สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 563 จะช่วยเขาออกมาได้ไหม (1)
บทที่ 563 จะช่วยเขาออกมาได้ไหม (1)
“แกร๊ก”
เสียงดังกรอบแกรบดังขึ้นในความมืด
เซี่ยเฉิงอวิ๋นที่ซ่อนตัวอยู่ในหลุมโคลนได้ยินเสียงลั่นไกปืนของตู๋หยา
เสียงลั่นไกปืนราวกับเสียงแตรเป่าประกาศความตาย
เมื่อตู๋หยาเล็งปากกระบอกปืนมาที่หลุมโคลน เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็หลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง
ลาก่อนโลกใบนี้
ตู๋หยามีลางสังหรณ์อย่างแรงกล้าว่าเซี่ยเฉิงอวิ๋นกำลังซ่อนตัวอยู่ใต้หลุมโคลน
“เซี่ยเฉิงอวิ๋น ฉันให้เวลานายสามวินาที ถ้าไม่ออกมา ฉันจะยิงนายแล้วนะ” ตู๋หยาตะโกนพลางย่อตัวลงข้างหลุมโคลน
“ถ้านายออกมาตอนนี้ แล้วคุกเข่าเลียรองเท้าฉัน ฉันจะเมตตาไว้ชีวิตนาย ไม่งั้น…ชีวิตน้อย ๆ ของนายก็จะจบลงที่นี่” ตู๋หยาพูด
เซี่ยเฉิงอวิ๋นที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โคลนตมโกรธจนตัวสั่น
เพราะต้องกลั้นหายใจมาตลอด ตอนนี้ใบหน้าของเซี่ยเฉิงอวิ๋นแดงก่ำ รู้สึกเวียนหัวตาลาย
เขารู้สึกว่าตัวเองถูกบีบให้จนมุมแล้ว
ถ้าออกไป ก็คงหนีไม่พ้นการถูกทุบตีและดูถูกเหยียดหยาม
ถ้าไม่ออกไป เขาก็คงต้องตายอยู่ในนี้
ระหว่างความเป็นความตาย เซี่ยเฉิงอวิ๋นมีสีหน้าเศร้าโกรธ จิตใจกำลังดิ้นรนและทรมาน
โอ้สวรรค์…
ฉันทำอะไรผิดไป ถึงต้องถูกปฏิบัติแบบนี้
ตู๋หยาย่อตัวรออยู่ข้างหลุมโคลนเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวใด ๆ จากข้างล่างเลย
เขาเริ่มรู้สึกรำคาญ ไม่อยากเสียเวลาต่อไปอีก
“เซี่ยเฉิงอวิ๋น อย่าให้ฉันต้องลงมือ ถ้าฉันลงมือละก็ นายไม่มีทางได้ตายดีแน่!” ตู๋หยาเอามือเท้าเอว ตะโกนด่าลงไปในหลุมโคลน
เซี่ยเฉิงอวิ๋นได้แต่บ่นอยู่ในใจ
ไอ้นี่พูดมากจริง ๆ
ยอมตายแต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี จะให้ฉันวิงวอนขอความเมตตา คุกเข่าเลียพื้นรองเท้า มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
เซี่ยเฉิงอวิ๋นกัดฟัน แล้วทำสีหน้าเหมือนคนพร้อมที่จะสละชีวิต
วันนี้ถึงแม้เขาจะต้องตายอยู่ในหลุมโคลนนี้ เขาก็จะไม่ยอมก้มหัวให้ศัตรูเด็ดขาด!
หัวนี่น่ะ เขาจะไม่มีวันก้มให้แม้แต่นิดเดียว!
ตู๋หยารอมาครู่ใหญ่ ก้นหลุมโคลนก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว เขาเริ่มหมดความอดทน จึงพับแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะลากเซี่ยเฉิงอวิ๋นขึ้นมา
เมื่อครู่เขาแค่ใช้ปืนขู่เซี่ยเฉิงอวิ๋นเท่านั้น ตอนนี้ตัวประกันยังมีประโยชน์กับเขาอยู่ เขาไม่กล้ายิงเซี่ยเฉิงอวิ๋นให้ตายหรอก
“ไอ้เด็กบ้า ออกมาเสียดี ๆ!”
ตู๋หยาล้วงมือลงไปในหลุมโคลน คว้าแขนของเซี่ยเฉิงอวิ๋นได้พอดี เขาจึงดึงร่างที่เปื้อนโคลนขึ้นมา
ทันทีที่เซี่ยเฉิงอวิ๋นถูกดึงขึ้นมาจากหลุมโคลน เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงถ่มน้ำลายใส่หน้าตู๋หยาจนเต็มไปด้วยโคลน แล้วทรุดตัวลงกับพื้นหายใจหอบแรง ๆ
“ฮึก ฮึก… ฮึก ฮึก…”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเปรอะเปื้อนโคลนไปทั้งตัว เหมือนปลาที่กำลังจะตาย ละโมบสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด
ถ้าเมื่อครู่ช้าไปกว่านี้อีกนิด เขาคงขาดอากาศตายไปแล้ว
“แค่ก แค่ก แค่ก แค่ก”
โคลนบางส่วนไหลเข้าไปในจมูกจนสำลักเข้าหลอดลม เซี่ยเฉิงอวิ๋นจึงไอออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ใบหน้าของตู๋หยาถูกเซี่ยเฉิงอวิ๋นพ่นโคลนใส่ ทั้งตา จมูก และปากเต็มไปด้วยโคลนเน่าที่ส่งกลิ่นเหม็น “แม่งเอ๊ย!”
ตู๋หยาโกรธจัดเช็ดหน้าทีหนึ่ง แล้วสะบัดโคลนออกจากมือ
โคลนส่งกลิ่นเหม็นมาก กลิ่นคาวเหม็นพุ่งเข้าจมูกตู๋หยา เขารีบตักน้ำจากแม่น้ำขึ้นมาล้างโคลนบนใบหน้า
เซี่ยเฉิงอวิ๋นถูกมัดทั้งมือและเท้า ไม่มีทางหนีได้ ได้แต่นอนอย่างไร้หนทางอยู่บนพื้นเหมือนลูกแกะที่รอถูกฆ่า
หลังจากล้างหน้าเสร็จ ตู๋หยาสะบัดน้ำออกจากตัว แล้วคว้าตัวเซี่ยเฉิงอวิ๋นที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมา “ไอ้เวร ไอ้เด็กเวร แกหลบได้เก่งนักใช่ไหม”
พูดจบ ตู๋หยาก็ตบเข้าที่แก้มขวาของเซี่ยเฉิงอวิ๋นอย่างแรง แก้มขวาของเซี่ยเฉิงอวิ๋นบวมขึ้นมาทันที
เลือดไหลออกมาจากมุมปาก เซี่ยเฉิงอวิ๋นเจ็บจนขมวดคิ้ว
แผลเก่ายังไม่ทันหาย ก็มาเจอแผลใหม่ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
เซี่ยเฉิงอวิ๋นรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองถูกทุบตีจนชาไปหมดแล้ว
ถูกทุบตีตลอดเวลา ไม่มีที่ไหนในร่างกายที่ไม่เจ็บ
ตู๋หยาทุบตีเซี่ยเฉิงอวิ๋นแล้วก็ยังไม่หายแค้น เขาขึ้นลำปืน เล็งไปที่ต้นขาของเซี่ยเฉิงอวิ๋นแล้วยิงทันที
ปืนติดที่เก็บเสียง เสียงจึงไม่ดังมากนัก
แต่กลิ่นดินปืนที่แสบจมูกได้กระจายตัวไปทั่วทุ่งต้นอ้อแล้ว
เซี่ยเฉิงอวิ๋นถูกยิงที่ต้นขา เขาหดตัวเป็นก้อนด้วยความเจ็บปวดทันที
หลังจากเสียงปืนดังขึ้น ขาของเซี่ยเฉิงอวิ๋นก็มีรูเลือดเปิดออก เลือดสดไหลทะลักออกมาจากรู จนชุ่มโคลนที่อยู่ใต้ร่าง
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดโต ๆ ไหลลงมาจากหน้าผาก
“นาย…นายยิงฉันให้ตายเสียตอนนี้จะดีกว่า ไม่งั้น…ไม่งั้นฉันจะทำให้นายได้เห็นดี…”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นกัดฟันพูดคำขู่ออกมา เสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งบนยอดเขาหิมะที่ไม่ละลายนับพันปี
ตู๋หยาได้ยินประโยคนั้นก็หัวเราะลั่น “ไอ้หนู นายคงไม่ได้คิดจะยั่วให้ฉันโกรธแล้วยิงนายทิ้งหรอกนะ”
ตู๋หยาส่ายหน้าพลางพูดอย่างน่ารังเกียจ “เสียใจด้วย ฉันไม่มีทางทำตามที่นายต้องการหรอก ตอนนี้นายยังมีประโยชน์กับฉันอยู่ ฉันจะไม่ฆ่านาย แต่จะค่อย ๆ ทรมานนาย จนกว่านายจะกลายเป็นคนพิการ!”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นพยายามประคองสติ จ้องตู๋หยาอย่างดุดัน แล้วก็หมดสติไปด้วยความเจ็บปวด
ตู๋หยาหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วจับเซี่ยเฉิงอวิ๋นเดินออกไปนอกทุ่งต้นอ้อ
ตู๋หยาลากแขนข้างหนึ่งของเซี่ยเฉิงอวิ๋น ลากเขาไปบนพื้น
ระหว่างทาง ใบอ้อที่บางและคมกริบ ก็บาดเนื้อของเซี่ยเฉิงอวิ๋นราวกับมีดเล็ก ๆ
บาดแผลไม่ลึก แต่กลับเจ็บปวดมาก
เซี่ยเฉิงอวิ๋นรู้สึกมึนงง ราวกับมีมดนับล้านตัวกำลังกัดกินร่างกายของเขา
ทั้งคัน ทั้งเจ็บ ทรมานจนแทบบ้า
ตู๋หยาเดินไปพลางคิดไปพลางว่า ครั้งนี้โชคดีที่ไม่มีอะไรน่าตกใจ สามารถไล่ตามเซี่ยเฉิงอวิ๋นกลับมาได้สำเร็จ ไม่อย่างนั้น เมื่อต้องเจอหน้าพี่น้อง เขาคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ตู๋หยาก็ได้ยินเสียงตะโกนของชายปากเบี้ยว
“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่! คุณยังอยู่แถวนี้ไหม ถ้าได้ยินช่วยตอบกลับมาหน่อย”
ชายปากเบี้ยวบนเรือยอชต์ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง
ตู๋หยาได้ยินเสียงเรียกจึงรีบเร่งฝีเท้า เขาเสียเวลามามากแล้ว ไม่สามารถชักช้าได้อีก!
พอคิดได้ดังนั้น ตู๋หยาก็เริ่มวิ่งเหยาะ ๆ ส่วนเซี่ยเฉิงอวิ๋นที่ถูกลากอยู่ด้านหลังนั้น เลือดไหลนองพื้นเป็นทาง
ตู๋หยาเห็นปริมาณเลือดที่ไหลออกมา ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
แม่เจ้า! กระสุนเมื่อกี้คงไม่ได้ยิงโดนเส้นเลือดใหญ่หรอกนะ
ทำไมถึงเสียเลือดมากขนาดนี้
ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป กว่าจะวิ่งออกจากทุ่งต้นอ้อ เซี่ยเฉิงอวิ๋นคงตายเพราะเสียเลือดเสียก่อน
ด้วยความจำเป็น ตู๋หยารีบฉีกเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เซี่ยเฉิงอวิ๋น
ตู๋หยาพบว่าการลากเซี่ยเฉิงอวิ๋นไปด้วยนั้นช้าเกินไป จึงต้องแบกเขาขึ้นหลัง แล้วรีบเดินต่อไปข้างหน้า
เขาเดินไปบ่นไปด้วย “ไอ้ชายปากเบี้ยวบ้านี่ ไม่รู้จักมาช่วยรับสักหน่อย รู้แต่จะตะโกนอยู่บนเรือ ป่านนี้คงตะโกนจนตำรวจมาแล้วมั้ง”
ก่อนที่ตู๋หยาจะเดินออกจากทุ่งต้นอ้อ เขาระแวดระวังมองออกไปข้างนอกอีกครั้ง
บนผืนน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาล มีเรือยอชต์ขนาดเล็กสีขาวจอดอยู่หนึ่งลำ
ที่หัวเรือมีเงาคนยืนอยู่หลายคน หนึ่งในนั้นกำลังตะโกนใส่ทุ่งต้นอ้อ
เพราะความมืดทำให้ตู๋หยามองไม่เห็นคนบนเรืออย่างชัดเจน แต่จากรูปร่างแล้วพอจะจำได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมทีม
ตู๋หยากลอกตาไปมา
พวกมันทำตัวเป็นคุณชายกันอยู่บนเรือ ไม่มีใครลงมาช่วยรับเขาสักคน
ขณะที่ตู๋หยากำลังจะเดินออกจากทุ่งต้นอ้อ เมฆดำบนท้องฟ้าก็สลายตัว แสงจันทร์ส่องสว่างไปยังเรือยอชต์ที่จอดอยู่กลางแม่น้ำ