สาวชนบทไลฟ์สดทำฟาร์มเพื่อสอบเป็นอัยการ - บทที่ 491 จับลูกหมาเซี่ยออกไป
บทที่ 491 จับลูกหมาเซี่ยออกไป
“ลูกหมาเซี่ย หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!”
ความคิดถูกขัดจังหวะหลายครั้ง เค่ออวิ๋นโกรธจนจ้องเซี่ยเฉิงอวิ๋นเขม็ง ราวกับจะเจาะเขาให้ทะลุ
เวลาที่เค่ออวิ๋นโกรธ ดวงตากลมโตและแก้มป่องด้วยความโมโห ดูน่ารักมาก
เมื่อเห็นแก้มที่ป่องของเค่ออวิ๋น เซี่ยเฉิงอวิ๋นรู้สึกว่าเธอดูเหมือนกระรอกที่กำลังแทะข้าวโพด อดใจไม่ไหวอยากจะจิ้มแก้มเธอ
เสิ่นชิงมองออกแล้วว่า เซี่ยเฉิงอวิ๋นมาที่นี่เพื่อก่อกวน
เสิ่นชิงเลิกคิ้ว “มานี้หน่อยสิ จับลูกหมาเซี่ยออกไป”
พูดจบ เจ้าหน้าที่สามคนก็เดินเข้ามาจากนอกประตูแล้วลากเซี่ยเฉิงอวิ๋นออกไป
“เอ๋… อย่า… ผมได้ฟังแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เองนะ”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นพยายามจับเก้าอี้ดิ้นรนต่อต้านสักพัก แต่สุดท้ายก็สู้คนมากไม่ได้ จึงถูกลากออกไปอย่างไร้ความปรานี
“เอาละ ไล่ตัวก่อกวนออกไปแล้ว เค่ออวิ๋นเธอเล่าต่อได้” เสิ่นชิงปิดประตูดังปัง ทิ้งให้เซี่ยเฉิงอวิ๋นอยู่ข้างนอกอย่างโหดร้าย
เค่ออวิ๋นจิบน้ำชุ่มคอแล้วเล่าต่อ “หลังจากที่พวกเราติดอยู่ในท่อระบายน้ำ ก็ได้แต่เดินหน้าต่อไปเพื่อหาทางออก
แต่ท่อระบายน้ำใต้ดินซับซ้อนมาก ไม่นานพวกเราก็หลงทิศทาง
หลังจากนั้นพวกคนร้ายก็ตามมาถึงท่อระบายน้ำ พวกเราต้องต่อสู้พลางหนีไปด้วย แต่ฝ่ายตรงข้ามมีคนมากกว่า พวกเราจึงบาดเจ็บกันอย่างรวดเร็ว
มีจุดหนึ่งที่แปลกมาก ท่อระบายน้ำซับซ้อนมาก แต่ไม่ว่าพวกเราจะวิ่งไปไหน พวกคนร้ายก็ตามทันพวกเราได้ง่าย ๆ
พวกเขาเหมือนฉลามที่ได้กลิ่นเลือด ไม่ว่ายังไงก็สลัดไม่หลุด
พวกเราสงสัยว่ามีคนถูกติดเครื่องติดตาม จึงเริ่มตรวจสอบ สุดท้ายก็พบเครื่องระบุตำแหน่งในหมวกของหวงโฮ่วเซิง
เครื่องระบุตำแหน่งนั้น น่าจะถูกใส่เข้าไปตอนที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน
หลังจากทำลายเครื่องระบุตำแหน่ง พวกเราก็หลุดพ้นจากการไล่ล่าของคนพวกนั้น แต่ทุกคนยกเว้นฉันกับพี่สวีลี่ล้วนบาดเจ็บสาหัส พวกเราจึงต้องหาที่ซ่อนตัวเพื่อรักษาอาการเร่งด่วน
หลายครั้งที่พวกนั้นเข้ามาใกล้ที่ซ่อน ฉันก็แกล้งทำเป็นผีหลอกพวกเขาเพื่อล่อให้ไปทางอื่น
แล้วฉันก็เจอเซี่ยเฉิงอวิ๋น จากนั้นพี่เสิ่นชิงก็มาพอดี”
เค่ออวิ๋นแลบลิ้น ในที่สุดเธอก็เล่าทุกอย่างจบในคราวเดียว
เสิ่นชิงหรี่ตา “นั่นก็แปลว่า พวกเธอเดินไปถึงบริเวณอุโมงค์ใต้น้ำโดยบังเอิญ?”
เค่ออวิ๋นพยักหน้า “ค่ะ ใช่แล้ว”
“ยังมีเรื่องบังเอิญกว่านั้นอีก! ผมเพิ่งไปตรวจสอบเรื่องหนึ่งมาได้ ฝาท่อระบายน้ำที่เปิดไม่ออกนั่นเป็นเพราะว่า…”
ใบหน้าของเซี่ยเฉิงอวิ๋นปรากฏขึ้นที่นอกหน้าต่างอย่างกะทันหัน
ทุกคนในห้องต่างตกตะลึง
พระเจ้าช่วย!
นี่มันชั้น 13 นะ!
ไอ้หมอนี่ปีนขึ้นมาได้ยังไง?
เค่ออวิ๋นรีบวิ่งไปที่ข้างหน้าต่าง แล้วก็เห็นเซี่ยเฉิงอวิ๋นยืนอยู่บนลิฟต์ภายนอกอาคาร
ด้านล่าง คนทำความสะอาดกระจกกำลังมองเซี่ยเฉิงอวิ๋นด้วยสายตาขุ่นเคือง
“โอ้โห…ยอมไอ้หมอนี่แล้ว…พี่เสิ่นชิงให้เขาเข้ามาเถอะ ไม่งั้นฉันกลัวเขาจะตกลงมาตาย” สวีลี่นวดขมับ
“เซี่ยเฉิงอวิ๋นไม่ได้ใส่หมวกนิรภัยด้วยซ้ำ อันตรายมากเลย!” เค่ออวิ๋นมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความเป็นห่วง
ลิฟต์ภายนอกอาคารก็คือกระเช้าอย่างง่าย เซี่ยเฉิงอวิ๋นไม่ได้คล้องเชือกนิรภัยด้วยซ้ำ แต่กลับขึ้นมาอย่างไม่ระมัดระวัง
เสิ่นชิงถอนหายใจ โบกมือ “ช่างเถอะ ๆ พาเขาเข้ามา ระวังหน่อย”
เค่ออวิ๋นเปิดหน้าต่างข้าง ๆ โบกมือเรียกเซี่ยเฉิงอวิ๋น “เข้ามาเร็ว ๆ ข้างนอกอันตราย”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเบ้ปาก “ผมไม่เข้าไป ผมชอบอยู่ข้างนอก ข้างนอกทั้งเย็นทั้งสบาย ในห้องอึดอัด แถมยังมีคนไล่ผมอีก”
“พี่ชายเซี่ยสุดหล่อ คุณเพิ่งสืบอะไรมาได้? มันบังเอิญยังไง?” สวีลี่มองเซี่ยเฉิงอวิ๋นด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเชิดคางอย่างภาคภูมิใจ “ฮึ่ม ผมไม่เข้าไปหรอก ผมก็จะไม่บอก นอกจาก…พวกคุณจะพูดว่า ‘ถวายพระพรฝ่าบาท’ ให้ฟังหน่อย”
เซี่ยเฉิงอวิ๋นเชิดหน้า ผายอก ท่าทางภาคภูมิใจเหมือนไก่ตัวผู้ที่กำลังอวดโอ้
เสิ่นชิงเลิกคิ้ว
หืม? ไอ้หมอนี่กล้าดีจริง ๆ
เสิ่นชิงหันไปพูดว่า “สวีลี่ถ่ายรูปส่งให้นายกเทศมนตรีเซี่ย บอกว่าไอ้หมอนี่จะเล่นบันจี้จัมพ์ที่โรงพยาบาล ห้ามยังไงก็ไม่ฟัง”
สวีลี่เข้าใจทันที หยิบมือถือขึ้นมาจ่อไปที่เซี่ยเฉิงอวิ๋น “รับทราบ!”
พอเซี่ยเฉิงอวิ๋นได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
กลเม็ดนี้ถือว่าแทงใจดำเขาเลยทีเดียว
เซี่ยเฉิงอวิ๋นไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน แต่กลัวลุงใหญ่ของเขาคนเดียว
“เอ่อ อย่า ๆ ๆ ผมลงไปเอง ผมลงไปเอง แค่ลงไปก็ได้ไม่ใช่เหรอ?” เซี่ยเฉิงอวิ๋นร้อนตัว กระโดดม้วนตัวเข้ามาในห้อง
“ฮ่า ๆ อาอวิ๋น เมื่อกี้คุณเป็นห่วงผมใช่ไหม?” เซี่ยเฉิงอวิ๋นมองที่เค่ออวิ๋นด้วยรอยยิ้ม ไม่สนใจคนอื่นเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเค่ออวิ๋นแดงขึ้นทันที เธอกระทืบเท้า “ใครจะมาห่วงคุณกันล่ะ!”
เสิ่นชิง “…”
เฉาเล่อ “…”
สวีลี่ “พี่เสิ่นชิง เราโยนไอ้หมอนี่ออกไปดีกว่า เขามีเจตนาไม่ดี”
เสิ่นชิงพยักหน้า “อืม… ที่เธอพูดก็ไม่ผิด”
“เอ่อ เอ่อ…” เซี่ยเฉิงอวิ๋นไอสองที แล้วพูดอย่างจริงจัง
“คือว่า ผมเพิ่งให้ลุงฉินกับคนอื่น ๆ ไปสืบมา วันที่ 9 เมษายน ตอนเช้ามืด มีรถตู้คันหนึ่งที่เขตชุมชนเส้อเยว่ยางระเบิด ตอนนั้นรถตู้คันนั้นขับผ่านฝาท่อพอดี”
เค่ออวิ๋น “…”
สวีลี่ “…”
ไม่แปลกที่เปิดไม่ออก ข้างบนมีรถตู้ทับอยู่ แบบนี้ใครจะเปิดออกล่ะ?
เสิ่นชิงกับเฉาเล่อสบตากัน “เสียงดังตอนเช้ามืดในหมู่บ้าน ที่แท้ก็เป็นเสียงยางระเบิดนี่เอง”
หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด เสิ่นชิงก็เข้าใจเรื่องหนึ่งกระจ่างแจ้ง
“ดังนั้น จริง ๆ แล้วคดีของเฉียนจิ่วกับคดีของหวงโฮ่วเซิงไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
ลูกน้องของเฉียนจิ่วน่าจะยังซ่อนตัวอยู่ในเมือง พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอุโมงค์ใต้น้ำสามารถเชื่อมไปยังเมืองข้าง ๆ ได้”
เฉาเล่อพยักหน้า “เฮ้อ นั่นก็หมายความว่า หลังจากหวงโฮ่วเซิงจากไป เฉียนจิ่วก็ไปที่ห้อง 701 แล้วเข้าใจผิดคิดว่าพี่น้องตระกูลหวงเป็นสตรีมเมอร์ห้องตรงข้าม จากนั้นก็ทำร้ายพวกเธออย่างโหดร้าย”
เสิ่นชิง “น่าจะเป็นอย่างนั้น”
เฉาเล่อขมวดคิ้ว “แล้วทำไมตอนนั้นเฉียนจิ่วถึงต้องโกหก บอกว่าในห้องยังมีคนอยู่ด้วย?”
เสิ่นชิง “ฉันเดาว่า ตอนนั้นเขาอาจจะอยากปัดความรับผิดชอบ เลยแต่งเรื่องคนใส่หน้ากากชุดดำขึ้นมาโกหก”
พอทุกคนคุยกันเสร็จ ก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก…”
เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา เขามองไปที่เสิ่นชิงแล้วพูด “คุณเสิ่น หวงโฮ่วเซิงฟื้นแล้วครับ”
…
ในห้องผู้ป่วยที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนจมูก หลังจากหวงโฮ่วเซิงได้ยินข่าวการเสียชีวิตของพี่สาวและน้องสาว เขาก็ร้องไห้โฮ
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้? ทำไมถึงเป็นแบบนี้!”
หวงโฮ่วเซิงมีผ้าพันแผลพันอยู่ที่ศีรษะ บนนั้นมีคราบเลือดซึมออกมาเป็นทาง
เขาร้องไห้พลางดึงผมตัวเองไปด้วย แถมยังพุ่งชนกำแพงอีก
“พระเจ้า! ทำไมต้องทำแบบนี้กับผมด้วย! ผมแค่โลภไปชั่วครู่ แล้วไปเป็นพยานเท็จให้คนอื่น ทำไมต้องลงโทษผมอย่างโหดร้ายขนาดนี้!”
หวงโฮ่วเซิงดึงเข็มฉีดยาออกจากหลังมือแล้วพุ่งชนกำแพงราวกับคนบ้า
“พระเจ้า! ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว! พาผมไปด้วยเถอะ!”
พฤติกรรมคลุ้มคลั่งของหวงโฮ่วเซิงทำให้ทุกคนในห้องตกใจ แพทย์และพยาบาลรีบเข้าไปจับตัวหวงโฮ่วเซิงไว้
หวงโฮ่วเซิงร้องไห้สุดเสียง “ปล่อยผม! ปล่อย! ผมไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ไม่อยากมีชีวิตอยู่…”
การสูญเสียญาติสองคนในคืนเดียว สำหรับใครก็ตามล้วนเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก
หวงโฮ่วเซิงรู้สึกผิดอย่างมาก เขาคิดว่าถ้าตัวเองไม่ได้เป็นพยานเท็จ ก็คงไม่มีคนมาไล่ล่าเขา
และคืนนั้น พี่สาวและน้องสาวของเขาก็คงไม่ไปที่บ้านเขา แล้วพวกเธอก็คงไม่ต้องตายอย่างไม่เป็นธรรม ตายอย่างน่าเวทนาขนาดนี้!
“ขอโทษ! ผมทำให้พวกเธอต้องเดือดร้อน! เป็นความผิดของผมที่หลงผิด!”
หวงโฮ่วเซิงเอามือปิดหน้าร้องไห้โฮ เสียงร่ำไห้อย่างเจ็บปวด ทำให้ทุกคนในห้องรู้สึกไม่สบายใจ
เค่ออวิ๋นและสวีลี่ก็รู้สึกผิดเช่นกัน
คืนนั้นถ้าพวกเธอยืนกรานพาพี่น้องตระกูลหวงไปด้วย พี่น้องตระกูลหวงก็คงไม่ต้องเจอเรื่องที่เกิดขึ้นในภายหลัง
“คุณหวง ในเมื่อคุณคิดว่าความตายของพี่สาวและน้องสาวเป็นเพราะตัวคุณเอง งั้นหนี้เลือดต้องชำระด้วยเลือด บัญชีนี้ก็ควรทวงคืนกับเจียงเฉิง
ตอนนี้เฉียนจิ่วตายแล้ว ลูกน้องของเขาก็หนีไม่พ้นการถูกจับ ศัตรูของเราเหลือแค่คนเดียว
หวงโฮ่วเซิง คุณยินดีช่วยพวกเราเปิดโปงเจียงเฉิงไหม?”
เสิ่นชิงมองดูหวงโฮ่วเซิงนิ่ง ๆ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยพลัง
หวงโฮ่วเซิงน้ำตาคลอ พยักหน้าอย่างแรง “ตกลง!”