สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 89 ลู่เย่เดือดดาล
บทที่ 89 ลู่เย่เดือดดาล
เมื่อเสิ่นชิงรู้สึกตัว พบว่าตัวเองถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ บนข้อมือมีกำไลหยกสวมไว้อีกวงหนึ่ง
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว ใบหน้าเผยความเย็นชาออกมา
ให้ตายสิ เธออุตส่าห์หนีออกมาได้ แต่สุดท้ายก็ถูกจับกลับมาอีกจนได้
“โอ้โห นักรบผู้กล้าหาญของพวกเราฟื้นแล้วเหรอ…”
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
เสิ่นชิงปรือตามองขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้า
ซุนเจ๋อในชุดคลุมอาบน้ำเดินเข้ามาใกล้ เขายกมือขึ้นบีบคางของเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความโหดร้าย “เธอนี่เข้าเล่ห์จริง ๆ นะ…”
เสิ่นชิงหลุบตาลง ปล่อยให้เขาบีบคางของตัวเองตามใจชอบ
ตอนนี้ทั้งร่างกายของเธอไร้เรี่ยวแรง ทั้งยังอ่อนปวกเปียก ไร้ซึ่งพลังที่จะต่อต้าน
คงจะโดนฉีดยาระงับประสาทชนิดนั้นเข้าไปอีกแล้วสินะ
ตอนนี้เธอเหนื่อยมาก เหนื่อยจนไม่อยากจะพูดอะไรทั้งนั้น
เธอหลบสายตา เสมองไปทางอื่น
“เงยหน้าขึ้นมาฉันกำลังพูดกับเธออยู่นะ” ซุนเจ๋อตะคอกเสียงดัง บังคับให้เสิ่นชิงเงยหน้าขึ้นมองเขา
เสิ่นชิงเหลือบมองซุนเจ๋อเพียงแวบเดียว ก่อนจะละสายตาไปทางอื่น
ผู้ชายสารเลวแบบนี้ มองไปแค่นิดเดียวก็รู้สึกขยะแขยงมาพอแล้ว
แววตาของซุนเจ๋อเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาออกแรงบีบคางของหญิงสาวตรงแน่นขึ้น จนพวงแก้มของเสิ่นชิงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
“มองหน้าฉัน!”
ซุนเจ๋อมองเห็นแววตาเหยียดหยามจากแววตาของเสิ่นชิง เขาก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า
เสิ่นชิงถูกบังคับให้มองหน้าซุนเจ๋อ ทว่าสีหน้ายังคงเรียบเฉย เธอหัวเราะเยาะ “ทำไมฉันต้องมองหน้าแกด้วยล่ะ คิดว่าตัวเองหล่อมากหรือไง?”
ซุนเจ๋อพูดไม่ออก จุกอกอย่างบอกไม่ถูก
เขาโมโหจนตัวสั่น ผลักเสิ่นชิงลงไปบนเตียงอย่างแรง ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างของเธอ มือหนาพยายามจะฉีกเสื้อผ้าของหญิงสาวตรงหน้าออก
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว มองเขาด้วยหางตา เอ่ยเสียงเย็นชาว่า “นอกจากจะหน้าตาอัปลักษณ์ ก็ยังไร้มายาทอีกนะ”
ซุนเจ๋อเลียริมฝีปากพูดอย่างยียวน “หึ คนเลว ๆ แบบฉันจะสนใจมารยาทไปทำไม?”
จากนั้น เขาก็ใช้หลังมือลูบไล้ใบหน้าของเสิ่นชิงอย่างยั่วยวน “รู้อะไรไหม วิธีที่จะทำให้ผู้หญิงยอมอยู่ใต้อาณัติก็ต้องครอบครองร่างกายของเธอก่อน พอร่างกายของเธอเต็มไปด้วยกลิ่นของผู้ชายคนอื่นแล้ว เธอก็จะเป็นของผู้ชายคนนั้นโดยสมบูรณ์”
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว มองเขาด้วยสายตารังเกียจ “ฉันไม่ค่อยเข้าใจ แต่รู้สึกขยะแขยงยังไงก็ไม่รู้…”
ซุนเจ๋อ “…”
ซุนเจ๋อถึงกับพูดไม่ออก บรรยากาศที่อุตส่าห์สร้างมาทั้งหมดถูกทำลายลงด้วยประโยคของเสิ่นชิงในพริบตา
ซุนเจ๋อยกยิ้มมุมปาก มือทั้งสองข้างเลื่อนลงมาที่ลำคอของเสิ่นชิงอย่างเชื่องช้า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเธอก็เข้าใจเอง”
พูดจบ มือของซุนเจ๋อก็เลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ อีกนิดก็ใกล้จะถึงหน้าอกของเสิ่นชิงแล้ว
ทันใดนั้น ประตูก็เปิดขึ้นอย่างกะทันหัน
พ่อบ้านยืนตัวสั่นอยู่ที่หน้าประตู “คุณชาย แย่แล้วครับ กองกำลังติดอาวุธทางใต้ล้อมคฤหาสน์ของเราเอาไว้ ตอนนี้พวกเขายืนถือปืนขวางประตูไว้หมดแล้ว!”
สีหน้าของซุนเจ๋อเปลี่ยนไปในทันที “แกพูดว่าอะไรนะ? กองกำลังติดอาวุธทางใต้?”
เมียนมาร์เป็นประเทศที่มีมีอิทธิพลครอบคลุม กองกำลังติดอาวุธต่าง ๆ ล้วนยึดครองพื้นที่ของตนเอง
ปกติแล้ว พวกเขามักจะไม่ก้าวก่ายกัน แต่ถ้าหากเกิดความขัดแย้งขึ้นเมื่อไหร่ ก็จะเกิดสงครามนองเลือดอย่างแน่นอน
แต่ครอบครัวของซุนเจ๋อทำธุรกิจค้าอาวุธ กองกำลังติดอาวุธต่างให้ความเคารพเขาอยู่สามส่วน
อาจกล่าวได้ว่า เมียนมาร์จะสงบหรือวุ่นวาย ล้วนขึ้นอยู่กับซุนเจ๋อเพียงคนเดียว
ซุนเจ๋อขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความดุดัน “พวกมันกล้าดียังไง! ถึงขั้นบุกมาถึงหน้าประตูบ้านฉัน”
พ่อบ้านก้มหน้าต่ำลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คุณชาย บางทีอาจจะมีเรื่องสำคัญอะไรก็ได้ คุณชายออกไปพบพวกเขาหน่อยเถอะครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น หัวใจของเสิ่นชิงก็พลันเบิกบาน
เยี่ยมเลย! ไอ้สารเลวนี่กำลังจะไปแล้ว
ในที่สุดความตึงเครียดในใจของเธอก็คลายลง ร่างกายที่ตึงเครียดค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
ทว่า ซุนเจ๋อเห็นท่าทางของเสิ่นชิงทั้งหมดนั่น
ที่แท้ผู้หญิงคนนี้ก็แค่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งมาโดยตลอด
ซุนเจ๋อจึงโบกมือไล่พ่อบ้านอย่างแยแส “ไม่ต้อง ฉันไม่เชื่อว่าพวกมันกล้าจะกล้ายิงฉันจริง ๆ”
พูดจบ เขาก็ไล่พ่อบ้านออกไป
จากนั้น ซุนเจ๋อก็หันกลับมามองเสิ่ชิงพร้อมแสยะยิ้มน่าขนลุก
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว แย่แล้ว…
“เธอนี่ตีหน้าซื่อได้เก่งจริง ๆ แกร้งทำเป็นไม่สะทกสะท้าน แต่ที่จริงแล้วกลัวจนใจเต้นระส่ำไปหมดแล้วใช่ไหมล่ะ”
ซุนเจ๋อกระชากเสื้อของเสิ่นชิงอย่างแรง ก่อนจะฉีกมันออกมาอย่างไม่ใยดี
“แคว่ก—”
ทันใดนั้น เสิ่นชิงรู้สึกเย็นวาบที่หน้าอก ดวงตาที่เคยสงบนิ่งเริ่มสั่นไหวฉายแววตื่นตระหนก
คอเสื้อถูกฉีกออก เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่งดงาม และผิวขาวผ่องเนียนละเอียด
ซุนเจ๋อปรายตามองต่ำลงไป เริ่มหายใจติดขัด เห็นร่องอกขาวเนียนที่โผล่พ้นเนินอกอิ่ม
ช่างยั่วยวนใจเขายิ่งนัก
ซุนเจ๋อถึงกับบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อย่างหื่นกระหาย
เทื่อถูกเหยียกหยามเช่นนี้ เสิ่นชิงก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า “ซุนเจ๋อ! ไอ้สารเลว! แกไม่ตายดีแน่!”
ถ้าหากตอนนี้เธอขยับตัวได้ เธอคงจะพุ่งเข้าไปฆ่าผู้ชายตรงหน้าให้ตายคาที่เป็นร้อย ๆ รอบแล้ว
ทว่า ขณะที่ซุนเจ๋อกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีคนถีบประตูห้องจนเปิดออก
ซุนเจ๋อนึกว่าเป็นพ่อบ้าน จึงตะคอกไล่ไม่ให้เข้ามาโดยไม่หันกลับไปมอง
แต่เสิ่นชิงกลับมองเห็นร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งผ่านม่านโปร่งแสง
และเงาร่างที่เห็นผ่านตานั้น ช่างดูคุ้ยเคยอย่างประหลาด
ซุนเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าด้านหลังนั้นที่ไม่คุ้นเคย และไม่ใช่พ่อบ้านแน่ ๆ
ซุนเจ๋อจึงหันขวับกลับไป แต่กลับถูกหมัดที่หนักแน่นซัดเข้าที่ใบหน้าอย่างรุนแรง
“ผัวะ!”
หมัดของลู่เย่ทั้งเร็วและรุนแรง แฝงไว้ด้วยความโกรธแค้นขั้นสุด
ซุนเจ๋อโดนเข้าไปเต็ม ๆ ตาแทบถลน
เขาเอามือปสดเลือดกำเดาที่ไหลออกมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเตรียมโต้กลับ
ทว่า ลู่เย่กลับรวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่า
ลู่เย่ดุดันราวกับเสือที่ถูกปลุกให้ตื่นจากหลับไหล เขาคว้าคอเสื้อของซุนเจ๋อเอาไว้ แล้วระดมหมัดเข้าใส่อย่างไม่ยั้ง
หมัดต่อหมัด รุนแรง และมุ่งหมายเอาชีวิต
ภายใต้การโจมตีดุเดือดราวกับพายุของลู่เย่ ซุนเจ๋อที่ตั้งรับไม่ทัน ทำได้เพียงขึ้นป้องกันตัวเองอย่างทุลักทุเล
เมื่อเห็นลู่เย่แวบแรก เสิ่นชิงก็ตกตะลึง ก่อนที่ความรู้สึกที่ซับซ้อนก็ถาโถมเข้ามาในใจของเธอ
ในขณะที่ซุนเจ๋อกำลังถอยหลัง ปลายตาเหลือบไปเห็นเก้าอี้ตัวหนึ่ง เขารีบคว้าเก้าอี้ขึ้นมาฟาดใส่ลู่เย่อย่างแรง
ทว่าลู่เย่ก็หลบได้ทัน ก่อนจะพุ่งเข้าชนซุนเจ๋อจนล้มลงไปกองกับพื้น
ทั้งสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างดุเดือด
เลือดไหลอาบใบหน้าของซุนเจ๋อ เขาปล่อยหมัดเข้าใส่ท้องของลู่เย่ด้วยความโมโหและตะโกนถาม “แกเป็นใคร!”
“ฉันคือยมทูตที่มาเอาชีวิตแก!” ลู่เย่ตะคอกกลับทันที ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยโทสะ เขาทนรับหมัดของซุนเจ๋อ ก่อนจะรวบรวมแรงทั้งหมดบีบคอของเขาอย่างแรง
ซุนเจ๋อหายใจไม่ออก เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นต่อยเข้าที่คางของลู่เย่อย่างแรง
ซุนเจ๋ออยู่ในประเทศเมียรมาร์นานหลายปี มือของเขาเปื้อนเลือดผู้คนมานับไม่ถ้วน ทุกการเคลื่อนไหวล้วนโหดเหี้ยม เลือดเย็นและรุนแรงถึงชีวิต
ในแง่ของความโหดเหี้ยม และร้ายกาจ ลู่เย่เทียบเขาไม่ติด
แต่ตอนนี้ลู่เย่ถูกโทสะครอบงำ เขาจึงต่อสู้ได้อย่างดุเดือด ไม่เกรงกลัว ทั้งสองคนต่างผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่มีใครยอมใคร
เสิ่นชิงพยายามขยับนิ้ว พบว่าร่างกายของตัวเองเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างแล้ว
ซุนเจ๋อมองลู่เย่ที่โกรธจนหน้ามืด ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจอะไรบางอย่าง พูดพลางแสยะยิ้ม “ขอโทษด้วยนะ แต่แกมาสายไปแล้ว ทั้งตัวของยัยนั่นมีแต่กลิ่นของฉัน เธอเป็นผู้หญิงของฉันแล้ว”
ลู่เย่ได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย
ซุนเจ๋อฉวยโอกาสนี้ ใช้ศอกกระแทกเข้าที่ขมับของลู่เย่อย่างแรง
ขมับเป็นจุดที่บอบบางที่สุดของศีรษะ
ลู่เย่โดนเข้าไปเต็มเปา ดวงตาพร่ามัวไปชั่วขณะ รู้สึกราวกับว่ามีเครื่องบดเนื้อกำลังบดสมองของเขาอยู่
ไม่รอช้า รีบคว้าปืนบนโต๊ะขึ้นมา เล็งไปที่ศีรษะของลู่เย่ทันที