูสุภาพ พูดตามตรงแล้วค่อนข้าง… สวย…
พอเขาร้องไห้แล้วยังดูดีอยู่เลย
แต่ฉินต้าซานรำคาญพวก ‘ออกสาว’ แบบนี้ที่สุด
เหยียนเหอร้องไห้พลางพูดว่า “คุณ คุณผิดหวังในตัวผมมากใช่ไหม? คดีนั้น ผมก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย…”
ฉินต้าซานพูดอย่างรำคาญ “ฉันไม่ได้บอกเหรอว่ารายงานของนายทำได้ดีมาก!”
เหยียนเหอตกใจจนพูดไม่ออก
ตอนนั้นฉินหานซิ่วเดินออกมาพูดว่า “โอ้ หนุ่มน้อยร้องไห้เสียใจขนาดนี้เชียวหรือ?”
ฉินต้าซานตอบว่า “เขาแค่หิวเท่านั้นแหละ”
ไป๋อวี้ “…”
ฉินหานซิ่วรีบพูดว่า “โอ้ สมัยนี้ยังมีคนหิวจนร้องไห้อีกหรือ? อาหารเย็นที่บ้านยังไม่เสร็จ แต่ฉันมีบะหมี่อยู่นิดหน่อย กินประทังไปก่อนนะ”
พูดจบ เธอก็วิ่งเข้าครัวไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานมือของเหยียนเหอที่ร้องไห้จนน่าสงสารก็ถือชามบะหมี่ไว้ชามหนึ่ง พอเขากินเข้าไปปุ๊บก็ร้องไห้ไม่ออก
ฉินต้าซานอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไป๋อวี้ห้ามเขาไว้
เธอสังเกตเห็นว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ไม่รู้ทำไมถึงมีความกดดันมากเหลือเกิน คาดว่าคงใกล้จะถึงจุดแตกสลายแล้ว
ตอนนี้ยังไม่ควรพูดอะไรดีกว่า
ด้วยมารยาท เหยียนเหอเลยกินบะหมี่จนหมด จากนั้นเขาก็ดูเหม่อลอย ไม่ขยับตัวไปไหนทั้งสิ้น จนพวกเขากินอาหารเย็นเสร็จแล้ว เขาก็ยังนั่งนิ่ง
จนไป๋อวี้ทนไม่ไหว พูดกับฉินต้าซานว่า “นายพาเขากลับไปเถอะ”
ฉินต้าซานจึงลุกขึ้นแล้วพูดกับเสี่ยวจ้าวว่า “นายกลับไปก่อนเถอะ”
เสี่ยวจ้าวเป็นตำรวจใหม่ เมื่อเห็นฉินต้าซานก็กลัวจนขาสั่น แล้วรีบตอบว่า “เอ่อ… ครับ ครับ”
พูดจบก็ทำความเคารพอย่างลนลานแล้วรีบวิ่งออกไปทันที
ส่วนฉินต้าซานเข็นรถเข็นของเหยียนเหอออกไปด้วยตัวเอง
ความรู้สึกนี้จะอธิบายยังไงดี? เหยียนเหอรู้สึกเหมือนมีเสือยืนอยู่ข้างหลังตลอดเวลา…
ตอนนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นจนหิมะบนพื้นค่อย ๆ ละลายหายไปแล้ว
เป็นเพราะตอนกลางคืนที่ฉินเจียถุนยังเย็นอยู่บ้างหรือไม่? แต่อาจไม่ใช่เพราะความเย็นหรอก ที่ทำให้เหยียนเหอสั่นไปทั้งตัว
ขณะเดินไปตามถนน เหยียนเหอทนไม่ไหว จึงถามออกมาว่า “คุณผิดหวังในตัวผมมากใช่ไหมครับ?”
ฉินต้าซานตอบว่า “ไม่ใช่แบบนั้น”
เหยียนเหอไม่เชื่อ “จริงเหรอ?”
ฉินต้าซานกล่าวว่า “นายเพิ่งจบ แถมไม่เคยทำงานในแนวหน้ามาก่อน ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
ในชั่วขณะนั้นเหยียนเหออ้าปากกว้าง จนลมเย็นพัดเข้าไปในปากของเขาอย่างแรง