สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 492 เสิ่นชิงเป็นตัวปัญหา
บทที่ 492 เสิ่นชิงเป็นตัวปัญหา
หวงโฮ่วเซิงเป็นพยานปากสำคัญ เสิ่นชิงจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเขา
เมืองหางโจวเป็นอาณาเขตของเจียงเฉิง ที่นั่นอันตรายเกินไป พวกเขาไม่สามารถพาหวงโฮ่วเซิงกลับไปหางโจวได้
เสิ่นชิงคิดไปคิดมา ก็ได้แต่ต้องฝากหวงโฮ่วเซิงไว้กับเซี่ยจือจาง
ช่วงเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันมานี้ เสิ่นชิงรู้สึกว่าเซี่ยจือจางเป็นคนที่ตรงไปตรงมา มีแนวทางที่ซื่อตรง น่าไว้วางใจและน่าฝากฝัง
แม้จะเป็นนายกเทศมนตรีเหมือนกัน แต่คุณธรรมของเซี่ยจือจางเหนือกว่าเจียงเฉิงหลายขุม
“สวีลี่ เฉาเล่อ เค่ออวิ๋น พวกเธอสามคนกลับไปก่อน” เสิ่นชิงกล่าว “หลังจากเฉาเล่อกลับไปแล้วให้สอบสวนรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลหมู่อิงต่อ ส่วนสวีลี่กับเค่ออวิ๋นให้สืบสวนเรื่องสุดท้าย หาที่ตั้งโรงงานผลิตยาปลอม พวกเธอทั้งสามคนต้องแบ่งปันข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน”
สวีลี่เบิกตากว้างถามอย่างงุนงง “พี่เสิ่นชิง ทำไมพวกเราต้องแยกกันกลับด้วยล่ะ?”
“อืม ฉันยังมีธุระต้องจัดการที่เมืองเจียง” เสิ่นชิงตอบ
กลุ่มคนที่พยายามลอบฆ่าเสิ่นชิงหายตัวไปหลังจากล้มเหลว
แต่สัญชาตญาณของเสิ่นชิงบอกเธอว่า พวกนั้นกำลังซุ่มซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ ตัวเธอ
เธอรู้ว่าการเดินทางกลับครั้งนี้จะต้องอันตรายมาก จึงไม่อยากให้คนอื่นพลอยเดือดร้อนไปด้วย
“ไม่ได้! ผมจะไปกับพี่เสิ่นชิง” เฉาเล่อเดินไปยืนข้างเสิ่นชิงพูดอย่างหนักแน่น “หน้าที่แรกของผมคือปกป้องความปลอดภัยของคุณ”
เสิ่นชิงส่ายหน้า “ฉันมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากมาย นายไปคุ้มครองสองคนนั้นเถอะ ฉันเป็นห่วงว่าอาจจะมีคนจับตาดูพวกเธอด้วย”
เฉาเล่อก้มมองปลายเท้าไม่พูดอะไร ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
เสิ่นชิงเพียงแค่ตบไหล่เขาเบา ๆ ทิ้งคำพูดให้ดูแลพวกเธอให้ดี แล้วเดินออกจากห้องไป
…
บนดาดฟ้าโรงพยาบาล เค่ออวิ๋นกับเซี่ยเฉิงอวิ๋นนั่งข้างกันบนท่อน้ำ
เค่ออวิ๋นสวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน สวมหมวกถักสีขาวบนศีรษะ สายลมพัดเบา ๆ ทำให้ผมยาวของเค่ออวิ๋นยุ่ง เธอยกมือขึ้นจัดผม แล้วทัดไว้หลังหู
การเคลื่อนไหวธรรมดา ๆ เหล่านี้ในสายตาของเซี่ยเฉิงอวิ๋นกลับน่ารักที่สุด
สายลมพัดเอื่อย ๆ เขาชอบเธอมาก…
เซี่ยเฉิงอวิ๋นนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เซี่ยเฉิงอวิ๋น “คุณ… พวกคุณจะกลับเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
“อืม บ่ายนี้ก็จะกลับแล้ว พวกเรายังมีภารกิจที่ต้องทำอีก” เค่ออวิ๋นยิ้มน้อย ๆ เผยให้เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ น่ารักสองซี่
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเกาศีรษะแล้วพูดว่า “ที่ทำงานของพวกคุณยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่อยู่เที่ยวเมืองเจียงสักสองสามวัน ผมยังอยากพาคุณไปเที่ยวอีกหลายที่เลยนะ ถ้าพูดถึงทิวทัศน์ เมืองเจียงของเราก็ไม่แพ้เมืองหางโจวของพวกคุณหรอก”
“งั้น… งั้นรอฉันมีวันหยุดเมื่อไหร่ ฉันจะมาชมวิวอีกครั้ง” เค่ออวิ๋นจับชายกระโปรง ยกขึ้นแล้วปล่อยลง
จริง ๆ แล้วทิวทัศน์ของเมืองเจียงก็คล้ายกับเมืองหางโจว แต่ว่าที่เมืองเจียงมีคนที่เมืองหางโจวไม่มี
เซี่ยเฉิงอวิ๋นถอนหายใจแล้วถามว่า “แล้วครั้งสุดท้ายที่คุณได้หยุดคือเมื่อไหร่?”
“เอ่อ…” เค่ออวิ๋นเอียงหัวคิดสักครู่ “น่าจะตอนปีใหม่”
เซี่ยเฉิงอวิ๋น “…”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นร้องครวญครางในใจ พระเจ้า งานที่สำนักงานอัยการยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ?
ฮือ ๆ น่ากลัวจัง
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเคยคิดว่าตัวเองที่เป็นหัวหน้าตำรวจจราจรก็ยุ่งมากแล้ว
ทุกวันต้องตื่นเช้ากว่าไก่ นอนดึกกว่าหมา
แต่ยังไงก็ตาม เขายังมีวันหยุดพัก ไม่ได้ทำงานติดต่อกันหลายเดือนโดยไม่ได้พัก
ความเข้มข้นในการทำงานของเขาเมื่อเทียบกับเค่ออวิ๋นแล้ว ก็เหมือนคนละฟ้าคนละดิน
เซี่ยเฉิงอวิ๋นกลอกตาไปมา เริ่มคิดอะไรแปลก ๆ
เซี่ยเฉิงอวิ๋นมองไปที่เค่ออวิ๋น “อาอวิ๋น หรือว่า… หรือว่าให้ผมไปคุยกับลุงใหญ่ ให้ท่านช่วยดึงสายสัมพันธ์ ย้ายคุณมาทำงานที่สำนักงานอัยการเมืองเจียงไหม? เฮ่ ๆ ถ้าคุณยินดี คุณก็มาทำงานที่กรมจราจรของพวกเราก็ได้นะ”
เค่ออวิ๋นตาโต “ฮะ? คุณกำลังพูดอะไร? คุณไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?”
การออกจากทีมตรวจสอบวินัยอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน
เซี่ยเฉิงอวิ๋นมองหน้าเค่ออวิ๋นพูดอย่างจริงจัง “ผมไม่ได้ล้อเล่น คุณเสิ่นชิงเป็นคนอันตราย เป็นเหมือนตัวปัญหาที่มีชีวิต คุณรู้ไหมว่าเธอเคยถูกลอบสังหารที่เมืองเจียง การที่คุณอยู่ข้าง ๆ เธอต่อไป มันอันตรายมาก ผมไม่ได้พยายามยุแยงพวกคุณนะ ผมแค่พูดความจริง ถ้าผมไม่ได้ทำงานอยู่ข้าง ๆ คุณเสิ่น คุณจะปลอดภัยกว่านี้มาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เค่ออวิ๋นขมวดคิ้ว มือทั้งสองกำชายกระโปรงแน่น
เธอจ้องมองเซี่ยเฉิงอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา ริมฝีปากเม้มแน่น ไม่พูดอะไรสักคำ
คนที่รู้จักเค่ออวิ๋นดี ต่างรู้ว่าท่าทางแบบนี้ของเค่ออวิ๋นแสดงว่าเธอกำลังโกรธ และโกรธไม่ใช่น้อย
เค่ออวิ๋นลุกพรวดขึ้นยืน ขมวดคิ้วพลางพูดว่า “เซี่ยเฉิงอวิ๋น ขอบคุณสำหรับความหวังดี แต่ฉันไม่ต้องการ ฉันพอใจกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้แล้ว”
พี่เสิ่นชิงคือคนที่เธอชื่นชอบและชื่นชมที่สุด
ไอ้หมาเซี่ยนี่พูดถึงพี่เสิ่นชิงแบบนี้ได้ยังไง
พูดจบ เค่ออวิ๋นก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง เธอแทบจะวิ่งออกไปจากดาดฟ้า ไม่ทิ้งแม้แต่เงาให้เซี่ยเฉิงอวิ๋นเห็น
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเพิ่งตระหนักว่าตัวเองพูดผิดไป รีบวิ่งตามไปทันที
“อาอวิ๋น ขอโทษ ผมพูดผิดไป รอผมก่อน ผมขอโทษ!”