สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 562 เล่นซ่อนแอบ (2)
บทที่ 562 เล่นซ่อนแอบ (2)
ตู๋หยามองดูต้นอ้อที่อยู่เต็มสายตา คิดอย่างจนปัญญา ถึงแม้จะถูกเพื่อนร่วมทีมตำหนิ เขาก็ต้องยอมรับชะตากรรมนี้
ถ้าหาตัวประกันไม่เจอ สถานการณ์จะยิ่งร้ายแรงกว่าเดิม
ถ้าเซี่ยเฉิงอวิ๋นหนีออกจากทุ่งต้นอ้อนี้ไปได้ สถานการณ์ของพวกเขาก็จะอันตรายมาก
ถ้าตำรวจรู้ว่าในมือพวกเขาไม่มีตัวประกันแล้ว ตำรวจก็จะไม่เกรงกลัวพวกเขาอีกต่อไป
ตู๋หยารู้ดีว่า ถ้าปล่อยให้ช้าแบบนี้ต่อไป พอตำรวจหาเซี่ยเฉิงอวิ๋นเจอ พวกเขาก็จะกลายเป็นเป้าหมายที่ตำรวจรุมโจมตีในทันที
ตู๋หยาวิ่งย้อนกลับไปพลางแหวกต้นอ้อที่ขวางหน้าไปพลาง
ลมพัดกรู ๆ ข้างหู ในทุ่งต้นอ้อมีเสียงฝีเท้าดังตึก ๆ และเสียงใบอ้อเสียดสีกันดังซู่ซ่า
เซี่ยเฉิงอวิ๋นได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านหลัง รู้ว่าตู๋หยากลับมาแล้ว เขาพยายามขยับนิ้วมือ แต่ร่างกายยังคงไม่มีเรี่ยวแรง
หน้าผากของเซี่ยเฉิงอวิ๋นมีเหงื่อผุดซึมออกมาเป็นเม็ดเล็ก ๆ
“น่าโมโห! น่าโมโห! น่าโมโห! รีบขยับสิ!” เซี่ยเฉิงอวิ๋นพยายามสุดกำลังที่จะขยับร่างกาย เขาต้องการจะพลิกตัวกลับลงไปซ่อนในหลุมโคลนอีกครั้ง
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเพิ่งใช้แรงทั้งหมดที่มีในการปีนออกมาจากหลุมโคลนเพื่อหายใจ ทำให้ตอนนี้เข้าไม่มีแรงเหลืออีกแล้ว
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที เซี่ยเฉิงอวิ๋นร้อนใจจนเหงื่อผุดที่ปลายจมูก
ขยับสิ! ขยับสิ! รีบขยับเร็วเข้า!
จิตใจของเซี่ยเฉิงอวิ๋นกำลังตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
เขารู้ว่าถ้าวันนี้หลบไม่พ้นเคราะห์ครั้งนี้ ชีวิตของเขาอาจต้องจบลงที่นี่
เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หัวใจของเซี่ยเฉิงอวิ๋นก็เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“ตึกตัก… ตึกตัก… ตึกตัก…”
เสียงหัวใจของเซี่ยเฉิงอวิ๋นเต้นแรงเหมือนกลองที่ถูกตี
แย่แล้ว! แย่แล้ว! แย่แล้ว! รีบขยับสิ!
เซี่ยเฉิงอวิ๋นอ้อนวอนในใจ หวังว่าร่างกายจะรีบขยับเสียที
แค่เพียงเขาซ่อนตัวในหลุมโคลนอีกสักพัก เขาก็จะรอดพ้นจากอันตรายได้
อีกด้านหนึ่ง เสียงฝีเท้าของตู๋หยาดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เขากำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่งมุ่งหน้ามาทางเซี่ยเฉิงอวิ๋น
หากช่วงเวลานี้ตู๋หยาวิ่งกลับมา เขาจะต้องเห็นเซี่ยเฉิงอวิ๋นที่นอนหอบหายใจเหมือนสุนัขตายข้างหลุมโคลนทันที
เซี่ยเฉิงอวิ๋นหมดหนทางแล้ว เขาพยายามขยับนิ้วมือ แต่ร่างกายก็ยังไม่มีเรี่ยวแรง
“แย่แล้ว… จะต้องมาตายที่นี่จริงๆ เหรอ”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นแทบจะร้องไห้ เขายังไม่อยากตาย
เขาอยากมีชีวิตอยู่
ก่อนหน้านี้เขาเคยสัญญากับเค่ออวิ๋นว่าจะพาเธอไปเล่นสกี พาเธอไปปีนเขา จะอยู่ด้วยกันตลอดไป
แล้วยังมีลุงเซี่ย
ลุงเซี่ยเลี้ยงดูเขามาอย่างยากลำบาก เขายังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของลุงเลย เขายังอยากดูแลลุงยามแก่เฒ่า
แต่ก่อนเขาชอบก่อเรื่อง ลุงเซี่ยต้องคอยตามแก้ไขความวุ่นวายให้ทุกครั้ง
เขาเคยคิดว่าลุงเซี่ยเข้มงวดเกินไป เลยรู้สึกไม่พอใจ ตอนนี้นึกย้อนกลับไป เซี่ยเฉิงอวิ๋นอยากตบหน้าตัวเองสักสองที
เขาเสียใจที่ไม่เชื่อฟังให้มากกว่านี้ ไม่ทำให้ลุงต้องเป็นห่วงให้น้อยกว่านี้
เซี่ยเฉิงอวิ๋นนอนอยู่ในหลุมโคลน ถอนหายใจยาวอย่างสิ้นหวังมองขึ้นท้องฟ้า
“ฮือ… ถ้าครั้งนี้ฉันรอดกลับไปได้ ฉันจะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ฮือ ๆ ๆ”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นคิดอย่างเศร้าสร้อย คำพูดที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำให้เป็นจริงสักอย่าง
เขาอยากมีชีวิตรอด อยากทำตามสัญญาที่ให้ไว้ และอยากทำทุกอย่างที่เคยคุยโวไว้ให้กลายเป็นความจริง
เซี่ยเฉิงอวิ๋นพยายามขยับนิ้วอีกครั้ง แต่ร่างกายก็ยังไม่ยอมทำตามคำสั่ง ไม่สามารถขยับได้เลย
เซี่ยเฉิงอวิ๋นร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ออกมา เขาอยากมีชีวิตรอด อยากอยู่กับเค่ออวิ๋น และยังอยากดูแลลุงเซี่ยจนแก่เฒ่า
เขาจะมานอนตายอยู่ที่นี่ไม่ได้!
เซี่ยเฉิงอวิ๋นกัดฟันพยายามออกแรง ในที่สุดก็เคลื่อนตัวไปข้างหลุมโคลนได้ไม่กี่เซนติเมตร
ตอนนี้ตู๋หยาอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น
เซี่ยเฉิงอวิ๋นถึงขั้นได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวหอบแฮ่ก ๆ ของตู๋หยาแล้ว
เซี่ยเฉิงอวิ๋นรู้ดีว่า ถ้าตู๋หยากลับมาตอนนี้ เขาจะต้องถูกฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ แน่นอน
ในใจของเซี่ยเฉิงอวิ๋นกำลังตะโกนบ้าคลั่ง ขยับอีกนิด ขยับอีกนิดสิ!
บางทีฟ้าอาจจะไม่อยากเห็นเซี่ยเฉิงอวิ๋นต้องจบชีวิตลงที่นี่
ในวินาทีก่อนที่ตู๋หยาจะกลับมา ร่างกายของเขาก็ฟื้นตัวได้เล็กน้อย ในที่สุดเขาก็ขยับร่างกายได้
ทันทีที่มีโอกาส เขาก็รีบพลิกตัวกระโดดลงไปในหลุมโคลนโดยไม่ลังเล จากนั้นก็ดึงใบอ้อมาปกคลุมร่างกาย ซ่อนตัวอยู่ในความมืด
“ฮู้…อันตรายจริง ๆ โชคดีที่ฟื้นตัวได้บ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางรอดพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ได้”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นถอนหายใจ คิดด้วยความหวาดกลัว
สองนาทีต่อมา ตู๋หยาแหวกใบอ้อทั้งหมดออก แล้วรีบเดินมาถึงจุดเดิม
ห่างออกไปหนึ่งเมตร ตู๋หยาหยุดฝีเท้าลงทันที ดวงตาของเขาจ้องมองโคลนบนพื้นอย่างไม่วางตา
ในที่สุดตู๋หยาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ตอนที่เขาจากที่นี่ไป ตรงนี้ไม่ได้มีโคลนมากขนาดนี้
ตู๋หยาขมวดคิ้ว แล้วย่อตัวลง หยิบโคลนขึ้นมากำหนึ่ง เริ่มพินิจพิเคราะห์
โคลนพวกนี้เปียกชื้น ดูเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ๆ ตู๋หยานึกถึงบางอย่างขึ้นมา
เขาไม่พบรอยเท้าของเซี่ยเฉิงอวิ๋นในบริเวณรอบ ๆ เลย
พื้นล่างของกอต้นอ้อเต็มไปด้วยโคลนเละ ๆ เปียกแฉะ เซี่ยเฉิงอวิ๋นก็ไม่สามารถบินได้ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่ทิ้งรอยเท้าไว้
ถ้าไม่มีรอยเท้า ก็มีความเป็นไปได้แค่อย่างเดียว
นั่นก็คือเซี่ยเฉิงอวิ๋นซ่อนตัวอยู่ในน้ำ!
ตู๋หยามีลางสังหรณ์ว่าเซี่ยเฉิงอวิ๋นคงไม่ได้ไปไหนไกล น่าจะซ่อนตัวอยู่ในน้ำแถว ๆ นี้
ตู๋หยาย่อตัวลง แหวกใบอ้อที่ปกคลุมใต้น้ำออก เริ่มค้นหาทีละนิ้ว
ไม่นานนัก ตู๋หยาก็พบหลุมโคลนยาว ๆ อยู่ใต้ใบอ้อทางด้านขวามือ
หลุมโคลนนั้นซ่อนอยู่อย่างมิดชิด ถ้าไม่สังเกตให้ดีก็คงไม่สามารถมองเห็นได้ในทันที
ตอนนี้ เซี่ยเฉิงอวิ๋นซ่อนตัวอยู่ในหลุมโคลน เขาหลับตาแน่น ใบหน้าถูกทาด้วยโคลนทั้งหมด
เขากลั้นหายใจ สองมือวางไว้ข้างลำตัว พยายามทำตัวให้เหมือนสุนัขตายให้มากที่สุด
เสียงลมหายใจของตู๋หยาดังอยู่ข้างหู หัวใจของเซี่ยเฉิงอวิ๋นแทบจะหลุดออกมา
เขาภาวนาในใจ อย่าเจอฉันเลย อย่าเจอฉันเลย อย่าเจอฉันเลย
ตู๋หยาขมวดคิ้ว มองดูหลุมโคลน ระดับน้ำรอบ ๆ หลุมโคลนกำลังไหลท่วมขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าก้นหลุมโคลนนี้จะต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
ตอนนี้แค่เพียงตู๋หยายื่นมือลงไปในหลุมโคลน ก็จะสามารถสัมผัสร่างอ่อนนุ่มของเซี่ยเฉิงอวิ๋นได้
ตู๋หยามองดูหลุมโคลนที่เต็มไปด้วยตะกอน เอียงศีรษะเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ยื่นมือออกไป
ขณะที่มือของตู๋หยากำลังจะยื่นเข้าไปในหลุมโคลน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นข้างหู
“ตึก ตึก… ตึก ตึก…”
ตู๋หยาใจหายวาบ รีบหันไปมองด้านหลัง เห็นใบต้นอ้อด้านหลังสั่นไหวไปมาสองสามที จากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังตึก ๆ ออกมา
ตู๋หยาหรี่ตามอง “ดีนี่! ที่แท้นายก็ซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นนี่เอง!”
ตู๋หยาหัวเราะลั่นออกมาทันที แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ดูน่ากลัวมาก
เซี่ยเฉิงอวิ๋น เซี่ยเฉิงอวิ๋น เดี๋ยวฉันจะตัดเส้นเอ็นของนาย แล้วดูสิว่านายจะวิ่งหนีไปไหนได้
ตู๋หยาหมุนตัว ก้าวเท้าแหวกใบต้นอ้อด้านหลังออก
“พรึ่บ…”
ใบต้นอ้อถูกแหวกออกอย่างรุนแรง เผยให้เห็นพื้นที่ว่างเปล่า
ตู๋หยาเหยียดคอมอง แล้วก็ต้องตะลึงงัน ยืนนิ่งอยู่กับที่
เขาคิดว่าเซี่ยเฉิงอวิ๋นจะซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ใบต้นอ้อนั้นจะเป็นเป็ดป่าตัวหนึ่ง
เป็ดป่าตัวนั้นกำลังฟักไข่อยู่ เมื่อมันเห็นตู๋หยา มันโกรธจนกระพือปีก ส่งเสียงร้องก้าบ ๆ ขึ้นมา
“ก้าบ ก้าบ ก้าบ… ก้าบ ก้าบ ก้าบ…”
เป็ดป่าคิดว่าตู๋หยาจะมาขโมยไข่ของมัน มันใช้จะงอยปากแบน ๆ จิกที่หัวเข่าของตู๋หยา
ตู๋หยายืนอึ้งอยู่กับที่ นิ่งไปนาน
บ้าเอ๊ย… ที่แท้ก็แค่เป็ดป่าตัวเดียว
ตู๋หยาหงุดหงิดจนเตะเป็ดป่าให้ลอยไป แล้วกลับไปตรวจดูหลุมโคลนอีกครั้ง
เมื่อครู่ เซี่ยเฉิงอวิ๋นได้ยินเสียงตู๋หยาเดินจากไป ในใจก็โล่งขึ้นมา
แต่ยังไม่ทันได้ผ่อนคลาย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของตู๋หยาอีกครั้ง
เซี่ยเฉิงอวิ๋นกลั้นหายใจอยู่ใต้หลุมโคลนจนแทบขาดใจ ออกซิเจนที่เหลืออยู่ในปอดกำลังจะหมด เขาใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว
ตู๋หยาย่อตัวลงข้างหลุมโคลน แล้วค่อย ๆ หยิบปืนออกมา