สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 577 ตกปลา
บทที่ 577 ตกปลา
ช่วงบ่ายวันนั้น ข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกได้ขึ้นพาดหัวข่าวของเมืองเจียง
#ช็อก! อาชญากรที่โหดที่สุดแห่งเมืองเจียง ตู๋หยา หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว#
ทันทีที่ข่าวนี้ขึ้นเป็นพาดหัว มันก็กลายเป็นกระแสร้อนแรงในทันที
เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ยอดคลิกข่าวก็พุ่งสูงถึงหลักร้อยล้าน ยอดไลค์พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ทะลุหลักสิบล้านไลค์
ส่วนความคิดเห็นใต้กระทู้ก็คึกคักไม่แพ้กัน ทุกความเห็นล้วนเป็นคำวิจารณ์ในแง่ลบ ด่าสำนักงานตำรวจเมืองเจียงกันหมด
ความคิดเห็น 1 : เฮ้ย! ไอ้คนที่ทำให้เมืองเจียงวุ่นวายปั่นป่วนขนาดนี้ยังจับตัวไม่ได้อีกเหรอ สำนักงานตำรวจเมืองเจียงทำอะไรกันอยู่
ความคิดเห็น 2 : ไอ้ตู๋หยานี่มันตัวการที่วางระเบิดฆ่าเสิ่นชิงนะ! แล้วปล่อยให้มันหนีไปได้ โคตรทำให้โมโหเลย!
ความคิดเห็น 3 : พระเจ้า ถ้าตู๋หยาหนีไปถึงน่านน้ำสากลแล้ว นั่นไม่เท่ากับว่าไม่มีใครลงโทษมันได้แล้วเหรอ
ความคิดเห็น 4 : โอ้พระเจ้า ไอ้คนนี้มันหนีออกไปได้ยังไงกัน การป้องกันทางทะเลของประเทศจีนทำอะไรกันอยู่
เป็นไปตามที่เซี่ยจือจางคิดไว้ไม่มีผิด พอข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ในส่วนความคิดเห็นก็เต็มไปด้วยเสียงด่าทอ ทุกคนต่างต่อว่าตำรวจเมืองเจียงว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
…..
เมืองหางโจว คฤหาสน์เสี่ยวเหอซาน
ลู่หลีและเจียงเฉิง นายกเทศมนตรีนั่งอยู่ตรงข้ามกัน ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างลับ ๆ
เจียงเฉิงใช้นิ้วคีบบุหรี่ พ่นควันเป็นวงกลม ในดวงตาฉายแววอำมหิต “คุณหมายความว่า ทหารรับจ้างคนนั้นยังกล้าทวงเงินที่เหลืออีกเหรอ”
ลู่หลีสูบบุหรี่พ่นควันเป็นวงกลมเช่นกัน พูดเสียงเย็นชา “ฮึ ๆ ผมไม่คิดว่าไอ้หมอนั่นจะหนีรอดออกจากประเทศจีนได้ พวกคนเมืองเจียงก็ไม่รู้ว่าทำอะไรกันอยู่ นั่งกินเงินเดือนฟรี ๆ เหรอไง”
ตอนนั้นค่าหัวของเสิ่นชิงอยู่ที่หนึ่งพันล้านดอลลาร์ พวกเขาระดมทุนกันจ่ายมัดจำไปแล้วส่วนหนึ่ง และตอนนี้ยังต้องจ่ายเงินที่เหลืออีกห้าร้อยล้านดอลลาร์ให้กับตู๋หยา
ตอนนี้เสิ่นชิงตายแล้ว พวกเขาก็บรรลุเป้าหมายแล้ว ส่วนเงินที่เหลือนั้น พวกเขาก็ไม่อยากจ่าย
เจียงเฉิงถือบุหรี่สูบอีกครั้ง พูดเรียบ ๆ “แต่ถ้าพวกเราผิดสัญญา กลุ่มทหารรับจ้างทั้งหมดก็จะมองพวกเราเป็นศัตรู”
ลู่หลีได้ยินดังนั้น มุมปากยกยิ้มเย็นชา “ไม่เป็นไร งั้นพวกเราก็จ้างคนไปจัดการมันเสียเลย”
ประเทศจีนมีคำโบราณว่า ตายแล้วหนี้ก็หมดไป
แค่จัดการตู๋หยาอย่างเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้ พวกเขาก็ไม่ต้องจ่ายเงินที่เหลือแล้ว
ลู่หลีกับเจียงเฉิงเป็นพวกกล้าคิดกล้าทำ ตอนนี้หุ้นส่วนใหญ่ของลู่กรุ๊ปอยู่ในมือของลู่หลี ดังนั้นลู่หลีจึงมีทั้งเงินทุนและอำนาจพอที่จะทำเรื่องนี้ พวกเขาจึงตัดสินใจจ้างคนไปจัดการตู๋หยา
…..
หลังจากที่เฉาเล่อกลับมาถึงเมืองหางโจวแล้ว เขาก็ทำตามคำสั่งของเสิ่นชิงด้วยการไปที่สุสาน เพื่อสั่งพวงหรีดและป้ายไว้อาลัยจำนวนมาก รวมถึงเช่ารถขนศพด้วย
ทว่าทันทีที่เฉาเล่อกลับมาถึงเมืองหางโจว เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนมากมาย
วงการทุนนิยมในเมืองหางโจวต่างจับตามองความเคลื่อนไหวของทีมตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างใกล้ชิด
พอเฉาเล่อก้าวเท้าเข้าสุสาน คนทั้งเมืองหางโจวก็รู้ว่าเขามาซื้อพวงหรีด
หลายคนคาดเดาว่าเฉาเล่อกลับมาเพื่อจัดงานศพให้เสิ่นชิง
แม้ว่าทางการจะยังไม่ได้ประกาศข่าวการเสียชีวิตของเสิ่นชิง แต่จากร่องรอยต่าง ๆ ที่เห็น การตายของเสิ่นชิงเป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว
ข่าวที่เฉาเล่อปรากฏตัวที่สุสานเพื่อเตรียมจัดงานศพให้เสิ่นชิงแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา
“จุ๊ ๆ ได้ยินมาว่าเสิ่นชิงโดนระเบิดที่เมืองเจียง ไม่เหลือแม้แต่กระดูก รถขนศพคงจะไปรับเถ้ากระดูกมาล่ะ”
“ไม่นึกเลยว่าเสิ่นชิงจะตายเพราะโดนระเบิด คนทำอะไรฟ้าดูอยู่ ปกติเธอทำอะไรโหดร้ายไม่ปรานีใคร สุดท้ายสวรรค์ก็ทนดูไม่ได้”
“สมน้ำหน้า! ตายก็ดีแล้ว! ผู้หญิงต่ำช้าแบบนี้สมควรโดนบดกระดูกโปรยเถ้า!”
“สะใจจริง ๆ พวกเราอดทนมานานแล้ว ในที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้”
เสิ่นชิงถูกระเบิดจนเสียชีวิต ตระกูลใหญ่ที่เคยมีปัญหากับเธอต่างก็ดีใจที่สุด
เสิ่นชิงเป็นเหมือนหนามที่คอยทิ่มแทงใจพวกเขามาตลอด ตอนนี้หนามที่น่ารำคาญนั้นถูกถอนออกไปแล้ว พวกเขาจึงรู้สึกโล่งอก
……
เมืองเจียง
ในเช้าวันที่อากาศแจ่มใส มีรถเก๋งสีดำคันเล็ก ๆ ไม่สะดุดตาคันหนึ่ง กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหางโจว
เสิ่นชิงนั่งอยู่ในรถ สวมหมวกและแว่นกันแดด ทำให้ไม่มีใครเห็นใบหน้าของเธอ
ตอนที่เค่ออวิ๋นจากไป เซี่ยเฉิงอวิ๋นรู้สึกอาลัยอาวรณ์มาก แต่เขายังบาดเจ็บอยู่จึงไม่สะดวกที่จะไปส่ง ได้แต่ยืนถือไม้เท้าอยู่ข้างหน้าต่างมองส่งเค่ออวิ๋น
เมื่อเค่ออวิ๋นขึ้นรถไปแล้ว เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็ยังคงยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองตามเธอไปด้วยความอาลัย
เซี่ยเฉิงอวิ๋นตัดสินใจแล้วว่า เมื่อบาดแผลของเขาหายดี เขาจะต้องไปหาเค่ออวิ๋นให้ได้
เมืองเจียงอยู่ไม่ไกลจากเมืองหางโจว ใช้เวลาเดินทางแค่สามสี่ชั่วโมงเท่านั้น
เสิ่นชิงหลับไปบนรถหนึ่งงีบ พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นสัญลักษณ์ของเมืองหางโจว
เจดีย์หลิวลี่ไป๋
อีกไม่กี่นาทีต่อมา รถยนต์สีดำก็จอดลงที่หน้าบ้านพักหลังเล็กบนเขาหนานซานในเมืองหางโจว
บ้านพักหลังเล็กนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของเสิ่นชิง เธอไม่ค่อยได้มาที่นี่บ่อย จึงไม่มีใครรู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่
เสิ่นชิงกลับมาที่เมืองหางโจวอย่างเงียบ ๆ จึงไม่สามารถกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลเฉียวอย่างเปิดเผยได้
เมื่อเสิ่นชิงผลักประตูบ้านพักหลังเล็กเข้าไป กลิ่นอับชื้นจาง ๆ ก็โชยมาปะทะใบหน้า
บ้านพักหลังนี้ไม่มีคนอยู่มานานแล้ว ทั้งบนกระจก โต๊ะ และราวบันได เต็มไปด้วยฝุ่นละออง
เนื่องจากห้องไม่ได้ถูกระบายอากาศ จึงมีกลิ่นที่ค่อนข้างไม่น่าอภิรมย์
เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาผู้คน ทีมตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงจะใช้บ้านหลังนี้เป็นที่ทำงานต่อไป
“มาเถอะ พวกเราช่วยกันจัดการทำความสะอาดที่นี่กันหน่อย”
เสิ่นชิงพับแขนเสื้อขึ้น เริ่มนำทุกคนทำความสะอาด
เค่ออวิ๋นถูพื้น ส่วนลู่เย่หยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดโต๊ะและกระจก ทำงานอย่างจริงจังและพิถีพิถัน
เสิ่นชิงเอียงคอมองดูลู่เย่ที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำความสะอาด แล้วยิ้มบาง ๆ
ดูเหมือนว่าคนคนนี้คงจะเคยทำงานในกองทัพมาไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากเปิดหน้าต่างระบายอากาศ แสงอาทิตย์สีทองก็ส่องเข้ามา อากาศในห้องเริ่มหมุนเวียน ทำให้กลิ่นอับจากพื้นไม้จางลง
ดอกพุดสีขาวที่มุมห้องกำลังบานสะพรั่ง เค่ออวิ๋นตัดมาหนึ่งช่อใหญ่แล้วนำไปใส่แจกันไว้ เมื่อลมพัดมา กลิ่นหอมของดอกพุดก็อวลไปทั่วทั้งห้อง
ไม่นานนัก ห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นก็ถูกทำความสะอาดจนดูใหม่เอี่ยม ภายในห้องสว่างสะอาดตา แสงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามา หลั่งไหลทั่วทั้งห้องเป็นสีทองอร่าม
หลังจากทุกคนทำความสะอาดห้องเสร็จ เฉาเล่อก็มาถึงพอดี เขาขนเอกสารมามากมาย เพราะพวกเขากำลังจะเริ่มการประชุมวางแผนการรบ
ครั้งนี้ เสิ่นชิงจะกำจัดปลวกที่คอยกัดกินเมืองหางโจวให้หมดสิ้น
เธอจะกวาดขยะทิ้งลงถังให้หมด!
…..
ในขณะเดียวกัน กรมตำรวจเมืองเจียงภายใต้การกำกับดูแลของเซี่ยจือจาง ก็ได้เริ่มดำเนินการตามแผนของเสิ่นชิง
แต่ไม่ว่าผู้กำกับจ้าวจะซักถามอย่างไร ปากของตู๋หยาก็แข็งเหมือนเหล็ก ไม่มีทางที่จะงัดออกมาได้
ผู้กำกับจ้าวจึงต้องหันไปสอบสวนพวกของตู๋หยาแทน โชคดีที่คนอื่น ๆ ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น แค่สองสามครั้งก็สารภาพที่อยู่เว็บมืดออกมา
หลังจากนั้น ผู้กำกับจ้าวก็ติดต่อกับผู้ว่าจ้างที่ประกาศจ้างเสิ่นชิงผ่านเว็บมืดได้
ลู่หลีจึงต้องใช้ชีวิตแบบถูกทวงหนี้ทุกวัน
ลู่หลีไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า วันหนึ่งตัวเองจะถูกทวงหนี้
เงินค้างจ่ายห้าร้อยล้านดอลลาร์นั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะจ่ายออกไป
ตู๋หยาคนนี้ เขาจำเป็นต้องฆ่าให้ได้
ลู่หลีติดต่อกับกลุ่มทหารรับจ้างที่เรียกว่าโอเอซิส ให้พวกเขาไปลอบสังหารตู๋หยา
แม้ว่ากลุ่มทหารรับจ้างโอเอซิสจะเป็นกลุ่มทหารที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ แต่พวกเขาก็มีชื่อเสียงโด่งดังในน่านน้ำสากล
กลุ่มทหารรับจ้างที่เพิ่งก่อตั้งใหม่นี้ต้องการเงินทุน พวกเขาจึงกล้ารับงานทุกอย่าง แม้แต่การให้ไปล่าสังหารคนในวงการเดียวกัน พวกเขาก็ไม่ลังเลเลย
แต่สิ่งที่ลู่หลีคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากที่เขาติดต่อกับกลุ่มทหารรับจ้างโอเอซิสไปหมาด ๆ กล่องจดหมายของเสิ่นชิงก็มีอีเมลใหม่เข้ามา
…..
ที่บ้านพักเขาหนานซาน เมืองหางโจว
ทุกคนที่เพิ่งทำความสะอาดบ้านพักเสร็จต่างทิ้งตัวลงนั่งที่ของตัวเองอย่างหมดสภาพ
มีเพียงเฉาเล่อที่จมอยู่กับกองเอกสาร กำลังจัดการจดหมายต่าง ๆ
พวกเขาออกจากเมืองหางโจวมานานมาก ได้รับจดหมายมากมาย แต่ยังไม่ได้จัดการอะไรเลย
เฉาเล่ออ่านไปอ่านมาก็ขมวดคิ้ว เพราะในกองจดหมายมากมายนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นจดหมายไว้อาลัยที่ประชาชนเขียนมา
เสิ่นชิงเห็นเฉาเล่อขมวดคิ้วจึงถามว่า “เป็นอะไรไป มีปัญหาอะไรยุ่งยากเหรอ”
สีหน้าของเฉาเล่อดูเก้อเขินเล็กน้อย หัวเราะแห้ง ๆ สองที แล้วพูดว่า “เอ่อ…ไม่มีอะไรหรอกครับ จดหมายพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นจดหมายไว้อาลัยที่เขียนถึงพี่น่ะ”
เสิ่นชิงเป็นที่รักใคร่ของประชาชนในเมืองหางโจวมาก หลังจากที่ประชาชนคิดว่าเสิ่นชิงเสียชีวิต พวกเขาก็จัดพิธีรำลึกถึงขึ้นหลายครั้ง