สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 564 จะช่วยเขาออกมาได้ไหม (2)
บทที่ 564 จะช่วยเขาออกมาได้ไหม (2)
ตู๋หยารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
แม้แสงจันทร์จะสว่าง แต่ระยะทางค่อนข้างไกล เขามองไม่เห็นเงาคนบนเรือ แต่ว่า…
เขารู้สึกว่าคนบนเรือมีความผิดปกติที่รุนแรงมาก
ความผิดปกตินี้หนักหนาและไร้เหตุผลอย่างยิ่ง
ตู๋หยาไม่สามารถคิดออกได้ในทันทีว่าความผิดปกติอันรุนแรงนี้มาจากที่ใด
จนกระทั่งเห็นเงาร่างที่ยืนตรงเป๊ะที่หัวเรือ ตู๋หยาถึงได้เข้าใจ
คนบนเรือไม่ใช่พวกพ้องของเขาอย่างแน่นอน!
เพราะพวกพ้องของเขาไม่มีทางยืนตรงแข็งทื่อแบบนั้น ราวกับปืนที่ตั้งตรงท้าฟ้าดิน
มีแต่ตำรวจทหารเท่านั้นที่จะยืนมีท่ายืน นั่งมีท่านั่ง ทุกการเคลื่อนไหวพร้อมเพรียงเป็นระเบียบ
หลังจากค้นพบความผิดปกตินี้ สัญญาณเตือนภัยในใจของตู๋หยาก็ดังขึ้นทันที
คนบนเรือยอชต์ลำนี้ไม่ใช่พวกพ้องของเขาเลย
ในขณะที่บนเรือยอชต์ คนที่แสร้งทำเป็นชายปากเบี้ยว ยังคงตะโกนเรียกตู๋หยาอย่างสุดกำลัง
“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่! คุณยังอยู่แถวนี้ไหม โผล่หน้ามาหน่อยสิ! พวกเรามารับคุณแล้ว!”
ตู๋หยาหรี่ตาลง
ชายปากเบี้ยวถูกจับได้แล้วและทรยศไปอยู่ฝ่ายศัตรูงั้นเหรอ
ในเมื่อชายปากเบี้ยวถูกจับได้แล้ว คนอื่น ๆ ก็คงจะเป็นแบบเดียวกันสินะ
ตู๋หยารู้สึกโกรธจนกระทืบเท้า “แม่ง! ไอ้พวกขี้ขลาดทั้งนั้น!”
ตอนนี้ในใจของเขารู้สึกสับสนวุ่นวายเป็นอย่างมาก
จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี!
ตอนนี้บนเรือคงเต็มไปด้วยศัตรู การที่ชายปากเบี้ยวถูกจับได้ก็หมายความว่าทุกคนถูกจับหมดแล้ว
เขากลายเป็นผู้นำที่โดดเดี่ยว!
ตู๋หยามุดเข้าไปในกอต้นอ้อแล้วซ่อนตัว จากนั้นก็โยนเซี่ยเฉิงอวิ๋นลงบนพื้น
ตอนนี้ตู๋หยารู้สึกสับสนอย่างมาก เขาจะต้องทำอย่างไรถึงจะรอดพ้นจากความตายได้
ตู๋หยาเอียงศีรษะคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงจ้องมองไปที่ใบหน้าของเซี่ยเฉิงอวิ๋น
จากนั้นเสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังออกมาจากลำคอของเขา
ตู๋หยามองดูเซี่ยเฉิงอวิ๋นที่บาดเจ็บสาหัสและหมดสติแล้วหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ๆ… ไม่เป็นไร ถึงจะเหลือแค่ฉันคนเดียวก็ไม่เป็นไร ถึงหนีไม่รอดก็ไม่เป็นไร ถึงยังไงถ้าฉันตาย ก็ยังมีคนตายตามไปเป็นเพื่อนอีกคน”
ตู๋หยาทิ้งตัวนั่งลงในกอต้นอ้อ หัวเราะพลางนึกย้อนถึงชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง
ตอนที่เขาเป็นทหารรับจ้าง เขาฆ่าคนมากมายราวกับตัดหญ้า ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานและเป็นอิสระ
หลังจากที่เขามาที่ประเทศจีน เขาได้วางระเบิดสังหารอัยการชื่อดังที่สุดของประเทศ แล้วยังจับหลานชายของนายกเทศมนตรีเมืองเจียงเป็นตัวประกัน
ชีวิตของเขาทำเรื่องใหญ่โตมาตลอด
เขารู้สึกว่าตัวเองเจ๋งมาก ๆ
ตู๋หยายิ้มมุมปาก คิดปลอบใจตัวเอง
ชีวิตของเขาก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
ถ้าต่อจากนี้สามารถหลบหนีออกจากประเทศจีนได้ เขาก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยไปตลอดชีวิต
ตู๋หยาตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
ถ้าเขาหนีไม่ได้ เขาก็จะไม่ยอมติดคุกอีกแน่นอน
สำหรับคนอย่างเขา ไม่มีอะไรจะทรมานไปกว่าการถูกจำกัดอิสรภาพ
เขาไม่สามารถฆ่าคน ไม่สามารถดื่มเหล้าอย่างเต็มที่ ไม่สามารถเที่ยวผู้หญิง ไม่สามารถกินเนื้อสัตว์อย่างเอร็ดอร่อย ชีวิตแบบนั้นไม่มีความหมาย
มีชีวิตอยู่ก็ไม่มีรสชาติ ตายเสียยังดีกว่า
ตู๋หยาตัดสินใจแล้วว่า ถ้าเขาจะถูกจับ เขาจะฆ่าเซี่ยเฉิงอวิ๋นก่อนที่จะตกอยู่ในมือตำรวจ แล้วค่อยยิงตัวตาย
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาได้ก่อคดีมากมาย คงต้องใช้ชีวิตที่เหลือในคุกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชีวิตแบบนั้น เป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการและไม่สามารถทนได้
ตอนนี้ในใจของตู๋หยารู้สึกสิ้นหวังและมองโลกในแง่ร้ายอย่างมาก
เขารู้ว่าถึงตอนนี้ โอกาสที่จะหลบหนีคงเป็นไปได้ยากแล้ว
พวกพ้องทั้งหมดถูกจับ แม้แต่เรือยอชต์ก็ถูกตำรวจยึด ตอนนี้เขาเหลือเพียงลำพัง
“เฮ้อ…”
ตู๋หยาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ถอนหายใจหนัก ๆ
จากนั้นเขาก็มองไปที่เซี่ยเฉิงอวิ๋น “หลังจากนายตายไปแล้ว อย่าได้โทษฉันเลย ถ้าจะโทษก็ต้องโทษลุงใหญ่ของนาย เขาต่างหากที่บีบให้นายต้องตาย”
ตู๋หยาพึมพำต่อ “ถ้าพวกเขายอมร่วมมือกับฉันดี ๆ ฉันก็จะไม่ฆ่านายหรอก ฉันเป็นคนรักษาคำพูดมาก แต่พวกของนายลงมือก่อน ไม่มีน้ำใจนักเลง ฉันก็ไม่มีทางเลือก”
ขณะพูด ดวงตาของตู๋หยาวาบขึ้นด้วยประกายเย็นเยียบ แล้วเขาก็เล็งปืนไปที่ศีรษะของเซี่ยเฉิงอวิ๋น เตรียมจะเหนี่ยวไก
อย่างที่เขาพูดกันว่า คนไม่มีทางเร็วกว่าปืน แต่คนสามารถเร็วกว่าคนได้
ในวินาทีที่ตู๋หยากำลังจะเหนี่ยวไกปืน กระสุนนัดหนึ่งก็พุ่งทะลุฝ่ามือของเขาอย่างแม่นยำ
“ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าในทุ่งต้นอ้อ
ครึ่งฝ่ามือของเขาถูกกระสุนยิงจนกระเด็น เลือดไหลทะลักจากบาดแผล เผยให้เห็นกระดูกขาวโพลน
“อ๊ากกกก!”
ตู๋หยากุมมือที่ขาดไว้ด้วยความเจ็บปวด กลิ้งเกลือกไปมาบนพื้น
เสียงปืนที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำลายความเงียบสงบริมแม่น้ำในพริบตา
กลิ่นดินปืนที่แสบจมูกและกลิ่นคาวเลือดอันรุนแรงอบอวลอยู่ในกอต้นอ้อ
เมื่อเห็นเซี่ยเฉิงอวิ๋นปลอดภัยดี ลู่เย่ก็ถอนหายใจเบา ๆ “ดีแล้ว…ดีที่มาทันเวลา”
เกือบไปแล้ว เกือบไปแล้วจริง ๆ
ถ้าเมื่อครู่เขาช้าไปแค่วินาทีเดียว ตอนนี้เซี่ยเฉิงอวิ๋นคงถูกยิงหัวแหลกไปแล้ว
คนไม่สามารถเร็วกว่ากระสุนปืนได้ แต่คนสามารถเร็วกว่าคนด้วยกันได้
ไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ ลู่เย่ยิงปืนออกไปก่อนที่ตู๋หยาจะทันได้ลั่นไก
ไม่อย่างนั้น เซี่ยเฉิงอวิ๋นคงถูกยิงหัวตายไปแล้ว
“อ๊ากกก เจ็บ เจ็บ”
ตู๋หยายังคงนอนคว่ำร้องครวญครางอยู่บนพื้น มือขวาของเขาถูกยิงจนกระเด็นไปครึ่งหนึ่ง กระดูกนิ้วสีขาวโผล่ออกมาให้เห็นหลายนิ้ว ดูแล้วน่าสยดสยองมาก
ขณะที่ลู่เย่ถือปืนกำลังจะลุกขึ้นจากกอต้นอ้อ จู่ ๆ ตู๋หยาที่คุกเข่าอยู่กับพื้นก็กลิ้งตัวคว้าปืนที่ตกอยู่บนพื้น แล้วยิงใส่ตำแหน่งของลู่เย่หนึ่งนัด
เสียงปืนเมื่อครู่เผยตำแหน่งของลู่เย่ ตู๋หยาจึงยิงไปทางด้านหลังทางขวาทันที
กระสุนของตู๋หยาทะลุผ่านกอต้นอ้อเป็นแนวตรง พุ่งตรงไปยังหน้าผากของลู่เย่
กระสุนแหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิว พร้อมกับคลื่นอากาศอันรุนแรงพุ่งเข้าใส่
ประกายไฟสีทองร่วงหล่นลงพื้น จุดชนวนแห่งความตาย
การยิงครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ตอนที่ตู๋หยาคุกเข่าร้องไห้คร่ำครวญอยู่นั้น เขาได้วางแผนที่จะสังหารลู่เย่ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดเรียบร้อยแล้ว
คนทั่วไปคงตั้งตัวไม่ทัน แต่โชคดีที่ลู่เย่มีปฏิกิริยาที่รวดเร็วมาก เขากลิ้งตัวหลบ ทำให้ต้นอ้อล้มลงทั้งแถว
แม้จะหลบกระสุนได้ แต่ต้นอ้อที่ล้มลงก็เผยตำแหน่งของเขา
“ปัง! ปัง! ปัง!”
ตู๋หยาไม่สนใจความเจ็บปวด เขาถือปืนด้วยมือซ้ายแล้วกราดยิงใส่บริเวณที่ต้นอ้อล้มลง
ลู่เย่ถูกกดดันด้วยการยิง จึงกลิ้งตัวหลบการโจมตี หลีกเลี่ยงกระสุนทั้งหมด
ต้นอ้อมากมายล้มลงเหมือนข้าวสาลีที่ถูกเกี่ยว ร่วงหล่นลงในโคลนดำเน่าเหม็น
ถ้าลู่เย่ตอบสนองช้าไปแค่เสี้ยววินาที สิ่งที่ถูกเกี่ยวในตอนนี้คงเป็นชีวิตของเขา
โชคดีที่ในทุ่งต้นอ้อมีพืชพรรณหนาแน่น ลู่เย่จึงพลิกตัวซ่อนเข้าไปในความมืดได้
ในขณะเดียวกัน เพื่อนร่วมรบที่อยู่ด้านหลังลู่เย่ได้ยินเสียงปืน จึงทยอยมุ่งหน้ามาทางนี้
ตอนที่ลู่เย่นำทีมเข้ามาในทุ่งต้นอ้อ ทุกคนกระจายตัวเป็นรูปพัดเพื่อค้นหาตู๋หยา ลู่เย่เป็นคนแรกที่พบเซี่ยเฉิงอวิ๋น
ตอนที่ทุกคนได้ยินเสียงปืน จึงรู้ตำแหน่งในทันที ต่างถือปืนวิ่งมาเพื่อสนับสนุน
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทุกทิศทางในทุ่งต้นอ้อ
ตู๋หยารู้สึกได้ว่ามีคนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ จิตใจจึงเริ่มหวั่นไหว
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือกระโจนไปข้างกายเซี่ยเฉิงอวิ๋น แล้วคว้าปืนจ่อใต้คาง
“มาสิ! พวกแกบุกเข้ามาเลย! ถ้าพวกแกกล้าก้าวมาอีกก้าว ฉันจะเหนี่ยวไกยิงให้สมองเซี่ยเฉิงอวิ๋นกระจาย!”
ตู๋หยาคำรามด้วยความโหดเหี้ยม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
“ในเมื่อพวกแกไม่รู้จักน้ำใจนักเลง! ก็อย่าโทษว่าฉันไม่รักษาสัญญา!”