สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 90 หลบหนี
บทที่ 90 หลบหนี
“ปัง!”
กระสุนไม่โดนตัวลู่เย่โดยตรง แต่เฉียดผ่านแก้มของเขาไปอย่างหวุดหวิด
ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ซุนเจ๋อจะลั่นไก เฉินชิงก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว จนร่างของทั้งสองคนล้มลงไปกองบนพื้น
“ปืน!” เสิ่นชิงตะโกนบอกลู่เย่ เสียงนั้นดังกึกก้อง ในขณะที่เขากดร่างซุนเจ๋อไว้กับพื้นแน่น
ลู่เย่ตอบสนองทันที เขารีบบิดข้อมือของซุนเจ๋ออย่างรวดเร็ว และออกแรงอย่างหนักก่อนจะบิดมือของเขาไปด้านหลัง
ปืนในมือของซุนเจ๋อร่วงลงบนพื้น
เสิ่นชิงรีบวิ่งเข้าไปเตะปืนให้กระเด็นออกไปทางอื่น
เธอไม่กล้าให้ปืนกลับไปอยู่ในมือของซุนเจ๋ออีก
“แม่งเอ๊ย!” ซุนเจ๋อตะโกนด้วยความแค้นเคือง เส้นเลือดที่ขมับของเขาปูดโปน ใบหน้าของเขาเหี้ยมเกรียม เขาพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อลุกขึ้น
ซุนเจ๋อมีพละกำลังมาก เสิ่นชิงคงต้านเขาไม่ไหว
เมื่อเห็นดังนั้น ลูเย่จึงใช้เข่ากดหลังซุนเจ๋อเอาไว้
“ไสหัวไป!” ซุนเจ๋อทุบกำปั้นลงบนพื้นราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังบ้าคลั่ง
ชั่วพริบตา ซุนเจ๋อก็พลิกร่างของตัวเองอย่างแรงจนลู่เล่เผลอล้มลงไปกองกับพื้น จากนั้นเขาก็ใช้มือบีบคอของลูเย่ไวเแน่น
ในขณะเดียวกัน เสิ่นชิงก็คว้าเก้าอี้ฟาดไปที่ศีรษะของซุนเจ๋ออย่างแรง
“ผัวะ!”
แผลเก่ากับแผลใหม่ซ้อนทับกัน ศีรษะของซุนเจ๋อถูกโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ทันได้ตอบโต้ใด ๆ ก็สลบเหมือดไป
ลู่เย่มองผู้หญิงตรงหน้าอย่างตกตะลึง ชี้ไปที่ซุนเจ๋อที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นแล้วถามว่า “เธอ… เธอฆ่ามันตายแล้วเหรอ?”
เสิ่นชิงสายหน้าอย่างใจเย็น “ไม่หรอก หมอนั่นยังไม่ตายหรอก หัวเขาแข็งจะตาย”
หลังจากจัดการซุนเจ๋อเรียบร้อย สายตาทั้งคู่ก็ประสานกัน
แววตาของเสิ่นชิงเต้มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ขณะดวงตาของลู่เย่กลับแฝงด้วยความเป็นกังวล
ไม่นาน เสิ่นชิงก็เป้นผ่านหลบสายตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ลู่เย่ไม่สนใจ เขาถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกมาคลุมไหล่ให้เสิ่นชิง ก่อนจะคว้ามือเธอไว้แล้วพูดว่า “เราไปกันเถอะ!”
ทันใดนั้น เสิ่นชิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงสะบัดมือออกจากลู่เย่ แล้ววิ่งไปร่างของซุนเจ๋อ ใช้มือควานหาของบางอย่างตามเสื้อผ้าของเขา
ลู่เย่ขมวดคิ้ว “เธอจะทำอะไร?”
เสิ่นชิงไม่ตอบ เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของซุนเจ๋ออย่างรวดเร็ว หยิบกุญแจและปุ่มควบคุมที่อยู่ในกล่องใสออกมา
“กำไลที่ข้อมือฉันคือระเบิด” เสิ่นชิงพูดพลางเสียบกุญแจเข้าไปในรูกุญแจ แล้วบิดรูกุญแจเบา ๆ
“แกร็ก” เสียงดังขึ้น บ่งบอกว่ากำไลถูกปลดแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตัวของลู่เย่ก็ชาวาบ
มือกำแน่น และเส้นเลือดที่ปูดโปนบนหลังมือ บ่งบอกถึงความโกรธที่อยู่ในใจของเขาได้เป็นอย่างดี
ลู่เย่ยกขาขึ้น เตรียมถีบซุนเจ๋ออีกครั้ง
ไอ้สารเลวเอ๊ย!
“พอได้แล้ว เดี๋ยวเขาก็ตื่นหรอก” เสิ่นชิงฉีกผ้าปูที่นอนออกเป็นสองส่วนก่อนจะใช้มัดตัวซุนเจ๋อเอาไว้
ลู่เย่ยกมือขึ้นตบหน้าซุนไปอีกฉาด ก่อนจะถาม “เธอจะจัดการกับไอ้สารเลวนี่ยังไง?”
เสิ่นชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันจะพาเขากลับจีน แล้วส่งตัวให้ตำรวจ”
ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก
ลู่เย่รีบไปหลบอยู่หลังประตู แล้วสอดส่องเพื่อดูสถานการณ์ภายนอก
ได้ยินเสียงปืนดังมาจากด้านนอก แต่กลับไร้วี่แววของศัตรู
แววตาของลู่เย่เยือกเย็นลง
เมื่อเห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จากด้านนอก เสิ่นชิงจึงถามลู่เย่ว่า “นายเข้ามาได้ยังไง?”
เห็นเสิ่นชิงทำหน้างง ลู่เย่ยิ้มจนตาหยี มุมปากยกขึ้น
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ผมติดสินบนกองกำลังติดอาวุธของเมียร์มาร์ ให้พวกเขามาก่อกวนที่นี่”
เพราะว่านอกเขตแดน จีนจึงไม่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายนอกประเทศ ดังนั้นกองทัพของจีนจึงไม่สามารถข้ามพรมแดนไปได้
ถ้าอยากช่วยเสิ่นชิง แค่บอดี้การ์ดมือเปล่าที่อยู่ข้างกายคงทำอะไรไม่ได้
เขาได้ยินมาจากคุณลุงว่า เมียร์มาร์ตอนใต้กับเมียร์มาร์ตอนเหนือเป็นศัตรูกัน และพวกพม่าตอนใต้นั้น หากได้เงินมาพวกมันก็ทำได้ทุกอย่าง
ดังนั้น เขาจึงทุ่มเงินมหาศาล จ้างกองกำลังติดอาวุธของเมียร์มาร์ตอนใต้นำกำลังทหารมาสร้างความวุ่นวายที่นี่
ในขณะที่กองกำลังติดอาวุธของเมียร์มาร์กำลังก่อกวนอยู่ข้างนอก เขาก็อาศัยช่วงชุลมุน พาบอดี้การ์ดแอบลักลอบเข้ามาในคฤหาสน์
เมื่อเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น พ่อบ้านต้องรีบไปรายงานซุนเจ๋ออย่างแน่นอน
ลู่เย่จึงเดินตามพ่อบ้านคนนั้นมา จนพบกันเสิ่นชิงในที่สุด
เขาตั้งใจว่าหลังจากจับตัวซุนเจ๋อได้แล้ว จะเค้นถามที่อยู่ของเสิ่นชิง
แต่เขาไม่คิดเลยว่าเสิ่นชิงจะอยู่ในห้องของซุนเจ๋อ
ดังนั้น ตอนที่เขาเห็นซุนเจ๋อกดเสิ่นชิงลงบนเตียง ความโกรธเกรี้ยวแทบจะทำให้เขาเสียสติ
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงก็รู้สึกสะเทือนใจ เอ่ยถามว่า “วกเขากล้าหักหลังซุนเจ๋อเพื่อช่วยฉัน นายให้เงินพวกเขาไปเท่าไหร่?”
ลู่เย่ยิ้มกว้าง ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมา
เสิ่นชิงเบิกตากว้าง “50 ล้าน?”
ลู่เย่ส่ายหน้า “ไม่ใช่ 50 ล้าน แต่เป็น 500 ล้านต่างหาก”
“อะไรนะ!” เสิ่นชิงถึงกับพูดไม่ออก
เธอเม้มริมฝีปากเบา ๆ ก้มหน้าลง “ฉัน… ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น แต่ถ้ามีเงินแล้วเดี๋ยวฉันจะคืนให้นายทีหลังนะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เย่ก็ดูไม่พอใจ พูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ว่า “ใครบอกให้เธอชดใช้คืน”
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาครู่หนึ่ง
เสิ่นชิงก็รู้ตัวว่าการพูดแบบนี้ในเวลานี้มันไม่เหมาะสม
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของลู่เย่ก็ดังขึ้นพอดี
ลู่เย่มองหมายเลขที่โทรเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดอะไรขึ้น?”
ปลายสายเป็นเสียงของบอดี้การ์ดที่โทรเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก มือของเขาเปรอะไปด้วยเลือดจนแทบจะจับโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่
บอดี้การ์ดรายงานอย่างรวดเร็ว “คุณชาย รีบหนีไปเร็วเ! กองกำลังของผู้นำทหารเมียร์มาร์ถอนตัวกลับไปแล้วครับ!”
“อะไรนะ! ไมใช่ว่าตกลงกันแล้วเหรอว่าให้รอจนกว่าฉันจะเจอคนแล้วค่อยถอนตัว” ลู่เย่ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าของเขาดูน่ากลัว
บอดี้การ์ดรายงานต่อ “พ่อบ้านของซุนเจ๋อโทรไปขอความช่วยเหลือผู้นำทหารจากเขตอื่น ๆ ให้มาสบทบครับ ตอนนี้พวกเขาปิดล้อมที่นี่เอาไว้หมดแล้ว กองกำลังของฝั่งเราเห้นท่าไม่ดี ก็เลยถอนตัวออกไปก่อนแล้วครับ”
“แม่งเอ๊ย!” ลู่เย่ไม่คิดว่าพวกเมียร์มาร์จะหักหลังกันอย่างเลือดเย็นขนาดนี้ เขากัดฟรอดกรอกตะคอกใส่ปลายสายว่า “นายไปบอกพวกมัน ว่าถ้าพวกมันกล้าหนี ค่าจ้างอีก 300 ล้านก็ไม่ต้องเอา!”
ลู่เย่พูดจบ ก็ได้ยินเสียงตัดสายจากปลายทาง
ากนั้นไม่นาน ก็มีเสียงปืนดังขึ้นจากระยะไม่ไกล
ลู่เย่เม้มริมฝีปาก ก้มลงหยิบปืนพกที่ตกอยู่บนพื้น ดึงเสิ่นชิงหลบมาอยู่ด้านหลัง “ไม่ต้องไปสนใจซุนเจ๋อแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!”
หลังจากที่คนของฝั่งเมียร์มาร์ถอนกำลังออกไป ลูกน้องของซุนเจ๋อก็พบว่ามีคนบุกรุกเข้ามาในคฤหาสน์
บอดี้การ์ดของลู่เย่จึงจำเป็นต้องเปิดเผยตำแหน่ง เพื่อล่อพวกมันออกไป
เสิ่นชิงกับลู่เย่เดินลัดเลาะไปตามกำแพงอย่างระมัดระวัง กลั้นใจเดินให้เงียบเชียบที่สุด
จากนั้นก็รีบวิ่งผ่านทางเดิน เพื่อใช้ทางลัดไปยังประตูใหญ่
แต่กองกำลังของทหารเมียร์มาร์ที่เฝ้าประตูกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเลือด และประตูเหล็กหนาที่ปิดสนิท
หัวใจของเสิ่นชิงวูบโหวง
“เราไปทางนี้” ลู่เย่ดึงมือเสิ่นชิง วิ่งไปทางกำแพงด้านทิศตะวันตก
ตอนที่เข้ามา เขาได้สำรวจเส้นทางเอาไว้แล้ว
เขาจำได้ว่ากำแพงแถวนี้ไม่สูงมาก คิดว่าน่าจะปีนข้ามไปได้
แต่เมื่อวิ่งมาถึงกำแพง พวกเขาก็พบว่า บนกำแพงมีการติดตั้งลวดหนามล้อมรอบเอาไว้
ลวดหนามพวกนี้คมกริบมาก แต่ละอันยื่นปลายแหลมออกมาประมาณ 3 เซนติเมตร
ปลายแหลมคล้ายหนามกุหลาบเหล็ก ทอประกายแสงสีเงินเย็นยะเยียบอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์
เสียงปืนดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
ลู่เย่รีบถอดเสื้อออก เผยให้เห็นรูปร่างกำยำ
เมื่อมองจากภายนอก ลู่เย่ดูเหมือนผู้ชายที่รูปร่างผอมเพรียว แต่เมื่อถอดผ้าออก กลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เรียกว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นประเภทที่ซ่อนรูปนั่นเอง
ลูเย่เป็นคนไหล่กว้างเอวคอด กล้ามเนื้อหลังเป็นมัดๆ ทั้งแข็งแกร่งและแน่นปึ๊ก ส่วนกล้ามเนื้อหน้าท้องก็เห็นร่องชัดเจน