สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 522 คนที่น่าสงสารก็ต้องมีจุดที่น่าชัง
- Home
- All Mangas
- สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ
- บทที่ 522 คนที่น่าสงสารก็ต้องมีจุดที่น่าชัง
บทที่ 522 คนที่น่าสงสารก็ต้องมีจุดที่น่าชัง
หลี่เสียงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นเงาดำ ๆ เดินมาที่ประตู
คนคนนั้นก็คือสวีลี่หง เจ้าของโรงแรมเป่าลี่หลาย
ทันทีที่สวีลี่หงเดินเข้ามา เขาก็เดินตรงไปหาลู่เย่พร้อมรอยยิ้มประจบประแจง “โอ้โห คุณชายลู่เย่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ”
“ทำไมไม่บอกพวกเราสักคำ ผมจะได้จัดงานต้อนรับคุณชายสักหน่อย!”
พูดจบ สวีลี่หงก็จะเข้าไปจับมือลู่เย่
หลี่เสียงเห็นท่าไม่ดี หัวใจกระตุกวูบ
แย่แล้ว ดูเหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ลู่เย่ชี้ไปที่หลี่เสียง “คุณรู้ไหมว่าคนคนนี้ทำอะไรลงไปบ้าง”
สวีลี่หงพยักหน้าหงึก ๆ “รู้ครับ รู้ น้องชายบอกผมทางโทรศัพท์หมดแล้ว เรื่องนี้เป็นความผิดของพวกเราจริง ๆ คุณชายวางใจได้ ผมจะจัดการให้แน่นอน”
พอได้ยินแค่นี้ หลี่เสียงถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะเจอเรื่องใหญ่
คนนามสกุลลู่คนนี้ต้องเป็นคนมีฐานะสูงส่งแน่นอน
แย่แล้ว คราวนี้เจอของแข็งเข้าจริง ๆ!
หลี่เสียงมองไปทางจางเหว่ยอย่างงุนงง คิดจนหัวแทบแตกก็ยังไม่เข้าใจว่าคนคนนี้มีบุญอะไร ถึงได้สนิทสนมกับคนใหญ่คนโตมากมายขนาดนี้
เขาไม่เข้าใจว่า ถ้าจางเหว่ยมีความสามารถขนาดนั้นจริง แล้วทำไมถึงต้องตกอับมาขายของข้างทาง
“หลี่เสียง นายถูกไล่ออกแล้ว ตอนนี้ไปรับเงินเดือนที่ฝ่ายบุคคลได้เลย อย่าให้ฉันเห็นหน้านายในเมืองหางโจวอีก”
คำพูดของสวีลี่หงประโยคนี้ เท่ากับตัดอนาคตของหลี่เสียงโดยตรง
หลี่เสียงรู้ดีถึงอิทธิพลของสวีลี่หงในวงการโรงแรมในเมืองหางโจว
เมื่อเจ้านายพูดประโยคนี้ออกมา ต่อไปจะไม่มีโรงแรมหรือร้านอาหารที่ไหนกล้ารับเขาเข้าทำงานอีก
ฟ้าดินเป็นพยาน กว่าจะไต่เต้ามาถึงตำแหน่งนี้ได้ เขาใช้เวลาเท่าไหร่ ทุ่มเทแรงกายแรงใจเท่าไหร่ และต้องใช้เส้นสายมากมายแค่ไหน
การถูกไล่ออกครั้งนี้ราคาแพงเกินไป เขารับไม่ไหว
หลี่เสียงทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น คลานเข่าเข้าไปใกล้สวีลี่หง แล้วตบหน้าตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
“เพียะ! เพียะ! …”
หลี่เสียงตบหน้าตัวเองพลางร้องไห้ตะโกน “ขอโทษครับเจ้านาย ผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินคุณชายหลู่กับเพื่อนของเขาจริง ๆ ทั้งหมดเป็นความผิดของผม เป็นความผิดของผมทั้งหมด
ช่วยดูที่ผมทุ่มเททำงานมาตลอด ให้ผมมีทางรอดสักทาง อย่าไล่ผมออกเลย…”
หลี่เสียงร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก เขาตบหน้าตัวเองอย่างไม่ออมมือ ไม่นานใบหน้าก็บวมเป่งเหมือนซาลาเปา
ตอนนี้หลี่เสียงไม่ใช่ผู้จัดการโรงแรมที่เคยรุ่งโรจน์อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสุนัขที่คลานอยู่แทบเท้าของสวีลี่หง
ภายในโรงแรม พนักงานหลายคนมองหลี่เสียงด้วยสายตาดูถูก
หลี่เสียงชอบใช้อำนาจข่มเหงรังแกเพื่อนร่วมงานในโรงแรมเป็นประจำ และยังคุกคามพนักงานหญิงอีกด้วย
ในตอนนี้ ไม่มีใครสักคนที่ยอมออกมาพูดแทนเขา
ในบรรดาแขกที่อยู่รอบ ๆ บางคนมองหลี่เสียงด้วยสายตาสงสาร
แต่คนที่น่าสงสารก็ต้องมีจุดที่น่าชัง
วันก่อนตอนที่มีอำนาจในมือก็ทำตัวยโสโอหัง กดขี่ข่มเหงผู้อื่นตามใจชอบ
วันนี้ต้องคุกเข่าขอความเมตตาเหมือนสุนัขจรจัด ก็สมควรแล้วที่ได้รับผลกรรมแบบนี้
หว่านพืชเช่นไร ก็ได้ผลเช่นนั้น ไม่มีอะไรเกินไปกว่านี้
ลู่เย่มองหลี่เสียงด้วยสายตารังเกียจแล้วพูดว่า “เฮ้ย คนที่นายต้องขอโทษไม่ใช่เขา แต่เป็นจางเหว่ยต่างหาก”
คนคนนี้เป็นพวกรังแกคนอ่อนแอ แต่กลัวคนที่แข็งแกร่งกว่า เป็นคนเลวที่ประจบประแจงไร้ยางอาย
แม้ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกผิด
คนไร้จิตสำนึกแบบเขาจะไม่รู้สึกผิดกับการทำเรื่องเลว ๆ แต่จะโกรธแค้นที่ไม่ได้เลียขาเจ้านายเท่านั้น
พวกเขาจะเสียใจแค่ว่า ตัวเองไม่ได้ไต่เต้าให้สูงขึ้นไปอีก ไม่ได้ใช้อำนาจกดขี่คนอื่นให้มากกว่านี้ ไม่ได้เสพสุขกับความรู้สึกมีอำนาจอย่างเต็มที่
หลังจากลู่เย่เตือน หลี่เสียงถึงนึกขึ้นได้ว่ายังมีจางเหว่ยอยู่
ดังนั้นเขาจึงรีบคลานเข้าไปหาจางเหว่ยแล้วร้องไห้ตะโกนว่า “พี่จาง ผมผิดไปแล้ว ผมยอมรับผิดจริง ๆ ผมยินดีชดใช้ค่าเสียหาย ได้โปรดให้อภัยผมเถอะ อย่าให้เจ้านายไล่ผมออกเลย”
จางเหว่ยไม่เคยมีใครมาอ้อนวอนแบบนี้มาก่อน การที่หลี่เสียงมาทำหน้าด้าน ๆ แบบนี้ทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
“พี่เขย อย่าปล่อยเขาไปง่าย ๆ แบบนี้สิ ถ้าพวกเราไม่ได้เจอพี่เย่ ตอนนี้คนที่ต้องระเหเร่ร่อนเหมือนหมาจรจัดก็คือพวกเราแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าพี่เขยใจอ่อน กลัวว่าเขาจะใจดีเกินไป
จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋หันไปมองหลี่เสียงที่หน้าบวมเป็นหัวหมู “ถึงพี่เขยฉันจะให้อภัยนาย แต่อย่าคิดว่าตัวเองจะปลอดภัย
นายสมรู้ร่วมคิดกับซัพพลายเออร์ ขึ้นราคาผิดกฎหมาย กินเงินใต้โต๊ะของบริษัท ละเมิดผลประโยชน์ของโรงแรมเป่าลี่หลาย เรื่องนี้ถ้าฟ้องศาล ไม่รู้จะโดนข้อหารับสินบน หรือยักยอกทรัพย์…”
พอสวีลี่หงได้ยินก็โมโหจัด “อะไรนะ! หลี่เสียง! นายกล้าดียังไง? กล้ากินเงินใต้โต๊ะ?”
จริง ๆ เรื่องนี้เจียงเสี่ยวไป๋แค่เดา ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่หลี่เสียงดันยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียว เลือกซัพพลายเออร์ที่ของไม่ดีราคาก็ไม่ถูก เรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ
และตอนนี้ ดูจากสีหน้าซีดเผือดของหลี่เสียง เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้ว่าตัวเองเดาถูก
“ตรวจสอบ! ตรวจสอบให้ละเอียด! ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง หลี่เสียง นายเตรียมตัวติดคุกได้เลย!” สวีลี่หงหน้าดำเป็นก้นกระทะ เขาตัดสินใจจะสอบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด
หลี่เสียงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ดวงตาว่างเปล่า สีหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ
เมื่อเห็นว่าเรื่องทางนี้จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลู่เย่ที่รีบจะไปเมืองเจียง จึงรีบกล่าวลาจางเหว่ย