สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 578 ผู้อยู่เบื้องหลัง
บทที่ 578 ผู้อยู่เบื้องหลัง
เค่ออวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ พูดอย่างยิ้มแย้มว่า “ฮิ ๆ พี่เสิ่นชิง ตอนที่พี่โผล่กลับมาเหมือนผีคืนชีพ คงจะทำให้คนตกใจตายเป็นแถบแน่ ๆ”
เสิ่นชิงนึกภาพออกว่า เมื่อตัวเองปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง จะต้องทำให้ทุกคนตกตะลึงแน่นอน
เค่ออวิ๋นถอนหายใจอย่างจนปัญญา “เฮ้อ พวกเราจะจัดการกับพวกมันได้เมื่อไหร่กันนะ”
มีข่าวลือว่าตอนที่ลู่หลีได้รับข่าวการตายของเสิ่นชิง เขาได้จัดงานเลี้ยงฉลองที่โรงแรมหรูหลี่ตู้ถึงสามวันสามคืน
หลังจากที่เค่ออวิ๋นได้ยินเรื่องนี้ก็โมโหจนกินข้าวกลางวันไม่ลง
ช่างน่าโมโหและหยิ่งผยองเหลือเกิน!
เสิ่นชิงตบไหล่เค่ออวิ๋นเบา ๆ พลางปลอบใจว่า “รอให้ทางเมืองเจียงหาหลักฐานเจอก่อน พวกเราถึงจะลงมือได้”
พูดจบ เสิ่นชิงก็หันไปมองเฉาเล่อ”อ้อใช่ เรื่องนั้นนายสืบเป็นยังไงบ้าง”
ที่เฉาเล่อกลับมาเมืองหางโจวก่อน จริง ๆ แล้วเป็นเพราะต้องสืบเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่ง
เสิ่นชิงสั่งให้เขาสืบหาที่ตั้งของโรงงานผลิตยาปลอม
พอได้ยินเสิ่นชิงถาม เฉาเล่อก็รีบตอบทันที “ผมสืบได้ผลแล้วครับ”
หลังจากข่าวที่เสิ่นชิงเสียชีวิตจากระเบิดแพร่ไปถึงเมืองหางโจว รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสูตินรีเวชที่ถูกจับกุมก็ได้รับการปล่อยตัวอย่างไม่มีเหตุผล
สิ่งแรกที่เฉาเล่อทำ หลังแอบกลับมาที่เมืองหางโจวคือ สะกดรอยตามรองผู้อำนวยการโรงพยาบาล แล้วก็ตามเบาะแสไปจนถึงโรงงานแห่งหนึ่งในชานเมืองตะวันตกของตงหลิน
หลังจากผ่านความยากลำบากหลายครั้ง เฉาเล่อก็ใช้ประโยชน์จากจุดบอดของกล้องวงจรปิด หลบหลีกการตรวจจับ ปีนเข้าไปในโรงงาน แล้วก็ได้เห็นภาพที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
โรงงานผลิตยาแห่งนี้สกัดเซรั่มจากร่างทารก แล้วนำไปผลิตยาเลียนแบบ
แม่อุ้มบุญพวกนั้นเป็นเพียงเครื่องมือในการผลิตทารกเท่านั้น
ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในโรงงาน ทำให้เฉาเล่อรู้สึกขนลุกสยองไปทั้งตัว
ตอนนั้นเฉาเล่อฉวยโอกาสตอนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่อยู่ รีบถ่ายรูปไว้สองสามภาพ แล้วปีนกำแพงหนีออกมา
เฉาเล่อส่งภาพที่ถ่ายได้ให้ดู ทุกคนในห้องเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์อันโหดร้ายทารุณก็โกรธจัดจนแทบระเบิด
สวีลี่เป็นคนแรกที่สบถออกมา “ไอ้บ้าเอ๊ย! พวกมันเป็นสัตว์นรกเหรอไง มนุษย์เหมือนกัน ทำได้ลงคอจริง ๆ เหรอ”
เค่ออวิ๋นขมวดคิ้วสวย ใบหน้าเล็ก ๆ ซีดขาว เธอเอามือปิดปากร้องอุทาน “พระเจ้า นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว! พวกเขาทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!”
เสิ่นชิงและลู่เย่ต่างขมวดคิ้วแน่น แม้จะเตรียมใจมาก่อนแล้ว แต่ภาพที่เห็นก็ยังกระแทกจิตใจรุนแรงเกินไป ทั้งสองคนรู้สึกสะเทือนใจและอึดอัด
จู่ ๆ เฉาเล่อก็ชี้ไปที่โน้ตบุ๊กพลางร้องขึ้น “พี่เสิ่นชิง! มาดูนี่เร็ว! มาดูอีเมลนี่เร็ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นชิงเลิกคิ้วขึ้น ปกติเฉาเล่อเป็นคนนิ่ง ๆ ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ตื่นเต้นแบบนี้
ลู่เย่และเค่ออวิ๋นอยากรู้อยากเห็นจึงเข้าไปดูใกล้ ๆ หลังจากอ่านอีเมลจบ ทั้งสองก็ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
เสิ่นชิงและสวีลี่อ่านอีเมลจบแล้วก็ตกตะลึงจนไม่อาจตั้งสติได้
ในอีเมลนั้นเขียนเกี่ยวกับเนื้อหาการซื้อขายระหว่างลู่หลีกับกลุ่มทหารรับจ้างโอเอซิส
ลู่หลีต้องการให้กลุ่มทหารรับจ้างโอเอซิสสังหารตู๋หยา โดยให้ค่าจ้างห้าสิบล้านดอลลาร์
หลังจากอ่านบันทึกการซื้อขายในอีเมลจบ ทุกคนในห้องต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เสิ่นชิงเลิกคิ้วมองเค่ออวิ๋นแล้วพูดว่า “ติดต่อสถานีตำรวจเมืองเจียงหน่อย ถามดูว่าอีเมลนี้พวกเขาส่งมาหรือเปล่า”
การสืบสวนเรื่องบันทึกการซื้อขายแบบนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจเมืองเจียง
เค่ออวิ๋นพยักหน้ารับ “ได้ค่ะ ฉันจะไปถามเดี๋ยวนี้”
ผ่านไปไม่กี่นาที
เค่ออวิ๋นวางสายจากสถานีตำรวจเมืองเจียงแล้วมองหน้าเสิ่นชิงด้วยความสงสัย “พี่เสิ่นชิง ทางสถานีตำรวจบอกว่าพวกเขาไม่ได้ส่งอีเมลมาให้พวกเราค่ะ”
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว “อะไรนะ ไม่ใช่พวกเขาส่งมา”
ถ้าไม่ใช่พวกเขาส่งมา แล้วใครเป็นคนส่งมา
เสิ่นชิงคิดไม่ตก ทำไมคนคนนี้ถึงมีบันทึกการซื้อขายระหว่างลู่หลีกับกลุ่มทหารรับจ้างโอเอซิสได้
การซื้อขายระหว่างผู้ว่าจ้างและกลุ่มทหารรับจ้างเป็นความลับที่ห้ามเปิดเผยเด็ดขาด
เสิ่นชิงและลู่เย่ต่างงุนงงสงสัย ยืนนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน
เฉาเล่อมองอีเมลฉบับนั้นอย่างตื่นเต้น “พวกเราไม่ต้องสนใจอะไรมากหรอก! นี่มันหลักฐานชั้นดีเลยนะ!”
สวีลี่กอดอกพลางหรี่ตามอง “จริง ๆ แล้วฉันรู้สึกแปลกใจมาตลอดเลย มักจะมีคนช่วยเหลือพวกเราเสมอ ตอนสืบคดีก่อนหน้าก็เป็นแบบนี้ ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อีก ใครกันนะที่คอยช่วยเหลือพวกเรา”
ก่อนหน้านี้เสิ่นชิงเคยให้เฉาเล่อไปสืบหาตัวคนผู้นี้ แต่เขาเป็นคนที่ลึกลับมาก ไม่ว่าจะสืบยังไงก็หาร่องรอยไม่เจอ สุดท้ายก็เลยปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป
“ไม่ต้องสนใจหรอก! นี่มันหลักฐานที่หายากนะ!” เฉาเล่อพูดอย่างตื่นเต้น ตอนนี้พวกเขารวบรวมหลักฐานความผิดของเจียงเฉิงและลู่หลีได้มากมาย พอรวมกับอันนี้ด้วย ก็ถือว่าเป็นหลักฐานที่แน่นหนามาก
เสิ่นชิงเม้มริมฝีปากเบา ๆ ใครกันนะที่คอยช่วยเหลือเธออยู่เบื้องหลัง
คิดไม่ออกก็ไม่คิดแล้วกัน เสิ่นชิงส่ายหน้า แม้จะไม่รู้ว่าคนเบื้องหลังเป็นใคร แต่อีเมลฉบับนี้เธอก็จะรับไว้
เสิ่นชิงเงยหน้ามองทุกคนตรงหน้า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเรามาจัดระเบียบหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ แล้วรวบรวมเป็นแฟ้มเอกสาร ส่งให้สำนักงานอัยการกันเถอะ!”
ไม่รอช้า ทุกคนลงมือทำทันที
ก่อนหน้านี้พวกเขาสืบบางอย่างที่เมืองเจียงได้แล้ว แต่เก็บไว้ไม่ได้รายงานขึ้นไป
ตอนนี้หลักฐานทั้งหมดครบถ้วน การโค่นล้มเจียงเฉิงถือว่าเป็นเรื่องที่แน่นอน!
……
สามวันต่อมา
โรงแรมหรูหลี่ตู้ในเมืองหางโจว
วันนี้โรงแรมหลี่ตู้คึกคักเป็นพิเศษ ด้านล่างมีธงสีสันสวยงามปลิวไสว รถหรูจอดเรียงรายมากมาย
เจียงเฉิงจัดงานฉลองวันเกิดครบรอบเจ็ดสิบปีให้กับบิดา ชนชั้นสูงจากทุกวงการในเมืองหางโจวต่างมาร่วมแสดงความยินดี บรรยากาศคึกคักมาก
เจียงเฉิงสวมชุดสูทสีดำ ผูกเนคไทสีแดง ดูสง่างามกระฉับกระเฉง
เขาควงภรรยาสาวสวยของตนเดินต้อนรับแขกไปทั่วโรงแรม ทุกที่ที่เขาไปถึงจะมีเสียงชื่นชมและประจบประแจงดังไม่ขาดสาย
ทุกคนต่างทักทายเจียงเฉิง เขาไปที่ไหนก็ถูกล้อมวงอยู่ที่นั่น ถ้าไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าเจ้าภาพงานนี้คือเจียงเฉิง
เมื่องานเลี้ยงเริ่มขึ้น แขกทั้งหมดต่างชูแก้วอวยพร เสียงแก้วกระทบกันดังกริ๊ง ๆ กังวานไปทั่วห้องจัดเลี้ยง
ในจังหวะนั้นเอง ตำรวจในเครื่องแบบกลุ่มหนึ่งก็บุกเข้ามาในงานอย่างกะทันหัน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตูเห็นว่าเป็นตำรวจก็ไม่กล้าขัดขวาง
หลังจากนั้น เสิ่นชิงในชุดอัยการก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา
เสิ่นชิงดวงตาสดใส ฟันขาวสะอาด ดูสง่างามและเฉียบคม การเดินของเธอดูมั่นใจมาก
ซึ่งการปรากฏตัวของเสิ่นชิงสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก
“พระเจ้า! นี่…นี่คือเสิ่นชิงไม่ใช่เหรอ เธอ…เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“เสิ่นชิง…เสิ่นชิงไม่ได้ตายจากระเบิดแล้วหรอกเหรอ! เธอ…เธอไม่เป็นอะไรเหรอ”
ทุกคนยืนอยู่กับที่ จ้องมองเสิ่นชิงอย่างงงงัน พูดจาติดอ่างด้วยความตกใจ
เจียงเฉิงเมื่อเห็นเสิ่นชิงก็แสดงสีหน้าเหมือนถูกฟ้าผ่า ช็อกจนพูดไม่ออก
เจียงเฉิงชี้ไปที่เสิ่นชิงตาเหลือกจนแทบถลน “เธอ…เธอยังไม่ตาย”
ได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงก็หัวเราะเยาะ “ฮึ ๆ ใครบอกว่าฉันตาย ฉันเป็นคนที่มีข่าวลือตามตัวตลอด คุณก็รู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
ใครเชื่อคนนั้นก็โง่
พูดจบ เสิ่นชิงก็โบกมือ ตำรวจสืบสวนที่อยู่ด้านหลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จับเจียงเฉิงและคุณนายเจียงกดลงบนโต๊ะ
“อ๊า!” คุณนายเจียงร้องด้วยความตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เจียงเฉิงบิดคอ จ้องมองเสิ่นชิง “ทำอะไรน่ะ! เสิ่นชิง เธอจะทำอะไร!”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้แขกทั้งหมดในงานต่างตกตะลึง พากันมองด้วยความตื่นตระหนก
พระเจ้า! เกิดอะไรขึ้นกันแน่
เสิ่นชิงฟื้นคืนชีพแล้ว!
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังจับกุมนายกเทศมนตรีอีกด้วย
พ่อแม่ของเจียงเฉิงก็งงงวย ทั้งสองคนถามไปที่เสิ่นชิงพร้อมกัน
“คุณ…คุณกำลังทำอะไร! ใครให้สิทธิ์คุณมาแตะต้องลูกชายของเรา! ลูกชายเราเป็นนายกเทศมนตรีนะ!”
“ฮึ ๆ” เสิ่นชิงหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วโบกเอกสารในมือ “นี่คือหมายจับที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานอัยการเมืองหลวง ต่อให้เป็นนายกเทศมนตรีแล้วยังไง ฉันก็จับได้เหมือนกัน!”
พูดจบเสิ่นชิงก็หันไปมองเจียงเฉิง พลางเลิกคิ้วพูดว่า “เจียงเฉิง วันดี ๆ ของคุณจบแล้ว พาตัวไป!”
ตำรวจรุดเข้ามาจับกุมตัวนายกเทศมนตรีเจียงและคุณนายเจียงทันที
หลังจากนี้ เจียงเฉิงจะถูกนำตัวไปขึ้นศาลที่เมืองหลวงเพื่อรับการพิจารณาคดี