ทะลุมิติยุค 70 กลายเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชค - บทที่ 561 ถึงเวลาแก้แค้นแล้ว
บทที่ 561 ถึงเวลาแก้แค้นแล้ว
จ้าวถวนเจี๋ยบอกว่ามีคนวางยาพิษเขา ไป๋อวี้จึงไปดูอาการเขาด้วยตัวเอง
ครั้งนี้ท่าทีของไป๋อวี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เธอแสดงความหยิ่งยโสออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
“โอ้ นี่คุณกำลังบอกว่าฉันวางยาพิษคุณงั้นเหรอ?”
จ้าวถวนเจี๋ยพูดว่า “ไม่ได้บอกว่าเป็นเธอสักหน่อยนี่!”
ไป๋อวี้หัวเราะเยาะ “งั้นฉันก็ไม่รู้สิว่านายน่ารังเกียจแค่ไหน”
จ้าวถวนเจี๋ยได้ยินดังนั้นก็ทนเจ็บลุกขึ้นมา
“เธอหมายความว่ายังไง? ฉวยโอกาสตอนที่ฉันป่วย แล้วทำให้การตรวจสอบให้ผ่านไปลวก ๆ ตอนนี้ไม่กลัวฉันแล้วสิ?”
ไป๋อวี้ยิ้มเล็กน้อย “ดูพูดสิ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? มีค่าพอที่จะทำให้ฉันกลัวด้วยหรือไง?”
จ้าวถวนเจี๋ยกัดฟันพูดอย่างแค้นเคือง “ได้ ฉันจะไปแจ้งความพวกเธอเดี๋ยวนี้!”
ไป๋อวี้หลีกทางให้ “ไปสิ”
จ้าวถวนเจี๋ยลุกขึ้น พยายามคลานลงจากเตียงอย่างยากลำบาก
ไป๋อวี้พูดยิ้ม ๆ “รถของพวกเราออกไปหมดแล้ว นายขี่ล่อไหวไหมล่ะ?”
จ้าวถวนเจี๋ยโกรธมาก “จัดรถบรรทุกให้ฉันคันหนึ่ง”
“รถบรรทุกเป็นของโรงงานขนส่ง นายกล้านั่งหรือ?”
จ้าวถวนเจี๋ย “…”
โรงงานขนส่งเป็นของกวาจีหลี่นี่ เขาจะกล้านั่งได้อย่างไร!
“งั้นส่งเจ้าหน้าที่ไปกับฉัน!”
ไป๋อวี้พูดยิ้ม ๆ “ฝันไปเถอะ!”
เธอแค่พูดลอย ๆ ไปอย่างนั้นเอง
ใครจะไปรู้ว่าจ้าวถวนเจี๋ยจะผายลมติดต่อกันหลายครั้ง พร้อมกับเสียงร้องโอดโอย
ที่หน้าประตูมีพยาบาลสาวกลุ่มหนึ่งยืนมุงอยู่ พอเห็นเหตุการณ์ พวกเธอก็หัวเราะลั่น
ไป๋อวี้รีบเดินหนี “น่าอายจริง ๆ…”
ตอนนั้นผู้อำนวยการเหยียนเดินเข้ามา พอเห็นสถานการณ์สีหน้าก็เปลี่ยนไป แล้วด่าออกมาทันที
“นายอยากตายหรือไง? ท้องเสียมากี่วันจนทวารหนักฉีกแล้ว ยังจะขยับอีก!”
“ฮ่า ๆ ๆ!” ทุกคนหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่ง
จ้าวถวนเจี๋ยอับอายจนอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด เข้านอนคว่ำอยู่ข้างเตียง พยายามจะยกก้นขึ้นอย่างดื้อรั้น แต่พอยกขึ้นก็ผายลมออกมาอีกสองครั้ง
ไป๋อวี้ตกใจจนวิ่งหนีไปเลย
เธอทนไม่ไหวแล้ว มันน่าอายเกินไป!
ไม่นานนัก นักข่าวสองคนแบกกล้องถ่ายรูปเดินมา
“โอ้ คุณนักข่าว ทำไมพวกคุณมาที่นี่ล่ะ?”
นักข่าวสือตอบว่า “พวกเรามาสัมภาษณ์เลขาธิการจ้าว”
ถึงอย่างไรก็เป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น พวกเขารู้สึกว่าทางอำเภอทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก การสัมภาษณ์คนที่มณฑลลส่งมาถือเป็นสิ่งจำเป็น
นักข่าวในอำเภอไปสัมภาษณ์เฉินอู้สือแล้ว นักข่าวที่อยู่เฝ้าฉินเจียถุนจึงคิดจะสัมภาษณ์จ้าวถวนเจี๋ย
ไป๋อวี้คิดสักครู่แล้วพูดว่า “พวกคุณมาได้เหมาะเจาะพอดี ตัวตนของเขามีที่มาที่ไปน่าสนใจมากค่ะ”
นักข่าวสือตกใจ “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“จำคดีตำรวจสมรู้ร่วมคิดกับโจรได้ไหมคะ?”
คนนั้นคือสยงเจี๋ย อดีตสามีของหวังหลานฮวาที่เป็นภรรยาของจ้าวถวนเจี๋ย คนชั่วที่แฝงตัวอยู่ในทีมตำรวจนั่นแหละ
นักข่าวสือพูดว่า “จำได้สิ ข่าวหน้าหนึ่งพวกเราเป็นคนแย่งมาลงเองนะ”
“งั้นพวกคุณคงรู้เรื่องที่ฉันโมโหในที่ประชุมเศรษฐกิจด้วยสินะ?”
พวกนักข่าวนี่จมูกไวจริง ๆ
ไป๋อวี้ประกาศว่าจะปกป้องสหายกวาจีหลี่
นักข่าวสือพูดอย่างเก้อเขินว่า “ผมอยากสัมภาษณ์คุณมาตลอดเลย”
ไป๋อวี้หัวเราะพลางพูดว่า “ไม่ต้องสัมภาษณ์ฉันหรอก ไปสัมภาษณ์ใครสักคนที่ฉินเจียถุนก็ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นทุกคนรู้กันหมดแล้ว”
นักข่าวสือ “???”
ไป๋อวี้พูดว่า “ภรรยาคนปัจจุบันของสหายจ้าวถวนเจี๋ย อดีตสามีของสหายหวังหลานฮวา คือตำรวจที่สมรู้ร่วมคิดกับพวกกบฏนั่นแหละ”
พูดจบ นักข่าวสือก็วิ่งออกไปเหมือนลมพัด!
ตอนนี้เขาคงไม่ทันได้ข่าวด่วนเรื่อง ‘คดีสมบัติของชาติ’ แล้ว แต่เขาสามารถหาทางใหม่ แล้วก็…
สร้างข่าวใหญ่กันเถอะ!
เลขานุการที่ปรึกษาพิเศษที่มาจากมณฑล แท้จริงแล้วมาด้วยจุดประสงค์เพื่อแก้แค้นส่วนตัว!
เมื่อรวมกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ฉินเจียถุนถูกด่าอย่างรุนแรง จนมาถึงตอนนี้ที่สามารถคลี่คลายคดีใหญ่ได้ และสุดท้ายก็เปิดโปงเบื้องหลังของที่ปรึกษาพิเศษ…
แค่คิดก็รู้สึกดีจนแทบตายแล้ว!
…
ไป๋อวี้ไม่ได้กลับบ้านทันที แต่ไปหาจ้าวชิงชิงและถามอีกฝ่ายว่า “เธอวางยาเขาใช่ไหม?”
ตอนนี้จ้าวชิงชิงเป็นผู้ใหญ่เสียแล้ว ไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกได้ง่าย ๆ อีกต่อไป
เธอตอบว่า “อาไป๋อย่าพูดเรื่องที่ไม่มีหลักฐานสิคะ”
ไป๋อวี้จึงจ้องจ้าวชิงชิง… ใครจะทนสายตาอันแหลมคมของไป๋อวี้ได้ล่ะ!
จ้าวชิงชิงจึงกล่าวว่า “คราวหน้าฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ”
ไป๋อวี้พูดอย่างจนปัญญา “ตอนนี้เขากำลังโวยวายว่าจะไปแจ้งความ”
จ้าวชิงชิงยิ้มกว้าง “ถ้าเขาสืบออกมาได้ ฉันก็จะยอมแพ้ค่ะ”
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้จ้าวชิงชิงพัฒนาขึ้นมากกว่าแต่ก่อน และมีความมั่นใจในตัวเองอย่างมาก
ไป๋อวี้คิดสักครู่ แล้วจูงมือเธอให้นั่งลง
“ชิงชิง ฉันเคยบอกเธอแล้วว่า มือของเธอมีไว้รักษาโรคช่วยชีวิตคน เป็นสมบัติล้ำค่าที่สวรรค์ประทานมา ไม่ควรใช้ไปในทางที่เป็นโทษต่อผู้อื่น”
จ้าวชิงชิงก้มหน้าลง
“ฉันรู้ว่าเธอคิดอย่างไร เธอคิดว่าเขาเป็นคนไม่ดี การทำแบบนี้จึงไม่นับว่าเป็นการทำร้ายคนใช่ไหม?”
จ้าวชิงชิงขมวดคิ้ว แล้วพยักหน้า
“แต่ความดีความชั่วนั้นเป็นเพียงการตัดสินส่วนบุคคล เธอเคยคิดไหมว่า ถ้าเธอเกิดเข้าใจผิดขึ้นมาล่ะ?”
จ้าวชิงชิงตกใจ
“ฉันหมายถึงในอนาคต ถ้าเกิดเธอทำผิดพลาด ถ้าใส่ยาผิดขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
จ้าวชิงชิงขมวดคิ้วแล้วก้มหน้าลง
ครู่หนึ่งผ่านไป เธอจึงพูดว่า “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
“คราวนี้เข้าใจจริง ๆ แล้วใช่ไหม?”
ครั้งที่แล้วที่จ้าวชิงชิงใส่ยาคนอื่น ฉินเสี่ยวซู่ก็เป็นคนรับผิดชอบแทน
จ้าวชิงชิงรู้สึกแสบจมูกขึ้นมาทันที แล้วพยักหน้าเบา ๆ “คราวนี้ฉันเข้าใจจริง ๆ แล้ว”
ไป๋อวี้ลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเธอ
เด็กคนนี้ไม่มีทั้งพ่อและแม่ เติบโตมาอย่างอิสระตั้งแต่เด็ก จริง ๆ แล้วความกดดันของเธอมากกว่าคนอื่น ๆ
จ้าวชิงชิงพูดอึกอักว่า “อาไป๋ไม่โกรธฉันใช่ไหมคะ?”
“ไม่โกรธหรอก” ไป๋อวี้พูด “ฉันแค่เป็นห่วงน่ะ”
จ้าวชิงชิงถามอย่างขลาด ๆ “จริงเหรอคะ?”
“ทำไมจะไม่จริงล่ะ? ก่อนหน้านี้ฉันแทบบ้าตายเพราะเสี่ยวซู่คอยวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเธอ”
จ้าวชิงชิงหน้าแดงขึ้นมาทันที “อย่าพูดเลอะเทอะสิคะ”
“ฉันเป็นห่วงจริง ๆ นะ ฉันถึงขนาดไปหาครูใหญ่ของพวกเธอเลย ไม่เชื่อก็ไปถามเขาดูสิ”
จ้าวชิงชิงรีบพูดอย่างร้อนรน “อาไป๋วางใจเถอะค่ะ หนูไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นจริง ๆ…”
“ฉันกลัวว่าเขาจะทำให้เธอเดือดร้อนน่ะ”
จ้าวชิงชิง “…”
“ฉันคิดว่าเด็กผู้หญิงอย่างเธอ ทั้งฉลาดทั้งมีพรสวรรค์ อนาคตต้องเป็นดาวเด่นแน่ ๆ ถ้าเกิดโดนเจ้าเสี่ยวซู่ของเราทำให้เสียหายขึ้นมา จะทำยังไงล่ะ?”
จ้าวชิงชิงมองเธออย่างไม่อยากเชื่อ “อา… คิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอคะ?”
ไป๋อวี้จับมือทั้งสองข้างของเธอ แล้วจูบเบา ๆ
จ้าวชิงชิงหน้าแดงขึ้นมาทันที
ไป๋อวี้พูดว่า “จริง ๆ นะ ถ้ายังไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันพาเธอไปถามครูใหญ่ดูไหม?”
จ้าวชิงชิงรีบพูดว่า “ไม่ต้อง ๆ…”
ไป๋อวี้เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเธอก็หัวเราะ แล้วพูดว่า “ชิงชิง แม้เธอจะไม่ใช่ลูกของฉัน แต่ว่า…”
เธอโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูจ้าวชิงชิงว่า “เสี่ยวซู่ก็ไม่ใช่เหมือนกันนะ”
จ้าวชิงชิง “พรืด!”
“ฉันกล้าพูดเลยว่าฉันรักเธอเท่ากับเสี่ยวซู่” ไป๋อวี้จับมือเธอ มองดูอย่างพินิจพิเคราะห์ “มือคู่นี้ของเธอเป็นสมบัติล้ำค่าของฉัน ถ้าเธอเดินผิดทาง ฉันคงต้องเสียใจตายแน่ ๆ”
จ้าวชิงชิงสะอื้น “เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะไม่กล้าทำอีกแล้วจริง ๆ ฉันจะไม่ทำให้อาผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ”