สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 576 เสิ่นชิงกลับมา
บทที่ 576 เสิ่นชิงกลับมา
เสิ่นชิงหรี่ตามองแล้วจู่ ๆ ก็นึกแผนที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้ “สวีลี่ โทรหาผู้กำกับจ้าวให้หน่อย ฉันต้องการความร่วมมือจากเขา”
สวีลี่ได้ยินแล้วเบิกตากว้าง มองไปที่เสิ่นชิงพลางพูดว่า “พี่เสิ่นชิงจะทำอะไรเหรอ”
“ฮึ…” เสิ่นชิงแค่นเสียงเย็นชา “ฉันจะจับตัวคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดออกมา ฉันเป็นคนที่แค้นใครแล้วไม่ลืมหรอกนะ”
ศัตรูของเธอมีไม่กี่คน ถ้าสามารถใช้เรื่องนี้จับพวกนั้นได้ ก็ถือว่าเธอได้กำไร
สวีลี่ทำอะไรมักจะรวดเร็วเด็ดขาด เธอติดต่อผู้กำกับจ้าวได้อย่างรวดเร็ว
…..
ที่สถานีตำรวจเมืองเจียง ผู้กำกับจ้าวกำลังสอบสวนกลุ่มของตู๋หยาอย่างเคร่งเครียด
แต่เขาก็ยังไม่สามารถงัดข้อมูลเกี่ยวกับผู้อยู่เบื้องหลังออกมาจากปากได้
เซี่ยจือจางสั่งให้เขาสืบคดีนี้ให้กระจ่างภายในสามวัน แต่ตอนนี้ผ่านมาสองวันแล้ว เขาก็ยังไม่ได้อะไรเลย
ผู้กำกับจ้าวกุมศีรษะ เดินวนไปวนมาในห้องด้วยความกระวนกระวาย
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก
ผู้กำกับจ้าวเงยหน้าขึ้นทันที แล้วมองไปทางประตูพลางถามว่า “มีอะไรเหรอ”
เสียงเอี๊ยดดังขึ้น ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก พนักงานรับโทรศัพท์ในชุดเครื่องแบบยื่นโทรศัพท์ให้ผู้กำกับจ้าว
“ผู้กำกับจ้าวคะ อัยการสวีลี่โทรมา เธอบอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับคุณค่ะ”
พอได้ยินเช่นนั้น ผู้กำกับจ้าวก็ถอนหายใจหนัก ๆ ทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
สวีลี่ต้องโทรมาถามความคืบหน้าเรื่องการสอบสวนแน่ ๆ แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง
ผู้กำกับจ้าวรู้สึกท้อแท้ในใจ โบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ พูดกับพนักงานรับโทรศัพท์ว่า “เอาโทรศัพท์มาให้ฉันเถอะ”
ผู้กำกับจ้าวรับโทรศัพท์มาด้วยความกังวล “ฮัลโหล สวัสดีครับอัยการสวีลี่”
ผู้กำกับจ้าวคิดว่าคนที่อยู่ปลายสายคือสวีลี่ แต่กลับเป็นเสียงของเสิ่นชิงที่ดังมาจากในโทรศัพท์
เสิ่นชิงพูดทางโทรศัพท์ว่า “ผู้กำกับจ้าว ฉันเองค่ะ เสิ่นชิง”
ก่อนที่ผู้กำกับจ้าวจะได้พูดอะไร เสิ่นชิงก็รีบบอกจุดประสงค์ก่อน “ผู้กำกับจ้าวคะ ครั้งนี้ฉันอยากขอความช่วยเหลือ ขอให้คุณร่วมมือกับฉันหน่อยค่ะ”
ผู้กำกับจ้าวพยักหน้า “ได้ครับ คุณว่ามาเลย”
“ฉันอยากให้คุณเผยแพร่ข่าวว่ากลุ่มตู๋หยาหนีออกไปได้สำเร็จ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้กำกับจ้าวก็รู้สึกงุนงง จึงถามว่า “ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยครับ”
เสิ่นชิงตอบว่า “หลังจากที่ตู๋หยาหนีออกไปได้สำเร็จ พวกเขาจะต้องติดต่อกับผู้ว่าจ้างเพื่อเรียกร้องค่าจ้างส่วนที่เหลือแน่นอน ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเราก็สามารถหาคนปลอมตัวเป็นตู๋หยาเพื่อติดต่อกับผู้ว่าจ้างได้”
“ฉันสามารถหาคนแฮ็กเข้าไปในเครือข่ายภายในของกลุ่มทหารรับจ้างของตู๋หยาได้ ดังนั้นขอความร่วมมือจากคุณหน่อยได้ไหมคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้กำกับจ้าวก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ตู๋หยาได้ก่อความเสียหายให้กับเมืองเจียงขนาดนี้ ถ้าพวกเขารายงานว่าตู๋หยาหลบหนีไปได้สำเร็จ อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของกรมตำรวจ
ผู้กำกับจ้าวไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ จึงปฏิเสธว่า “คุณเสิ่น ขอเวลาให้ผมอีกสักหน่อยได้ไหมครับ ผมต้องสอบสวนให้ได้แน่นอน”
เสิ่นชิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอไม่คิดว่าผู้กำกับจ้าวจะปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ
แต่พอคิดอีกที เสิ่นชิงก็เข้าใจการคำนึงถึงของผู้กำกับจ้าว
รู้ว่าพูดเขาไม่รู้เรื่องแน่นอน เสิ่นชิงจึงตัดสินใจไปหาเซี่ยจือจางแทน
เธอไม่เชื่อว่าผู้กำกับจ้าวจะสามารถสอบสวนอะไรออกมาจากปากของตู๋หยาได้
ผู้กำกับจ้าวยังมีความกังวล เขาปฏิเสธข้อเสนอของเสิ่นชิงอย่างสุภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงของกรมตำรวจ
แต่เสิ่นชิงไม่ยอมประนีประนอม เธอคิดว่านี่เป็นวิธีเดียวที่จะจับตัวผู้อยู่เบื้องหลังได้
โอกาสแบบนี้หากพลาดไปแล้วจะไม่มีมาอีกแน่นอน เธอจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปเด็ดขาด
ถ้าพลาดจังหวะที่ดีไป ไม่รู้ว่าจะต้องรอโอกาสอีกนานแค่ไหน
เธอมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถจับคนร้ายได้ทั้งหมดในคราวเดียว
หลังจากวางสายผู้กำกับจ้าวแล้ว เสิ่นชิงก็โทรหานายกเทศมนตรีเซี่ยทันที
ไม่ว่าอย่างไร ทั้งเมืองเจียงก็อยู่ภายใต้การดูแลของนายกเทศมนตรีเซี่ย
แค่เขาพยักหน้าเห็นด้วย ผู้กำกับจ้าวก็ต้องให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย
…..
ในสำนักงานนายกเทศมนตรีเมืองเจียง เซี่ยจือจางกำลังถือโทรศัพท์พูดคุยกับเสิ่นชิงอยู่
“เสิ่นชิง ทำไมถึงมีเวลาโทรมาล่ะ คุณไม่ได้อยู่โรงพยาบาลพักฟื้นหรอกเหรอ ตอนนี้ร่างกายฟื้นตัวเป็นยังไงบ้าง”
เซี่ยจือจางถามไถ่เสิ่นชิงด้วยน้ำเสียงห่วงใย
สำหรับเสิ่นชิงและลู่เย่ที่ช่วยเหลือเซี่ยเฉิงอวิ๋น เซี่ยจือจางรู้สึกขอบคุณจากใจ
หากไม่มีพวกเขา เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็คงไม่มีทางได้รับการช่วยเหลือ
และเป็นเพราะได้รับการรักษาทันเวลา เซี่ยเฉิงอวิ๋นถึงได้รอดชีวิตมาได้ ไม่เช่นนั้นคงจะแย่แน่
เสิ่นชิงหยุดชั่วครู่ แล้วพูดเสียงนุ่มนวลว่า “นายกเทศมนตรีเซี่ย ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ ร่างกายของฉันดีขึ้นมากแล้ว พวกเรากำลังจะเดินทางไปเมืองหางโจว”
เซี่ยจือจางได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “อะไรนะ พวกคุณจะกลับเร็วขนาดนี้เลยเหรอ”
“ใช่ค่ะ พวกเราตั้งใจจะกลับวันนี้ แต่ก่อนกลับ ฉันอยากจะปรึกษาเรื่องหนึ่งกับคุณ”
เซี่ยจือจางได้ยินแล้วก็จับความหมายแฝงในคำพูดของเสิ่นชิงได้ทันที
เซี่ยจือจางอยู่ในวงการการเมืองมาหลายปี เขาจึงรู้ว่าเสิ่นชิงมีนัยแอบแฝงในคำพูด
เสิ่นชิงต้องมีเรื่องสำคัญมากที่จะปรึกษากับเขา และเรื่องนี้ต้องไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แน่นอน
เซี่ยจือจางถามเสียงเบา “คุณเสิ่น คุณมีเรื่องอะไรจะปรึกษากับผมเหรอ พูดมาได้เลย ถ้าผมทำได้ ผมจะตอบตกลงแน่นอน”
ตอนนี้ในสายตาของเซี่ยจือจาง เสิ่นชิงและลู่เย่คือผู้มีพระคุณของตระกูลเซี่ย
เมื่อเป็นผู้มีพระคุณ บุญคุณนี้ก็ต้องตอบแทน
เสิ่นชิงยังไม่ทันเอ่ยปาก เซี่ยจือจางก็ตัดสินใจในใจแล้วว่า ไม่ว่าเสิ่นชิงจะขออะไร ตราบใดที่ถูกกฎหมายและมีเหตุผล ไม่ผิดหลักศีลธรรม เขาจะตอบตกลงทั้งหมด
อีกอย่าง เซี่ยจือจางรู้จักนิสัยของเสิ่นชิงดี เขาเชื่อมั่นในตัวเสิ่นชิง ถึงแม้เสิ่นชิงจะมีเรื่องขอร้อง เสิ่นชิงก็คงไม่ขออะไรที่ผิดหลักศีลธรรมแน่นอน
เซี่ยจือจางถามตรง ๆ ว่า “เสิ่นชิง คุณอยากจะบอกอะไรผม ไม่ต้องกลัว พูดมาได้เลย”
เมื่อเห็นเซี่ยจือจางพูดตรง ๆ แบบนั้น เสิ่นชิงจึงพูดตรง ๆ เช่นกัน “คือว่า มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากให้คุณช่วยร่วมมือหน่อยค่ะ”
“ฉันต้องการให้พวกคุณปิดข่าวการจับกุมพวกตู๋หยา แล้วส่งคนไปปลอมตัวเป็นตู๋หยาเพื่อติดต่อกับผู้ว่าจ้าง”
“แล้วฉันก็ยังต้องการให้พวกคุณประกาศว่าตู๋หยาหนีออกไปแล้ว”
“ตามที่ฉันทราบมา มีคนประกาศค่าหัวฉันในเว็บมืด ตอนนี้ภายนอกต่างลือกันว่าฉันตายแล้ว”
“ตามความคิดของคนทั่วไป ถ้าตู๋หยาหนีรอดไปได้ ต้องติดต่อมาเรียกค่าไถ่แน่นอน”
เซี่ยจือจางได้ยินคำขอของเสิ่นชิงแล้วขมวดคิ้ว ก่อนถามว่า “คุณเสิ่น เรื่องนี้คุณได้คุยกับผู้กำกับจ้าวเหรอยัง”
เสิ่นชิงตอบตามตรงว่า “ฉันคุยกับผู้กำกับจ้าวแล้ว แต่ผู้กำกับจ้าวคิดว่าเรื่องนี้อาจทำให้กรมตำรวจเสียหน้า”
เสิ่นชิงยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยจือจางก็ถามกลับว่า “เจ้าแก่นั่นปฏิเสธคุณใช่ไหม”
เสิ่นชิงพูดอย่างเก้อเขิน “เอ่อ…ใช่ค่ะ ผู้กำกับจ้าวไม่ยอมรับ ฉันเลยมาหาคุณ”
เซี่ยจือจางได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมาทันที “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ผมก็รู้ว่าต้องเป็นแบบนี้ ตาแก่จ้าวคนนั้นน่ะดื้อรั้นมาก แถมยังไม่รู้จักยืดหยุ่น การที่เขาปฏิเสธคุณ จริง ๆ แล้วก็อยู่ในการคาดการณ์ของผม ไม่งั้นคุณก็คงไม่มาหาผมหรอก”
เสิ่นชิงหัวเราะเบา ๆ “ฮ่า ๆ ๆ ใช่ค่ะ คุณช่างรู้ใจจริง ๆ แต่ฉันคิดว่าแผนของฉันน่าจะเป็นไปได้”
ข้อเสนอที่ เสิ่นชิงยื่นมานั้น สำหรับสถานีตำรวจเมืองเจียงแล้วค่อนข้างลำบากใจจริง ๆ
ตู๋หยาก่อความวุ่นวายในเมืองเจียง สร้างความเดือดร้อนมามากมาย
ถ้าให้ประชาชนรู้ว่าสถานีตำรวจเมืองเจียงปล่อยให้อาชญากรโหดร้ายแบบนี้หนีไป
พวกเขาจะต้องถูกประชาชนด่าว่าอย่างแน่นอน
ความเสี่ยงนี้ พวกเขารับไม่ไหวจริง ๆ
แต่แผนนี้สำหรับเสิ่นชิงแล้วก็มีความเป็นไปได้
เซี่ยจือจางรู้ว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์กับเสิ่นชิงมาก เขาคิดแล้วคิดอีก ก่อนจะตอบตกลงตามคำขอของเสิ่นชิง
ถึงอย่างไร เสิ่นชิงกับลู่เย่ก็เคยช่วยเหลือเขามา
“ได้ครับคุณเสิ่น ผมจะให้ความร่วมมือกับคุณ”
เมื่อได้ยินเซี่ยจือจางตอบตกลง เสิ่นชิงรีบตอบกลับทันที “ขอบคุณมากค่ะ”
เซี่ยจือจางถอนหายใจแล้วพูดว่า “คุณเสิ่น คุณไม่ต้องมากพิธีขนาดนั้น นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว คุณกับลู่เย่ช่วยเซี่ยเฉิงอวิ๋นออกมาได้ เรื่องนี้ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกคุณ”